“ภัยแร้ง” ที่ภาคใต้ / จรูญ หยูทอง-แสงอุทัย

โดย MGR Online   
17 มีนาคม 2560 16:27 น. (แก้ไขล่าสุด 17 มีนาคม 2560 16:41 น.)
“ภัยแร้ง” ที่ภาคใต้ / จรูญ หยูทอง-แสงอุทัย
ภาพจากอินเทอร์เน็ต
         
       คอลัมน์  :  คนคาบสมุทรมลายู
       โดย...
จรูญ  หยูทอง-แสงอุทัย

       --------------------------------------------------------------------------------
        
       คนใต้มีสำนวนภาษาที่เกี่ยวข้องกับแร้ง-สัตว์กินของเน่า หรือสัตว์ที่ตายแล้วอยู่หลายสำบัดสำนวน  เช่น  สาปเหมือนแร้ง  แร้งลง (ใช้ในกรณีที่มีการรุมกันทึ้งรุมกันกิน  ไม่เฉพาะของที่กินเข้าทางปากแล้วถ่ายออกทางก้น  แต่อาจจะหมายถึงการกินงบประมาณ  ผลประโยชน์สาธารณะ ฯลฯ)
        
       ยุคหลังๆ เมื่อบ้านเมืองประสบปัญหาภัยจากธรรมชาติ จากน้ำท่วม และฝนแล้งสลับกันทุกๆ ปี  ถี่และรุนแรงขึ้นก็เกิดสำนวน “ภัยแล้ง” ในช่วงที่ฝนทิ้งช่วงยาวนานจนเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคไปทั่วทุกภูมิภาค  มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อบรรเทาสาธารณภัย
        
       และแน่นอนมีเสียงนินทาเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันงบประมาณช่วยภัยแล้ง  จึงเกิดสำนวน “ภัยแร้ง” ล้อกับ “ภัยแล้ง” สื่อความหมายว่า “แร้งลง” หรือแร้งรุมกินงบประมาณจากเงินภาษีของประชาชน
        
       ภาคใต้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งฝั่งอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน ตามแผนพัฒนาภาคใต้ปี ๒๕๕๗-๒๕๖๐  มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาว่า  “เมืองศูนย์กลางการเกษตร  และพืชเศรษฐกิจของประเทศที่เติบโตอย่างมั่นคง  บนพื้นฐานของชุมชนเข้มแข็ง และเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติที่ยั่งยืน”
        
       เป้าประสงค์ของการพัฒนา คือ ๑) เป็นศูนย์กลางการเกษตรพืชเศรษฐกิจและปาล์มน้ำมันของประเทศที่มีศักยภาพทางการผลิต  การพัฒนาเพื่อแข่งขันทางเศรษฐกิจระดับโลก  ๒) เป็นเมืองท้องถิ่นที่หลากหลาย  เติบโตบนฐานการอนุรักษ์ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับนานาชาติ  ๓) เพิ่มปริมาณ และคุณภาพผลผลิตให้เพียงพอต่อการบริโภคและการส่งออก  ๔) ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี  ระบบสารสนเทศที่ทันสมัย  ระบบการจัดการชมชนมีความเข้มแข็งบนปรัชญาเศรษฐกิจความพอเพียงสู่เมืองสีเขียวอย่างยั่งยืน  ๕) พัฒนาระบบการคมนาคมและลอจิสติกส์ให้มีศักยภาพในการรองรับต่อการพัฒนาของกลุ่มจังหวัด
        
       ประเด็นยุทธศาสตร์  ประกอบด้วย  ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การผลิต  การแปรรูปและบริหารจัดการพืชยางพารา และปาล์มน้ำมันที่มีคุณภาพ  ยุทธศาสตร์ที่ ๒  พัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ  ยุทธศาสตร์ที่ ๓  พัฒนาการเกษตรที่มีศักยภาพในพื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง (ข้าว  ไม้ผล  ปศุสัตว์  ประมง)  ยุทธศาสตร์ที่ ๔  การพัฒนาสู่เมืองสีเขียว  ชมชนเข้มแข็ง  มั่นคง  มั่งคั่ง  ยั่งยืน  ยุทธศาสตร์ที่ ๕  พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานทางการคมนาคมและการลอจิสติกส์
        
       แต่น่าแปลกที่โครงการขนาดใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในภาคใต้ กลายเป็นโครงการที่สร้างมลพิษ และทำลายฐานทรัพยากรธรรมชาติ  ทรัพยากรธรรมชาติ  ทำลายวิถีชีวิตของชุมชน  และเป็นปฏิปักษ์ต่อการท่องเที่ยว  การเกษตรกรรม  การประมงพื้นบ้าน  ทำลายคุณภาพชีวิตที่ดี  และที่สำคัญกำลังสร้างความแตกแยกแตกร้าวของคนในชมชน  ดังเช่นที่กำลังเกิดขึ้นกับท่าเรือน้ำลึกปากบารา  จ.สตูล  โรงไฟฟ้าถ่านหิน อ.เทพา  จ.สงขลา  เป็นต้น
        
       เมื่อกางแผนที่ภาคใต้ออกมา จะเห็นได้ว่า ทั่วทั้งภาคมีโครงการขนาดใหญ่ที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ  สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ  และวัฒนธรรมของชุมชนภาคใต้  ที่แผนพัฒนาภาคใต้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า “เมืองศูนย์กลางการเกษตรและพืชเศรษฐกิจของประเทศที่เติบโตอย่างมั่นคง  บนพื้นฐานของชุมชนเข้มแข็ง และเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติที่ยั่งยืน”
        
       ภาคใต้ตอนบน และตอนกลางกำลังวิตกกังวลกับเขื่อนวังหีบ  บนพื้นที่ป่าต้นน้ำของจังหวัดนครศรีธรรมราช  ภาคใต้ฝั่งอันดามัน และฝั่งอ่าวไทยกำลังต่อสู้กับโครงการท่าเรือน้ำลึก  โรงไฟฟ้าถ่านหิน  โครงการวางสายไฟฟ้าแรงสูงผ่านป่าผาดำ  คลองหอยโข่ง  โครงการคลองไทยที่กำลังรุกคืบในชุมชนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ฯลฯ
        
       จะเห็นได้ว่า โครงการขนาดใหญ่เหล่านี้มีปัญหาทั้งในระดับมหภาค และจุลภาค  คือขัดแย้งต่อยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาภาคใต้  ทั้งวิสัยทัศน์  เป้าประสงค์  และประเด็นยุทธศาสตร์ดังกล่าวข้างต้น  ขัดแย้งต่อความต้องการ หรือปัญหาของชาวบ้านที่ไม่ต้องการโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ แต่ดูเหมือนว่ายังมีกลุ่มผลประโยชน์ที่ต้องการผลักดันให้เกิดการดำเนินการโครงการเหล่านี้  โดยไม่ยอมฟังเสียงคัดค้านของประชาชนเจ้าของพื้นที่ และผู้จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้
        
       จากปรากฏการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้  ทำให้อดคิดถึงภาพปรากฏที่คนโบราณเรียกว่า “แร้งลง” เพื่อมารุมกินหมาเน่าแบบโบราณไม่ได้  แร้งในสถานการณ์นี้น่าจะหมายถึงผู้ได้ประโยชน์จากเม็ดเงินงบประมาณของโครงการเหล่านี้  และหมาเน่าน่าจะหมายถึงงบประมาณมหาศาลจากเงินภาษี หรืองบประมาณการลงทุนของภาครัฐนั่นเอง
        
       จึงไม่น่าจะเกินจริงถ้าจะเปรียบสถานการณ์ “แร้งลง” ในครั้งนี้ว่ามันคือ “ภัยแร้ง” ที่น่ากลัวกว่า “ภัยแล้ง” ที่เกิดโดยธรรมชาติ  ชั่วครู่ชั่วยาม  และสูญเสียงบประมาณไม่มาก
        
       แต่ “ภัยแร้ง” เป็นภัยระยะยาว  กระทบกระเทือนเป็นวงกว้าง  รุนแรง  ทั่วถึง  อาจจะถึงกับสิ้นชาติ  สิ้นแผ่นดินได้ไม่ยาก
        
       ขอขอบพระคุณพี่น้องชาวใต้ และเครือข่ายที่มีจิตสำนึก  กล้าลุกขึ้นมาปกป้องแผ่นดินถิ่นเกิดให้รอดพ้นจาก “ภัยแร้ง” จนสุดความสามารถ  ครั้งแล้วครั้งเล่า  และภารกิจนี้นับวันจะยิ่งหนักหน่วง และรุนแรงยิ่งขึ้น
        
       เพราะวัฒนธรรมอำนาจในระบบราชการไทยยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อกว่าศตวรรษที่แล้วคือ  ระบบราชการมีไว้สนองตอบกลุ่มผลประโยชน์  ที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนฐานผลประโยชน์ของส่วนรวม หรือสาธารณะ  และลูกหลานของประชาชนที่เป็นพวก “ชาวนาไต่เต้า” ไปเป็นข้าราชการ  ก็ไม่ค่อยมีจิตสำนึกรับใช้ประชาชนอย่างที่สังคมเคยคาดหวังมานาน.
        

จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017