หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกภาคใต้ | ภาคใต้
ภาคใต้ คอลัมนิสต์

ขี้ (ยาง) กองใหญ่ของ “ไอ้เต้น”?!/ปิยะโชติ อินทรนิวาส

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
31 ตุลาคม 2555 16:42 น.
ขี้ (ยาง) กองใหญ่ของ “ไอ้เต้น”?!/ปิยะโชติ อินทรนิวาส
        คอลัมน์ : ด้ามขวานผ่าซาก
       โดย...ปิยะโชติ อินทรนิวาส
       
       การโยกย้ายนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จากตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ ให้ไปนั่ง รมช.พาณิชย์ นอกจากคนในสังคมจะไม่เห็นว่าเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง ซึ่งก็เป็นเหตุผลเดียวกับเป็นความจำเป็นทางการเมืองที่บีบให้ต้องมีการปรับ ครม.ปูขาเก 3 เพื่อความอยู่รอดยืนยาวของการกุมบังเหียนอำนาจรัฐไปได้เรื่อยๆ นั่นแล้ว การสะบัดก้นไปจากกระทรวงเกษตรฯ ของอำมาตย์เต้นยังได้ทิ้งขี้กองเบ้อเริ่มเทิ่มไว้ให้ประเทศชาติ และประชาชนดูต่างหน้าอีกต่างหาก
       
       แม้คนในรัฐบาลจะชักแถวออกมาพ่นพูดจนน้ำลายกระจายฟุ้งว่า ไม่ใช่ต้องการหนีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านที่มะงุมมะงาหรามานาน แต่เป็นไปเพื่อความเหมาะสมให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า แต่ที่จริงแล้วฝ่ายกุมอำนาจรัฐต้องการปกปิดบาดแผลเหวอะหวะที่มีอยู่รอบตัว ไม่ให้ฝ่ายตรงกันข้ามยื่นมือไปฉีกขยี้บีบบี้ซ้ำเติมให้ต้องเจ็บปวดแผลเพิ่มได้ถนัดถนี่
       
       กรณีขี้กองโตที่นายณัฐวุฒิทิ้งไว้ที่กระทรวงเกษตรฯ ก็คือ โครงการแทรกแซงราคายางพารา ซึ่งเวลานี้เป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสาธารณชนแล้วว่า เป็นอีกหนึ่งโครงการของรัฐบาลปูขาเกที่ไร้ประสิทธิภาพ มากมายไปด้วยความล้มเหลว และหากสาวลึกลงไปก็จะพบความไม่ชอบมาพากลหลายพะเรอเกวียน
       
       จะว่าไปแล้ว “โครงการแทรกแซงราคายาง” มันก็อีหรอบเดียวกันกับ “โครงการรับจำนำข้าว” นั่นแหละ!!
       
       โครงการแทรกแซงราคายางครั้งใหม่เกิดขึ้นในขณะที่แกนนำแดงเผาบ้านเมืองอย่างนายณัฐวุฒิเพิ่งได้รับการปูนบำเหน็จให้แปลงร่างเป็นอำมาตย์ใหม่หมาดๆ ชนิดที่กลิ่นสาบความเป็นไพร่ยังไม่ทันจางหาย โดยนักโทษหนีคุกไปบงการรัฐบาลไทยอยู่ต่างประเทศทักษิณ ชินวัตร ได้ผลักดันให้นั่งเป็น รมช.เกษตรฯ ในวันที่ 18 มกราคม 2555 จากนั้น วันที่ 25 มกราคม 2555 ครม.ปูขาเก 2 ก็มีมติให้เริ่มโครงการแทรกแซงราคายางระยะที่ 1 ภายใต้การกำกับดูแลของอำมาตย์เต้น
       
       ตลอดระยะเวลาที่รัฐบาลทำการแทรกแซงราคายางก็มากมายไปด้วยปัญหาสารพัน มีการแฉว่าเกิดการทุจริตอย่างเป็นขบวนการ มีการตีแผ่เล่ห์กลการทำมาหากินในขั้นตอนต่างๆ ของนายทุนบางกลุ่มที่ร่วมมือกับนักการเมืองบางก๊วน ซึ่งละม้ายคล้ายคลึงกับโครงการรับจำนำข้าวที่สุดแสนจะอื้อฉาวของรัฐบาลนั่นแหละ
       
       ถึงขั้นใช้คำว่า โกงกันตะบี้ตะบันได้ตั้งแต่ต้นน้ำ เรื่อยไปถึงกลางน้ำ แล้วยังต่อเนื่องไปยันปลายน้ำ!!
       
       ที่ผ่านมา หน่วยงานของภาครัฐเองก็มีการตรวจสอบ และสามารถหาคนผิดได้แล้วด้วย แม้จะยังเป็นรายเล็กรายน้อยแบบไม่มีการสาวไปถึงตัวการ แต่นั่นก็เป็นเครื่องยืนยันว่า มีการโกงเกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นในขั้นตอนของการเช่าโกดังเก็บยาง การแปรรูปยางแผ่นดิบ การสวมสิทธิยางส่งออก สับเปลี่ยนเอายางคุณภาพต่ำไปแทนยางคุณภาพสูงที่รัฐแทรกแซงไว้ บางแห่งถึงขั้นลักยางของรัฐไปขายแบบไม่มีใครกล้าเข้าไปตรวจสอบ
       
       โครงการในระยะที่ 1 รัฐบาลอนุมัติวงเงินให้ไว้ 15,000 ล้านบาท โดยมีเป้าอยู่ที่ต้องแทรกแซงให้ได้ 1.3 แสนตัน ว่ากันว่าเวลานี้แทรกแซงไปได้เพียงประมาณ 7.1 หมื่นตัน ยังเหลือที่ต้องเร่งแทรกแซงอีก 5.9 หมื่นตันที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะไม่สามารถจะหาโกดังเก็บยางที่จะไปแทรกแซงเพิ่มได้อีกแล้ว แถม ณ จุดแทรกแซงบางแห่งยังต้องใช้วิธีกองตากแดดลมฝนไว้อย่างนั้น
       
       ไม่เพียงเท่านั้น อุปสรรคใหญ่อีกประการเป็นผลจากบริษัททิพยประกันภัย ในฐานะรัฐวิสาหกิจที่ถูกการเมืองบีบให้เข้าร่วมโครงการ ได้กระจายความเสี่ยงด้วยการขายกรรมธรรม์ต่อไปให้บริษัทต่างชาติ เป็นผลให้เกิดมาตรการควบคุม และกลั่นกรองโกดังเก็บยางจากโครงการแทรกแซงอย่างเข้มข้นขึ้น ด้วยข้ออ้างที่ว่าต้องเป็นที่รับรองของบริษัทประกันในต่างประเทศที่ร่วมรับภาระความเสี่ยงด้วย
       
       จึงไม่แปลกที่ตลอดระยะเวลาดำเนินแทรกแซงราคายางของรัฐบาลปูขาเก อันเป็นไปภายใต้การกำกับดูแลของนายณัฐวุฒิจะมีเหตุการณ์ไฟไหม้โกดังเก็บยางในโครงการอยู่บ่อยๆ อย่างที่เกิดกับ หจก.มิตรไทยนครที่ อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช หรือบริษัทไทยฮั้วยางพาราที่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เกิดความเสียหายแห่งละประมาณ 300 ล้านบาท ล่าสุด แม้ไม่ใช่เหตุการณ์ไฟไหม้ แต่โกดังเก็บยางที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา ก็มีการตรวจพบความเสียหายเพิ่มอีกราว 300 ล้านบาท เหล่านี้เป็นต้น
       
       นอกจากนี้ การแทรกแซงราคายางยังนำไปสู่การชุมนุมประท้วงรัฐบาลของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางจากทั่วประเทศบ่อยครั้ง มีม็อบปิดถนนสายสำคัญๆ และถึงขั้นยกขบวนไปปิดทำเนียบรัฐบาลก็มี ขณะที่อำมาตย์เต้นเองเวลาไปเจรจากับกลุ่มพี่น้องชาวสวนยางยังถึงกลับใช้วิธีพูดผ่านรั้วเหล็กที่มีการเอาโซ่พันพร้อมล็อกกุญแจอย่างแน่หนา
       
       แม้นายณัฐวุฒิจะพยายามโอ่ตลอดเวลาว่า โครงการที่ตนดำเนินการได้ช่วยให้เกษตรกรชาวสวนขายยางได้ราคาดีขึ้น แต่โดยข้อเท็จจริง การแทรกแซงแทบไม่ส่งผลอะไรเลยต่อชาวสวยยางเลย เคยขายให้แก่พ่อค้าในท้องถิ่นได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น เฉลี่ยแล้วราคาอยู่ในระดับ 70-75 บาท/กก. จะมีบางช่วงเท่านั้นที่เคยขึ้นไปที่ประมาณ 80-88 บาท/กก. แต่ก็เป็นเพียงระยะสั้น เพราะเป็นช่วงฝนชุก และเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ราคาที่ชาวสวนขายยางได้ไม่เคยทะยานขึ้นไปแตะ 120 บาท/กก. ตามที่รัฐบาลประกาศไว้
       
       อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีการโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งจาก รมช.เกษตรฯ ไปนั่ง รมช.พาณิชย์ นายณัฐวุฒิก็เพิ่งผลักดันให้ ครม.ปูขาเก 2 ผ่านโครงการแทรกแซงราคายางระยะที่ 2 ที่ต้องใช้วงเงินเพิ่มขึ้นอีก 3 หมื่นล้านบาทได้อย่างประสบผล ทั้งๆ ที่โครงการระยะที่ 1 ก็ยังมากมายไปด้วยสารพันปัญหา
       
       แถมเวลานี้ก็ย่างเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นฤดูกาลที่จะมีผลผลิตยางออกสู่ตลาดอีกมหาศาล ปัญหาใหญ่ในเวลานี้อยู่ที่การหาโกดังเก็บยางที่รัฐจะแทรกแซงเพิ่ม ขณะที่จะเร่งระบายยางออกไปยังตลาดต่างประเทศก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจีนที่เป็นตลาดหลักกำลังเผชิญอุปสรรคให้ต้องลดการผลิตรถยนต์ ส่วนตลาดอเมริกาและยุโรปแทบไม่ต้องพูดถึง เวลานี้ไอเอ็มเอฟก็เตือนว่าอาจจะมีวิฤตระลอก 2 ตามมาอีก
       
       ดังนั้น โครงการนี้จะเดินหน้าไปอย่างไร คงต้องติดตามกันด้วยใจระทึกต่อไป แต่ที่แน่ๆ ความระทึกไม่น่าจะยิ่งหย่อนไปกว่าโครงการรับจำนำข้าวสักเท่าไหร่ เพราะปัจจุบัน ไทยเรามีพื้นที่ปลูกยางกระจายอยู่ใน 51 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่ภาคใต้ ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงภาคเหนือตอนบน และตอนล่าง หรือคิดเป็นพื้นที่ 2 ใน 3 ของประเทศแล้ว
       
       ผมเชื่อว่าการที่อำมาตย์เต้นหนีจากกระทรวงเกษตรฯ ไปอยู่กระทรวงพาณิชย์ ใช่ว่าจะหลีกหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพลพรรคประชาธิปัตย์ไปได้พ้น เพราะความล้มเหลว และผิดพลาดของโครงการแทรกแซงราคายางมีอยู่ชัดแจ้ง ไม่ต่างจากโครงการรับจำนำข้าวที่เป็นเป้าหลัก แถมยังตีกระทบไปถึงผู้นำรัฐบาลปูขาเกที่ชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คนที่นั่งหัวโต๊ะ ครม.ให้มีการอนุมัติทำโครงการได้แบบไม่ยากเย็นเลยด้วย

       


ข่าวล่าสุด ในหมวด
“ผ่าตัด” แก้ปัญหาประมงพาณิชย์..รัฐจะเอาแบบให้คนไข้ “ตาย” หรือ “รอด” ดี?! / ไชยยงค์ มณีพิลึก
เรื่องเล่าจากลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (๕) : “พัทลุงชังกั้ง สงขลาหมัง ตรังยอน นครรุม” / จรูญ หยูทอง-แสงอุทัย
กระแสถอนการลงทุนจากพลังงานสกปรก…มาแรงมาก! / ประสาท มีแต้ม
สัญญา 3 เดือน เปิดขุมทรัพย์สวนปาล์มกระบี่ (ตอนที่ 5) / ประเสริฐ เฟื่องฟู
เรื่องเล่าจากลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (๔) : “หนังหัวป่า โนราเล ลิเกบ้านบน คนหลาธรรม์” / จรูญ หยูทอง-แสงอุทัย
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 4 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2015