จีนดัน “คลองไทย” แทนที่ “แลนด์บริดจ์สงขลา-สตูล” แล้วคนไทยจะเอาไงกันดี?! / สมบูรณ์ คำแหง

โดย MGR Online   
20 เมษายน 2560 15:42 น. (แก้ไขล่าสุด 20 เมษายน 2560 16:12 น.)
จีนดัน “คลองไทย” แทนที่ “แลนด์บริดจ์สงขลา-สตูล” แล้วคนไทยจะเอาไงกันดี?! / สมบูรณ์ คำแหง
แนวแลนด์บริดจ์ในภาคใต้ของไทย ซึ่งแลนด์บริดจ์สงขลา-สตูลคือเล้นล่างสุด
         
       สมบูรณ์  คำแหง
       นักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
       ----------------------------------------------------------------------------------------
        
        
       ยุทธศาสตร์การเชื่อมโครงข่ายการคมนาคมระหว่างฝั่งทะเลอันดามัน ที่จังหวัดสตูล คือ “โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา” และฝั่งทะเลอ่าวไทย ที่จังหวัดสงขลา คือ “โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลา 2” และจะมีโครงการอื่นๆ อีกหลายโครงการเกิดขึ้นตามมา เพื่อให้ครบองค์ประกอบตามแนวคิดดังกล่าว
        
       ดังที่ปรากฏในรายงานการศึกษาและออกแบบโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา (ฉบับสมบูรณ์) พ.ศ.2552 ของกรมเจ้าท่าฯ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการเปิดพื้นที่การลงทุนด้านการขนส่ง ลอจิสติกส์ และอุตสาหกรรมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
        
       ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาลไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท แค่เฉพาะโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกทั้ง 2 แห่ง และโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่เชื่อมระหว่าง 2 ท่าเรือ ซึ่งงบประมาณในการลงทุนโครงการเหล่านี้ต้องเป็นเงินกู้ก้อนใหญ่ หรือต้องเป็นงบเพื่อการลงทุนจากต่างประเทศร้อยเปอร์เซ็นต์
        
       ทั้งนี้ ขึ้นกับว่าผลลัพธ์ของโครงการดังกล่าวว่า จะมีแรงดึงดูดให้ประเทศผู้ลงทุนมีความสนใจมากน้อยแค่ไหน
        
       ในช่วงปี พ.ศ.2552 สมัยที่รัฐบาลทักษิณ ยังทำหน้าที่บริหารประเทศ พบว่า ดูไบ เคยให้ความสนใจ จนถึงขั้นร่วมสมทบงบประมาณการศึกษาและออกแบบโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราด้วยจำนวนหนึ่ง เพราะหวังว่าจะเป็นหุ้นส่วนสำคัญต่อการดำเนินโครงการนี้ แต่เมื่อรัฐบาลนี้หมดอำนาจไป ประกอบกับการประสบปัญหาทางเศรษฐกิจของรัฐบาลดูไบเอง จึงได้หยุดความคิดนี้ไป
        
       รัฐบาลหลังจากนั้นจึงพยายามหาประเทศผู้ร่วมทุนใหม่ ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นก็เคยให้ความสนใจ และได้เคยส่งตัวแทนเข้ามาลงดูพื้นที่ก่อสร้างโครงการด้วยเช่นกัน แต่ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นเริ่มย่ำแย่ในระยะหลัง จึงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ อีกหลังจากนั้น
        
       จนเมื่อประเทศจีนเริ่มผงาดในโลกเศรษฐกิจ หลังการเปิดประเทศด้านการลงทุนเต็มรูปแบบ จีนจึงมีความสนใจต่อการพัฒนาเส้นทางการคมนาคมในโลกนี้เกือบทุกทวีป โดยถึงขั้นได้ตั้งกองทุนก้อนใหญ่ที่พร้อมหยิบยื่นให้แก่ประเทศต่างๆ ที่ต้องการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคม เพื่อการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างเต็มที่
        
       เสมือนเป็นการทบทวน “เส้นทางสายไหม” ที่จีนเคยทำการค้าในยุคโบราณ
        
       ในภูมิภาคนี้จีนได้เล็งมาที่ประเทศไทยด้วยเช่นกัน หลังจากนั้นจีนได้แปรความสนใจไปสู่การลงมือทำ โดยได้จัดทีมมาศึกษาเบื้องต้น และวิเคราะห์ถึงรูปแบบการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ดังกล่าว
        
       นั่นหมายถึงจีนเคยสนใจโครงการที่เรียกว่า “แลนด์บริดจ์สงขลา-สตูล” ที่ใช้วิธีการก่อสร้างท่าเรือขนาดใหญ่ทั้ง 2 ฝั่งทะเล นั่นคือ “ท่าเรือน้ำลึกปากบารา” ที่อันดามัน และ “ท่าเรือน้ำลึกสงขลา 2” หรือ “ท่าเรือน้ำลึกสวนกง” ที่ฝั่งอ่าวไทย
        

จีนดัน “คลองไทย” แทนที่ “แลนด์บริดจ์สงขลา-สตูล” แล้วคนไทยจะเอาไงกันดี?! / สมบูรณ์ คำแหง
การศึกษาเพื่อขุดคลองไทย ดูเหมือนจะลงตัวที่เส้นทางสาย 9A ตามแนวนี้
         
       แต่เมื่อจีนได้ทำการวิเคราะห์แนวคิดนี้ใหม่ กลับได้บทสรุปที่ต่างไปจากแนวคิดเดิมที่มีอยู่ ด้วยเห็นว่าวิธีการเชื่อม 2 ฝั่งทะเล แบบขนส่งสินค้าผ่านทางรางรถไฟ หรือทางบกนั้น ไม่ตอบโจทย์นักธุรกิจด้านลอจิสติกส์
        
       ซึ่งสอดคล้องต่อนักธุรกิจเดินเรือมหาสมุทรของไทย ที่ต่างมีความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า แนวคิดที่จะเป็นประโยชน์ และคุ้มค่าต่อการลงทุนมากที่สุดต่อการเชื่อมระหว่างสองมหาสมุทรนี้ จะต้อง “ขุดคลอง” เท่านั้น
        
       เมื่อได้ข้อสรุปเช่นนั้น จีนจึงเริ่มเดินหน้าใช้เงินกองทุนของตนเอง ผ่านมายังมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศจีน และร่วมกับสมาคมนักธุรกิจไทย-จีนของประเทศไทย ให้ทำการศึกษาออกแบบโครงการขุดคลองเชื่อม 2 ฝั่งทะเลครั้งใหม่ และได้เริ่มต้นการศึกษาเพื่อให้ความคิดดังกล่าวเป็นรูปธรรมมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 เป็นต้นมา
        
       ทั้งนี้ ได้ใช้ฐานข้อมูลเก่าเรื่องการขุด “คลองกระ” หรือเส้นทางสายต่างๆ ที่ได้เคยทำไว้บ้างแล้วในในยุคต่างๆ จนในที่สุดกลุ่มศึกษานี้ก็ได้บทสรุปเรื่องเส้นทางที่เหมาะสมที่จะเป็นเส้นทางขุดคลองแล้ว ตามที่กำหนดเส้นทางไว้อย่างชัดเจนในแผนที่การศึกษาคือ
        
       “เส้นทางสาย 9A”
        
       กล่าวคือ ช่วงเส้นทางจากตอนใต้ของจังหวัดกระบี่ ตอนบนจังหวัดตรัง ตัดผ่านจังหวัดนครศรีธรรมราชตอนใต้ และตอนเหนือของจังหวัดพัทลุง มีความยาวทั้งหมดเกือบ 140 กิโลเมตร และเรียกสายคลองเส้นนี้ว่า
        
       “คลองไทย”
        
       ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2560 ผู้ศึกษาโครงการ และกลุ่มที่พยายามผลักดันโครงการนี้ รวมถึงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.หาดใหญ่) ได้จัดเวทีนำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้นโครงการขุดคลองไทย โดยได้เชิญผู้เข้าร่วมหลายภาคส่วน
        
       เสมือนเป็นการยืนยันถึงแนวคิด และความสนใจจริงของรัฐบาลจีนต่อเรื่องนี้ และจีนยังเสนอตัวอย่างชัดเจนถึงความพร้อมที่จะลงทุนต่อโครงการในอนาคต ถ้าหากรัฐบาลอนุมัติให้มีการเดินหน้าโครงดังกล่าวต่อไป
        
       ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะชวนคิดวิเคราะห์กันว่า ยุทธศาสตร์ตามแนวคิดเดิมของรัฐบาลไทย หรือแนวคิดเรื่อง “แลนด์บริดจ์สงขลา-สตูล” ถือเป็นชุดความคิดแบบเก่าที่รัฐบาลจีนเองไม่ได้สนใจอีกต่อไปแล้ว
        
       จึงเป็นข้อสังเกตว่า หากยุทธศาสตร์การเชื่อม 2 ฝั่งทะเล เพื่อการเปิดเส้นทางการคมนาคมเข้าหากันในรูปแบบเก่าคือ การสร้างท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่ง กับแนวคิดแบบจีนใหม่ที่เชื่อว่าจะต้องขุดคลองเท่านั้น ถึงจะต้องสนองความต้องการของตน และของนักธุรกิจเดินเรือมหาสมุทรได้
        
       โจทย์ใหญ่ต่อเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทย หรือคนไทยทั้งประเทศจะต้องค้นหาคำตอบอย่างพินิจพิเคราะห์ถึงเหตุและผล และความเป็นไปได้ของเรื่องทั้งหมด เราจะเดินหน้าไปทางไหนกันแน่ต่อเรื่องนี้ 
        
       และถึงที่สุดแม้จะมีการก่อสร้างเพื่อตอบสนองการลงทุนในรูปแบบใดก็ตาม แต่ผลประโยชน์ต่อเรื่องนี้ทั้งหมดจะตกอยู่กับคนกลุ่มใด? แค่ไหน? และอย่างไรแน่? แล้วคนไทยทั้งประเทศจะได้รับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจริงหรือไม่? อย่างไร?
        
       หรือสุดท้ายแล้วเราจะต้องเสียสละครั้งใหญ่ในฐานะประชาชน เพียงเพื่อให้ประเทศชาติ หรือให้ใครได้อยู่รอด?!

จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017