ความก้าวหน้าที่น่าทึ่งของ “การสำรองไฟฟ้า” ของต่างประเทศ / ประสาท มีแต้ม

โดย MGR Online   
9 กรกฎาคม 2560 18:25 น. (แก้ไขล่าสุด 10 กรกฎาคม 2560 10:59 น.)
         
       คอลัมน์ : โลกที่ซับซ้อน
       โดย...ประสาท มีแต้ม
       -------------------------------------------------------------------------------
        
       เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คนไทยเราได้ตื่นเต้นกับข่าวการจะเรียกเก็บ “การสำรองไฟฟ้า” จากผู้ผลิตไฟฟ้าด้วยโซลาร์เซลล์ โดยหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ในวันนี้ผมจะเล่าเรื่องความก้าวหน้าในวงการแบตเตอรี่ที่ใช้เก็บสำรองไฟฟ้า ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานเล็กๆ น้อยๆ ให้สังคมไทยได้รู้เท่าทันครับ เพราะเชื่อว่าสักวันหนึ่งข่าวนี้จะกลับมาอีก
       
       เอาข่าวล่าสุดก่อนซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 เดือนนี้เอง คือ บริษัทเทสลา (Tesla) ชนะการประมูลเพื่อติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 100 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh- เมื่อพูดถึงขนาดของแบตเตอรี่เขาจะบอกในรูปของพลังงานที่สามารถเก็บได้สูงสุด) ในรัฐออสเตรเลียใต้ ประเทศออสเตรเลีย โดยมีผู้ยื่นประมูลถึง 91 ราย เขาอ้างว่า การติดตั้งแบตเตอรี่ครั้งนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แบตเตอรี่ชุดนี้คือ 100 เมกะวัตต์ชั่วโมง เกือบพอใช้สำหรับความต้องการของชาวกระบี่ทั้งจังหวัด
       
       ข่าวไม่ได้บอกว่าผู้ชนะการประมูลได้เสนอราคาเท่าใด แต่ข่าวบอกว่า Elon Musk ได้เสนอว่า จะติดตั้งให้แล้วเสร็จภายในเวลา 100 วัน หลังจากวันลงนาม ถ้าไม่เสร็จตามเวลาทางบริษัทจะไม่คิดเงินเลย แต่จะทำต่อจนแล้วเสร็จ
       
       ที่เขาได้ใจถึงขนาดนี้ก็เพราะว่าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ทางบริษัทนี้ได้ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 80 เมกะวัตต์ชั่วโมง พร้อมโซลาร์เซลล์อีก 20 เมกะวัตต์ ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ภายในเวลา 88 วันเท่านั้น
       
       วัตถุประสงค์ของรัฐออสเตรเลียใต้ในครั้งนี้ ก็เพื่อจะเก็บไฟฟ้าที่ผลิตจากกังหันลมขนาดรวม 310 เมกะวัตต์ จำนวน 100 ตัว ซึ่งบริษัทกังหันลมนี้มีสัญญาขายไฟฟ้าในราคา 9.2 เซนต์ต่อหน่วย (หรือประมาณ 3.20 บาทต่อหน่วย-ประเทศไทยเราเขาซื้อกันในราคาสูงกว่านี้เยอะครับ) ซึ่งราคานี้จะเป็นราคาคงที่ตลอด 20 ปี
       
       ธรรมชาติของลมทั่วโลกจะพัดไม่เป็นเวลา ไม่สม่ำเสมอ ไม่มีใครบังคับเขาได้ ซึ่งมักจะเป็นข้ออ้างของ “ผู้เชี่ยวชาญ” ในการปฏิเสธพลังงานหมุนเวียนแล้วในที่สุดไฟฟ้าที่ผลิตได้จากกังหันลมก็จะถูกเก็บลงแบตเตอรี่ เพื่อให้มนุษย์เลือกเวลาใช้ได้ตามปรารถนาถึงวันละ 1 แสนหน่วย
       
       ผมตัดภาพของข่าวพร้อมกับภาพกังหันลมมาให้ดูด้วยครับ
        

ความก้าวหน้าที่น่าทึ่งของ “การสำรองไฟฟ้า” ของต่างประเทศ / ประสาท มีแต้ม
         
       ผมตั้งชื่อบทความนี้ว่า “ความก้าวหน้าที่น่าทึ่ง” เพราะผมมี 2 ประเด็นที่สำคัญมากครับ
       
       ประเด็นแรกคือ ระยะเวลาในการดำเนินการเพียง 100 วันเท่านั้นก็สามารถป้อนไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้แล้ว ลองเปรียบเทียบกับโรงไฟฟ้าถ่านหิน นับจากวันที่คิดจะก่อสร้างจนกว่าจะเดินไฟฟ้าได้ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 7 ปี ตั้งแต่กระบวนการรับฟังความคิดเห็น ทำอีไอเอ ลงมือก่อสร้าง บางครั้งเมื่อสร้างเสร็จแล้วเศรษฐกิจฟุบ เงินลงทุนที่ลงไปแล้วก็จะถูกคิดอยู่ในค่าไฟฟ้าของประชาชนทั้งๆ ที่ไม่ได้ใช้งานเลย
       
       ความสามารถที่จะตอบสนองความต้องการใช้ได้อย่างรวดเร็วนี้ ไม่ใช่เพราะความเก่งของบริษัทเทสลา ในการติดตั้ง แต่มันคือ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีครับ
       
       ความน่าทึ่งที่สองคือ เรื่องต้นทุนในการผลิตแม้ว่าไม่มีการเปิดเผยเรื่องต้นทุนในโครงการนี้ แต่ผมมีวิธีคิดเพื่อให้ผู้อ่านได้รับทราบอย่างคร่าวๆ ครับ
       
       จากการคาดการณ์ของ Tony Seba อาจารย์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (ผู้เขียนหนังสือ Clean Disruption ที่โด่งดังไปทั่วโลก) พบว่า ในต้นปี 2563 หรืออีกประมาณ 3 ปี ราคาแบตเตอรี่จะลดลงมาเหลือเพียง $200 ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง (KWh) ในขณะที่เมื่อ 2 ปีก่อน ราคาอยู่ที่ $350 ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ผมนำผลการคำนวณมาให้ดูด้วยครับ
        

ความก้าวหน้าที่น่าทึ่งของ “การสำรองไฟฟ้า” ของต่างประเทศ / ประสาท มีแต้ม
         
       ผมขอขยายความนิดหนึ่งครับ ในการเก็บไฟฟ้าจำนวน 1 หน่วย (หรือกิโลวัตต์ชั่วโมง, kwh) ต้องใช้แบตเตอรี่ขนาด 1 หน่วย เพื่อเก็บไฟฟ้าให้ได้วันละ 1 หน่วย ถ้าต้องการใช้ไฟฟ้าวันละ 10 หน่วย ก็ต้องซื้อขนาดที่ใหญ่ขึ้น โดยที่ราคาในปี 2563 จะเท่ากับ 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อหน่วย โดยอายุการใช้งานประมาณ 10 ปี (รับประกัน) ดังนั้นตลอด 10 ปี แบตเตอรี่ขนาด 1 หน่วย จะเก็บไฟฟ้าให้เราได้ถึง 3,650 หน่วย
       
       ดังนั้น ต้นทุนเฉลี่ยตลอด 10 ปี ก็สามารถคำนวณได้จากต้นทุนหารด้วยจำนวนไฟฟ้าที่ใช้ใน 10 ปี จึงเท่ากับ 0.0548 ดอลลาร์ต่อหน่วย เมื่อคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1.92 บาทต่อหน่วย (อัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อดอลลาร์)
       
       ผมทราบว่า ต้นทุนไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้นำเสนอต่อคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้แก้ปัญหากรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ในราคา 2.67 บาทต่อหน่วย นั่นเป็นราคาในปี 2565 ที่เขาคาดว่าจะเดินไฟฟ้าได้
       
       โดยอาศัยข้อมูลในกราฟข้างต้นเราสามารถคำนวณได้ว่า ต้นทุนในการเก็บไฟฟ้าลงแบตเตอรี่จะประมาณ 1.20 ต่อหน่วยเท่านั้น หรือลดลง 18% ต่อปี และเมื่อทำสัญญาแล้วราคานี้จะคงที่ตลอดไป ไม่มีการขึ้นราคาเหมือนโรงไฟฟ้าถ่านหิน
       
       เมื่อเดือนมีนาคม 2017 บริษัทเทสลา ได้ขายไฟฟ้าที่ผลิตจากโซลาร์เซลล์ขนาด 13 เมกะวัตต์พร้อมแบตเตอรี่ให้แก่บริษัทไฟฟ้าในรัฐฮาวาย ในราคา 13.9 เซนต์ต่อหน่วย (หรือ 4.8 บาท) คงที่ตลอด 20 ปี
       
       ยังมีรายอื่นอีกครับที่ราคาไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง ใน 7 วัน ประมาณ 4.5 เซนต์ต่อหน่วยเท่านั้น
       
       ผมขอจบเรื่องความก้าวหน้าที่น่าทึ่งไว้เพียงแค่นี้ครับ แต่มาดูด้านของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กันบ้าง ผมนำตารางมาให้ดูด้วยครับ ตารางใหญ่ๆ มาจาก กฟผ.แต่ส่วนที่อยู่นอกตารางผมหามาเติมเองครับ
        

ความก้าวหน้าที่น่าทึ่งของ “การสำรองไฟฟ้า” ของต่างประเทศ / ประสาท มีแต้ม
         
       สรุปความได้ว่า ในปี 2009 ทาง กฟผ. มีกำลังการผลิตติดตั้งคิดเป็น 50% (ที่เหลือเป็นของเอกชน) โดยผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 47% แต่พอมาถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2560 สถานการณ์เปลี่ยนเป็นว่า กำลังการผลิตเหลือ 39% แต่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียง 32% เท่านั้น เรียกว่าอยู่ในสภาพที่ต้องถอยให้แก่บริษัทเอกชนเพราะได้ทำสัญญาในรูป “ไม่ซื้อก็ต้องจ่าย”
       
       สำหรับกำลังการผลิตสำรอง ผมคิดเองอย่างง่ายๆ เพื่อให้เห็นภาพรวม (ซึ่งอาจจะถูกหาว่าคิดไม่ถูกต้อง เพราะมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ) พบว่า ถ้าความต้องการสูงสุดของปีนี้เกิดขึ้นเมื่อ 11 พ.ค.60 สำรองกำลังการผลิตไฟฟ้าก็จะเป็น 45% สูงกว่าที่แผนพัฒนากำลังการผลิต (PDP2015) ได้คาดการณ์ไว้ ในขณะที่ทางสากลเขาถือว่าควรจะเป็น 15% เท่านั้น
       
       ผมเองได้เคยสอนวิชาการสร้างตัวแบบทางคณิตศาสตร์มาร่วม 20 ปี ผมเข้าใจดีครับ ว่าการพยากรณ์อนาคตให้ถูกต้องนั้นเป็นสิ่งที่ยากมาก จนมีการแซวกันในวงการว่า นักพยากรณ์มี 2 จำพวกเท่านั้น พวกแรกคือ พวกที่คาดการณ์อนาคตไม่ถูกต้อง กับพวกที่สองคือ พวกที่ไม่รู้ตัวเองว่าตนเองคาดการณ์ไม่ถูกต้องยิ่งในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแล้ว ยิ่งชัดเจนมากขึ้นครับนี่ผมพูดภายใต้สมมติฐานที่ว่า นักพยากรณ์ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนนะครับ
        

จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017