หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกท่องเที่ยว | ลุยกรุง & รอบกรุง
 

“พระที่นั่งวิมานเมฆ” วิมานดินที่สัมผัสได้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
1 มีนาคม 2548 18:09 น.
“พระที่นั่งวิมานเมฆ” วิมานดินที่สัมผัสได้
ความงดงามของพระที่นั่งวิมานเมฆยามค่ำคืน (ภาพ : ททท.)
        สำหรับแฟนธ์แท้สถาปัตยกรรมไทย หากเอ่ยถึงฉายา “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม” ฉันเชื่อว่าคงจะรู้จักกันดีว่าท่านคือ “สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์” ซึ่งท่านได้ฝากผลงานอันยอดเยี่ยมในเมืองไทยไว้มากมาย โดยหนึ่งในนั้นก็คือ “พระที่นั่งวิมานเมฆ” ที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ยกให้เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์
       
       ด้วยความงดงามทั้งภายนอกและภายในของพระที่นั่งวิมานเมฆ ทำให้ใครหลายๆคนเปรียบพระที่นั่งแห่งนี้ดังวิมานบนดินที่คนทั่วไปสามารถไปเที่ยวชมความงามกันได้ในพระราชวังสวนดุสิต
       
       สำหรับความน่าสนใจของพระที่นั่งวิมานเมฆนั้นมีหลายอย่างเริ่มตั้งแต่การก่อสร้างที่ รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯให้สร้างพระที่นั่งแห่งนี้ขึ้นในปีพ.ศ. 2443 โดยมีสมเด็จฯกรมพระยานริศฯเป็นผู้ออกแบบและควบคุมงาน ซึ่งได้รื้อพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ จากเกาะสีชัง มาสร้างขึ้นใหม่ในพระราชวังสวนดุสิตแล้วเสร็จในพ.ศ. 2444 กลายเป็นตำหนักไม้สักทองหลังใหญ่ที่สุดในโลก

“พระที่นั่งวิมานเมฆ” วิมานดินที่สัมผัสได้
ด้วยความงามของพระที่นั่งวิมานเมฆทำให้ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนไปถ่ายรูปคู่อยู่ไม่ได้ขาด
        เมื่อรู้ถึงที่มาย่อๆของพระที่นั่งวิมานเมฆแล้ว ทีนี้ก็ได้เวลาไปชมความงามของพระที่นั่งแห่งนี้กัน โดยหลังจากที่ฉันตีตั๋วเข้าไปในพระราชวังสวนดุสิตทางฝั่งประตูราชวิถีก็รู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่งที่มีบรรยากาศคลาสสิคย้อนยุคที่ไม่น่าเชื่อว่าฉันกำลังเดินอยู่ในกทม.เมืองหลวงที่แสนวุ่นวาย
       
       ครั้นเมื่อเหลียวซ้ายแลขวาก็เจออาคารสวยๆงามๆมากมาย อาทิ พระตำหนักสวนหงส์ ที่ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับพระราชพิธีโบราณ ตำหนักสวนบัวที่ภายในจัดแสดงศิลปะวัตถุของหายาก
       
       นอกจากนี้ก็ยังมีอาคารตำหนักเก่าของเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง อย่าง ตำหนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าบุษบันบัวผัน ตำหนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอรุณวดี ตำหนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าพวงสร้อยสอางค์ ตำหนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา และตำหนักกรมหลวงวรเสรฐสุดา ที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน เรียกว่าใครใคร่ชมตำหนักไหนก็เข้าไปชมภายในกันได้ตามสะดวก

“พระที่นั่งวิมานเมฆ” วิมานดินที่สัมผัสได้
ลายฉลุไม้ขนมปังขิงมีให้ชมทั่วไปตามบานประตูและหน้าต่าง
        เมื่ออุ่นเครื่องด้วยการชมตำหนักต่างๆแล้วที่นี้ก็ถึงคราวชมไฮไลท์แห่งพระราชวังสวนดุสิตนั่นก็คือ พระที่นั่งวิมานเมฆ ที่เมื่อเดินทะลุร้านขายของที่ระลึกเข้าไปก็จะเห็น พระที่นั่งวิมานเมฆที่เป็นอาคารไม้สักทองหลังใหญ่สีครีมอ่อน หลังคาแดง ตั้งตระหง่านโดดเด่น ตัดกลับสนามหญ้าสีเขียวสด
       
       ก่อนที่จะเข้าไปชมภายในที่มีการจัดรอบเข้าชมทุกครึ่งชั่วโมง ฉันก็ขอบิวด์อารมณ์ด้วยการเดินชมความงามภายนอกของพระที่นั่งไม้สักทองหลังนี้ก่อน ซึ่งพระที่นั่งวิมานเมฆได้รับอิทธิพลการก่อสร้างจากสถาปัตยกรรมตะวันตก ตัวอาคารวางผังเป็นรูปตัวแอล(L)
       
       สำหรับสิ่งน่าสนใจภายนอกของพระที่นั่งวิมานเมฆที่แสดงถึงฝีมือเชิงช่างของกรมพระยานริศฯนั้น นอกจากการออกแบบพระที่นั่งที่สวยงามสมส่วนแล้ว พระที่นั่งวิมานเมฆยังงดงามไปด้วยเส้นสายลวดลายต่างๆ ตามประตู หน้าต่าง ช่องลมโดยเฉพาะลายฉลุไม้ในสไตล์ขนมปังขิงที่สวยเฉียบเนี๊ยบนิ๊ง ซึ่งมีให้ชมทั่วไปรอบพระที่นั่งแห่งนี้

“พระที่นั่งวิมานเมฆ” วิมานดินที่สัมผัสได้
การแสดงนาฏศิลป์ไทยมีให้ชมวันละ 2 รอบที่พลับพลาหลังพระที่นั่งวิมานเมฆ
        หลังจากที่ฉันเดิมชมด้านนอกของพระที่นั่งวิมานเมฆอยู่พักใหญ่ก็ได้เวลาเข้าชมภายใน ที่พอเดินตามพรมแดงสู่โถงกลมก็มีเจ้าหน้าที่สาวเสียงใสออกมาต้อนรับนักท่องเที่ยวในรอบนี้ประมาณ 20 คน ที่พอพร้อมๆเธอก็เริ่มบรรยายเรื่องราวต่างๆในพระที่นั่งวิมานเมฆอย่างละเอียดแบบข้อมูลแน่นปึ๊กไม่มีสะดุด
       
       โดย ณ จุดแรกบริเวณห้องโถง เธอได้แนะนำให้รู้จักกับสิ่งที่น่าสนใจในพระที่นั่งวิมานเมฆที่แบ่งเป็นเป็นห้องสีต่างๆ 5 สีคือ สีฟ้า สีเขียว สีชมพู สีงาช้าง และสีลูกพีช(ชมพูอมส้ม) ซึ่งแต่ละห้องต่างก็มีสิ่งสวยๆงามๆที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป ซึ่งของที่จัดแสดงจะเป็นเครื่องใช้ส่วนพระองค์และศิลปวัตถุของรัชกาลที่ 5 และพระมหากษัตริย์พระองค์อื่นๆ รวมถึงของเจ้านายชั้นสูง ที่หากให้เดินดูแบบรายละเอียดคงต้องใช้เวลาหลายวัน แต่ว่าหากเดินตามชมแบบรวดรัดฉบับย่อตามเจ้าหน้าที่จะใช้เวลาประมาณ 45 นาที
       
       สำหรับห้องที่น่าสนใจไล่ไปจากทางเดินก็มีโซนห้องสีเขียว ที่มีห้องเครื่องเงินจากจีน(เซี่ยงไฮ้)ซึ่งมีความพิเศษตรงที่ใช้เป็นเครื่องทดสอบการลอบวางยาพิษจากอาหารในสมัยก่อน โดยถ้าอาหารมีพิษจะเปลี่ยนเครื่องเงินจากสีเงินเป็นสีดำ จากนั้นก็เป็นห้องเครื่องเคลือบที่ประทับตราจปร. แล้วก็เป็นห้องเครื่องโลหะ ห้องเขาสัตว์ที่มีสารพัดเขาสัตว์ให้เลือกชมทั้งเขากวาง เขาวัว เขาควาย รวมไปถึงงาช้างอีกจำนวนมาก
       
       มาที่ชั้น 2 กันบ้าง พอขึ้นสู่ชั้น 2 ก็เป็นห้องทรงงานของรัชกาลที่ 5 ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะพาเดินขึ้นชั้น 3 (ห้องสีลูกพีช) แล้วก็ไปต่อที่ห้องบรรทมที่อยู่ในชั้นสูงสุด แล้วเดินลงมาที่ห้องสีงาช้างอีกครั้งเพื่อพาเข้าสู่ไฮไลท์ของพระที่นั่งวิมานเมฆคือห้องท้องพระโรงที่พอเข้าสู่ภายเขตในท้องพระโรง เจ้าหน้าที่จะให้นักท่องเที่ยวทั้งหมดนั่งอธิษฐานและก้มกราบ 1 ครั้งโดยไม่แบมือ เพื่อเป็นการถวายพระพรพระบรมสาทิสลักษณ์ขนาดเท่าองค์จริงของรัชกาลที่ 5 ที่ตั้งโดดเด่นอยู่ตรงกลางผนังห้อง ท่ามกลางบรรยากาศภายในห้องที่เป็นไปอย่างขรึมขลัง โดยมีเจ้าน่าที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับห้องท้องพระโรง ข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ประกอบไปตลอดซึ่งก็ฟังเพลินทีเดียว

“พระที่นั่งวิมานเมฆ” วิมานดินที่สัมผัสได้
พระตำหนักสวนหงส์ ที่ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับพระราชพิธีโบราณ
        ครั้นพอออกจากห้องท้องพระโรงเจ้าหน้าที่ก็พาเดินชมอีกหลายห้อง ก่อนจะไปยืนชมรอยจารึกจากการทิ้งระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ฝากรอยไว้บนเพดาน และที่พื้นอย่างชัดเจน ก่อนจะเดินลงมาชั้นล่างชมห้องอัลบั้มภาพในรัชกาลที่ 5 และห้องเครื่องดนตรีปิดท้ายก่อนส่งนักท่องเที่ยวกลุ่มฉันที่ห้องโถงทางเข้าอีกครั้ง
       
       สำหรับช่วงเวลาที่เดินชมศิลปวัตถุสวยๆงามๆในพระที่นั่งวิมานเมฆนั้นแม้ว่าบาช่วงเจ้าหน้าที่จะอธิบายเร็วไปบ้าง พาเดินเร็วไปนิดแต่ฉันก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาประมาณ 45 นาทีที่คุ้มค่าไม่น้อย ซึ่งใครที่เที่ยวชมพระที่นั่งวิมานเมฆแล้ว หากมีเวลาฉันก็อยากชวนให้เที่ยวชมสิ่งที่น่าสนใจภายในพระราชวังสวนดุสิตกันต่อ
       
       โดยในนั้นยังมีสิ่งที่น่าสนใจนอกเหนือจากพระที่นั่งวิมานเมฆและตำหนักที่กล่าวมาก็คือ การแสดงนาฏศิลป์ไทย ณ พลับพลาหลังพระที่นั่งวิมานเมฆ พระที่นั่งอภิเษกดุสิตที่นับเป็นอีกพระที่นั่งอันงดงามแห่งพระราชวังสวนดุสิตภายในจัดแสดงงานฝีมือของมูลนิธิศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระตำหนักสวนสี่ฤดู และอาคารที่น่าสนใจอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งทั้งพระที่นั่งวิมานเมฆและอาคารต่างๆในพระราชวังสวนดุสิตนั้นถือเป็นความงามท่ามกลางบรรยากาศคลาสสิคย้อนยุค ที่ผิดแผกแตกต่างไปจากบรรยากาศอันวุ่นวายของกทม.ที่ด้านนอกโดยสิ้นเชิง
       
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
       พระที่นั่งวิมานเมฆ ตั้งอยู่ในพระราชวังสวนดุสิต ถนนราชวิถี เขตดุสิต กทม. เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.30-16.30 น. การเข้าชมโปรดแต่งกายสุภาพ ส่วนภายในพระที่นั่งวิมานเมฆเปิดให้เข้าชมเป็นรอบๆทุกครึ่งชั่วโมง ภาษาไทย 9.30 น.-15.00 น. ภาษาอังกฤษ 9.45-15.15น. โดยห้ามถ่ายรูปภายในอาคาร นอกจากนี้หากมีโอกาสพิเศษพระที่นั่งวิมานเมฆก็จะเปิดให้คนทั่วไปเข้าไปเที่ยวชมยามค่ำคืน ส่วนการแสดงนาฏศิลป์ไทยเปิดแสดงวันละ 2 รอบ 10.30 น. และ 14.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2628-6300

ข่าวล่าสุด ในหมวด
โอบล้อมด้วยฝูงปลา ตระการตาโลกใต้ทะเล ที่ “ซีไลฟ์ แบงคอก โอเชี่ยน เวิลด์”
ท่องฝั่งธนฯ ยล “พระราชวังเดิม” สัมผัสประวัติศาสตร์ราชธานีเก่า
หลบแดดร้อน ชอปเพลินยามค่ำ ที่ “ตลาดนัดรถไฟ รัชดา”
เที่ยวเพลินที่ “ท่ามหาราช” จุดนัดพบใหม่ริมเจ้าพระยา
“ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค” เดินเที่ยวชิลๆ ชมวิวเจ้าพระยาตระการตา
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 47 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2015