“เอสโซ่-เชลล์-คาลเท็กซ์” เดือด! ถูกแก๊งใหญ่ลักลอบขนน้ำมันออกจากคลังร่วมที่สงขลาสูญนับล้านลิตร

โดย MGR Online   
18 มีนาคม 2560 14:21 น. (แก้ไขล่าสุด 18 มีนาคม 2560 14:59 น.)
“เอสโซ่-เชลล์-คาลเท็กซ์” เดือด! ถูกแก๊งใหญ่ลักลอบขนน้ำมันออกจากคลังร่วมที่สงขลาสูญนับล้านลิตร
แฟ้มภาพ
         
       ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ผู้บริหาร 3 บ.ยักษ์น้ำมันต่างชาติ “เอสโซ่-เชลล์-คาลเท็กซ์” เดือด! บินด่วนลงใต้ลุยสอบน้ำมันคลังร่วมที่สงขลา พบมีแก๊งใหญ่ลักลอบขนน้ำมันหายไปจากคลังแล้วนับล้านลิตร แฉมีคนในร่วมมือจ็อบเปอร์ เจ้าของปั๊ม และรถขนน้ำมัน และเชื่อมโยงถึงขบวนการใหญ่รับซื้อน้ำมันของโจรอย่างแนบสนิท แถมปฏิบัติการเย้ย นปม.และตำรวจท้องที่แบบจ่อปลายจมูก
        
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทน้ำมันต่างชาติรายใหญ่ เช่น เชลล์ เอสโซ่ และคาลเท็กซ์ ได้เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อตรวจสอบคลังน้ำมันที่ อ.สิงหนคร จ.สงขลา ซึ่งเป็นคลังร่วมของทั้ง 3 บริษัทยักษ์น้ำมันต่างชาติดังกล่าว  เนื่องจากได้รับรายงานว่า มีการขโมยน้ำมันในจากในคลังร่วมแห่งนี้สูญหายไปแล้วกว่า 1 ล้านลิตร
        
       จากการตรวจสอบของผู้บริหาร 3 บริษัทน้ำมันต่างชาติครั้งนี้ พบว่า มีการขโมยน้ำมันจากคลังน้ำมันร่วมหายไปจริง และต้องเป็นการกระทำกันเป็นขบวนการใหญ่ โดยเชื่อว่าจะต้องมีเจ้าหน้าที่ภายในคลังร่วม ตั้งแต่ฝ่ายตรวจสอบ ฝ่ายจ่ายน้ำมัน และฝ่ายรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ที่ทำหน้าที่ตรวจรถบรรทุกน้ำมันเข้า-ออกร่วมมือด้วย และคาดว่าจะทำกันมานานนับปีแล้ว เพียงแต่มีการปกปิดจากเจ้าหน้าที่ภายใน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่คนไทยเพื่อไม่ให้ผู้บริหารที่เป็นฝรั่งรู้เรื่อง
        
       สำหรับวิธีการขโมยน้ำมันออกจากคลังร่วมดังกล่าวไปนับล้านลิตรนั้น จากการพิจารณาเป็นที่ได้ที่จะเป็นการร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่ในคลังร่วมทั้งผู้จ่ายน้ำมัน และ รปภ.ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร และรถบรรทุกน้ำมัน โดยกระทำกันในขณะที่เข้าไปรับน้ำมันในคลัง และนำน้ำมันออกจากคลังร่วมดังกล่าว
        
       “วิธีการคือ เจ้าของบริษัทน้ำมันที่สั่งซื้อน้ำมันจากจ็อบเปอร์จะทำการซื้อน้ำมันไม่เต็มคันรถ เช่น รถบรรทุกน้ำมันมีความจุ 16,000 ลิตร มีจำนวน 5 ช่องในการบรรจุ โดยบรรจุช่องละ 3,000 ลิตร แต่เจ้าของรถบรรทุก หรือบริษัทผู้สั่งซื้อ หรือเจ้าของปั๊มจะสั่งซื้อเพียง 10,000 ลิตร เพื่อเว้นช่องบรรจุน้ำมันไว้อย่างน้อย 2 ช่อง หรือ 1 ช่องแล้วแต่การติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในคลัง แม้สั่งซื้อไม่เต็มคัน แต่พอรับน้ำมันกลับออกมากลับมีน้ำมันเต็มคัน ซึ่งน้ำมันส่วนที่เกินมาคือ น้ำมันที่มีการขโมยออกมานั่นเอง” แหล่งข่าวระดับบริหารของบริษัทน้ำมันต่างชาติรายหนึ่งให้รายละเอียด ก่อนเพิ่มเติมว่า
        
       การกระทำกันเป็นขบวนการแบบนี้มีเจ้าของปั๊ม หรือบริษัทค้าน้ำมันหลายแห่งที่เป็นเครือข่ายร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในคลังน้ำมันร่วม ทั้งผู้มีหน้าที่จ่ายน้ำมัน และมีหน้าที่ตรวจสอบ และเมื่อผู้บริหารระดับสูงของบริษัทน้ำมันต่างชาติได้ทำการตรวจพบจำนวนน้ำมันที่หายไปแล้ว แต่ผู้ร่วมขบวนการยังพยายามจะปกปิด หรือมีการทำบัญชีคงคลังเท็จเพื่อหลอกผู้บริหารที่เป็นฝรั่งอยู่แม้หลังการตรวจสอบ
        
       หลังจากที่ผู้บริหารที่เป็นฝรั่งต่างชาติเจ้าของบริษัททราบเรื่อง จึงได้สั่งการให้สอบสวนหาข้อเท็จจริง โดยเฉพาะตรวจสอบรถบรรทุกที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยของปั๊ม และบริษัทต่างๆ เพื่อที่จะแจ้งความดำเนินคดี และให้มีการตรวจสอบย้อนหลังเพื่อให้รู้ว่าจำนวนน้ำมันที่หายไปมีจำนวนที่แน่นอนกี่ล้านลิตร ซึ่งประเมินค่าเสียหายเบื้องต้นตอนนี้ไว้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
        
       อย่างไรก็ตาม ภายหลังการตรวจสอบพบการทุจริต ในเบื้องต้น ได้มีการไล่ออกพนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปแล้วจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่ได้แจ้งความเอาผิดทางกฎหมาย เนื่องจากยังต้องการหาหลักฐาน และพยานเพื่อใช้ดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติม
        
       ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคลังน้ำมันร่วมของ 3 บริษัทต่างชาติดังกล่าวดังกล่าวมี นายอมร แย้มปู่ เป็นนายคลัง หรือผู้จัดการคลัง ซึ่งถือเป็นนายคลังที่เคยได้รับรางวัลการบริหารดีเด่นของคลังในประเทศที่เป็นของบริษัทต่างชาติ
        
       ผู้สื่อข่าวยังได้รับการเปิดเปิดจากแหล่งข่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากมีขบวนการขโมยน้ำมันจากคลังร่วมแห่งนี้แล้ว ยังมีขบวนการรับซื้อน้ำมันของโจรที่ลักลอบนำออกไปขายด้วย ซึ่งถือเป็นขบวนการใหญ่เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะมีบริษัทที่มีหน้าที่จัดการซื้อน้ำมันจากคลังน้ำมันแห่งนี้เพื่อไปส่งให้แก่เรือเดินทะเลที่ท่าเรือของเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา โดยการว่าจ้างให้บริษัทที่รับจ้างบรรทุกนำน้ำมันจากลังร่วมไปส่งยังท่าเรือ เมื่อนำน้ำไปถึงผู้มีหน้าที่รับน้ำมันก็จะดำเนินการทางเอกสารว่า ได้รับน้ำมันเป็นที่ถูกต้อง
        
       “แต่น้ำมันไม่ได้ลงในแท็งก์เก็บน้ำมันแต่อย่างใด โดยมีการซื้อขายกันแบบรับซื้อของโจร ด้วยการขายน้ำมันเหล่านั้นให้แก่เจ้าของรถบรรทุกในราคาลิตรละ 15-17 บาทเท่านั้น ในขณะที่ราคาต้นทุนอยู่ที่ลิตรละ 25 บาทเศษ ซึ่งหากมีการสั่งน้ำมันวันละ 3 ล้านลิตร ก็จะมีการขายคืน 5 หมื่นลิตร สร้างกำไรให้แก่บริษัทที่รับจ้างบรรทุกเป็นอย่างยิ่ง สำหรับน้ำมันที่ใช้กับเรือ เป็นน้ำมันดีเซลที่ไม่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล ซึ่งหากนำไปจำหน่ายในปั๊ม ถ้าเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบก็จะรู้ว่าเป็นน้ำมันที่ไม่อนุญาตให้ขายในปั๊ม ซึ่งเป็นการผิดกฎหมาย”
        
       นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังเปิดเผยอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบน้ำมันเถื่อนภาค 9 (ปนม.ภ.9) ต่างทราบดีถึงการซื้อขายน้ำมันที่เป็นของโจรที่ท่าเรือเทศบาลนครสงขลา แต่ที่ไม่มีการจับกุมเป็นเพราะมีการให้ผลประโยชน์ หรือมีการส่งส่วยเป็นรายเที่ยว จึงทำให้ธุรกิจรับซื้อของโจรไม่เคยถูกจับกุม
        
       “ที่น่าสนใจคือ ในซอยใกล้กับ สภ.สิงหนคร ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับคลังน้ำมัน ยังมีการเปิดคอก หรือจุดรับซื้อน้ำมันทุกประเภทที่คนขับรถบรรทุกน้ำมันที่ออกจากคลังขโมยน้ำมันของลูกค้ามาขายให้แก่เจ้าของคอกในราคาลิตรละ 15-20 บาท ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่ลูกค้า และบริษัทผู้ค้าน้ำมันมาก เคยมีการร้องเรียนหลายครั้ง แต่ไม่มีการดำเนินการ” แหล่งข่าวกล่าวทิ้งท้าย
        

จำนวนคนโหวต 15 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017