หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกภาคใต้ | ภาคใต้
ภาคใต้ ข่าวภาคใต้

พบ “ฟีนาซีแพม” ยาเสียสาวตัวใหม่ระบาดหนักในภาคใต้ เตือนหญิงสาวอาจตกเป็นเหยื่อ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มีนาคม 2556 17:50 น.

พบ “ฟีนาซีแพม” ยาเสียสาวตัวใหม่ระบาดหนักในภาคใต้ เตือนหญิงสาวอาจตกเป็นเหยื่อ

สตูล - พบยาเสียสาวตัวใหม่ชื่อ “ฟีนาซีแพม” ซึ่งยังไม่ได้จัดเป็นสารควบคุมในประเทศไทย ระบาดในพื้นที่ภาคใต้ โดยออกฤทธิ์แรงกว่า “อัลปราโซแลม” ถึง 10 เท่า ผู้กินเข้าไปจะมีอาการซึม มึนงง สูญเสียความจำชั่วขณะ เตือนหญิงสาวอาจเสี่ยงต่อการถูกข่มขืนโดยไม่รู้ตัว
       
       วันนี้ (11 มี.ค.) ที่ห้องประชุมสตาริน รีสอร์ท อ.เมือง จ.สตูล นายอุดมศักดิ์ สุดมาตร รองผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12/1 ตรัง จัดเสวนาให้ความรู้ เรื่องพิษภัยยาเสพติดในปัจจุบันของประเทศไทยกับการแพร่ระบาดของยาเสพติด พร้อมเสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานแนวทางตรวจพิสูจน์หาสารเสพติดในปัสสาวะของผู้ติดยาเสพติด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด และเจ้าหน้าที่เรือนจำ จ.สตูล กว่า 50 คนเข้าร่วม
       
       ทั้งนี้ เนื่องจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12/1 ตรัง มีความเป็นห่วงจึงเร่งสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สสจ. เฝ้าจับตาจับกุมกวาดล้างอย่างใกล้ชิด หวั่นกลุ่มมิจฉาชีพนำไปใช้มอมหญิงสาวเพื่อข่มขืน หรือนำไปรูดทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยได้เชิญนักวิชาการที่มีความรู้เรื่องพิษภัยยาเสพติดมาให้ความรู้เรื่องพิษภัยยาเสพติด พร้อมทั้งเสริมความรู้ให้แก่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด
       
       ทางศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12/1 ตรัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ พบว่ามียาเสียสาวตัวใหม่เกิดขึ้น คือ ฟีนาซีแพม เป็นยานอนหลับชนิดใหม่ที่กำลังระบาดอย่างหนัก โดยมีประสิทธิภาพออกฤทธิ์แรงกว่าปกติถึง 10 เท่า และแรงกว่า อัลปราโซแลม หรือยาเสียสาวที่พบ และจับกุมบ่อย และถ้าผสมดื่มกินกับเหล้าอาจเสี่ยงถึงเสียชีวิตได้
       
       ด้าน น.ส.ณัฐชา ด้วงรัก เภสัชกรปฏิบัติการฯ ระบุว่า ขณะนี้ฟีนาซีแพมเป็นยาเสียสาวตัวใหม่ที่น่ากลัวที่สุดในพื้นที่ภาคใต้ของไทย และทางศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12/1 ตรัง กำลังตรวจสอบที่มาของยาชนิดนี้ ซึ่งทางการแพทย์ระบุว่า ฟีนาซีแพมยังไม่ได้จัดเป็นสารควบคุมในประเทศไทย จึงขอประกาศเตือนว่ายาชนิดนี้เป็นอันตราย ซึ่งประสิทธิภาพของยาทำให้ผู้ที่กินเข้าไปหลับยาวถึง 10 เท่า หรือหลับนานยาวกว่า 60 ชั่วโมง และผู้กินเข้าไปจะมีอาการซึม มึนงง สับสน สูญเสียการทรงตัว สูญเสียความจำชั่วขณะ และหากหญิงสาวรับประทานเข้าไปอาจเสี่ยงต่อการข่มขืนโดยไม่รู้ตัวได้ และเสี่ยงต่อการถูกรูดทรัพย์ได้ จึงฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกันตรวจสอบ และกวดขันจับกุม ขณะเดียวกัน ทางสาธารณสุขก็ควรสุ่มตรวจที่ร้านขายยาทั่วไปว่ามีการลักลอบขายหรือไม่
       
       น.ส.ณัฐชา กล่าวอีกว่า จากการค้นคว้าข้อมูลพบว่า ทางการแพทย์ยังไม่มีการระบุแน่ชัด และไม่ได้จัดเป็นสารควบคุมในประเทศไทย ส่วนราคายังไม่ทราบว่าลักลอบจำหน่ายในราคาเม็ดละกี่บาท แต่ที่สำคัญคือ หากมีการระบาดขึ้นจะเป็นอันตรายแก่เหยื่อที่ถูกหลอกให้รับประทาน
       
       อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มียาชนิดนี้ไว้ในครอบครองจะถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้ขายมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท ส่วนผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ามีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-15 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000-300,000 บาท แต่ไม่สามารถเอาผิดในเรื่องการผสมสารฟีนาซีแพมได้ เนื่องจากสารดังกล่าวไม่ได้เป็นสารควบคุมในประเทศไทย และสหประชาชาติว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาท
 
        
       


ข่าวล่าสุด ในหมวด
พลังงานนครศรีฯ รุกสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน พบตั้งมวลชนนอกพื้นที่หนุนโครงการ
จนท.กรมอุทยานฯ กว่า 150 นาย เข้ารื้อ 10 ร้านอาหารรุกหาดทรายแก้วภูเก็ต (ชมคลิป)
จุดไฟไหม้ป่าอินโดฯ ลดลง แต่หมอกควันยังปกคลุมสงขลา
คณะวิทย์ ม.อ. คิดค้นเครื่องกรองน้ำเทคโนโลยีเมมเบรนให้คุณภาพสูง แต่ราคาต่ำ
กอ.รมน.ภ.4 สน. ประณามคนร้ายบึ้ม! บ่อนไก่ชน “ไร้มนุษยธรรม” พร้อมสั่งเร่งจับผู้ก่อเหตุ
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 3 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อร๊าย ! ขอ โอ๊ก ซักเม็ดนะฮ้า
หญิงโอ๊ก แห่งบ้าน จันส่องหมา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าให้ผู้ชายกินจะเป็นไงเหรอค่ะ จะแข็งม่ะ จะจำได้หรือเปล่าทำอะไรไปบ้าง
เหลิม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014