“เขื่อนท่าแซะ” บนรอยเลื่อนของเปลือกโลก “หายนะ” ที่มาพร้อมกับเขื่อน / ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ

โดย MGR Online   
25 กุมภาพันธ์ 2560 15:38 น. (แก้ไขล่าสุด 25 กุมภาพันธ์ 2560 15:50 น.)
“เขื่อนท่าแซะ” บนรอยเลื่อนของเปลือกโลก “หายนะ” ที่มาพร้อมกับเขื่อน / ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ
ภาพแผนที่แสดงตัวเขื่อน และอ่างเก็บน้ำท่าแซะที่จะสร้างบนรอยเลื่อนระนอง
         
       ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ
       คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
       ------------------------------------------------------------------------------------------
       
       “เขื่อนท่าแซะ” ที่ขณะนี้มีการใช้กำลังข่มขู่ และจนถึงเริ่มมีการปิดล้อมชาวบ้านไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหว รวมทั้งเกณฑ์มวลชนออกมาสนับสนุนการสร้างเขื่อน คือ เขื่อนที่จะสร้างบนรอยเลื่อนแผ่นดินไหวที่มีพลัง
       
       ภาคใต้มีรอยเลื่อนแผ่นดินไหว 2 กลุ่มที่มีพลังก็คือ
       1.รอยเลื่อนระนอง วางตัวในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ เกือบเป็นแนวตั้ง พาดผ่านพื้นที่ตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร และ จ.พังงา มีความยาวประมาณ 270 กิโลเมตร
       
       2.รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย วางตัวในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ พาดผ่าน อ.บ้านตาขุน และ อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี อ.ทับปุด และ อ.เมือง จ.พังงา ลงไปถึงทะเลอันดามัน ระหว่าง อ.เมือง จ.ภูเก็ต กับเกาะยาว จ.พังงา มีความยาวประมาณ 148 กิโลเมตร
       
       สำหรับเขื่อนท่าแซะ และอ่างเก็บน้ำของเขื่อน จะตั้งอยู่บนรอยเลื่อนระนอง ซึ่งรอยเลื่อนแห่งนี้ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ปี 2555 เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 4 ริกเตอร์มาแล้ว แต่โชคดีที่มีความลึกลงไปในแผ่นดินประมาณ 10 กิโลเมตร จึงไม่ได้สร้างความเสียหายมาก โดยนักธรณีวิทยา เชื่อว่า การเคลื่อนไหวของรอยเลื่อนดังกล่าวเป็นผลมาจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนสุมาตรา
       
       รอยเลื่อนทั้ง 2 รอยเลื่อน รศ.ดร.ปัญญา จารุศิริ ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนระหว่างการประชุมโต๊ะกลม “2012 แผ่นดินไหวข่าวลือ หรือความจริง” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เม.ย.2555 ระบุว่า เคยเกิดแผ่นดินไหวบนบก 6-7 ริกเตอร์ จากรอยเลื่อนระนอง และรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย เมื่อ 2,000 ปีที่แล้ว และ 4,000 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนี้ “ใกล้คาบอุบัติซ้ำ” ของการเกิดแผ่นดินไหวใหญ่แล้ว แต่ยังไม่มีแผ่นดินไหวใหญ่เกิดขึ้น โดย รศ.ดร.ปัญญา ระบุว่า รอยเลื่อนกำลังสะสมพลังงานอยู่ และไม่รู้ว่าจะปลดปล่อยออกมาเมื่อไหร่ ซึ่งไม่มีใครระบุได้
       
       ปัญหาของการสร้างเขื่อนบนรอยเลื่อนของเปลือกโลกก็คือ การเร่งให้เกิดแผ่นดินไหว และทำให้เขื่อนวิบัติ หรือภาษาง่ายๆ คือ “เขื่อนพัง”
       
       ศ.บรูซ เอ โบลต์ แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเบอร์กเลย์ ระบุไว้ในหนังสือเรื่องแผ่นดินไหว (Earthquake) ว่า น้ำในเขื่อนที่สร้างขึ้นบริเวณแนวเลื่อนของเปลือกโลก เปรียบเสมือนตัวการในการลั่นไก (triggering) ทำให้เกิดแผ่นดินไหว ซึ่งมีผลมาจากน้ำหนักของน้ำที่ไปกระตุ้นให้เกิดพลังงานในชั้นหิน ผู้ที่รายงานแผ่นดินไหวลักษณะนี้ คนแรกคือ คาร์เคอร์ (Carder) เมื่อ พ.ศ.2488 ซึ่งพบการเกิดแผ่นดินไหวจากเขื่อนฮูเวอร์ ในอเมริกา ซึ่งเป็นเขื่อนยุคใหม่แห่งแรกของโลก
       
       ในชั้นแรกคิดกันว่า แผ่นดินไหวลักษณะนี้เป็นขนาดเล็กๆ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ แต่ต่อมาก็เกิดแผ่นดินไหวกับเขื่อนอื่นๆ อีกหลายเขื่อนที่มีการสร้างหลังเขื่อนฮูเวอร์ ที่รุนแรงก็เช่น ภายหลังการสร้างเขื่อนคอยนา (Koyna) ในอินเดีย ทำให้เกิดแผ่นดินไหวเมื่อ พ.ศ.2510 ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 177 คน บาดเจ็บ 1,500 คน บ้านเรือนเสียหายเป็นจำนวนมาก ทั้งที่บริเวณนั้นไม่เคยเกิดแผ่นดินไหวมาก่อน
       
       ขณะที่ ศ.ปริญญา นุตาลัย ได้แบ่งสาเหตุการวิบัติของเขื่อนจากแผ่นดินไหวออกเป็น 3 ลักษณะคือ
       
       ลักษณะแรก เกิดจากหินใต้เขื่อนเลื่อนตามแนวเลื่อนทำให้ตัวเขื่อนฉีกขาดออกจากกัน ตัวอย่างเช่น การพังของเขื่อนบอลด์วินฮิลล์ ในลอสแองเจลิส เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2506 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน บริษัทประกันภัยจ่ายค่าเสียหายร้อยกว่าล้านเหรียญ และมีการฟ้องร้องตามมาอีกมากมาย
       
       ลักษณะที่สอง เกิดจากการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ตัวอย่างเช่น เขื่อนแวนนอร์แมน (Van Norman Dam) ในลอสแองเจลิส ทำให้สันเขื่อนด้านเหนือน้ำถล่มลงมา
       
       ลักษณะที่สาม เกิดจากมวลดินถล่มลงมาในอ่างเก็บน้ำ ทำให้เกิดคลื่นยักษ์ในอ่างเก็บน้ำ เช่น เขื่อนไวยอนต์ (Vaiont Dam) ในประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2506 ได้เกิดมวลหินถล่มลงมาทำให้เกิดคลื่นยักษ์กระฉอกล้นออกจากเขื่อน และพัดพาเอาบ้านเรือนท้ายเขื่อน มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,600 คน
       
       ในประเทศไทยเองก็เคยเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ โดยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 ริกเตอร์ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2526 มีศูนย์กลางใกล้อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ทำให้หินแตกเลื่อนออกจากกันยาวประมาณ 4 กิโลเมตร และทำให้เกิดดินถล่มลงในอ่างเก็บน้ำหลายแห่ง และทำให้เกิดคลื่นยักษ์ตามมา แต่โชคดีที่บริเวณดินถล่มห่างจากตัวเขื่อนมาก จึงไม่เกิดหายนะอย่างเขื่อนไวยอนต์
       
       ประเด็นความปลอดภัยของเขื่อนกับแผ่นดินไหวในประเทศไทย มักถูกละเลยจากนักสร้างเขื่อน ดังจะเห็นได้จากรายงานการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ที่มักประเมินว่า แนวเลื่อนของเปลือกโลกที่สร้างเขื่อนนั้นตายแล้ว ทั้งนี้ ก็เพราะเหตุผลทางการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง เพียงเพื่อให้เขื่อนได้รับการอนุมัติ
       
       หันมาดูในกรณีของกรมชลประทาน เจ้าของโครงการเขื่อนท่าแซะ หลังเหตุการณ์สึนามิ เคยมีข่าวว่ากรมชลประทานได้เตรียมของบประมาณถึง 3,000 ล้านบาท เพื่อหาทางป้องกันเขื่อนจากแผ่นดินไหว นั่นหมายความว่า ที่แท้แล้ว กรมชลประทานเองก็รู้ว่าเขื่อนไม่ปลอดภัยจากแผ่นดินไหว
       
       ในกรณีของเขื่อนท่าแซะ ที่ตั้งบนรอยเลื่อนระนอง แน่นอนว่ากรมชลประทานอาจจะโต้แย้งได้ว่า จะออกแบบ และสร้างเพื่อให้เขื่อนมีแรงต้านทานแผ่นดินไหว ที่เรียกว่าค่า “g” เพื่อให้เขื่อนมั่นคงแข็งแรงรองรับแผ่นดินไหวได้ แต่ปัญหาที่กรมชลประทานไม่ได้เปิดเผยก็คือ จะต้องเพิ่มงบค่าก่อสร้างอีกกี่พันล้าน สำหรับการทำให้เขื่อนรองรับแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้ และงบที่เพิ่มขึ้นนี้ จะทำให้เขื่อนแห่งนี้ยิ่งไม่คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์มากขึ้นหรือไม่ เพราะปัจจุบันพื้นที่ชลประทานที่อ้างก็เป็นการทำเกษตรกรรมที่ไม่ได้ต้องการน้ำจากระบบชลประทานของเขื่อน
       
       นอกจากนั้น จะต้องใช้งบประมาณอีกมากแค่ไหนในการจัดทำแผนรองรับความเสี่ยงจากเขื่อนท่าแซะวิบัติ และหากเกิดเขื่อนวิบัติขึ้นกรมชลประทานจะรับมือไหวหรือไม่ เพราะแค่เขื่อนเล็กๆ ที่บางสะพาน แค่น้ำล้นสันเขื่อน กรมชลประทาน ยังไม่มีปัญญาแม้แต่เตือนภัย
       
       บทความนี้ต้องการให้คนที่อยากได้เขื่อนท่าแซะ ได้คิดสักนิดว่า เขื่อนไม่ใช่แค่ให้น้ำอย่างที่ท่านคิด แต่สิ่งที่จะมาควบคู่กับเขื่อนท่าแซะ คือ ความเสี่ยง และหายนะที่คนที่ออกมาเรียกร้องไม่สามารถจะรับผิดชอบได้ ดังนั้น การตัดสินใจจะเอาเขื่อนหรือไม่เอาเขื่อน จึงต้องมองอย่างรอบด้าน มีเหตุผลหลายๆ มุม และต้องใช้ความรู้ และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ไม่ใช่ใช้วิธีระดมสรรพกำลังทั้งทหาร ข้าราชการ และมวลชนมาหนุนเขื่อน
        

จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017