หน้าแรกผู้จัดการ Online | Feature
 

คลับโป๊ เพลงโป๊ ระบำเปลือย

โดย Marsmag 12 พฤศจิกายน 2555 13:15 น.
คลับโป๊ เพลงโป๊ ระบำเปลือย
       Blowin’ in the songs
       โดย : ประมวล ดาระดาษ
       p_daradas@hotmail.com
       
       ใน “คลับเปลือย” หรือ “สตริป คลับ” (Strip Club) ของฝรั่งตะวันตกนั้น มีการแสดงการเต้นระบำ หรือ การร่ายรำเชิงศิลปะแบบกึ่งเปลือย ที่ถือเป็นหน้าตา แบบเรียกแขก เรียกลูกค้าให้เข้ามาท่องเที่ยวหาความสุขสำราญ ผ่านโลกียะสถานสวรรค์บันเทิง สำหรับคนกลางคืน อันเป็นที่นิยมกันมากอีกรูปแบบหนึ่ง
       
       เมื่อมีการเต้นก็ต้องมีเพลงประกอบ เพลงประกอบการแสดงของนางโชว์นี้ก็สำคัญ บางเพลงเนื้อหาก็อาจจะเขียนถึงเรื่องความรัก หรือเรื่องต่างๆ โดยออกแนวทางกว้าง ไม่มุ่งเน้นเนื้อหาส่อไปในทางยั่วเร้า บางเพลงก็สนุก บางเพลงก็ยั่วล้อเรื่องเพศ แต่โดยรวมแล้วจังหวะและท่วงทำนองนั้นสำคัญกว่าอื่นใด เพราะส่งผลสู่ลีลา ท่าทาง ของผู้แสดง
       
       เพลงประกอบการเต้นของนางโชว์แนวนี้นั้นมักเป็นเพลงแนวโซล ร็อก ฮิป ฮ็อป หรือทันสมัยหน่อยก็กระฉึกกระฉักแบบ “ดับ สเต็ป” แต่เดิมนั้นมักออกทางแนวบลูส์ ที่ให้ความโหยหวน สะเทือนลึก คืบรุกในอารมณ์ เมื่อนำมาใช้ประกอบท่าเต้นอันแสนเซ็กซี่ และรูปลักษณ์อันเย้ายวนเสน่ห์ทางเพศของหญิงหรือชาย(ระบำเปลือยชาย)บนเวทีนั้นแล้ว เพลงเหล่านี้ก็จะมีพลังสร้างสรรค์กำกึ่งอยู่ระหว่างความเป็นศิลปะหรืออนาจาร ก็แล้วแต่มุมมอง ของผู้เสพว่าจะใช้ใจ อันใคร่ว่าเป็นปุถุชนผู้ยังเริงโลกย์ หรือเป็นผู้เคร่งศีลพรต
       
       เพลงแนวนี้จัดเป็นเพลงอีกรูปแบบหนึ่ง ที่มุ่งเน้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อไปรับใช้ในจุดประสงค์ เฉพาะสิ่ง เฉพาะกิจ และกาลนั้นๆ อัน เป็นเพลงเด่น ที่เน้นรูปลักษณะแห่งศิลปาการอันเรียกว่าเพลง “สตริปทีส”นั่นแล
       
       ที่ยกตัวอย่างมาให้ชมนี้คือ เพลงและวีดิโอประกอบแบบไม่ติดเรทมากนัก ขอยกมาพอเป็นสังเขป มิอาจจัดเต็มได้ดังใจ ดังนี้

       “You Can Leave Your Hat On” ของ โจ ค็อกเกอร์
       
       กับเนื้อหาที่เชิญชวนให้เปลื้องเปลือย แบบตรงธีม เพลงเก่าของแรนดี้ นิวแมนในปี 1972 และมาโด่งดังในเวอร์ชั่นของโจ ค็อกเกอร์ ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์ 9½ Weeks ของ เอเดรียน ลีน กับฉากระบำเปลือยในจอแบบคลาสสิกเข้ากับเนื้อหาของเพลงแบบสมบูรณ์ในสมดุล

       

       “Cream" ของ พรินซ์
       
       ราชันในร่างเจ้าชาย “พรินซ์” ให้ความหมายในเชิงนัยยะ ต่อเนื้อหาที่บ่งบอกออกไปในเชิงอีโรติก การก้าวล้ำทางเพศไปในทางค่อนข้างจะดิบเถื่อน เป็นที่ฮือฮาและกล่าวขวัญกันมากในยุคดิสโก้ กับขาวเลอะเมือกแห่ง”ครีม” โดยเฉพาะด้านเนื้อหาก็ส่อแววออกไปทางไม่กั๊กก้ำกึ่ง หากทว่าจัดเต็ม แบบผู้ดีมีศีล เคร่งศาสนาสุดจะทน
       
       “You got the horn so why don’t you blow it
       You are filthy cute and baby you know it.”
       
       กับเนื้อหาที่ออกทะเล้นสองแง่สองง่าม กับลีลาท่าทางสนุกกับการเต้นปานเจ้าชายผู้เปี่ยมโลกย์ พรินซ์ คือเจ้าชายที่ฮิตสุดขีดในแนวทางเพลงแนวนี้

       

       "Buttons" ของ พุซซี่ แค็ท ดอลส์
       
       กับการเริงระบำป๊อปแดนซ์ ประมาณ แบบเปลื้องปลดกระดุม สาวเจ้าเอาอยู่กับท่วงท่าแห่งสำนักมาตรฐาน โดยออกแนวศัสตราเอกอาวุธ คือ เดียวเก้าอี้ตัวเดียว แบบกระชากใจคนชม นับเป็นอีกความสุดลิ่ม สุดยอดแห่งความเซ็กซี่ กับผิวสีแทน และ ถ้าจะพรรณนา บรรยายโวหารให้ อะไรคงไม่เหมาะสมเท่ากับ การยกบทกวีชมนางแบบฉันท์โบราณมารองรับ
       
       “ผิวผ่องคือมุกดา บริสุทธแสงใส
       เลงแลอุรุศรี ฤดีกาลดูพิสมัย
       คือฐานบันใน สุขเสพเสวยรมย์
       ดวงนมอันครัดเคร่ง ตเต่งเต้าทั้งสองสม
       แน่งนวยสลวยกลม ศุภสวัสดิไพบูลย์...”
       
       กับลีลานางที่ออกชวนเคลิ้ม โลมร่ายรื้นระบำกระหน่ำใจ ทุกคนคงเห็นด้วย

       

       "Closer" ของ ไนน์ อินช์ เนลส์
       
       กับจังหวะและแนวเพลง ดับ สเต็ป การเริงระบำกับเสา คืออีกรูปแบบหนึ่งของ ”สตริปทีส” ที่มีพัฒนาการสืบต่อมา มีนักจิตวิทยากล่าวถึงประเด็นนี้เกี่ยวกับผู้ที่ชอบเต้นระบำแนวนี้ว่า
       
       “...หล่อนคิดว่ามันไม่ต่างกับการเต้นระบำปลายเท้า บัลเลต์ เป็นอีกรูปแบบของศิลปะการเคลื่อนไหว ที่ให้อิสระ, การแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง, เปี่ยมด้วยความเชื่อมั่น, มีความสนุกและและผ่อนคลาย การเต้นสตริปทีส ในแนวทางนี้ จึงเป็นการออกกำลังกายที่เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และระบบการหายใจ กิจกรรมเบื้องต้นให้ความรู้สืกถึงความมีพลังของผู้หญิงและ รู้ซึ้งถึงความเซ็กซี่ของตัวเองอีกด้วย...”
       
       คำโปรยและอวยศิลปะแนวทำนองนี้ ทำให้มีการพัฒนาต่อยอด แตกแถวแนวทางการเยื้องย้ายร่ายระบำเปลื้องผ้าไปสู่ศิลปะแห่งอารยชน แบบอาศัยจิตวิทยาแบบปัจเจกวิสัย

       

       “Private Dancers” ของ ทีนา เทิร์นเนอร์
       
       สุดท้าย คือตัวอย่างของศิลปะที่กล่าวโดยสรุป เป็นเพลงที่สะท้อนชีวิตของ ”นางระบำเปลื้องผ้า” (Striptease) ได้อย่างชัดเจน และลงตัวในเนื้อหา เพลงนี้แต่งโดย สุลต่านแห่งกีตาร์สเกล อาร์เพจจิโอสไตล์ มาร์ค นอปฟ์เลอร์ เป็นเพลงเอกที่คู่ควรกับตัวนักร้องยิ่ง อยู่ในอัลบั้ม Private Dancer ของราชินีร็อค-โซล ที่ขายดีอีกชุดหนึ่ง ในปี 1984
       
       ตัวเพลงมีลายเซ็นเอกลักษณ์ ทั้งเมโลดี้ ท่วงทำนอง ร็อคในยุคนั้นที่ไพเราะสุดกึ๋น จากการเรียบเรียงดนตรี ที่ให้ความรู้สึกสะอาดเกลี้ยงเกลาในสุนทรียะ ทั้งภาคพื้นริธึ่ม และท่วงทำนองที่อินโทรเพลงด้วยเปียโน ผสานลุ่มลึกด้วยออร์แกนแฮมมอนด์ และซีนธิไซเซอร์ เสริมการโซโลกีตาร์ของ ราชัน เจฟฟ์ เบ็ค ในห้องอัด และเสริมเสน่ห์ด้วยการใช้แซ็กโซโฟนเข้ามาร่วมขยี้อารมณ์ บรรเลงโดยเมล คอลลินส์ ทำให้เพลงมีความอลังการงานและเท่มาก
       
       โดยเนื้อเพลงออกแนวสวยงามสะท้อนสังคม ให้คนฟัง เห็นใจในชีวิตบรรดาเหล่า นางโชว์มากขึ้น
       
       นอปฟ์เลอร์เขียนเนื้อหา ตรงไปตรงมา พรรณนาภาพเบื้องหลัง ฉากหลังของนางโชว์ ที่กำลังเปลื้องผ้าออกทีละชิ้นๆ แบบยั่วสวาทบาดใจชายที่กระหายต่อการจ้องโลมโนมเนื้อ นางผู้ดำรงชีพเหมือนจะเกลือกกลั้วอยู่แต่กามราคะ ท่ามกลางรังสีอำมหิตแห่งความหื่นกระหายในเพศรสจากบุรุษเพศ
       
       สุดท้ายนางแสนงาม ผู้สะโพกสุดเสียงสังข์ เอวคอด และอกสวย ก็จะมีอาภรณ์แค่จีสติงในท่อนล่าง บราหุ้มถันตัวกระจิ๋วกับท่อนบน และ มีอุปกรณ์แค่เสาสแตนเลสเกลี้ยงๆ หรือไม่ก็เล่น เริงร่าอยู่แค่เก้าอี้ตัวเดียวอัน เป็นขนบนิยมของการเต้นโชว์ “สตริปทีส”
       
       โลกแห่งโลกียะ ที่ถือว่าเป็นศิลปะ หรืออนาจารก็แล้วแต่ใจ แต่เบื้องลึกของสภาพจิตของนางเหล่านี้นั้น เนื้อเพลงเผยใจว่า พวกหล่อนก็แค่คิดว่าเป็นแค่การงาน ที่ต้องทำตามหน้าที่ มีการประชดแถมท้ายแบบสะใจในรู้ทัน แกมเหน็บแนมว่าพวกผู้ชายที่เข้ามาหาความสำราญในคลับนางโชว์นั้น ไม่มีความเป็นคนหรอก พวกเขาก็เหมือนๆ กันหมดแหละ อย่าไปอยากรู้จักชื่อแซ่ของพวกเขาเลย ขอให้เบิ่งตามองเลยไปจับที่ผนัง และคิดถึงแต่เรื่องเงินที่จะต้องผ่องถ่ายจากกระเป๋าของเขา มาสู่เราเข้าไว้
       
       นอปฟ์เลอร์เขียนย้ำ ถึงสภาพจิตใจเบื้องลึกของหญิงเหล่านี้อีกว่า พวกหล่อนก็อยากมีเงินแสน เงินล้าน ต้องการไลฟ์สไตล์ที่ดี อยากมีอิสระ แบบบั้นปลายได้ท่องทะเลกว้าง มีคนรัก มีเด็ก มีครอบครัวที่สุขสมบูรณ์ หากทว่าขณะนี้ ทำทุกอย่างที่พวกเขาปรารถนาไปก่อน เพราะอาชีพตนก็แค่นางโชว์
       
       นี่คือ เพลงแนว “สตริปทีส” ที่มาถึงพร้อมสะท้านไปถึงเบื้องอารมณ์ลึก แบบวิเคราะห์ไปถึงจิตใต้สำนึกนางโชว์เหล่านั้น

       

       ต่อข้อถามแบบแตกยอด ว่าอะไรคือศิลปะแห่งการเต้นระบำ “สตริปทีส” มันคือศิลปะหรืออนาจาร หรือคือ เรื่องหยาบๆ แค่การแอบแฝงการขายบริการทางเพศผ่านข้ออ้าง หรือแอบอ้างรูปแบบของศิลปะของการแสดงผ่านเรือนร่าง และ...แน่ล่ะ ในความหมายของคนเต้นอันถือว่าเป็นอาชีพ ผู้เกี่ยวข้องจะยืนยันว่า”นางโชว์”เป็นศิลปะแห่งสัมมาชีพอีกรูปแบบหนึ่ง
       
       สตริปทีส เมื่อมาถึงยุคปัจจุบัน ย่อมคือการใช้เทคนิคในการเปลื้องผ้าออกทีละชิ้นอย่างช้า ๆ หรือฉับไว พร้อมกับการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเย้ายวนในสถานบันเทิง คลับ และต่อมามีวัฒนาการไปในแนวทางย้ำมายาคติว่า
       
       การเต้น “สตริปทีส” นั้น ไม่ใช่เป็นแค่การเต้นยั่วยวนหรือออกการเริงระบำ ที่ไม่มุ่งเน้นเฉพาะแค่การเปลื้องผ้าเท่านั้น แต่จุดมุ่งหมายหลักคือ ศิลปะแห่งการค้นพบตนเองจากการโฟกัสในการเคลื่อนไหวประกอบกับการแสดงความรู้สึก โดยมีจุดประสงค์ ว่าแนวทางนี้สามารถที่จะช่วยส่งเสริมระดับการใช้สมาธิและในขณะเดียวกันปลดปล่อยตนเองออกจากความเครียด และถือเป็นศาสตร์และศิลป์ ต่อการระบำผสานเสียงเพลง
       
       โดยมีระบบการเรียนรู้ และฝึกฝน เป็นขั้นเป็นตอน เป็นศิลปศาสตร์อีกแขนงหนึ่งที่นิยมสำหรับสตรีในโลกยุคใหม่ ที่นำมารับใช้สังคมและตัวตนแห่งบริบทต่างๆ โดยได้รับการยอมรับในระดับอารยะขึ้นทุกเวลา
       
       “สตริปทีส” ในปัจจุบัน จึงเบ่งบานเป็นศิลปะอีกแขนง เปรียบเป็นบัวก็เกิดจากโคลนตมและสวยงามในกาลต่อมานั่นเอง

       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
STAND WITH SAM : ความหาญกล้าของนักกีฬาเกย์
จักรยาน Trails : ความมันท้าทายบนพาหนะ 2 ล้อ
Ambiance หนังสารคดีที่ยาวที่สุดในโลก 720 ชั่วโมง!
เจาะยุทธจักร ‘นวดกษัย’ รสสยิวในอุ้งมือนาง ตอน 2 (18+)
เจาะยุทธจักร ‘นวดกษัย’ รสสยิวในอุ้งมือนาง ตอนที่ 1 (18+)
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 13 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 12 คน
93 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
7 %
ความคิดเห็นที่ 8 +23 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต้องอ่าน...!!!
ผมเกือบเสียตัวให้น้องสาวแฟน....!!!!!!!!!!!

ผมกับแฟนคบกันมาได้ปีกว่าแล้ว และเราตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน …
พ่อแม่ของผม คอยช่วยเหลือเราในทุก ๆ ทางเพื่อนๆก็ล้วนแต่ให้กำลังใจ
ส่วนแฟนของผมน่ะเหรอ ? เธอเป็นความฝันของผมเลยล่ะ
แต่มันมีอยู่อย่างนึง ที่รบกวนจิตใจผมเหลือเกิน
ให้ตายเถอะ… สิ่งเดียวสิ่งนั้นก็คือ
น้องสาวของแฟนผมนั่นเอง!!
เธออายุ 21 ปี และชอบนุ่งมินิสเกิร์ตฟิตเปรี๊ยะตัวสั้นจู๋
เวลาที่เธอเข้ามาใกล้ๆ ผม..
เธอมักจะชอบก้มตัว ให้ผมได้แอบเห็นกางเกงในของเธอทุกที
ผมรู้ว่าเธอจงใจ.. เพราะไม่เคยเห็นเธอทำอย่างนี้กับใครเลย
มีอยู่วันนึง น้องสาวแฟนผม ก็โทรมาหาผม…
และขอให้ผมไปช่วยเช็คการ์ดแต่งงานที่บ้าน
พอผมไปถึง จึงได้รู้ว่า…. เธออยู่บ้านคนเดียว!!
เธอกระซิบที่ข้างหูผม ว่า…
อีกไม่นานผมก็จะแต่งงานกับพี่สาวของเธอแล้ว
เธอเองมีความรู้สึกและความต้องการบางอย่างที่เธอเอาชนะมันไม่ได้
และเธอไม่ต้องการจะเอาชนะความรู้สึกนั้นด้วย..
เธอบอกว่าเธออยากจะมีอะไรกับผม!!!
แค่ครั้งเดียวเท่านั้น..
ก่อนที่ผมจะแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกับพี่สาวเธอ
ผมช็อคไปเลย พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
เธอบอกว่า…
เธอจะขึ้นไปรอข้างบนห้องนอน
ถ้าผมอยากจะให้มันเป็นไปอย่างที่เธอว่าก็ให้ตามเธอขึ้นไป
ผมนิ่งอึ้งไปหมด และมองเธอก้าวขึ้นบันได้ไป
พอเธอขึ้นไปถึงขั้นบนสุด….
เธอก็ถอดกางเกงชั้นในออกแล้วโยนมันลงมาข้างหน้าผม!!
ในวินาทีนั้นเอง ผมลุกขึ้นยืน…
และรีบเปิดประตูบ้านออกไป เดินตรงไปที่รถทันที
สิ่งที่ผมพบ คือ ว่าที่พ่อตาของผมกำลังยืนอยู่ข้างนอกบ้าน….
ดวงตาของเขาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา
เขาเข้ามาสวมกอดผม และพูดว่า….
“ พวกเราดีใจเหลือเกินที่คุณผ่านการทดสอบครั้งนี้มาได้
เราคงหาคนที่ดีกว่านี้ให้ลูกสาวของเราไม่ได้อีกแล้ว ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรา ”
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า……..
จงเก็บถุงยางไว้ในรถของท่านเสมอ!!
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มุกเก่ามากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
-*-
 
ความคิดเห็นที่ 4 +16 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฝรั่ง: free but not easy
ไทย: easy but not free
ยัดอีปูข้างเว็ด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถูกต้องที่สุด..เจอแล้วยัง?
วสันต์ (watsonthai สมาชิก)
 
ความคิดเห็นที่ 3 +11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Strip Club เป็นสิ่งที่แทบจะเรียกว่ารุนแรงหรือ "มากที่สุด" แล้วของอเมริกา การขายตัวเกิดขึ้นน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นความพอใจของนักเต้นมากกว่า และบ่อยครั้งไม่ได้มีเรื่องของตัวเงินด้วย สังคมของเขาไม่ปล่อยให้มีอาบอบนวด หรืออีกชื่อที่เหมาะสมกว่าคือ "ซ่อง" เกลื่อนเมืองอย่างประเทศไทยเมืองพุทธของเราหรอก
.
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รู้ไม่จริงครับ

อเมริกา เมืองใหญ่ๆ มีซ่องทุกเมือง
บ้างก็ซ่องจริงๆ แต่ส่วนมากอยู่ในรูปของสปา เหมือนนวดกะปู๋บ้านเรา
แต่ไม่ได้ติดป้ายโฆษณากันเหมือนบ้านเรา ขับผ่านย่านโทรมๆ หน่อย บ้านไหนมีไฟนีออนติดคำว่า spa แล้วมีประตูกรงล่ะก็ ... ใช่เลย

เปิดไปมีที่นั่ง มีประตูกรงอีกชั้น กับหน้าต่างบานเล็กๆ เข้าไปกดกริ่งเรียก เด๋วก็ออกมาให้เลือก

มีหมด ฝรั่ง จีน เกาหลี(สวยสุด) เวียด ปินส์ ไทยนี่ไม่พลาดมีทุกเมือง
แต่ราคานี่ก็โหดหน่อย ระดับ 1 ก็ $30-$40 ระดับ 2 $80-$100 หรือระดับ 3 ก็ $150-$200

ให้เวลาแค่ 30 นาที แถมไม่อาบน้ำให้ด้วย
แต่ไม่แคร์ ... มันหนาว
ไปเดือนละครั้ง ... มันแพง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ประเทศเขาพลเมืองไม่โง่เลือกเจ้าของซ่อง ชูวิทย์ พรทิวา เป็น ส.ส.นี่หว่า
???
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่มีตรงไหนเลยที่บอกว่าอเมริกาไม่มีซ่อง บอกแต่ว่าสังคมที่นี่ไม่ยอมรับ (จะมีก็เพียงเนวาด้าหรือเวกัสที่ปล่อยเสรีทุกอย่าง) ที่ว่ามีตามเมืองใหญ่ๆมันเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับเมืองไทย ถ้าไม่ใช่คนที่ตั้งใจหาอย่างคุณไม่มีทางได้พบเห็นหรอก มันไม่ได้เหมือนเมืองไทยที่อาบอบนวดเปิดตรงข้ามโรงเรียนได้ จดทะเบียนบริษัทได้ เข้าตลาดหลักทรัพย์ก็ยังได้

เซ็กซ์เป็นเรื่องธรรมชาติก็จริง แต่ความคิดของคนไทยที่ว่าการเข้าอาบอบนวดเป็นเรื่องปกติของผู้ชายนั้นประเทศอื่นเขาไม่ได้ยอมรับด้วย
รู้ไม่จริงหรืออ่านไม่เคลียร์กันแน่
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขายขี้หน้าจริงๆครับ สำหรับความเห็นที่ 3

แสดงความโง่ออกมาซะงั้น
ลูกจีนรักชาติไทย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คห.3 ยังจะแถได้อีก

ปูโง่จริง ๆ
doggy
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014