จับตา! “มหกรรมวิ่งเต้น” และการ “ตั้งตลาดหลักทรัพย์” ใน บช.ภ.9 ที่จะตามมาหลังยุบทิ้ง ศชต. / ไชยยงค์ มณีพิลึก

โดย MGR Online   
1 สิงหาคม 2560 16:48 น. (แก้ไขล่าสุด 2 สิงหาคม 2560 09:24 น.)
จับตา! “มหกรรมวิ่งเต้น” และการ “ตั้งตลาดหลักทรัพย์” ใน บช.ภ.9 ที่จะตามมาหลังยุบทิ้ง ศชต. / ไชยยงค์ มณีพิลึก
ภาพจากศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้
         
       คอลัมน์  :  จุดคบไฟใต้
       โดย...ไชยยงค์  มณีรุ่งสกุล
       ------------------------------------------------------------------------------------------
        
        
       ในที่สุดสถานการณ์การก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เข้าสู่โหมดของความ “ปกติ” นั่นคือ ยังมี “เหตุร้ายรายวัน” ที่เกิดขึ้นเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2 เหตุการณ์ต่อวัน ซึ่งในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถือเป็นอีกเดือนหนึ่งที่เกิดเหตุร้ายรายวันมากที่สุดอีกเดือนหนึ่ง
        
       และเพียงเริ่มต้นของวันที่ 1 สิงหาคมเท่านั้น สถานการณ์การก่อการร้ายของจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ “ร้อนฉ่า” เพราะ “โจรใต้” หรือ “แนวร่วม” ขบวนการแบ่งแยกดินแดนประเดิมหน้าปฏิทินเดือนสิงหาคมด้วยการปฏิบัติการด้วย “ระเบิด” ถึง 4 เหตุการณ์ในพื้นที่ 2 จังหวัดชายแดนภาคใต้
        
       นั่นคือ การใช้ระเบิด “ไปป์บอมบ์” ขว้างใส่ชุดคุ้มครองตำบล หรือ “ชคต.” เกาะสะท้อน อ.ตากใบ และการใช้ “จยย.บอมบ์” ในเขตเทศบาลสุไหงโก-ลก 2 คัน ทั้ง 2 เหตุการณ์เกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่ จ.นราธิวาส และสถานที่เกิดเหตุทั้ง 2 อำเภอ ถือเป็นอำเภอชายแดนที่เป็นพื้นที่ “เศรษฐกิจ” สำคัญของจังหวัด
        
       ในเวลาไล่เลี่ยกัน โจรใต้ในพื้นที่ จ.ปัตตานี ก็ปฏิบัติการวาง “ระเบิดปลอม” ในตลาดมายอ อ.มายอ และวาง “ระเบิดจริง” โดยมีเป้าหมาย เจ้าหน้าที่อาสาสมัครชุดคุ้มครองตำบลตะโละไกรทอง อ.ไม้แก่น เป็นเหตุให้อาสาสมัคร เสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บอีก 5 นาย
        
       เป็นเหตุการณ์ที่ติดตามมาหลังจากที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดย พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 กำลังขะมักเขม้นกับการ “เซตซีโร” ในโครงการ “พาคนกลับบ้าน” ซึ่งมีการจัดงานในพื้นที่ 3 จังหวัดคือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส กับ 4 อำเภอของ จ.สงขลา
        
       อันเป็นเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ “ต่อเนื่อง” หลังจากที่ พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข แถลงข่าวความคืบหน้าของโต๊ะพูดคุยกับ “กลุ่มมาราปาตานี” โดยมีการตัดพื้นที่ “เซฟตี้โซน” ออกจาก 5 อำเภอ ของพื้นที่ 3 จังหวัดให้เหลือเพียงอำเภอเดียว
        
       เชื่อครับว่าเหตุการณ์ “ก่อการร้ายต่อเนื่อง” ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จนถึงเดือนสิงหาคมที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการ “เซตรีโรจำนวนโจรใต้” ในโครงการพาคนกลับบ้าน และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการ “พูดคุยครั้งใหม่” ระหว่างหัวหน้าคณะพูดคุยของรัฐบาลไทย กับกลุ่มโจรขบถมาราปาตานี แต่เป็นปฏิบัติการของโจรใต้ที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วในทุกพื้นที่
        
       อันพร้อมจะปฏิบัติการทันที่เมื่อ “ เป้าหมายชัด โอกาสมี ทางหนีโล่ง” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่กำหนดโดย “ฝ่ายทหาร” ของ “ขบวนการบีอาร์เอ็น”
        
       เอาให้ชัดก็คือ ขณะนี้ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็นยังสามารถที่จะเคลื่อนไหว และสามารถกำหนดพื้นที่ก่อเหตุได้ ด้วยวิธีการของ “งานการข่าว” ในพื้นที่ที่เหนือกว่าเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากโจรใต้มีการเกาะติดพื้นที่ เกาะติดเจ้าหน้าที่ จนรู้ถึง “ช่องว่าง” ที่สามารถปฏิบัติการได้ และสามารถกำหนด “พื้นที่ปลอดภัย” ในการถอนกำลังหลังการปฏิบัติการสำเร็จ
        
       แต่ในความรู้สึกของคนในพื้นที่เชื่อว่า ปฏิบัติการต่อเนื่องของโจรใต้มาจาก “ความผิดพลาด” ของ “หน่วยงานความมั่นคง” ทั้งในเรื่อง “พาคนกลับบ้าน” และในเรื่องการ “พูดคุยสันติสุข” เขียนง่ายๆ คือ คนในพื้นที่ไม่เชื่อมั่นว่า เรื่องที่ฝ่ายความมั่นคงดำเนินการอยู่จะสามารถ “สร้างสันติสุข” ให้เกิดขึ้นได้นั่นเอง
        
       รวมทั้ง “ความสอดคล้อง” ของเหตุการณ์ในหลายๆ ครั้ง ที่เหมือนกันคือ หลังจากการออกมาแถลงถึงความก้าวหน้าของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพาคนกลับบ้าน และเรื่องพูดคุยสันติสุข ในพื้นที่จะมีเหตุร้ายต่อเนื่องอย่างมากมาย จนกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ “เชื่อ” โดยไม่ต้องหาเหตุผลเพิ่มเติม
        
       เหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่พยายามที่จะเรียกว่าเป็นแค่ “การก่อกวน” เพราะแม้จะเกิดเหตุมากก็จริง แต่ความสูญเสียทั้งเรื่องชีวิตและทรัพย์สินลดน้อยลงกว่าที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะสาเหตุนี้ก็ได้ที่ทำให้ฝ่ายความมั่นคงมองว่า เป็นแค่เรื่องของการก่อกวนจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ถูกนำเข้าสู่ขบวนการ จนนำไปสู่การอาจจะไม่ให้ “ความใส่ใจเท่าที่ควร”
        
       แต่ถ้าคิดอีกมุมหนึ่ง เมื่อมีการก่อกวนได้ ก็สามารถที่จะ “ทำจริง” ได้เช่นกัน เช่นการใช้ระเบิดแสวงเครื่องที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น กำหนดเป้าหมายที่สำคัญกว่าในการก่อเหตุ โดยเฉพาะสิ่งที่สำคัญคือ เมื่อขบวนการยังสร้างคนรุ่นใหม่เข้าสู่ขบวนการเพื่อการก่อการร้ายได้เป็นจำนวนมาก ยิ่งแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานความมั่นคง “ล้มเหลว” ในการสกัดกั้นมิให้ “มวลชน” ถูกนำเข้าสู่ขบวนการ
        
       ถ้าโครงการพาคนกลับบ้านสามารถ “เอาโจรกลับบ้าน” เดือนละ 10 คน แต่บีอาร์เอ็นสามารถ “นำคนเข้าสู่ขบวนการแบ่งแยกดินแดน” ได้เดือนละ 20 คน แล้วเมื่อไหร่โครงการพาคนกลับบ้านจึงจะประสบผลสำเร็จ แล้วเมื่อไหร่เสียงปืน เสียงระเบิดและความตายจะหายไปจากแผ่นดินนี้ นี่อาจจะเป็นคำถามสั้นๆ ที่ถามแทนคนในพื้นที่ ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงต้องตอบให้ชัดเจน
        
       เช่นเดียวกับนโยบาย “ยุบทิ้งศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.)” ที่ถูกออกแบบโดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต ผบ.ตร. และเคยถูกใช้เป็น “กลไก” ในการแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มานาน ซึ่งได้ถูกยุบทิ้งตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2560
        
       โดยเหตุผลที่ “สวยหรู” กล่าวคือ สถานการณ์การก่อการร้ายที่เปลี่ยนไปไม่ได้ “กระจุกตัว” อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดกับ 4 อำเภออีกต่อไป รวมทั้งจะให้ตำรวจในพื้นที่ได้มีโอกาสในการ “โยกย้าย” ออกจากพื้นที่ได้ตามที่ต้องการ
        
       แต่เหตุผลลึกๆ อาจจะเป็นเรื่องต้องการยุบทิ้ง ศชต. เพื่อเปิดตำแหน่งให้มีการจัดตั้ง “กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว” โดยเอาตำแหน่ง “ผบช.ศชต.” ไปประเคนให้บุคคลที่จะมาเป็น “ผบช.ท่องเที่ยว”
        
       เพราะโดยข้อเท็จจริงสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังไม่มีท่าทีว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี จนถึงขั้นต้องยุบ ศชต.ทิ้ง เพื่อคืนพื้นที่ให้แก่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เป็นผู้ดูแลสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะยังมีความจำเป็นที่จะต้องมี ศชต.เพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่
        
       เชื่อเถอะ! สุดท้ายแล้วสถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเกิด “สุญญากาศ” ขึ้นในระยะหนึ่ง ก่อนที่ทุกอย่างจะลงตัวจากการยุบ ศชต.ในครั้งนี้ และเชื่ออีกว่าจะเกิดการ “วิ่งเต้น” ครั้งใหญ่ของตำรวจในสังกัด บช.ภ.9 โดยเฉพาะตำรวจนอกพื้นที่ต้องการวิ่งเต้นเพื่อมิให้ต้องเข้าไปทำหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะที่ตำรวจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ต้องการจะวิ่งเต้นเพื่อขอออกนอกพื้นที่
        
       ดังนั้น สิ่งที่ต้องจับตามองหลังการยุบ ศชต.คือ อาจจะเกิด “มหกรรมวิ่งเต้นครั้งใหญ่” และจะมีการตั้ง “ตลาดหลักทรัพย์” เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้
        
       ทั้งหมดคือเรื่องราวของ “แผ่นดินปลายด้ามขวาน” ที่แม้ว่าฝ่ายความมั่นคงจะ “มั่นใจ” ว่าพวกเขาเดินมาถูกทางแล้ว
        
       แต่เมื่อมองให้ชัดจะเห็นว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการ “ดับไฟใต้” ยังเดินกันไป “คนละทาง” และที่สำคัญยังมองประโยชน์ของ “องค์กร” และ “พวกพ้อง” เป็นที่ตั้ง มากกว่าที่จะมองเห็น “ประชาชน” และ “ปัญหาของประเทศชาติ” เป็นที่ตั้ง
        
       เช่นรู้ทั้งรู้ว่ากำลังพลของตำรวจตระเวนชายแดนยังขาดถึง 3,000 นาย ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รู้ทั้งรู้ว่าตำรวจที่ทำหน้าที่พนักงานสอบสวนขาดแคลน รู้ทั้งรู้ว่าจำเป็นต้องมีกองกำกับการเก็บกู้ระเบิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รู้ทั้งรู้ว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นแหล่งยาเสพติดที่เป็น “ภัยแทรกซ้อน” แทนที่จะมีการจัดงบประมาณให้ตรงต่อความต้องการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
        
       แต่ประเทศนี้กลับจัดงบประมาณ “แสนล้าน” เพื่อไป “ซื้ออาวุธ” เสริมเขี้ยวเล็บของกองทัพ ทั้งที่เรื่องเร่งด่วนที่สุดคือ เรื่องของการ “ดับไฟใต้” เพราะเป็นเรื่องความเป็นความตายของประชาชน และเจ้าหน้าที่ เป็นเรื่องที่อาจจะสูญเสียแผ่นดิน แต่ผู้รับผิดชอบกลับให้ความสำคัญน้อยกว่าเรื่องของการจัดซื้ออาวุธ
        
       นี่กระมังที่เป็นสาเหตุให้ไฟใต้ลุกโชนระลอกใหม่มานานถึงกว่า 13 ปี นี่กระมังที่ทำให้คนในพื้นที่ไม่เชื่อมั่น ไม่มั่นใจ และถึงขั้นดูถูกดูแคลนในความล้มเหลวเมื่อสู้รบตบมือกับโจรใต้ที่มีกำลังรบหลักพัน แถมยังใช้อาวุธที่แย่งชิงจากเจ้าหน้าที่เสียด้วยซ้ำ โดยมีกำลังเงินจากผู้สนับสนุนและสมาชิกในพื้นที่เป็นเครื่องมือหลัก แต่เจ้าหน้าที่รัฐกลับเพลี่ยงพล้ำบาดเจ็บล้มตายทุกวัน
        
       เพราะโจรมีความเชื่อมั่นในขบวนการ โจรมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และโจรไม่มีการ “คอร์รัปชัน” ไม่ต้องวิ่งเต้นซื้อตำแหน่ง และโจรไม่มีเรื่องของ “เงินทอน” ในการจัดซื้อ จัดจ้างอย่างหน่วยงานของรัฐ
        
       ถ้าเรายังเดินไปอย่างนี้เรื่อยๆ ก็เท่ากับเดินไปตามทางที่ “โจรเป็นผู้กำหนด” ซึ่งแน่นอนว่าเป็นการเดินบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยการสูญเสีย “เลือดเนื้อ” ทั้งของประชาชนในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่รัฐด้วยนั่นเอง
        

จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017