กฎหมายกับ “ความงี่เง่าของนักปกครอง” / จรูญ หยูทอง-แสงอุทัย

โดย MGR Online   
7 เมษายน 2560 12:10 น. (แก้ไขล่าสุด 7 เมษายน 2560 12:31 น.)
กฎหมายกับ “ความงี่เง่าของนักปกครอง” / จรูญ หยูทอง-แสงอุทัย
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
         
       คอลัมน์  :  คนคาบสมุทรมลายู
       โดย...จรูญ  หยูทอง-แสงอุทัย
       --------------------------------------------------------------------------------
        
       “กฎหมายมีไว้สำหรับให้ความสงบสุขในบ้านเมือง  มิใช่กฎหมายมีไว้สำหรับบังคับประชาชน  ถ้ามุ่งหมายที่จะบังคับประชาชนก็กลายเป็นเผด็จการ  กลายเป็นสิ่งที่บุคคลหมู่น้อยที่จะต้องบังคับกับบุคคลหมู่มาก  ในทางตรงกันข้าม กฎหมายมีไว้สำหรับให้บุคคลส่วนมากมีเสรี และอยู่ได้ด้วยความสงบ”
       (พระบรมราโชวาท  พระราชทานแก่คณะกรรมการจัดงานวันรพี  ณ  พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน  วันที่ ๒๗  มิถุนายน  ๒๕๔๑)
        
       กฎหมาย  มีวิวัฒนาการมาตามความรู้ และความคิดของมนุษย์ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันยาวนานมาแล้ว   ความรู้ในกฎหมายเกิดจากความคิดเห็น  การวิเคราะห์  วิจารณ์สิ่งที่ปรากฏอยู่  หรือการแสวงหาสิ่งใหม่มาทดแทนสิ่งที่มีอยู่
        
       ในทางปรัชญากฎหมายถือว่า  การพัฒนาความคิดในทางกฎหมายมีความสำคัญอย่างยิ่ง  เพราะทำให้เกิดความเข้าใจในหลักกฎหมาย  หลักการสำคัญทางกฎหมาย  ประกอบด้วย  หลักความยุติธรรม  และหลักสิทธิเสรีภาพ
        
       ปรัชญากฎหมาย  หรือนิติปรัชญา  คือการวิเคราะห์  วิจารณ์หลักการพื้นฐานในทางกฎหมาย  โดยอาศัยวิธีการ และประสบการณ์ทางรัฐศาสตร์  สังคมวิทยามานุษยวิทยา  หรือเศรษฐศาสตร์  เป็นสาขาหนึ่งของปรัชญาประยุกต์
        
       สำนักความคิดทางกฎหมายคือ แนวคิดหลัก หรือทฤษฎีทางกฎหมายของนักคิดทั้งหลาย  ซึ่งมีความคิดเห็นตรงกัน  แม้ว่าแต่ละคนหรือแต่ละแนวความคิดจะต่างยุคต่างสมัยกันก็ตาม
        
       สำนักความคิดทางกฎหมายที่สำคัญ  ได้แก่  สำนักความคิดทางกฎหมายธรรมชาติ  กฎหมายฝ่ายบ้านเมือง กฎหมายฝ่ายคอมมิวนิสต์ กฎหมายฝ่ายสังคมวิทยา  กฎหมายฝ่ายสัจจนิยม  และกฎหมายฝ่ายประวัติศาสตร์
        
       กฎหมายธรรมชาติ  หมายถึงกฎหมายซึ่งเกิดจากธรรมชาติ  มีอยู่แล้วในธรรมชาติ  และมีอำนาจบังคับตามธรรมชาติ  เชื่อว่ากฎหมายตามธรรมชาติอยู่เหนือกฎหมายมนุษย์  และใช้ได้ไม่จำกัดเวลา หรือสถานที่  สาระสำคัญของกฎหมายธรรมชาติอยู่ที่พิจารณาคุณค่าของการกระทำว่า  สิ่งใดผิด  สิ่งใดถูก  ตามคุณค่าทางจริยธรรม
        
       กฎหมายฝ่ายบ้านเมือง  คือกฎหมายที่ตราขึ้นบังคับใช้ในบ้านเมือง  ต้องใช้ตามตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัด  จะต้องดูบทนิยามศัพท์ของกฎหมาย
        
       กฎหมายฝ่ายคอมมิวนิสต์  มีความคิดโน้มเอียงไปทางกฎหมายบ้านเมือง  มีความเห็นว่า  กฎหมายคือปรากฏการณ์อันหนึ่งซึ่งเป็นผลสะเทือนจากการเมือง  เองเกิลส์ (Angels)  นักคิดคนสำคัญในสำนักความคิดนี้กล่าวว่า  กฎหมายจะมีความสำคัญอยู่ก็เพียงชั่วขณะหนึ่ง  เพื่อจัดระเบียบ และกลไกต่างๆ ในสังคมเท่านั้น  เมื่อสังคมเคลื่อนเปลี่ยนจากระยะนายทุนเข้าสูระยะสังคมนิยม  กฎหมายจะลดความสำคัญลงเกือบสิ้นเชิง  ในที่สุดเมื่อเข้าสู่ระยะสัมบูรณ์  อันเป็นปลายทางของระยะทั้งปวงและเป็นจุดจบของวิวัฒนาการทั้งหลาย  กฎหมายก็จะสูญสลายไปสิ้น
        
       มาร์กซ์ และเองเกิลส์ เรียกทฤษฎีนี้ว่า “ทฤษฎีว่าด้วยปลาสนาการของรัฐและกฎหมาย”
        
       ปรัชญาของกฎหมายฝ่ายคอมมิวนิสต์คือ  ความไม่เชื่อในกฎหมาย  กล่าวคือไม่เชื่อในกฎแห่งธรรมชาติ  หรือสิ่งที่อยู่เหนือขอบเขตของกฎหมายฝ่ายบ้านเมือง
        
       กฎหมายฝ่ายสังคมวิทยา  เชื่อว่ากฎหมายคือ  ระเบียบของสังคม (social  norm)  ซึ่งผันแปรไปตามยุคของปรัชญา  ออกุสต์คองต์  แบ่งเป็น  ๓  ยุคคือ  ๑) ยุคเทวนิยม  กฎหมายไม่มีความสำคัญเท่าใดนัก  เป็นเรื่องของสิ่งนอกเหนือธรรมชาติ  ๒) ยุคอภิปรัชญา   ปรัชญากฎหมายเริ่มก่อตั้งเป็นรูปเป็นร่างขึ้น  ปรัชญาเมธีเริ่มแสดงทัศนะเกี่ยวกับบทบาทของกฎหมายในสังคมมากขึ้น  ๓) ยุคปฏิฐานนิยม  กฎหมายเริ่มมีลักษณะในทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น  การจัดการ  การตีความ  ตลอดจนการใช้กฎหมายเริ่มตรงต่อสภาพความเป็นจริงในสังคมมากขึ้น
        
       กฎหมายฝ่ายสัจจนิยมมี  ๒  กลุ่มคือ  ๑) กลุ่มอเมริกัน  ๒) กลุ่มสแกนดิเนเวียน  กลุ่มอเมริกัน พยายามมองกฎหมายในแง่ที่เป็นจริง  โดยเน้นให้เห็นความไม่แน่นอนของกฎหมาย  ถือว่ากฎหมายคือสิ่งที่ศาลทำ  ไม่ใช่สิ่งที่ศาลพูด  จนกว่าศาลจะได้ตัดสิน  ไม่มีใครบอกได้แน่นอนว่ากฎหมายเกี่ยวกับคดีนั้นมีอยู่อย่างไรแน่  ทนายความก็ได้แต่เพียงคาดคะเนว่าศาลจะตัดสินอย่างไร
        
       กลุ่มสัจจนิยมสแกนดิเนเวียน  ไม่เชื่อว่ากฎหมายมีอะไรเกี่ยวกับความยุติธรรม  หรือความดี  ความชั่ว  เชื่อว่ากฎหมายมีฐานอยู่บนความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ศัพท์แสงทางกฎหมายทำให้เกิดมนต์ขลัง  ผูกพันเราทางด้านจิตวิทยา  กฎหมายมีความสมบูรณ์อยู่ในตัวของมันเอง  ไม่เชื่อว่าประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย  เพราะกฎหมายมีโทษทัณฑ์สำหรับผู้ฝ่าฝืน  เชื่อว่าประชาชนปฏิบัติตามกฎหมายก็เพราะสำนึกในจิตใจว่า  ตนมีความผูกพันจะต้องปฏิบัติตามความผูกพัน  เป็นผลทางจิตวิทยา
        
       ลองทบทวน ตรวจทานดูว่า  ตลอดเวลาที่สังคมไทยมีกฎหมายบังคับใช้  นักปกครองในสังคมไทยได้ยึดตามหลักปรัชญาของสำนักความคิดไหนเป็นสำคัญ  มันเพราะอะไร  สมมุติฐานเบื้องต้นอาจจะมาจาก...
        
       “สังคมไทยเป็นสังคมอำนาจนิยม  ชนชั้นผู้ตรากฎหมายไม่ได้มาจากชนชั้นที่เป็นตัวแทนของคนส่วนใหญ่  และที่สำคัญเจตนารมณ์ของการตรากฎหมายไม่ได้เพื่อความสงบสุขของสังคม  แต่อยู่ที่การแสดงอำนาจ  และการแสวงหาผลประโยชน์จากกฎหมาย...
        
       “และที่สำคัญที่สุดคือ  กฎหมายเมืองไทยเหมือนใยแมงมุม  คือจับได้แต่สัตว์เล็กๆ  ส่วนสัตว์ใหญ่ทำอะไรมันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย  เพราะมันเต็มไปด้วยข้อยกเว้น  อำนาจบังคับใช้จึงตกแก่คนจน  คนด้อยโอกาสเท่านั้น”
        

จำนวนคนโหวต 4 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017