ใครกินป่า?! / บัณฑิตา อย่างดี

โดย MGR Online   
1 สิงหาคม 2560 12:38 น. (แก้ไขล่าสุด 1 สิงหาคม 2560 12:55 น.)
ใครกินป่า?! / บัณฑิตา อย่างดี
สัมปทาน 143 ล้านไร่
         
       บัณฑิตา  อย่างดี
       ศูนย์สร้างจิตสำนึกนิเวศวิทยา (สจน.)
       --------------------------------------------------------------------------------
       
        
       วันที่ 31 ก.ค.2560 ถือเป็นวันพิทักษ์ป่าโลก หลายคนพูดให้กำลังใจเจ้าหน้าที่แล้ว ขอพูดถึงอีกแง่มุมหน่อยค่ะว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ป่าเหลือน้อยนั้น เป็นเพราะอะไร?
        
       รัฐบาลพูดบ่อยๆ ว่าตัวการใหญ่ที่ทำให้ป่าไม้หายไป คือ ชาวบ้านบุกรุกป่าทำเกษตร ปลูกยางพารา และพืชเศรษฐกิจอื่นๆ
        
       รัฐจงใจลบเลือนประวัติศาสตร์การสัมปทานทำไม้-เหมืองแร่หรือ?!
        

ใครกินป่า?! / บัณฑิตา อย่างดี
อธิบดีกรมป่าไม้คนแรก
         
       ประเทศไทยเริ่มทำไม้ตั้งแต่ พ.ศ.2383 โดยมีชาวจีน พม่า และเงี้ยว (ไทยใหญ่) ขออนุญาตจากเจ้าผู้ครองนครต่างๆ ในหัวเมืองทางเหนือ เช่น เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ให้เข้าไปตัดฟันไม้สักออกจากป่า โดยเสียเงินค่าตอไม้ให้แก่เจ้าผู้ครองนครที่เป็นเจ้าของป่า
        
       หลังจากไทยทำสนธิสัญญาเบาว์ริงกับประเทศอังกฤษ ประมาณ 10 ปี ในปี พ.ศ.2407 บริษัท บริติชบอร์เนียว ได้เข้าดำเนินการกิจการทำไม้ในประเทศไทย โดยรับซื้อไม้จากพวกที่ทำไม้อยู่ก่อนแล้ว ในช่วงเวลาเดียวกัน พม่าได้ปิดป่าสักไม่ให้มีการทำไม้ ส่งผลให้ไม้สักของไทยเป็นสินค้าขายดีในหมู่ประเทศยุโรป
        
       แล้วกรมป่าไม้ ก็ถูกตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2439 โดยมีแรงผลักดันจากธุรกิจทำไม้ ที่ต้องการรวมศูนย์อำนาจการจัดการป่ามาที่รัฐบาลกลาง ทั้งนี้ ได้มีการตั้งชาวต่างชาติ 3 คน เป็นอธิบดีกรมป่าไม้ เพื่อวางรากฐานการจัดการป่า ตั้งแต่ พ.ศ.2439-2466 เป็นระยะเวลา 27 ปี ได้แก่ มิสเตอร์เอช.เอ.เสลด มิสเตอร์ดับลิว.เอฟ.แอล ทอตเทนแฮม และมิสเตอร์ดับลิว เอฟ ลอยด์
        
       ต่อมา ได้มีการตรา พ.ร.บ.ป่าไม้ ขึ้นในปี พ.ศ.2484 มีการกำหนดให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศในขณะนั้น ซึ่งเป็นพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิที่ดินกลายเป็นพื้นที่ป่าไม้ของรัฐตามกฎหมาย กรมป่าไม้ จึงมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการควบคุมพื้นที่ป่า ทั้งการให้สัมปทานป่าไม้ การอนุญาตให้เอกชนเข้ามาเช่าใช้ประโยชน์จากพื้นที่ การจัดการเขตป่าอนุรักษ์ประเภทต่างๆ
        
       ข้อมูลจากมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ ระบุว่า หลังจากมีกรมป่าไม้ ในปี พ.ศ.2443 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่า จำนวน 225 ล้านไร่ หรือ 70% ผ่านไปประมาณ 60 ปี ในปี พ.ศ.2504 ในปีที่มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับแรก พื้นที่ป่าลดลงไปประมาณ 54 ล้านไร่ เหลือ 171 ล้านไร่ หรือ 53.3% และเหลือเพียง 89.6 ล้านไร่ หรือ 27.9% ในปี พ.ศ.2532 ซึ่งเป็นปีที่รัฐประกาศยกเลิกสัมปทานทำไม้
        
       ดังนั้น จากปี พ.ศ.2443 จนถึงปี พ.ศ.2532 ประมาณ 90 ปี เราสูญเสียพื้นที่ป่าไป 135.4 ล้านไร่ หรือประมาณ 42%
        

ใครกินป่า?! / บัณฑิตา อย่างดี
         
       ในส่วนข้อมูลล่าสุด เว็บไซต์กรมป่าไม้ ระบุว่า พ.ศ.2558 ไทยมีพื้นที่ประมาณ 102.2 ล้านไร่ หรือ 31.6%
        
       ทั้งนี้ ตัวเลขป่าเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเพราะรัฐปรับแผนที่จาก 1 ต่อ 250,000 เป็น 1 ต่อ 50,000 ในปี พ.ศ.2543
        
       ป่าไม้หายไปไหน ป่าไม้หายไปได้อย่างไร??
        
       ข้อมูลระบุชัดว่า ป่าไม้จำนวนมากหายไปเพราะรัฐให้เอกชนมาทำลาย นอกจากนั้น การพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างถนน ระบบชลประทาน เขื่อน โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ รวมทั้งการขยายตัวของพืชเศรษฐกิจ ล้วนมีส่วนทำให้ป่าไม้ลดลง 
        

ใครกินป่า?! / บัณฑิตา อย่างดี
         
       อย่างไรก็ตาม การปลูกพืชเศรษฐกิจในหลายพื้นที่เกิดขึ้นหลังจากรัฐได้เปิดป่าให้เอกชนทำไม้ และทำเหมืองแร่มาแล้ว ไม่ใช่ชาวบ้านเป็นผู้เปิดป่า
        
       รัฐบาลประกาศจะเพิ่มป่าให้ได้ 26 ล้านไร่ ภายใน 10 ปี เฉลี่ยปีละ 2.6 ล้านไร่ โดยมีการสั่งการให้หน่วยงานปฏิบัติอย่างเร่งด่วน ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลมีนโยบายลดพื้นที่ป่า โดยการสร้างเขื่อนจำนวนมาก เปิดให้เอกชนทำเหมืองแร่ สร้างเขตอุตสาหกรรมพิเศษ
        
       ดังนั้น จึงมีการยึดที่ดินในเขตป่าอย่างมากมาย เพื่อชดเชยพื้นที่ป่าที่ต้องสูญเสียไปอีกนั่นเอง!!
       
 


ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017