เครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพภาคใต้ ยันไม่ร่วมจ่าย ณ จุดบริการ เสนอ “บิ๊กตู่” ทบทวนแก้ กม.บัตรทอง (มีคลิป)

โดย MGR Online   
5 กรกฎาคม 2560 13:14 น. (แก้ไขล่าสุด 5 กรกฎาคม 2560 14:45 น.)
เครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพภาคใต้ ยันไม่ร่วมจ่าย ณ จุดบริการ เสนอ “บิ๊กตู่” ทบทวนแก้ กม.บัตรทอง (มีคลิป)
         
       ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพภาคใต้ ยืนยันไม่ร่วมจ่าย ณ จุดบริการ พร้อมยื่นจดหมายเสนอ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ทบทวนกระบวนการแก้ กม.บัตรทอง จาก 4 ประเด็นเห็นด้วย 5 ประเด็นเห็นต่าง และ 7 ประเด็นเพื่อปฏิรูป
       
       วันนี้ (5 ก.ค.) ภาคีเครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพภาคใต้ ได้รวมตัวกัน ณ หอนาฬิกาหน้าจัตุรัสหาดใหญ่ เพื่อแถลงการณ์ขอให้ทางรัฐบาลทบทวนการแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งนี้ ยืนยันไม่ได้ต่อต้านการแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แต่ต้องการให้ทางรัฐบาลได้ทบทวนการแก้กฎหมายให้ประชาชนกว่า 49 ล้านคน ที่ใช้ระบบบัตรทองได้รับรู้ และมีส่วนร่วมตัดสินใจ โดยทางเครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพภาคใต้ พร้อมเสนอ 4 ประเด็นเห็นด้วย 5 ประเด็นเห็นต่าง และ 7 ประเด็นเพื่อปฏิรูป
       
       ซึ่งจาก 12 ประเด็นในการทำประชาพิจารณ์ที่ผ่านมา เครือข่ายฯ พิจารณาแล้วเห็นด้วย 4 ประเด็น คือ
       1.มาตรา 14 กรณีห้ามดำรงตำแหน่ง 2 คณะในขณะเดียวกัน หมายถึงคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพฯ และคณะกรรมการควบคุมคุณภาพ
       2.มาตรา 15 วาระกรรมการไม่เกิน 2 สมัย
       3.มาตรา 29 รายได้ของสำนักงานไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลัง เป็นรายได้แผ่นดิน
       และ 4.ยกเลิกมาตรา 42 เรื่องการไล่เบี้ย กรณีเกิดปัญหาต่อผู้รับบริการ เมื่อมีการเยียวยาช่วยเหลือแล้ว ต้องไม่ไล่เบี้ยหาผู้กระทำผิด
       
       ส่วนประเด็นที่เห็นต่าง 5 ประเด็นคือ
       1.ไม่เห็นด้วยเรื่องการนิยาม เงินกองทุนหลักประกันสุขภาพและนิยามสถานบริการ จึงต้องการเพิ่มในนิยามให้รวมองค์กรชุมชน องค์กรเอกชน และภาคเอกชนที่ไม่มีวัตถุประสงค์ เพื่อดำเนินการแสวงหาผลกำไรเป็นสถานบริการด้วย
       2.ไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไขมาตรา 13 ในการแก้ไของค์ประกอบของบอร์ด สปสช. ที่ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นรองประธาน เนื่องจากขัดต่อหลักการแยกผู้จัดบริการและผู้ซื้อบริการ และไปลดผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้น ต้องเพิ่มตามเดิม เป็นต้น
       3.แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 41 ที่ระบุเพียงได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น แต่เห็นว่าควรต้องเพิ่มเรื่องการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น ให้ทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการ และเห็นว่าควรเพิ่มผู้ให้บริการเข้าไปในมาตรานี้ด้วย
       4.ไม่เห็นด้วยต่อมาตรา 46 เรื่องการแยกเงินเดือน เพราะจะมีผลกระทบต่อการกระจายบุคลากร
       และ 5.มาตรา 48 (8) ที่มีการเสนอเพิ่มเฉพาะวิชาชีพ และผู้ให้บริการในบอร์ด สปสช. ซึ่งไม่สมดุล โดยต้องเพิ่มสัดส่วนงานด้านคุ้มครองผู้บริโภค และหน่วยรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นอิสระ และเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์รวม 3 คน เข้าไปด้วย
       
       และข้อเสนอ 7 ประเด็น เพื่อการปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพคือ
       1.แก้ไขมาตรา 5 ให้ตัดการร่วมจ่ายออกเสีย
       2.มาตรา 9 เสนอให้มีสิทธิประโยชน์ด้านบริการสาธารณสุขเดียวสำหรับทุกคน ซึ่งในอนาคตอาจต้องมีเป็นกองทุนเดียว
       3.แก้ไขมาตรา 10 เสนอให้มีสิทธิประโยชน์เดียวสำหรับทุกคน และรัฐต้องจ่ายสมทบเรื่องสุขภาพให้ผู้ประกันตน
       4.แก้ไขมาตรา 18 เรื่องอำนาจของคณะกรรมการในการจัดหาเวชภัณฑ์ และอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เงินกองทุน
       5.แก้ไขมาตรา 26 ให้สามารถตรวจสอบหน่วยบริการที่ไม่โปร่งใส
       6.มาตรา 47/1 ให้สามารถสนับสนุนองค์กรชุมชน องค์กรเอกชน และภาคเอกชนที่ไม่มีวัตถุประสงค์แสวงหาผลกำไร
       และ 7.เสนอให้ตัดบทเฉพาะกาลมาตรา 66 ออกทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องต่อมาตรา 9 และ 10 เรื่องการบริหารจัดการกองทุนด้านสุขภาพ
        

เครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพภาคใต้ ยันไม่ร่วมจ่าย ณ จุดบริการ เสนอ “บิ๊กตู่” ทบทวนแก้ กม.บัตรทอง (มีคลิป)
         
       ทั้งนี้ ขอย้ำความกังวลที่มีมาอย่างต่อเนื่อง 2 ประเด็นใหญ่ คือ การร่วมจ่ายที่ยังขาดความชัดเจน และคงบัญญัติในกฎหมายหลักประกันฯ จะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้ใช้บริการที่เป็นประชาชนกว่า 49 ล้านคน ในระบบบัตรทอง ว่า หากมีการผ่านการแก้กฎหมาย โดยไม่มีการตัดคำว่าร่วมจ่ายออกจากมาตรา 5 นั้น อาจทำให้มีการกำหนดวงเงินร่วมจ่ายที่กระทบต่อสถานการณ์ครัวเรือนล้มละลายมีจำนวนมากขึ้น
       
       ย้อนกลับไปเหมือนก่อนมีระบบหลักประกันสุขภาพ และประเด็นสำคัญที่เครือข่ายเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่งต่อหลักการมีส่วนร่วม คือ สัดส่วนคณะกรรมการจากภาคส่วนต่างๆ ที่ไม่สมดุลกัน ที่ส่งผลให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นน้อยลง ทำให้ขาดการกระบวนการกลไกมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของระบบ ในระดับต่างๆ ตั้งแต่ร่วมตัดสินใจ ดำเนินการ และเพื่อจัดระบบบริการดูแลส่งเสริมสุขภาพตนเองในชุมชน ลดทอนศักยภาพที่กำลังมีความคืบหน้าลงไปถึงในชุมชนพื้นที่ ผ่านกองทุนสุขภาพท้องถิ่น
       
       เครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพภาคใต้ ประกอบด้วย
       1.เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ภาคใต้ 2.เครือข่ายคนพิการ 3.เครือข่ายชุมชนแออัด 4.เครือข่ายผู้ป่วยฮีโมฟีเลีย 5.เครือข่ายผู้สูงอายุ 6.เครือข่ายสตรี 7.เครือข่ายศิลปินพื้นบ้าน 8.เครือข่ายแรงงานนอกระบบ 9.เครือข่ายเกษตร 10.สมาคมผู้บริโภคสงขลา 11.กป.อพช.ใต้ 12.ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนสงขลา และ 13.เครือข่ายหลักประกันสุขภาพประชาชนภาคใต้
       
       จึงได้มีการแถลงการณ์ พร้อมยื่นจดหมายเพื่อให้ทางรัฐบาลได้พิจารณาทบทวนกระบวนการแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้เป็นไปตามมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 เกิดกระบวนการรับฟังอย่างมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางจริง และจะติดตามสถานการณ์การแก้กฎหมายอย่างใกล้ชิด ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศ
        

เครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพภาคใต้ ยันไม่ร่วมจ่าย ณ จุดบริการ เสนอ “บิ๊กตู่” ทบทวนแก้ กม.บัตรทอง (มีคลิป)
         
       แถลงการณ์เครือข่ายหลักประกันสุขภาพประชาชนภาคใต้ เรื่องขอให้ยุติกระบวนการแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่จะส่งผลให้ต้องร่วมจ่าย และลดการมีส่วนร่วมจัดการสุขภาพของประชาชน พร้อมข้อเสนอ 4 ประเด็นเห็นด้วย 5 ประเด็นเห็นต่าง และ 7 ประเด็นเพื่อปฏิรูป
       
       ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 77 กำหนดให้ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้าน และเป็นระบบ รวมทั้งเปิดผลการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน โดยต่อมาได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 กำหนดแนวทางให้หน่วยงานรัฐดำเนินการตราร่างพระราชบัญญัติตามหลักการที่รัฐธรรมนูญกำหนด
       
       หลังรัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้ ข้อเท็จจริงพบว่า การดำเนินการของภาครัฐตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ เป็นเพียงทำตามแบบฟอร์มตามมติคณะรัฐมนตรี และไม่สนใจกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ดังกรณีกระบวนการแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่เครือข่ายกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพทั่วประเทศ ได้เคลื่อนไหวคัดค้านในเวทีการรับฟังทั้ง 4 ภูมิภาคที่ผ่านมา และวันที่ 6 กรกฎาคม 2560 จะมีการประชุมกรรมการยกร่าง เพื่อทำข้อสรุปส่ง รมว.สาธารณสุข ภายในเดือนกรกฎาคม และนำเข้า ครม.ต่อไปนั้น
       
       ทั้งนี้ เครือข่ายฯ ยืนยันว่า ไม่ได้ต่อต้านการแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แต่ได้จัดทำข้อเสนอ และข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังนี้
       1.ให้ทางรัฐบาลได้ทบทวนยุติกระบวนการการแก้กฎหมายให้ประชาชนกว่า 49 ล้านคน ที่ใช้ระบบบัตรทองได้รับรู้ และมีส่วนร่วมตัดสินใจ
       2.พร้อมเสนอ 4 ประเด็นเห็นด้วย 5 ประเด็นเห็นต่าง และ 7 ประเด็นเพื่อปฏิรูป
        

เครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพภาคใต้ ยันไม่ร่วมจ่าย ณ จุดบริการ เสนอ “บิ๊กตู่” ทบทวนแก้ กม.บัตรทอง (มีคลิป)
         
       และขอย้ำความกังวลที่มีมาอย่างต่อเนื่อง 2 ประเด็นใหญ่ คือ การร่วมจ่ายที่ยังขาดความชัดเจน และคงบัญญัติในกฎหมายหลักประกันฯ จะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้ใช้บริการที่เป็นประชาชนกว่า 49 ล้านคน ในระบบบัตรทองว่า หากมีการผ่านการแก้กฎหมาย โดยไม่มีการตัดคำว่าร่วมจ่ายออกจากมาตรา 5 นั้น อาจทำให้มีการกำหนดวงเงินร่วมจ่ายที่กระทบต่อสถานการณ์ครัวเรือนล้มละลายมีจำนวนมากขึ้น ย้อนกลับไปเหมือนก่อนมีระบบหลักประกันสุขภาพ
       
       และประเด็นที่เครือข่ายเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่งต่อหลักการมีส่วนร่วม คือ สัดส่วนคณะกรรมการจากภาคส่วนต่างๆ ที่ไม่สมดุลกัน ที่ส่งผลให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นน้อยลง ทำให้ขาดการกระบวนการกลไกมีส่วนร่วม ในการเป็นเจ้าของระบบในระดับต่างๆ ตั้งแต่ร่วมตัดสินใจ ดำเนินการ และเพื่อจัดระบบบริการดูแลส่งเสริมสุขภาพตนเองในชุมชน ลดทอนศักยภาพที่กำลังมีความคืบหน้าลงไปถึงในชุมชนพื้นที่ ผ่านกองทุนสุขภาพท้องถิ่น
       
       เครือข่ายฯ จึงได้มีแถลงการณ์ พร้อมยื่นจดหมายเพื่อให้ทางรัฐบาลได้พิจารณาทบทวนกระบวนการแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้เป็นไปตามมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 เกิดกระบวนการรับฟังอย่างมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางจริง และจะติดตามสถานการณ์การแก้กฎหมายอย่างใกล้ชิด ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศ
       
       เชื่อมั่นพลังและการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคีเครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพภาคใต้ 13 องค์กร 5 กรกฎาคม 2560
        

เครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพภาคใต้ ยันไม่ร่วมจ่าย ณ จุดบริการ เสนอ “บิ๊กตู่” ทบทวนแก้ กม.บัตรทอง (มีคลิป)
         
       จม.เปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี เรื่องขอให้ทบทวนและเริ่มกระบวนการแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติใหม่ เรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี สิ่งที่ส่งมาด้วย เอกสาร 4 ประเด็นเห็นร่วม 5 ประเด็นเห็นแตกต่าง และ 7 ประเด็นสำคัญแก้แล้วดีขึ้น
       
       ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 77 กำหนดให้ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งเปิดผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน โดยต่อมาได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 กำหนดแนวทางให้หน่วยงานรัฐดำเนินการตราร่างพระราชบัญญัติ ตามหลักการที่รัฐธรรมนูญกำหนดนั้น
       
       เครือข่ายหลักประกันสุขภาพประชาชนภาคใต้ ได้ติดตาม และร่วมคัดค้านกระบวนการแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พบว่า กระบวนการรับฟังไม่สอดคล้องต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ทั้งนี้ ยังมีประเด็นอื่นอีก เช่น หน่วยงานไม่มีการสรุปเนื้อหาของร่างกฎหมายให้ประชาชนเข้าใจโดยง่าย ไม่บอกวัตถุประสงค์ในการยกร่างให้ชัด
       
       รวมถึงร่างกฎหมายที่คณะกรรมการยกร่างจัดทำขึ้น ขัดแย้งต่อยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุข ในการลดความเหลื่อมล้ำด้านบริการสาธารณสุข แนวโน้มเปิดโอกาสให้มีการร่วมจ่าย ณ หน่วยบริการ หรือในแต่ละครั้งในการใช้บริการ ขาดความครอบคลุมถึงบุคคลที่พิสูจน์สถานะ คนไทยพลัดถิ่น คนไทยตกสำรวจ มองบุคคลเพียงหมายเลข 13 หลัก ขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่มีความสมดุลในคณะกรรมการแก้ไขกฎหมายประชาชน ไม่มีโอกาสมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น
       
       ซึ่งหากเป็นการแก้ไขเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการเบิกจ่ายงบกองทุนที่ติดขัด ก็สามารถดำเนินการได้เลยตามคำสั่ง คสช.ที่ 37/59 เรื่องค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุข และค่าใช้จ่ายอื่นตามกฎหมาย ว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยไม่ต้องรอการแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพ จึงไม่จำเป็นต้องจัดกระบวนการแบบรวบรัด ดังเช่นที่กระทำอยู่นี้
        

เครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพภาคใต้ ยันไม่ร่วมจ่าย ณ จุดบริการ เสนอ “บิ๊กตู่” ทบทวนแก้ กม.บัตรทอง (มีคลิป)
         
       ที่สำคัญไม่มีคำตอบว่า การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระของกฎหมายให้ดีขึ้นได้อย่างไร เพราะหลักการ และเหตุผลของการแก้กฎหมายไม่ชัดเจน ว่าจะเกิดประโยชน์อย่างไรต่อประชาชน แต่เจาะจงว่าจะแก้มาตราไหน อย่างไรบ้าง และหากจะให้การดำเนินการแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพเป็นกระบวนการที่แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน รับฟังทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง เครือข่ายฯ จึงขอเสนอให้การแก้ไขกฎหมายยึดหลักการดังต่อไปนี้
       
       1.การแก้ไขกฎหมายควรยึดหลักการแก้แล้วประชาชนได้ประโยชน์อย่างไรเป็นที่ตั้ง เช่น ควรมีการแก้ไขมาตรา 9 มาตรา 10 เพื่อรับรองสิทธิประชาชนด้านบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานเดียวสำหรับทุกคนได้มาตรฐานและมีคุณภาพ ยอมรับว่าสิทธิด้านสุขภาพเป็นสิทธิมนุษยชนที่ทุกคนเป็นมนุษย์ควรได้รับเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้กองทุนใด ผู้ประกันตนไม่ต้องจ่ายสมทบด้านสุขภาพ และให้นำเงินสมทบส่วนสุขภาพของผู้ประกันตนไปเพิ่มในสัดส่วนของบำนาญชราภาพ เพื่อที่จะทำให้ผู้ประกันตนมีความมั่นคงในบั้นปลายของชีวิตมากขึ้น รวมถึงครอบคลุมบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ คนไทยพลัดถิ่น คนไทยตกสำรวจด้วย
       
       2.ยกเลิกการเก็บการร่วมจ่าย ณ หน่วยบริการ หรือในแต่ละครั้งที่เข้ารับการบริการเพราะการแก้ไขไม่ได้ยกเลิกการร่วมจ่าย ประชาชนมีโอกาสร่วมจ่ายเมื่อมีการไปใช้บริการ เนื่องจากการแก้ไขมีการเพิ่มเติมสัดส่วนกรรมการจากสถานพยาบาล ที่มีแนวโน้มเห็นด้วยต่อการร่วมจ่าย และสอดคล้องต่อนโยบายขึ้นทะเบียนคนจน 14 ล้านคน ซึ่งการเก็บเงิน ณ จุดบริการ ทำให้เกิดปัญหาการเข้าถึงบริการ หลายมาตรฐาน ความขัดแย้ง แต่รัฐบาลควรมีแนวทางในการเก็บเงินก่อนป่วยในรูปแบบภาษี หรือสนับสนุนให้มีการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมจากบุหรี่และแอลกอฮอล์ น้ำตาล หรือภาษีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เช่น กำไรในการซื้อขายหลักทรัพย์ (Capital Gain) เพราะระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นของทุกคน คนชั้นกลางก็มีสิทธิล้มละลายได้ถ้าต้องจ่ายค่ารักษาบริการสุขภาพราคาแพงด้วยตนเอง
       
       3.ให้ใช้ข้อมูล หรือหลักฐานเชิงประจักษ์ในการแก้กฎหมาย (Evidence Based) เช่น ควรแก้กฎหมายเพิ่มอำนาจให้ สปสช. สามารถจัดซื้อยาและอุปกรณ์การแพทย์ราคาแพง โดยในปัจจุบัน สปสช. จัดซื้อยารวมสำหรับโครงการพิเศษเพียงร้อยละ 4.9 ของการจัดซื้อยา ทำให้สามารถประหยัดงบประมาณในรอบ 10 ปี ได้เกือบ 50,000 ล้านบาท เพราะหากไม่แก้กฎหมายให้สามารถจัดซื้อได้ รัฐบาลจะนำเงินปีละ 5,000 ล้านบาท มาจากไหน ท่ามกลางทรัพยากรที่จำกัดของประเทศ หรือนี่คือหลุมในการร่วมจ่ายของประชาชนในการใช้ยา
        

เครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพภาคใต้ ยันไม่ร่วมจ่าย ณ จุดบริการ เสนอ “บิ๊กตู่” ทบทวนแก้ กม.บัตรทอง (มีคลิป)
         
       4.การแก้กฎหมายควรสนับสนุนให้เกิดความเป็นธรรมต่อการกระจายบุคลากรด้านสาธารณสุขในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่ควรมีการแยกเงินเดือนของบุคลากรสาธารณสุข ซึ่งดูเหมือนจะดี และทำให้บุคลากรสาธารณสุขไม่มีความกังวลในการทำงาน แต่ไม่สามารถมีหลักประกันให้ลูกจ้างพนักงานได้ ต้องยอมรับจะทำให้เกิดปัญหาการกระจายบุคลากรที่ไม่เป็นธรรมต่อหน่วยบริการ หรือโรงพยาบาล
       
       5.การจัดสมดุลโครงสร้างการบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การแก้ไขกระทำโดยเพิ่มสัดส่วนผู้ประกอบวิชาชีพมากขึ้นทั้ง 2 คณะ ทั้งที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ควรเพิ่มสัดส่วนผู้รับบริการให้มากขึ้นเพื่อให้เกิดความสมดุล และตัดสัดส่วนกรรมการหน่วยงานรัฐที่มีความเกี่ยวข้องน้อย ส่วนคณะกรรมการควบคุมคุณภาพมาตรฐานบริการสาธารณสุข ควรมีสัดส่วนด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ และหน่วยรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเรียน มาตรา 50 (5) เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการทั้ง 2 คณะ เป็นไปมีประสิทธิภาพ และเพิ่มสมดุลของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
       
       ท้ายที่สุดนี้ ขอเรียกร้องให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ยุติกระบวนการที่เหลือทั้งหมด และเริ่มกระบวนการทำความเข้าใจ เนื้อหาในการแก้ไข รับฟังความคิดเห็นที่กว้างขวาง และมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายอย่างสมดุล
       
       จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา และขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ ขอแสดงความนับถือ เครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพภาคใต้ 6 กรกฎาคม 2560 ประกอบด้วย 1.เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ภาคใต้ 2.เครือข่ายคนพิการ 3.เครือข่ายชุมชนแออัด 4.เครือข่ายผู้ป่วยฮีโมฟีเลีย 5.เครือข่ายผู้สูงอายุ 6.เครือข่ายสตรี 7.เครือข่ายศิลปินพื้นบ้าน 8.เครือข่ายแรงงานนอกระบบ 9.เครือข่ายเกษตร 10.สมาคมผู้บริโภคสงขลา 11.กป.อพช.ใต้ 12.ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนสงขลา และ 13.เครือข่ายหลักประกันสุขภาพประชาชนภาคใต้
        

       

จำนวนคนโหวต 4 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017