โซลาร์เซลล์พลิกโลก / ประสาท มีแต้ม

โดย MGR Online   
12 มีนาคม 2560 19:01 น. (แก้ไขล่าสุด 13 มีนาคม 2560 16:44 น.)
         
       คอลัมน์  :  โลกที่ซับซ้อน
       โดย...ประสาท  มีแต้ม
       --------------------------------------------------------------------------------
       
       มีการคาดหมายจากนักวิชาการมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกที่สนใจเรื่องของโลกในอนาคตว่า “ลูกของคนชั้นกลางที่เกิดภายหลังปี 2013 ส่วนมากจะขับรถยนต์ไม่เป็น เพราะในวันนั้น (2031) รถยนต์ส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ขับได้เองโดยอัตโนมัติ ไม่มีคนขับ (ซึ่งจะออกสู่ตลาดในปี 2017) การใช้รถยนต์จะใช้แบบแบ่งปันกันด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารบนมือถือ คล้ายกับแท็กซี่ Uber นอกจากนี้ ที่จอดรถส่วนใหญ่จะว่าง การจราจรจะไม่ติดขัดเหมือนปัจจุบัน”
       
       ข้อความในเครื่องหมายคำพูดข้างต้น ผมสรุปมาจากการฟังการบรรยายนับสิบรอบของ Tony Seba จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา เขายังได้ให้ข้อมูลที่ฟังดูพื้นๆ มาก แต่มีความหมาย และชวนคิดว่า “รถยนต์ที่เราซื้อกันมา เรานำมาจอดเสีย 95% ของเวลาทั้งหมด แล้วทำไมเราจึงไม่ใช้ระบบการแบ่งปัน”
       
       ถ้าทุกอย่างเป็นตามนี้นะครับ ก็ต้องถือว่าเป็นการ “พลิกโลก”กันเลยทีเดียว
       
       แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องโซลาร์เซลล์?
       
       เกี่ยวสิครับ แต่ก่อนอื่นขอเรียนว่า ชื่อบทความในวันนี้ผมไม่ได้ตั้งเองนะครับ แต่มาจากที่ประชุม “คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน” เป็นผู้ตั้งเพื่อให้ผมพูดโดยใช้เวลา 10 นาที ในงานสัมมนาผู้บริโภคเนื่องใน“วันสิทธิผู้บริโภคสากล” ซึ่งตรงกับวันที่ 15 มีนาคมของทุกปี
       
       เขาให้ผมพูดเพื่อจุดประกาย และสร้างความหวังให้แก่ผู้บริโภค ต้องขอขอบคุณครับที่ให้เกียรติ แต่อย่าคาดหวังอะไรมากนัก เพราะการพูดเป็นสิ่งที่มีขีดจำกัด แต่การคิด และการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ไม่มีขีดจำกัด
       
       ว่าไปแล้ว แนวคิดของเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์เป็นสิ่งที่พืชใช้ในการสังเคราะห์แสงมานานนับล้านๆ ปีแล้ว แต่มนุษย์เพิ่งเริ่มมาคิดเมื่อเกือบ 200 ปีมานี้ ผ่านการลองถูกลองผิด ผ่านทฤษฎีที่ทำให้อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้รับรางวัลโนเบล (1905) มีการผลิตเชิงพาณิชย์ (1955) จนในปัจจุบัน (2013) ราคาพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากโซลาร์เซลล์ได้ลดลงมาถูกกว่าราคาไฟฟ้าที่ผลิตจากเทคโนโลยีอื่นๆ แล้ว
       
       ภาพข้างล่างนี้ นอกจากจะแสดงการเปรียบเทียบราคาพลังงานจากแสงอาทิตย์กับพลังงานชนิดอื่นๆ แล้ว ยังแสดงถึงความหมายของคำว่า “พลิก” หรือ “พลิกโฉม” ซึ่งหมายถึงการเข้ามาแทนที่ของสิ่งใหม่ด้วยสิ่งเดิม พูดอีกอย่างหนึ่งคือ การแทนที่ของรถยนต์ไฟฟ้าด้วยรถยนต์ที่มีการเผาไหม้ภายใน
        

โซลาร์เซลล์พลิกโลก / ประสาท มีแต้ม
         
       เชื่อไหมครับ ภายใน 24 ชั่วโมงที่บริษัทเทสล่า เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น Tesla Model 3 ได้มีผู้สั่งจองแล้วถึง 1.8 แสนคัน ในราคาคันละ 35,000 ดอลลาร์ ได้เงินค่าจองมากที่สุดเป็นประวัติการณ์
        

โซลาร์เซลล์พลิกโลก / ประสาท มีแต้ม
         
       ในขณะที่บริษัท Foxconn ผู้ผลิต Apple iPhone ประกาศว่าจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในราคาเพียง $15,000 เท่านั้น เพราะเขาเชื่อว่า “รถยนต์ก็คือคอมพิวเตอร์ที่วางอยู่บนล้อ”
       
       คุณ Tony เล่าว่า เดี๋ยวนี้ตามศูนย์ค้า และที่สาธารณะหลายแห่งได้ให้บริการชาร์จแบตเตอรี่ฟรีครับ นั่นแปลว่าต่อไปเราจะซื้อเฉพาะรถยนต์ แต่เชื้อเพลิงฟรีครับ เราชาร์จเอาจากโซลาร์เซลล์ตามบ้านก็ได้ ตามศูนย์การค้าก็ได้ เวลาในการชาร์จสั้นลงเยอะ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ก็นานถึง 20 ปี เขายังบอกอีกว่า “ภายในปี 2025 หรือเร็วกว่านั้น รถยนต์ใหม่ที่ออกสู่ตลาดทุกคันในโลกจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า”
       
       คุณ Tony ซึ่งเคยมาบรรยายในประเทศไทย คงจะไม่รู้จักเมืองไทยดีพอ ประเทศไทยอาจจะเป็นข้อยกเว้น!
        

โซลาร์เซลล์พลิกโลก / ประสาท มีแต้ม
         
       ที่กล่าวมาแล้วเป็นการพลิกโลกด้วยเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราคง “เข็มขัดสั้น” หรือคาดไม่ถึงกันนะครับ แต่โลกเรากำลังมีปัญหาหนักมากๆ อีกปัญหาหนึ่ง
              
       นักวิทยาศาสตร์ และนักคิดคนสำคัญๆ ของโลก รวมทั้งสมเด็จพระสันตะปาปาองค์ปัจจุบันต่างได้ข้อสรุปตรงกันว่า ภัยคุกคามของโลกที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติคือ ภัยจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งนำไปสู่ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีความรุนแรง และความถี่มากขึ้น
              
       นักวิทยาศาสตร์มีหลักฐานมากมายที่สรุปได้ตรงกันว่า สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดจากการใช้พลังงานฟอสซิลถึงร้อยละ 72
              
       นับตั้งแต่ปี 2532 ซึ่งเป็นปีที่รัชกาลที่ 9 ได้ตรัสเรื่องโลกร้อน มนุษย์ได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นอีกเป็นเกือบ 2 เท่าตัว โดยใน 3 ปีสุดท้าย (2559) การปล่อยเริ่มคงที่ ทั้งๆ ที่มนุษย์มีคนมากขึ้น
              
       การใช้โซลาร์เซลล์ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก เฉพาะในสหรัฐอเมริกา พบว่า ปัจจุบันในทุกๆ 32 นาที จะมีการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้น 1 เมกะวัตต์ คาดว่าปีหน้าอาจจะเหลือแค่ 16 นาที แต่จำนวนโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้น 1 เมกะวัตต์
              
       โดยสรุป ทางรอดของมนุษยชาติคือ การหนีออกมาจากพลังงานฟอสซิลที่ทำให้เราต้องเป็นทาสตามที่จะกำหนดมาตลอด แล้วหันกลับมาใช้โซลาร์เซลล์ซึ่งนอกจากจะเป็นอิสระแล้ว ยังเป็นการปรองดองกับธรรมชาติ ไม่ทำลายธรรมชาติ ด้วยราคาที่ไม่แพง มีอยู่ทุกหนทุกแห่งเทคโนโลยีก็พร้อมแล้ว สิ่งเดียวที่เรายังขาดคือ วิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศ และความตื่นรู้ของประชาชนครับ
              
       สิทธิในการใช้ประโยชน์จากพระอาทิตย์นั้น ธรรมชาติได้จัดสรรมาให้แก่เราทุกคนอย่างเท่าเทียมกันมานานแล้ว ทุกคนสามารถตากผ้า ตากปลาได้ แต่เมื่อโลกได้พัฒนามาจนถึงทุกวันนี้จนสามารถผลิตไฟฟ้าได้ กลุ่มทุนพลังงานในประเทศไทยไม่อนุญาตให้คนไทยเราผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เพื่อใช้เองบนหลังคาบ้านตนเอง ผมเชื่อว่าอุปสรรคเหล่านี้ผู้บริโภคไทยเราสามารถรวมพลังกันเพื่อให้บรรลุอุปสรรคนี้ได้อย่างแน่นอน ในเวลาที่รวดเร็วด้วย
              
       ด้วยความเชื่อมั่นครับ 
        

จำนวนคนโหวต 12 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017