สงขลาตามรอยมาบตาพุด! “จะนะ-เทพา” โรงไฟฟ้าผุดราวดอกเห็ด นักวิชาการสับเละ EIA ไร้ความชอบธรรม

โดย MGR Online   
19 เมษายน 2559 14:21 น. (แก้ไขล่าสุด 19 เมษายน 2559 14:33 น.)
สงขลาตามรอยมาบตาพุด! “จะนะ-เทพา” โรงไฟฟ้าผุดราวดอกเห็ด นักวิชาการสับเละ EIA ไร้ความชอบธรรม
แหล่งน้ำใน อ.เทพา และ อ.จะนะ ซึ่งเป็นแหล่งทำมาหากินของชาวบ้านกำลังถูกรายรอบไปด้วยโรงไฟฟ้าหลายแห่ง (ภาพ : วันชัย พุทธทอง)
         
       ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - โรงไฟฟ้าชีวมวลกำลังการผลิต 25 เมกะวัตต์ จ่อผุดที่ อ.จะนะ อีก 1 โรง รายรอบโรงแยกก๊าซธรรมชาติ เชื่อเป็นไปตามแผนเปลี่ยนสงขลาเป็นเมืองอุตสาหกรรมหนักตามรอยมาบตาพุด นักวิชาการสับเละ EIA โรงไฟฟ้าใหญ่-เล็ก แต่กลับศึกษาผลกระทบต่อชุมในรัศมี 5 กิโลเมตรเท่ากัน
       
       สืบเนื่องจากการที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา จะมีโรงไฟฟ้าชีวมวลขึ้นอีก 1 แห่ง คือ โรงไฟฟ้าจะนะกรีน ขนาดกำลังการผลิตสูงสุด 25 เมกะวัตต์ โดยจะตั้งบนเนื้อที่ 160 ไร่ ในตำบลคู อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา หลังโรงเรียนจะนะชนูปถัมป์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ไม้ยางเป็นเชื้อเพลิงในการเผาเพื่อต้มน้ำให้กลายเป็นไอมาปั่นกังหันให้เกิดเป็นกระแสไฟฟ้า
       
       ทั้งนี้ จะมีการรับฟังความคิดเห็นในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2559 นี้ เพื่อประกอบการจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) ในเอกสารเชิญชวนการร่วมเวทีรับฟังความเห็นระบุไว้ว่า จะทำการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในรัศมี 5 กิโลเมตร และเป็นที่น่าสังเกตว่า บริษัทรับทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพนั้น คือ บริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกันที่รับทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพให้แก่โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา
        

สงขลาตามรอยมาบตาพุด! “จะนะ-เทพา” โรงไฟฟ้าผุดราวดอกเห็ด นักวิชาการสับเละ EIA ไร้ความชอบธรรม
นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ
         
       ต่อกรณีดังกล่าว นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ระบุว่า ในเบื้องต้น ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีที่โรงไฟฟ้าชีวมวลจะนะกรีน มีการทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โดยมีการวงขอบเขตการศึกษาไว้ 5 กิโลเมตร ประเด็นปัญหาสำคัญของจะนะ ก็คือ เรายังจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้ามากมายขนาดนี้อีกไหม เพราะปัจจุบันเรามีโรงไฟฟ้าจะนะแล้ว 1,500 เมกะวัตต์
       
       “เรามีโรงไฟฟ้าชีวมวลขุนตัดหวายอีกแห่ง 9.9 เมกะวัตต์ แล้วกำลังจะมีโรงไฟฟ้าชีวมวลใหม่อีก 2 แห่ง คือ จะนะกรีน 25เมกะวัตต์ และขุนตัดหวายสอง อีก 9.9 เมกะวัตต์ ทั้งยังมีความพยายามจะสร้างโรงไฟฟ้าขยะโคกม้าอีก 2.3 เมกะวัตต์ด้วย การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมทีละโรงไม่พร้อมกันของใครของมัน แต่พอภาพรวมมีโรงไฟฟ้าสี่ห้าหกแห่งเช่นนี้ มันก็ดูจะไม่เป็นธรรมต่อชุมชน”
       
       นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ยังตั้งข้อสังเกตว่า น่าแปลกใจที่โรงไฟฟ้าชีวมวลจะนะกรีน 25 เมกะวัตต์ ทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม 5 กิโลเมตร แต่โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา 2,200 เมกะวัตต์ ใหญ่กว่าเกือบ 100 เท่า กลับศึกษาผลกระทบที่ 5 กิโลเมตรเช่นกัน ทั้งยังเป็นการศึกษาโดยบริษัทรับจ้างทำ EIA บริษัทเดียวกัน
       
       “ทำไมใหญ่ๆ เล็กๆ ทำการศึกษาที่ 5 กิโลเมตรเท่ากัน เอาหลักวิชาการอะไรมาจับ แบบนี้ย่อมไม่เป็นธรรมต่อคนเทพา”
        

สงขลาตามรอยมาบตาพุด! “จะนะ-เทพา” โรงไฟฟ้าผุดราวดอกเห็ด นักวิชาการสับเละ EIA ไร้ความชอบธรรม
ผศ.ดร.สมพร ช่วยอารีย์
         
       ต่อประเด็นเรื่องที่โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาขนาดใหญ่กว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลจะนะกรีน เกือบ 100 เท่า แต่มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพียง 5 กิโลเมตรเท่ากันนั้น ผศ.ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวให้ความเห็นว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา มีปล่องควันสูง 200 เมตร ซึ่งสูงมาก ลมบนหากพัดที่ความเร็ว 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง ฝุ่นควันมลพิษใน 2 ชั่วโมง ก็ไปไกลเป็น 100 กิโลเมตรแล้ว
       
       “ดังนั้น การที่โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ศึกษามลพิษทั้งระบบเพียง 5 กิโลเมตรนั้นไม่ถูกต้องแน่นอน ชีวมวลจะนะกรีน 25 เมกะวัตต์ ยังศึกษา 5 กิโลเมตร ของเทพาใหญ่เกือบร้อยเท่าควรศึกษาอย่างน้อย 100 กิโลเมตร จึงถูกต้องตามหลักวิชาการ และที่สำคัญ การที่บริษัทรับจ้างทำการศึกษา EIA เป็นบริษัทเดียวกัน แต่ทำไมกรอบการศึกษาจึงต่างกันเช่นนี้ การศึกษาวงแคบเกินไปของ EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ทำให้ไม่สามารถตอบคำถามทางวิชาการได้ ความน่าเชื่อก็ตอบไม่ได้”
       
       ผศ.ดร.สมพร ช่วยอารีย์ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ปล่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาสูง 200 เมตรนั้น สูงมาก ที่ต้องทำสูงมากเพราะมลพิษมากจึงต้องทำให้สูงเพื่อให้เกิดการกระจายของมลพิษในวงกว้าง มลพิษจะได้เจือจาง
       
       “หากถ่านหินสะอาดมลพิษน้อยจริง ทำปล่องสูง 10-20 เมตรก็ได้ ไม่ต้องให้สูงขนาดนั้น หากปล่องควันสูงสัก 10-20 เมตร แล้วศึกษาผลกระทบสัก 5 กิโลเมตรก็พอจะยอมรับได้ แต่ปล่องสูง200 เมตร หรือเท่าตึก 60 ชั้น ต้องศึกษา 100 กิโลเมตรจึงจะถูกต้อง”
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักสังเกตการณ์เกี่ยวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ ระบุว่า การผุดขึ้นราวดอกเห็ดของโรงไฟฟ้าในพื้นที่ อ.เทพา และ อ.จะนะ จ.สงขลา ทั้งโครงการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ชีวมวล และโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งอยู่บริเวณรายรอยโรงแยกก๊าซธรรมชาติจะนะ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่า จ.สงขลา กำลังถูกพลิกโฉมหน้าให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมหนักเต็มรูปแบบ กลุ่มทุนจึงเร่งสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานรองรับการเกิดขึ้นของนิคมอุตสาหกรรมที่จะตามมา โดยจะมีลักษณะเช่นเดียวกับนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งโครงการใหญ่ใช้เงินลงทุนมหาศาลนี้จะส่งผลกระทบต่อชุมชนในหลายมิติตามมาอย่างแน่นอน
       
       อ่านรายละเอียดโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาด 25 เมกะวัตต์ จากรูปภาพ
        

สงขลาตามรอยมาบตาพุด! “จะนะ-เทพา” โรงไฟฟ้าผุดราวดอกเห็ด นักวิชาการสับเละ EIA ไร้ความชอบธรรม
       

สงขลาตามรอยมาบตาพุด! “จะนะ-เทพา” โรงไฟฟ้าผุดราวดอกเห็ด นักวิชาการสับเละ EIA ไร้ความชอบธรรม
       

สงขลาตามรอยมาบตาพุด! “จะนะ-เทพา” โรงไฟฟ้าผุดราวดอกเห็ด นักวิชาการสับเละ EIA ไร้ความชอบธรรม
       

สงขลาตามรอยมาบตาพุด! “จะนะ-เทพา” โรงไฟฟ้าผุดราวดอกเห็ด นักวิชาการสับเละ EIA ไร้ความชอบธรรม
       

สงขลาตามรอยมาบตาพุด! “จะนะ-เทพา” โรงไฟฟ้าผุดราวดอกเห็ด นักวิชาการสับเละ EIA ไร้ความชอบธรรม
       

สงขลาตามรอยมาบตาพุด! “จะนะ-เทพา” โรงไฟฟ้าผุดราวดอกเห็ด นักวิชาการสับเละ EIA ไร้ความชอบธรรม
       

         
        
       


จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2016