หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกภาคใต้ | ภาคใต้
ภาคใต้ ทัศนะ

การลุกฮือของคนจนทั่วโลกในทศวรรษหน้า / กอแก้ว วงศ์พันธุ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 พฤศจิกายน 2556 15:22 น.
การลุกฮือของคนจนทั่วโลกในทศวรรษหน้า / กอแก้ว วงศ์พันธุ์
        
       รายงานของธนาคารโลกเมื่อปี 2555 ระบุว่า มีคนจนที่มีรายได้ไม่เกิน 60 บาท จำนวนมากถึง 2,500 ล้านคน ในขณะที่มีคนรวยที่สุดมีจำนวนเพียง 70 ล้านคน ในจำนวนประชากรโลกทั้งหมดประมาณ 7,000 ล้านคน เรียกว่าคนรวยมีเพียงแค่ 1% ของประชากรโลกทั้งหมด หากเปรียบเทียบกันแล้ว รายได้ของคนรวยที่สุดเท่ากับรายได้ของคนจนรวมกันถึง 3,500 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นคนจน 50% ของโลกเลยทีเดียว นับเป็นความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่เริ่มวิกฤตอย่างหนัก เนื่องจากความร่ำรวยเหล่านั้นนำมาซึ่งปัญหาของกลุ่มคนจน เช่น เกิดปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติเพื่อความร่ำรวยของคนบางกลุ่ม โดยปล่อยให้คนจนต้องประสบปัญหาต่างๆ มากมาย ทั้งปัญหาด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ปัญหาสุขภาพเนื่องจากผลกระทบจากการพัฒนา ปัญหาความมั่นคงทางด้านที่อยู่อาศัย หากไม่มีตระหนักในสิทธิของกลุ่มคนธรรมดาเหล่านี้ โลกอาจเผชิญกับการลุกฮือของคนจนทั่วโลกในอนาคต
       
       คนจน คนชายขอบ คนด้อยโอกาสทั่วโลก เป็นกลุ่มคนธรรมดาซึ่งเป็นคนกลุ่มแรกที่มักถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ถูกละเมิดทั้งทางโครงสร้างสังคม และทางปัจเจก โดยเฉพาะการละเมิดโดยภาครัฐที่มีนโยบายเบียดเบียน และละเมิดสิทธิพวกเขา ถูกเอารัดเอาเปรียบในนามโนบายการพัฒนาของภาครัฐ โดยปราศจากการคำนึงถึงสิทธิการมีส่วนร่วมของกลุ่มคนจนในการกำหนดนโยบายเหล่านั้น

การลุกฮือของคนจนทั่วโลกในทศวรรษหน้า / กอแก้ว วงศ์พันธุ์
        
       ในประเทศไทยมีหลากหลายกรณีที่คนจน และคนด้อยโอกาส ถูกทำให้เป็นชายขอบจากภาครัฐ โดยนโยบายการพัฒนาที่เบียดเบียนคนธรรมดามาเนิ่นนานแล้ว พวกเขาถูกไล่รื้อ ถูกขับออกจากพื้นที่ เพื่อหลีกให้การพัฒนา หลีกทางให้เขื่อนขนาดใหญ่ หลีกทางให้นิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้คนไม่กี่กลุ่มร่ำรวย เป็นต้น ทั้งนี้ ประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา และพม่า ก็เริ่มถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนมากขึ้นในนามการพัฒนาของประเทศเช่นกัน ไม่นับคนจนทั่วโลกที่กำลังเผชิญปัญหาเหล่านี้ โดยการกระทำมีความซับซ้อนมากขึ้น
       
       เนื่องจากสถานการณ์ของคนจน คนด้อยโอกาส คนชายขอบในนามคนธรรมดาถูกคุกคามอย่างซับซ้อนมากขึ้น ไม่มีแนวโน้มลดลง องค์กรทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย เช่น Amnesty International Thailand มูลนิธิชุมชนไท สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน มูลนิธิผสานวัฒนธรรม มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา มูลนิธิชุมชนไท เครือข่ายชุมชนศรัทธา โครงการประสานชาติพันธุ์อันดามัน ร่วมกับคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ทักษิณ สงขลา จึงได้ร่วมกันจัดงานชุมคน ชุมชน คนใต้ ครั้งที่ 4 และสัปดาห์สิทธิมนุษยชนครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิดเรื่อง เอารั(ด)ฐเอาเปรียบ : การพัฒนากับปัญหาสิทธิมนุษยชน “คนธรรมดา สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่” ขึ้น ระหว่างวันที่ 4-8 พฤศจิกายน 2556 ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ทักษิณ สงขลา เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการตระหนักถึงปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในสังคมไทย
       
       ภายในงานได้นำเสนอปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ โดยมีผู้ถูกละเมิดสิทธิด้านต่างๆ เป็นผู้นำเสนอปัญหาของตนเอง เช่น ปัญหาผลกระทบของแหล่งผลิตอาหารภาคใต้จากแผนพัฒนาภาคใต้ ปัญหาการไล่รื้อที่อยู่ของคนจนเมืองในประเทศกัมพูชา ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศพม่า บังกลาเทศ อินโดนีเซีย เวียดนาม จีน ศรีลังกา
       
       ผศ.ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อาจารย์ประจำภาคสังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ จ.สงขลา ในฐานะผู้ประสาน กล่าวว่า ตนเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงโลกต้องมาจากมือคนธรรมดาสามัญ และที่ผ่านมา คนธรรมดาสามัญสามารถเปลี่ยนแปลงโลกไปในทางที่ดีตลอดมา จึงได้มีการจัดเวทีเพื่อให้เกิดแนวทางการแก้ไขปัญหา และต้องการให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหาร่วมกัน และเกิดความร่วมมือในการทำงานในลักษณะเครือข่ายการแก้ไขปัญหา ทั้งระดับประเทศ และระดับนานาชาติขึ้น หากภาครัฐ หรือคนที่มีอำนาจปล่อยปละละเลยปัญหา กีดกันไม่ให้คนธรรมดาเหล่านี้เข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินอนาคต และกำหนดการพัฒนาประเทศ เชื่อว่าปัญหาต่างๆ จะนำมาสู่วิกฤตความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น และด้านหนึ่งจะนำไปสู่การตื่นตัวตื่นรู้ของคนจน คนชายขอบทั่วโลกอย่างขนานใหญ่ และตนเชื่อว่า “ในทศวรรษหน้าจะเป็นทศวรรษการลุกฮือของคนจนทั่วโลกอย่างแน่นอน”
       
       ขณะเดียวกัน วัฒนา นาคประดิษฐ์ ผู้ประสานงานมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม กล่าวว่า ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดจากการขาดการมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของคนจน คนธรรมดา ตนเชื่อว่า พลังคนเล็กคนน้อยมีจริง ดูจากกรณีประท้วงวอลล์สตรีท ตลาดหุ้นใหญ่ของโลกเมื่อเร็วๆ นี้ พลังเล็กมันทำให้คนหันมาคิดว่าทุนนิยมมีปัญหา มันทำอะไรกับสังคมให้บิดเบี้ยวบ้าง หรือกรณีละตินอเมริกา คนเล็กคนน้อยในประเทศเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ระบบการกดขี่ของอเมริกานั้นได้นำมาซึ่งการเร่งเร้าให้ชาวนา และขบวนการประชาชน ออกมาต่อสู้ทุนนิยมขนาดใหญ่ ทุนนิยมเป็นตัวบีบให้คนออกมาต่อสู้
       
       วัฒนา กล่าวต่อไปอีกว่า ตนทำงานกับเยาวชนคนรุ่นใหม่อาสาสมัครเพื่อสังคมมาประมาณ 30 ปี พบว่า คนรุ่นใหม่มีความกล้าคิดกล้าทำอย่างมาก แต่ขาดการวิเคราะห์ปัญหาอย่างเชื่อมโยง ความกระตือรือร้นในการเข้าไปสัมพันธ์กับสังคมมีน้อยลง แต่ก็ไม่ได้นิ่งสนิทเสียทีเดียว หากพวกเขาได้รับการกระตุ้นถูกดึงศักยภาพออกมาอย่างถูกวิธี และหากพวกเขาเข้าไปสัมผัสกับปัญหาที่ตรงกับจริตของพวกเขาจริงๆ พวกเขาจะเปลี่ยนเป็นคนทำงานเพื่อสังคมอย่างจริงจังเลยทีเดียว
       
       ครั้งหนึ่งตนเคยทำงานกับเด็กมหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่ง เหมือนเป็นเด็กไม่สนใจปัญหาสังคม ใช้ของแบรนด์เนม เมื่อเขาออกพื้นที่อาสา และไปพบคนไทยคนหนึ่งแต่ไม่มีบัตรประชาชน ทำให้เขาสะเทือนใจ และนำไปสู่การช่วยเหลือคนคนนั้นจนได้บัตรประชาชนไทย สุดท้ายการช่วยเหลือคนคนหนึ่งเขากลายเป็นคนที่เชี่ยวชาญชำนาญในเรื่องคนไร้สัญชาติ ไร้สถานะ ตนคิดว่าสังคมไทยไม่ได้สิ้นหวังกับคนรุ่นใหม่ หรือเยาวชน เพียงแต่ส่งเสริมพวกเขาให้ถูกทาง กลุ่มเยาวชนจะเป็นกลุ่มคนธรรมดาที่มีพลังยิ่งใหญ่ของสังคม
       
       ด้าน ปริญญา บุญฤทธิ์ฤทัยกุล ผู้อำนวยการ Amnesty International ประเทศไทย มองว่า นักศึกษามีโอกาสกว่าคนอื่นๆ ต้องการให้นักศึกษาเข้าใจสิทธิมนุษยชนชัดเจนมากขึ้น เอมเนสตี้ ต้องการสร้างสิทธิมนุษยชนให้เป็นวัฒนธรรมของสังคมให้ได้ สิทธิมนุษยชนไม่ใช่เรื่องของการเข้าใจสิทธิของตนเอง และเรียกร้องแต่สิทธิตนเองเท่านั้น ตนจึงได้มีการร่วมมือกับคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาทักษิณ ทำโปรแกรมในการสอน การอบรมแก่นักศึกษาด้านสิทธิมนุษยชน เป็นโปรแกรมระยะยาว อยากให้นักศึกษาเข้าใจ และก้าวออกไปช่วยเหลือคนที่ถูกจำกัดสิทธิในสังคมมากขึ้น
       
       ปริญญา กล่าวถึงการทำงานของเอมเนสตี้ ว่า เป็นตัวเชื่อมประสานตั้งแต่ระดับท้องถิ่น และระดับนานาชาติเพื่อรณรงค์ และเป็นกระบอกเสียงให้คนที่ถูกละเมิดให้เป็นที่รับรู้แก่สังคมวงกว้าง เพื่อให้สังคมเป็นแรงกดดันภาครัฐในการแก้ไขปัญหาให้กับคนที่ถูกละเมิด มีกรณีในภูมิภาคอาเซียนที่เราช่วยรณรงค์ เช่น กลุ่มคนจนเมืองในประเทศกัมพูชา ได้นำพวกเขาออกมาพูดถึงความเดือดร้อน และการถูกละเมิดสิทธินอกประเทศว่า พวกเขาถูกทำร้าย ถูกไล่รื้ออย่างไม่เป็นธรรมอย่างไร เมื่อสังคมโลกรับทราบ จะช่วยชะลอเหตุการณ์เลวร้าย และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
       
       ปัญหาของคนจนไม่ใช่ปัญหาระดับท้องถิ่นเท่านั้น แต่เป็นปัญหาระดับภูมิภาค และปัญหาระดับโลก นับวันคนจนทวีจำนวนมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ตัวเลขทางเศรษฐกิจกลับสูงขึ้น แต่ตกอยู่ในมือของคนกลุ่มจำนวนน้อยของโลก เป็นดัชนีวัดความวิกฤตความขัดแย้งในอนาคต หากไม่มีการทบทวนการพัฒนาทางเศรษฐกิจของโลก

        
        
       


ข่าวล่าสุด ในหมวด
เปิด “ห้องเรียนประชาธิปไตย” ในสถานการณ์ “ปฏิรูปประเทศไทย” / บุญเสริม แก้วพรหม
ปั่นจักรยานเสือภูเขาสร้างกระแสสังคมหันมาดูแลสุขภาพ สัมผัสชีวิตท่องเที่ยวในชุมชน
การลุกฮือของคนจนทั่วโลกในทศวรรษหน้า / กอแก้ว วงศ์พันธุ์
สนข.คืนชีพ “รถไฟหาดใหญ่-สงขลา” เชื่อมขนส่งเชื่อม 2 นคร และแก้จราจรคับคั่ง
“ส.ว.สงขลา” กับการพิทักษ์ “ป่าเสม็ดชุ่มน้ำผืนสมบูรณ์ของทะเลสาบสงขลา”
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บอกว่าจน ไม่มีจะกิน แต่ขยันผลิตแว้นกะสก๊อยออกมารกบ้านเมือง
เซ็ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าชาวพุทธมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ปล่อยปละละเลย รักศาสนาให้เหมือนที่รวมกันต้านนิรโทษกรรมเเบบนี้ ทุกวันนี้จะไม่มีปัญหาลัทธิธรรมกาย เเละมหาเถรสมาคมจะไม่นิ่งดูดายทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น สาเหตุคือชาวพุทธไทยอ่อนเเอนิ่งดูดาย ควรศีกษาเพิ่มเติมให้มีความรู้ที่ http://b2b2.tripod.com/tmk/
http://topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2008/08/Y6927126/Y6927126.html

http://www.watnyanaves.net/uploads/File/books/pdf/the_dhammakaya_case_lesson_learned_for_buddhist_education_and_society_development_(expanded_and_revised).pdf
ถ้า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2013