สศช. พอใจเศรษฐกิจไทย 3 ปี โตต่อเนื่องตามโรดแมปของรัฐบาล

โดย MGR Online   
8 สิงหาคม 2560 17:26 น. (แก้ไขล่าสุด 8 สิงหาคม 2560 17:32 น.)
        สศช. พอใจเศรษฐกิจไทย 3 ปี โตต่อเนื่องตามโรดแมปของรัฐบาล ประเมินปีนี้ส่งออก ลงทุนภาครัฐ ท่องเที่ยว หนุนโตร้อยละ 3.5
       
       นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมกาารพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวในการเสวนา “ทิศทางเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง 2560” จัดโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า เศรษฐกิจไทยภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลปัจจุบันในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แม้อัตราการเติบโตค่อนข้างต่ำ แต่หากพิจารณาทิศทางการเติบโตเศรษฐกิจถือว่าดีขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากปี 2557 และเป็นไปตามตามโรดแมปรัฐบาล ซึ่งการเติบโตระดับนี้น่าพอใจ เพราะเติบโตจากที่เคยโตเพียงร้อยละ 0.9 ในปี 2557 แม้ในช่วง 2 ปีแรก ภายใต้การบริหารรัฐบาลปัจจุบันจะประสบปัญหาภัยแล้ง แต่มีด้านท่องเที่ยว และการลงทุนของภาครัฐ เข้ามาช่วยให้เศรษฐกิจไทยโตขึ้นได้ จนปีนี้เศรษฐกิจต้นปีเติบโตร้อยละ 3.3 และเริ่มมีแสงสว่างทิศทางเศรษฐกิจดีขึ้น
       
       ขณะที่ปัญหาภัยแล้งผ่านไปแล้ว การลงทุนภาครัฐเพิ่มขึ้น การบริโภคและท่องเที่ยวดีขึ้น มีเพียงการลงทุนภาคเอกชนเท่านั้น ที่ยังคงไม่ดีขึ้น ด้านการส่งออกจากที่เคยติดลบก็เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น โดยด้านการส่งออกโตร้อยละ 0 ปีที่ผ่านมา แต่ดีขึ้นสามารถเติบโตต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 1-2 ปีนี้ ดังนั้น ปีนี้ สศช. จึงประเมินว่า เศรษฐกิจไทยจะโตร้อยละ 3.5 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นมามากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่การเติบโตระดับนี้ สศช. ยังเห็นว่า ต่ำเมื่อเทียบกับเป้าหมายระยะยาวที่รัฐบาลมีนโยบายให้ประเทศก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง ที่เศรษฐกิจแต่ละปีจะต้องเติบโตระดับร้อยละ 5 อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ยังคงอยู่ระดับสูง ก็เป็นอีกเป้าหมายหนึ่งที่รัฐบาลจะมุ่งแก้ไขต่อไป
       
       นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารเกรียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปีนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ คาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.5 ดีกว่าช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมามาก ที่โตประมาณร้อยละ 1.5 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ จากที่คาดว่า โตร้อยละ 3.4 เพิ่มเป็นโตร้อยละ 3.5 ส่วนกลุ่มประเทศอาเซียน เศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 4.8 หากเทียบกับการเติบโตเศรษฐกิจของไทยแล้ว ภาวะเศรษฐกิจไทยจัดได้ว่า เติบโตต่ำในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ รายได้ต่อคนต่อปีของไทยปัจจุบันก็อยู่ในระดับ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีเท่านั้น การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้น ไม่ได้เกิดจากวัฏจักรของเศรษฐกิจ แต่เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสิ่งที่แก้ไขระยะเวลาอันสั้นไม่ได้
       
       นายวนัส แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือเบทาโกร กล่าวว่า ในช่วง 1-2 ปีนี้เศรษฐกิจไทยจะไปรอด หากพิจารณาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจภาคเกษตรจะไปรอดค่อนข้างแน่ แต่ภาคเกษตรไทยจะไปรอดหรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ และขณะนี้ยังไม่ค่อยแน่ใจนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมการลงทุนภาคอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็ไม่แน่ใจว่า ต้นทุนทางสังคมที่เกิดขึ้นจะคุ้มค่าหรือไม่ ที่ต้องแลกไป จึงรู้สึกห่วงจุดนี้ว่า แพงเกินไปหรือไม่ ต้องจ่ายแลกกับสิ่งเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ไม่เห็นด้วยกับการรื้อระบบโครงสร้างเศรษฐกิจไทย จึงจะต้องหาทางปรับปรุงให้ทุกอย่างดีที่สุดก่อนรื้อระบบที่เป็นอยู่
       
       นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะช่วยชาติได้อย่างไร” ว่า วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม และเครื่องมือใหม่ ๆ จะมีส่วนช่วยยกระดับและพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ก้าวข้ามการติดกับดักประเทศรายได้ปานกลางของประเทศไทยได้ ปัจจุบันคนไทยมีรายได้ต่อคนต่อปีประมาณ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี เพื่อให้คนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงได้ รวมถึงการส่งเสริมการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงใช้ในกระบวนการผลิต อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยยังประสบปัญหาโครงการวิจัยต่าง ๆ ที่มีกว่า 10,000 โครงการ ส่วนใหญ่ไม่ตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ภาคธุรกิจเองในช่วงก่อนหน้านี้ก็เลือกซื้อเครื่องจักรเพื่อนำมาผลิตสินค้า ไม่สนใจนำงานวิจัยมาใช้ แต่ผลจากการที่รัฐบาลส่งเสริมโดยให้สิทธิประโยชน์นำรายจ่ายงบวิจัยและพัฒนาไปลดภาษีได้ก็ช่วยให้ภาคเอกชนให้ความสนใจมีการลงทุนด้านงานวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้ภาคเอกชนเป็นผู้นำการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาแล้ว ด้วยสัดส่วนมากถึงร้อยละ 70 ขณะที่ภาครัฐมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 30 เท่านั้น
       
       ด้านกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ต้องการส่งเสริมการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาในลักษณะคอนซอร์เตียม ที่ภาคเอกชนร่วมกันด้านงานวิจัยและพัฒนา นวัตกรรม และใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งกลุ่ม THECH STARTUP เป็นกลุ่มที่ภาครัฐต้องการส่งเสริม โดยควรมีเวทีเปิดให้เอกชนเข้ามาเลือกร่วมลงทุนในธุรกิจเหล่านี้ ซึ่งหลายประเทศให้ความสนใจแนวทางนี้ ส่วนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ที่มีจำนวนรวม 2.7 ล้านราย ส่วนใหญ่อยู่ในภาคบริการและภาคการค้า รวมถึงโอท็อป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน จำเป็นต้องแสวงหาแนวทางที่จะนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่กลุ่มดังกล่าวนี้ด้วย ซึ่ง SCIENCE PARK ต่าง ๆ ที่กระจายอยู่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ช่วยขับเคลื่อนงานวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมได้สู่ภาคเอกชนได้
       
       นางอรรชกา กล่าวว่า ล่าสุด นายกรัฐมนตรีสั่งให้มีการจัดตั้งสำนักเลขาสำนักงานวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ โดยหวังว่า หน่วยงานนี้จะช่วยจัดสรรงบประมาณปี 2562 เพื่อช่วยส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาที่สามารถตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีได้ต่อไป

ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017