โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราประเด็นที่สังคมไทยยังไม่รู้ / ประสาท มีแต้ม

โดย MGR Online   
19 มีนาคม 2560 21:06 น. (แก้ไขล่าสุด 20 มีนาคม 2560 09:07 น.)
         
       คอลัมน์ : โลกที่ซับซ้อน
        โดย...ประสาท มีแต้ม
       --------------------------------------------------------------------------------
       
       “เรื่องท่าเรือที่สตูลเป็นอย่างไรบ้าง บ้านเราจะสร้างอะไรสักอย่างก็ลำบากนะ” 
              
       ประโยคดังกล่าวเป็นคำถามเชิงตัดพ้อที่สะท้อนความรู้สึกของเพื่อนบ้านที่ร่วมเดินออกกำลังกายกับผมเมื่อเช้าวันศุกร์ (17 มีนาคม 60) ผมคาดว่าเขาคงได้ฟังข่าวเรื่องการประท้วงของชาวบ้านในเวทีรับฟังความคิดเห็น (ค.1) ที่ได้จัดขึ้นก่อนนี้หนึ่งวัน เวทีดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนหนึ่งของการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของรัฐธรรมนูญปี 2550
       ในวันดังกล่าวก็ดูวุ่นวายพอสมควรแต่โชคดีที่เหตุการณ์ไม่บานปลายถึงขั้นรุนแรง ผมได้นำภาพในเหตุการณ์มาให้ดูด้วยครับ 

        

โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราประเด็นที่สังคมไทยยังไม่รู้ / ประสาท มีแต้ม
         
       ความจริงแล้วผมตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้อยู่พอดี จึงได้อธิบายให้เพื่อนบ้านฟังด้วยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเขาก็รับฟังอย่างตั้งใจ แม้เขาจะไม่ซักถามเพิ่มเติม และไม่แสดงความเห็นอะไรต่อเรื่องที่ผมเล่า แต่ก่อนจะแยกกันเขาได้เล่าเรื่องการก่อสร้างสระว่ายน้ำสาธารณะในอำเภอบ้านเกิดของเขาเองที่ใช้การไม่ได้เลยตั้งแต่วันแรกที่สร้างเสร็จ นั่นหมายความว่า เพื่อนบ้านของผมท่านนี้ก็มีประสบการณ์ตรงถึงความไม่ชอบมาพากลในโครงการของรัฐมาบ้าง
              
       ก่อนจะถึงเรื่องท่าเรือน้ำลึกปากบารา ผมได้นำแผนที่ตั้งของท่าเรือหลายที่ในประเทศไทยมาให้ดูด้วย โปรดสังเกตว่ามีท่าเรือน้ำลึกระนองอยู่ทางตอนเหนือของท่าเรือน้ำลึกปากบาราด้วย ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจจะไม่เคยได้รับรู้มาก่อน นอกจากนี้ ผมได้ลงตำแหน่งของท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือภูเก็ต และอีก 2 ท่าไว้ในแผนที่ด้วย
              
       ผมได้เข้าไปดูวิดีโอประชาสัมพันธ์ของท่าเรือน้ำลึกระนอง (ระยะแรกสร้างเสร็จเมื่อปี 2543) และระยะที่สองได้สร้างเสร็จเมื่อปี 2549 พบว่าเขามีวิสัยทัศน์ว่า “ท่าเรือระนองเป็นประตูเศรษฐกิจของภาคใต้ เป็นการขนส่งหลักทางทะเลฝั่งอันดามันไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน” 
        

โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราประเด็นที่สังคมไทยยังไม่รู้ / ประสาท มีแต้ม
         
       ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอ้างว่าข้อได้เปรียบของท่าเรือระนอง คือ สามารถร่นระยะเวลาในการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปยังประเทศพม่า ซึ่งเดิมต้องผ่านช่องแคบมะละกา คือ ท่าเรือสิงคโปร์ได้ประมาณ 20 วัน
       
       ผมพยายามค้นหารายงานผลการดำเนินงานของท่าเรือระนอง แต่ก็ไม่พบอะไรเลยนอกจากสถิติไม่กี่ตัว ในขณะที่รายงานของท่าเรือปีนัง ทางฝั่งตะวันตกของประเทศมาเลเซีย มีละเอียดที่สำคัญเยอะเลยครับ
       
       เมื่อผมเข้าไปดูความเป็นมา และแนวคิดของโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราในรายงานอีไอเอ (ซึ่งเริ่มศึกษาในปี 2548) พบว่า มีเหตุผลเดียวกันทุกประการกับของท่าเรือน้ำลึกระนอง โดยที่ท่าเรือระนอง สร้างเสร็จในปี 2549 ลองหยุดเพื่ออ่านข้อความในแผ่นภาพสักนิดสิครับ
        

โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราประเด็นที่สังคมไทยยังไม่รู้ / ประสาท มีแต้ม
         
       โดยสรุปก็คือ เขาคิดว่าจังหวัดสตูล อยู่ใกล้ช่องแคบมะละกาซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือหลักของโลกเท่านั้นเอง ไม่ได้มีเหตุผลอย่างอื่น ไม่ว่าจำนวนสินค้าส่งออกของประเทศไทย รวมทั้งไม่ได้มีการเอ่ยถึงท่าเรือระนอง และท่าเรือภูเก็ตซึ่งได้เปิดดำเนินการไปก่อนแล้วแม้แต่นิดเดียว นับว่าเป็นสิ่งที่ผิดปกติในเชิงการบริหาร เพราะถ้าจะสร้างสิ่งใหม่ซึ่งต้องลงทุนกว่า 4.4 หมื่นล้านบาท ก็ต้องอธิบายให้ได้ก่อนว่า ท่าเรือน้ำลึกระนอง และภูเก็ตมีปัญหาอะไร ปริมาณสินค้ามีมากเกินกว่าที่จะให้บริการได้แล้วหรือไม่ แต่ไม่มีครับ และเป็นเช่นนี้เสมอๆ
              
       อ้อ สิ่งที่ชาวบ้านจังหวัดสตูล กังวลมากอีกอย่างหนึ่งก็คือ นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ดังข้อความที่ผมได้ขีดเส้นใต้ไว้ในแผ่นภาพครับ
              
       เรื่องท่าเรือระนอง เว็บไซต์ที่ใช้ชื่อว่า Logistic Digest ได้สัมภาษณ์คุณณิวรรษ์ ทัพวงศ์ ผู้จัดการท่าเรือระนอง ท่านให้ความเห็นว่า “ท่าเรือระนองตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดีสำหรับการเชื่อมโยงระบบการค้ากับประเทศในเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง ยุโรป และแอฟริกา แต่ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันท่าเรือระนอง ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ในการเป็นประตูการค้า เพราะปัจจัยสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานไม่เอื้อต่อการใช้บริการ เช่น โครงข่ายการขนส่งทั้งทางถนนที่มีความลาดชัน ระยะทางในการขนส่งสินค้าจากสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดสู่ท่าเรือค่อนข้างไกล รวมถึงท่าเรือระนอง ไม่ได้อยู่ในเส้นทางการเดินเรือหลัก”
              
       นอกจากนี้ ในเว็บไซต์เดียวกัน คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย แสดงทัศนะว่า “ปัญหาหลักของท่าเรือระนอง ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญทำให้มีผู้ใช้บริการน้อย คือไม่มีตลาด ไม่มีสินค้า จึงทำให้ระบบการค้าไม่เกิด ประกอบกับกรอบเวลาในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ เพื่อเชื่อมโยงระบบขนส่งสู่ท่าเรือระนอง ยังไม่มีความชัดเจน ทำให้ไม่มีจุดขายเพียงพอที่จะนำเสนอแก่ประเทศคู่ค้าอื่นๆ เพื่อให้เกิดการค้าอย่างเป็นรูปธรรม”
              
       ในวิดีโอของท่าเรือระนอง ได้มีคำอธิบายว่า สินค้าที่จะมาใช้บริการที่ท่าเรือระนองส่วนหนึ่งมาจากท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือกรุงเทพ เพื่อส่งไปประเทศพม่าซึ่งสามารถร่นระยะเวลาลงได้จำนวนหนึ่ง แต่ในอีไอเอของท่าเรือปากบารา ไม่ได้ระบุว่าสินค้าที่เหลือของท่าเรือแห่งนี้จะเป็นประเภทใดบ้าง มีจำนวนเท่าใด และมาจากจังหวัดใดบ้าง เป็นต้น
              
       ในหน้า 188 ของอีไอเอฉบับนี้ระบุว่า ในบางช่วงจะมีสินค้าจากท่าเรือแหลมฉบังจะมาใช้บริการที่ท่าเรือปากบารา เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย (หากขนไปยุโรป) ถ้าเป็นจริงตามนี้ ทำไมพ่อค้าจึงไม่ใช้ท่าเรือระนอง หรือท่าเรือภูเก็ต เพราะจะประหยัดได้มากกว่าการใช้ที่ท่าเรือจังหวัดสตูล ซึ่งอยู่ไกล
              
       เพื่อที่เราจะได้เห็นถึง “การยกเมฆ” เรื่องจำนวนสินค้าที่จะผ่านท่าเรือนี้ และผลตอบแทนโครงการของผู้ศึกษาอีไอเอกรณีท่าเรือปากบารา เรามาดูข้อมูลปริมาณสินค้าของท่าเรืออื่นๆ กันสักนิด แม้ความหมายของศัพท์บางคำที่ต้องอธิบายแต่เราสามารถเปรียบเทียบแล้วโยงถึงกันได้
              
       จากเอกสารของการท่าเรือแห่งประเทศไทย พบว่า ในปี 2552 จำนวนสินค้าที่ผ่านท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือกรุงเทพ เท่ากับ 4.6 และ 1.3 ล้านตู้ (TEU) ตามลำดับ แต่ผู้ศึกษาอีไอเอ ระบุว่า ท่าเรือปากบาราจ ะมีสินค้าผ่านในปี 2556 และปี 2560 เท่ากับ 0.14 และ 0.29 ล้านตู้ หรือประมาณ 10% ของท่าเรือกรุงเทพ
              
       คำถามคือ มันมากเกินไปไหม?
              
       ถ้าเปรียบระหว่างท่าเรือกรุงเทพ กับท่าเรือระนอง พบว่า ท่าเรือระนองมีความสามารถเพียงแค่ 0.2% ของเท่าเรือกรุงเทพ
              
       เมื่อท่าเรือระนอง มีความสามารถแค่ 0.2% ของท่าเรือกรุงเทพ แต่ทำไมผู้ศึกษาจึงได้คาดการณ์อย่างไม่มีที่มาที่ไป หรืออย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า ท่าเรือใหม่ปากบารา จะมีความสามารถหรือมีสินค้ามาใช้บริการถึง 10% ของท่าเรือกรุงเทพ
              
       นั่นคือ มันเป็นการคาดการณ์จำนวนสินค้าที่จะมาใช้บริการที่สูงกว่าความน่าจะจริงถึงกว่า 50 เท่าตัว ถ้าเป็นภาษาวัยรุ่นเขาเรียกว่าเวอร์เกินไป
              
       เท่าที่ผมได้สอบถามจากคนในพื้นที่ใกล้เคียงกับท่าเรือระนอง เขาตอบผมว่า “ปัจจุบันอยู่ในสภาพเหมือนท่าเรือร้าง ให้บริษัท ปตท.สผ. เช่า” เขาตอบผมอย่างนั้นจริงๆ ผิดพลาดประการใดผมยินดีแก้ข่าวให้ครับ สำหรับท่าเรือภูเก็ต แทนที่จะเป็นท่าเรือขนส่งสินค้า แต่กลายเป็นท่าเรือขนนักท่องเที่ยว
              
       เรามาดูผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์กันครับ
              
       แม้ภายใต้การคาดการณ์ปริมาณสินค้าที่สูงกว่าท่าเรือระนองถึง 50 เท่าตัว แต่ผลตอบแทนที่เจ้าของโครงการจะได้รับตลอดอายุโครงการ คือ 30 ปี ยังน้อยกว่าจำนวนเงินลงทุนคือลงทุน 4.4 หมื่นล้านบาท แต่ผลตอบแทนจากการเดินเรือตลอด 30 ปี ดูรายละเอียดจากตารางในภาพครับ
              
       ในเรื่องรายได้จากการจ้างงาน 82,671 ล้านบาท ตลอด 30 ปี เฉลี่ยเดือนละ 230 ล้านบาท ถ้าท่าเรือนี้จ้างคน 230 คน ก็ตกเดือนละ 1 ล้านบาทต่อคน นี่แหละครับผลการศึกษาในอีไอเอ 
        

โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราประเด็นที่สังคมไทยยังไม่รู้ / ประสาท มีแต้ม
         
       นอกจากนี้ ยังได้มีการนำผลประโยชน์จากมูลค่าที่ดิน (ซึ่งอยู่ในมือของเอกชน) รายได้จากการประหยัดเวลา รวมทั้งรายได้จากการจ้างงานที่สูงสุดเวอร์มาคิดรวมเป็นผลประโยชน์ของโครงการด้วย
              
       ประเด็นสำคัญคือไม่มีสินค้าจะมาป้อนท่าเรือ ตามที่ผู้จัดการท่าเรือระนอง และประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ตั้งข้อสังเกต นี่คือโจทย์ที่จะต้องตอบอย่างพิถีพิถัน และตรงไปตรงมาก่อน ไม่ใช่แค่จะขุดลอกอย่างไร จะป้องกันปะการังอย่างไร (ซึ่งมีการพบปะการังหินขาวที่สวยงามมากๆ แต่ไม่อยู่ในรายงานอีไอเอ)
              
       ผมว่าในการเสนอปฏิรูปกระบวนการจัดทำอีไอเอ และอีเอชไอเอ น่าจะต้องเสนอให้เปิดเผยรายชื่อ พร้อมกับความเห็นของผู้ชำนาญการเพื่อให้สาธารณะได้ศึกษาด้วยก็น่าจะดีนะครับ เอาเป็นรายบุคคลเลย วงการนี้จะได้มีความโปร่งใสมากกว่านี้ครับ
        

จำนวนคนโหวต 9 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017