“เรือปั่นไฟ-อวนรุน-อวนลาก-” ยังอาละวาด! ฉายภาพรัฐบาลเล่นปาหี่โชว์ EU แก้วิกฤตประมง?!

โดย MGR Online   
13 เมษายน 2559 11:05 น. (แก้ไขล่าสุด 13 เมษายน 2559 11:27 น.)
“เรือปั่นไฟ-อวนรุน-อวนลาก-” ยังอาละวาด! ฉายภาพรัฐบาลเล่นปาหี่โชว์ EU แก้วิกฤตประมง?!
ข้อมูลจากสมาคมรักษ์ทะเลไทย
         
       รายงานโดย...ศูนย์ข่าวภาคใต้
       --------------------------------------------------------------------------------
        
        
       ช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ รัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ได้พยายามดำเนินการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมายด้วยเครื่องมือทำลายล้าง รวมถึงปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ที่หมักหมมมายาวนาน
        
       ทั้งนี้ เป็นผลมาจากอุตสาหกรรมประมงของประเทศไทยได้รับ “ใบเหลือง” จากสหภาพยุโรป (EU) อันเป็นการเตือนให้ไทยต้องเอาจริงเอาจังต่อการแก้ไขปัญหา ก่อนที่จะถูก “ใบแดง” ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะทำให้สินค้าประมงมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้านบาท ไม่สามารถส่งออกไปขายในตลาด EU ได้
        
       แม้รัฐบาลจะมีท่าทีเอาจริงเอาจังต่อการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย แต่ผลจากการดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ทั้งการตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) และการออก พ.ร.ก.การประมงฉบับใหม่ กลับถูกภาคประชาชนตรวจสอบและตั้งข้อสังเกตว่า ภาพรวมของการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมายโดยรัฐบาล และ คสช.นั้น
        
       เป็นเพียงแค่ “การแสดงละคร” หรือ “เล่นปาหี่” เท่านั้น?!
        

“เรือปั่นไฟ-อวนรุน-อวนลาก-” ยังอาละวาด! ฉายภาพรัฐบาลเล่นปาหี่โชว์ EU แก้วิกฤตประมง?!
ข้อมูลจากสมาคมรักษ์ทะเลไทย
         
       “ผมกลับเห็นว่า ภาพรวมของกฎหมายนี้คือ จำอวด หลอกคนทั้งในประเทศไทยเราเอง รวมถึงฝรั่งมังค่าด้วย และที่สำคัญต้องบอกความจริงว่า ประมงพาณิชย์เถื่อน และผู้กระทำผิดเดิมๆ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการต่อรองกับรัฐไทย”
        
       นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี ผู้จัดการสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นพร้อมกับเสริมว่า
        
       “พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 มีหลายมาตราที่ไม่ได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง ซ้ำร้ายยังมีบางมาตราที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิชาวประมงพื้นบ้าน อันสะท้อนให้เห็นว่า ผู้มีอำนาจไม่ได้มีความจริงใจในการทำเพื่อประชาชน หรือไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหานี้”
        
       นายวิโชคศักดิ์ กล่าวด้วยว่า เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านกำลังต่อสู้อย่างหนักในหลายเรื่องที่เกี่ยวต่อการประมง เพราะเท่าที่ตรวจสอบในตอนนี้พบว่า รัฐบาลยังขาดความเข้าใจจริงในการแก้ไขปัญหา เช่น มาตรา 34 ใน พ.ร.ก.การประมงฉบับใหม่ ที่ห้ามเรือประมงขนาดเล็กออกนอกชายฝั่งเกินตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งยังไม่มีการยกเลิกเรือปั่นไฟ เรืออวนลาก เรืออวนรุน ซึ่งเป็นการทำประมงที่กวาดจับสัตว์น้ำวัยอ่อนส่งโรงงานปลาป่นทำอาหารสัตว์ แถมยังเข้าไปเกี่ยวข้องต่อกระบวนการเผาป่าปลูกข้าวโพดที่ภาคเหนืออีกด้วย
        

“เรือปั่นไฟ-อวนรุน-อวนลาก-” ยังอาละวาด! ฉายภาพรัฐบาลเล่นปาหี่โชว์ EU แก้วิกฤตประมง?!
แฟ้มภาพ
         
       ล่าสุด “สมาคมรักษ์ทะเลไทย” องค์กรภาคประชาสังคมจับตาเรื่องนี้มาตลอด ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า การส่งออกสินค้าปลาป่นสำหรับทำอาหารสัตว์ในช่วงปี 2558 ที่ผ่านมา พบว่า ประเทศไทยยังมีการส่งออกปลาป่นประมาณ 114,243 ตัน ในระยะเวลาเพียง 8 เดือน
        
       นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย กล่าวว่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลยังปล่อยให้เรืออวนลาก เรืออวนรุน ยังสามารถออกจับสัตว์น้ำวัยอ่อนส่งขายโรงงานปลาป่นได้อย่างสบาย โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะเกิดต่อท้องทะเลไทย
        
       “หากยังปล่อยให้ทำธุรกิจปลาป่นที่ได้มาจากการทำประมงของจากเรืออวนลาก เรืออวนรุน ยังสามารถทำผิดกฎหมาย และปลาป่นส่งออกมากมายเช่นนี้ ทะเลไทยมีแต่จะป่นปี้ ยากจะฟื้นตัว ขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนต้องออกมาช่วยกันเรียกร้องให้รัฐบาลให้มีมาตรการยกเลิกส่งออกปลาป่น เพราะลำพังใช้ในประเทศก็ทำลายทรัพยากรในทะเลมากพอแล้ว การเปิดให้ส่งออกเท่ากับเปิดโอกาสให้ทำลายมากยิ่งๆ ขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว” 
        

“เรือปั่นไฟ-อวนรุน-อวนลาก-” ยังอาละวาด! ฉายภาพรัฐบาลเล่นปาหี่โชว์ EU แก้วิกฤตประมง?!
แฟ้มภาพ
         
       ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมประมงตัวเลขปี 2556 พบว่า ประเทศไทยมีโรงงานปลาป่นกระจายอยู่ใน 22 จังหวัดที่อยู่ติดทะเลรวม 76 แห่ง มีงานวิจัยระบุว่า ในปลาป่นทั้งหมดมีลูกปลาเศรษฐกิจปะปนอยู่มากกว่า 30% 
        
       ดังนั้น หากเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านซึ่งเคลื่อนไหวต่อสู้ในเรื่องนี้เชื่อว่า หากอุตสาหกรรมปลาป่นหันไปใช้วัตถุดิบที่รับผิดชอบมากกว่านี้ ใช้วัตถุดิบหัวปลา หางปลา ก้างปลา จากเศษเหลือใช้ การทำประมงที่ผิดจรรยาบรรณก็จะหมดไป 
        
       นายบรรจง ระบุด้วยว่า ทะเลไทยวิกฤตมานานแสนนาน แต่มองด้วยตาเปล่าๆ เห็นยาก ไม่เหมือนภูเขา หรือป่าไม้ที่ถูกทำลายโล่งเตียนปรากฏชัด ยกเว้นงานวิชาการ และผู้ประกอบอาชีพประมงที่รับรู้ได้ว่า ทะเลวิกฤต และวิกฤตก็ยังดำรงอยู่ ตัวอย่างปี 2531-2532 เกิดอุทกภัยหนักในภาคใต้ สังคมมีการพูดถึงวิกฤตจากการตัดไม้ทำลายป่ามากขึ้น จนนำไปสู่การปิดป่า ยกเลิกสัมปทานป่าอย่างถาวร โรงเลื่อยทั้งหลายหยุดกิจการลง
        
       “เรายังปล่อยให้มีเรืออวนลากที่เสมือนเป็นขบวนการสัมปทานป่าไม้ ยังมีโรงงานปลาป่นที่เสมือนโรงงานแปรรูป เรายังส่งเสริมธุรกิจส่งออกปลาป่น ทั้งๆ ที่ทะเลไทยกำลังวิกฤต”
        

“เรือปั่นไฟ-อวนรุน-อวนลาก-” ยังอาละวาด! ฉายภาพรัฐบาลเล่นปาหี่โชว์ EU แก้วิกฤตประมง?!
แฟ้มภาพ
         
       นายบรรจง ให้ข้อมูลอีกว่า กรมประมงออกประกาศแค่ให้ถุงอวนก้นถุงมีขนาด 4 เซนติเมตร ไม่มีนัยอะไรเลย เพราะพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจวัยอ่อนชนิดต่างๆ ถูกลากกวาดทำลายทุกเมื่อเชื่อวัน อวนที่มีตาห่าง 4 เซนติเมตรเมื่อเจอกับแรงลาก และแรงดันน้ำ ตาอวนก็จะบีบแคบเข้ามาเหลือประมาณ 2 เซนติเมตร สัตว์น้ำวัยอ่อนก็หนีไม่รอดอยู่ดี”
        
       การแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมายที่ยังไม่หมดไป นอกจากอาจจะทำให้ประเทศไทยต้องเสี่ยงต่อการถูกกีดกันทางการค้าตามมาตรการของกลุ่ม EU แล้ว ยังเสี่ยงต่อการสูญเสียความมั่นคงทางด้านอาหารด้วย หากทรัพยากรธรรมชาติในทะเล และป่าเขาถูกทำลายลงทุกเมื่อเชื่อวัน
        
       นอกจากนั้น รัฐบาลทหารเองก็เสี่ยงต่อการเผชิญต่อการสูญเสียความเชื่อมั่นจากคนจำนวนมาก ซึ่งมองว่า รัฐบาลนี้อ้างว่าเข้ามาด้วยวาระพิเศษ เข้ามาเพื่อแก้ปัญหาที่นักการเมืองสร้างสมหมักหมมไว้ แต่การดำเนินการใดๆ ที่ผ่านมา ในช่วงเวลาเกือบ 2 ปี รัฐบาลกลับไม่ได้แก้ไขปัญหาอะไรเลย แถมกลับทำการเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนเพิ่มมากขึ้น แบบไม่เคยยึดโยงอยู่บนผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
        

         
        
       


จำนวนคนโหวต 4 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2016