หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกภาคใต้ | ภาคใต้
ภาคใต้ ข่าวภาคใต้

สรุปเหตุยิงครอบครัวมะมันเป็นคดีไฟใต้ จังหวัดมอบเงินเยียวยาแล้วกว่า 1.5 ล้านบาท

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 กุมภาพันธ์ 2557 15:38 น.

สรุปเหตุยิงครอบครัวมะมันเป็นคดีไฟใต้ จังหวัดมอบเงินเยียวยาแล้วกว่า 1.5 ล้านบาท

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สรุปเหตุยิงครอบครัวมะมันเป็นคดีไฟใต้ จังหวัดมอบเงินเยียวยาแล้วกว่า 1.5 ล้านบาท

สรุปเหตุยิงครอบครัวมะมันเป็นคดีไฟใต้ จังหวัดมอบเงินเยียวยาแล้วกว่า 1.5 ล้านบาท

สรุปเหตุยิงครอบครัวมะมันเป็นคดีไฟใต้ จังหวัดมอบเงินเยียวยาแล้วกว่า 1.5 ล้านบาท

สรุปเหตุยิงครอบครัวมะมันเป็นคดีไฟใต้ จังหวัดมอบเงินเยียวยาแล้วกว่า 1.5 ล้านบาท
นายเจ๊ะมุ มะมัน บิดา 3 พี่น้องผู้เคราะห์ร้าย

สรุปเหตุยิงครอบครัวมะมันเป็นคดีไฟใต้ จังหวัดมอบเงินเยียวยาแล้วกว่า 1.5 ล้านบาท

สรุปเหตุยิงครอบครัวมะมันเป็นคดีไฟใต้ จังหวัดมอบเงินเยียวยาแล้วกว่า 1.5 ล้านบาท

นราธิวาส - เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย สรุปเหตุยิงครอบครัวมะมัน เป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ พร้อมเร่งตรวจสอบปลอกกระสุนปืนว่าตรงกับอาวุธที่เคยใช้ก่อเหตุในพื้นที่ใดบ้าง ด้านรองผู้ว่าฯ นราฯ มอบเงินเยียวยากว่า 1,500,000 บาท ส่วน นางพาดีละห์ หมอส่งต่อรักษากระดูกข้อศอกที่ รพ.ม.อ.หาดใหญ่
       
       วันนี้ (5 ก.พ.) นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เชิญนายเจ๊ะมุ มะมัน บิดาของ ด.ช.มูยาเฮค มะมัน อายุ 11 ปี ด.ช.บาฮารี มะมัน อายุ 9 ปี และ ด.ช.อีลยาส มะมัน อายุ 6 ปี ที่ถูกคนร้ายบุกยิงเสียชีวิตคาบ้านพัก ในพื้นที่ บ.ปะลุกาแปเราะ ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา มาพบที่ห้องทำงานของ พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอบาเจาะ เพื่อชี้แจงผลสรุปของการดำเนินการสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัว โดยจากการสอบสวนนั้น เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองของอำเภอบาเจาะ ได้เห็นพ้องว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวมะมัน เป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
       
       และในโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยากรณีผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ ให้แก่นายเจ๊ะมุ มะมัน แยกเป็นกรณีบุตรทั้ง 3 เสียชีวิต เป็นเงิน 1,500,000 บาท กรณีนางพาดีละห์ แมยู ภรรยาท้อง 4 เดือน ได้รับบาดเจ็บ 50,000 บาท และนายเจ๊ะมุ ที่ได้รับบาดเจ็บ 10,000 บาท ซึ่งนางพาดีละห์นั้น ในวันนี้โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อรักษากระดูกข้อศอกขวาที่ได้รับบาดเจ็บ
       
       ส่วนความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายได้เร่งดำเนินการด้านการข่าวเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ของ อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี อีกทั้งรอผลตรวจสอบจากปลอกกระสุนปืนที่เจ้าหน้าที่รวบรวมได้ในที่เกิดเหตุ ว่า เคยใช้อาวุธดังกล่าวในพื้นที่ใดบ้าง
 
        
       


ข่าวล่าสุด ในหมวด
กปภ.ยืนยันแล้งนี้ภูเก็ตไม่ขาดแคลนน้ำทั้งประชาชนและภาคท่องเที่ยว
ตร.ถลางโชว์ผลงานรวบ 2ผู้ต้องหา ยึดกัญชา 92 ก.ก.พร้อมระเบิดมือ
รถทัวร์บรรทุกนักท่องเที่ยวที่กระบี่เหยียบหนุ่มขับจยย.ดับขณะไปรับลูก
วอนผู้ใจบุญช่วยน้อง “อันซิน” หลังคลอดพบลำไส้ทะลักออกมานอกร่างกาย
ศอ.บต.จัดประกวดสุนทรพจน์ภาษามลายู ดึงเยาวชนใต้รักษาอัตลักษณ์ภาษาถิ่น
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยิงเด็กแล้วแจกเงิน.......................รับรองว่าต้องมีการแก้แค้นกลับไปแน่...........
ไม่มีที่สิ้นสุด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พรก.ฉุกเฉิน ใน 3 ชายแดนใต้ ไม่เหมือน พรก.ฉุกเฉิน ที่ กทม.เลยซักนิด..................
2 มารตฐาน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สงสารเด็กที่ไม่รู้เรื่อง แต่น่าสงสารที่สุดคือชาวบ้านบางคนที่รู้ความเป็นไปเป็นมาทุกกอย่าง แต่พูดออกมาไม่ได้ ทุกวันนี้คือสภาพของสงครามย่อมๆ ถ้าคนไทยพุทธตาย ก็จะบอกว่าผู้ก่อการร้ายเป็นผู้ทำ ถ้ามุสลิมตายก็จะบอกว่าทหารทำ พอมีเหตุปะทะกันโจรตาย อุบัติเหตุจากการนำระเบิดไปวางแล้วโดนตัวเอง การรับสารภาพจากผู้ก่อเหตุ ทำไมสิ่งเหล่านี้ไม่เอามาประกาศ ประจาน ออกสื่อทุกๆวัน แล้วก็ตามล่าตัวที่เหลือโดยเปิดเผย เพราะจริงๆแล้วไทยพุทธกับมุสลิมไม่ได้มีปัญหาการอยู่ร่วมกัน แต่ปัญหาคือ ผู้ก่อเหตุที่ยังไม่ได้รับโทษ
มะรอโซ จันทรวดี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
10ปีของไฟใต้ รัฐทำได้แค่ แก้ปัญหาด้วยเงิน
...???
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผลของเอกภาพมุสลิมซุนหนี่และมุสลิมชีอะห์ ช่วยแก้ปัญหาการเมืองของประเทศไทยได้ (รวมทั้ง 3 จว.ใต้)

(โดย มะฮ์ดี เชิงประจักษ์) อัล-กุรอาน 28/5 (STOP THE CONFLICTIONS)
อัล มะฮ์ดี อ. (ผู้ชี้นำที่ถูกชี้นำแล้วโดย ซบ.) เปรียบเสมือน พระศรีอารยะเมตตรัย ของชาวพุทธ

ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมานานแล้วนั้น น่าจะมีส่วนช่วยให้หยุดลงได้ โดยเป็นผลพลอยได้ของ
การทำให้มุสลิมซุนหนี่และมุสลิมชีอะห์ มีความเป็นเอกภาพ(ซึ่งยากมากๆๆๆ) เพราะมุสลิม 2 กลุ่มนี้ขัดแย้งกัน
มานานประมาณ 15 ศตวรรษแล้ว

ผมมีเรื่องราวเชิงประจักษ์ ที่เป็นลิขิตจากอัลเลาะห์ ซบ. ยุคปัจจุบันอยู่มากมาย (พระองค์ทรง
ลิขิตไว้แล้ว) และเมื่อบอกกล่าวไปโดยทั่ว ๆ ไปแล้ว อินชาอัลเลาะห์ ! (หากอัลเลาะห์ ซบ.ทรงประสงค์) มุสลิม 2 กลุ่มนี้ก็จะหันหน้าเข้าหากัน
และจะมีผลพลอยได้ดังที่กล่าวมาข้างต้น (ลิขิตจาก อัลเลาะห์ ซบ. จะทำให้"ทุกกลุ่ม"หันหน้าเข้าหากันในทางบวก) มุสลิมทุกท่านต้อง
ศรัทธาต่อ อัล-กุรอาน ทุกๆ โองการ รวมทั้งท่านด้วย (เฉพาะที่เป็นมุสลิม)

ฝ่ายรัฐและการศาสนาหากต้องการความสงบสุข ร่มเย็น ฯลฯ ก็เชิญส่งตัวแทน (ประกอบด้วยบุคคลทั่วไป ผู้รู้มุสลิมซุนหนี่และผู้รู้มุสลิมชีอะห์)มาหารายละเอียด
ได้ที่บ้านของผม 48 ม. 6 ต. ย่านซื่อ อ. ควนโดน จ. สตูล 91160 (ยินดีต้อนรับ)

เรื่องนี้สำคัญมาก ๆ แต่ไม่ทำให้ผู้ใดเดือดร้อนแม้แต่นิดเดียว ผมนำเสนอเพื่อโปรดพิจารณา
เท่านั้น มิขอขัดแย้งกับผู้ใดทั้งสิ้น (เป็นความการุณย์ และ พระเมตตาธิคุณจากอัลเลาะห์ ซบ.)

*** และเรา (ซบ.)ได้ประสงค์ที่จะประทานความโปรดปรานของเรา ให้แก่ผู้ที่ถูกกดขี่ให้อ่อนแอในโลกนี้ และทำให้พวกเขา
ได้เป็นผู้นำทั้งหลายและทำให้พวกเขา ได้เป็นผู้สืบทอดอำนาจทั้งหลาย***(อัล-กุรอาน 28/5)
****And it was Our will to favour those who were OPPRESSED and to make them leaders
of mankind to bestow on them a noble heritage and to give them POWER in the land****

จากสันติ มาราสา HASSAN Bin KASEM " อูลิลอัมรี " หรือ อัล มะฮ์ดี (เชิงประจักษ์) โทร. 074 - 735128
สันติ มาราสา Santi Marasa
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014