หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกท่องเที่ยว | ลุยกรุง & รอบกรุง
 

พิศเพลินเจริญใจ ไหว้พระย่านพระราม 8

ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 กันยายน 2553 15:08 น.
        โดย : หนุ่มลูกทุ่ง

พิศเพลินเจริญใจ ไหว้พระย่านพระราม 8
สะพานพระราม 8 สวยงามด้วยรูปแบบสะพานแขวน
        หลายคนมักคิดว่าเวลาที่จะเข้าวัดมักต้องเป็นช่วงที่ทุกข์ใจ ต้องการหาที่พึ่งที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายสบายใจ แต่ในความรู้สึกของฉันกลับมองต่างมุมว่า ในยามที่เรามีความสุขและยิ่งได้เข้าวัดทำบุญก็จะยิ่งป็นการเพิ่มความสุขให้กับชีวิตมากขึ้น โดยในครั้งนี้ฉันขอเติมความสุขใส่ตัวโดยการเดินหน้าเข้าวัดในย่านสะพานพระราม 8
       
       สำหรับ "สะพานพระราม 8" แห่งนี้ โดดเด่นและสวยงามด้วยรูปแบบสะพานขึงแบบอสมมาตร คือมีเสาสะพานหลักเสาเดียวบนฝั่งธนฯ และมีเสารับน้ำหนัก 1 ต้นบนฝั่งพระนคร โดยได้ติดตั้งสายเคเบิลระนาบคู่ 28 คู่ ขึงยึดพื้นช่วงข้ามแม่น้ำ และใช้สายเคเบิลระนาบเดี่ยว 28 เส้น ขึงยึดรั้งกับโครงสร้างยึดเสาสะพานบนฝั่งธนฯ จึงไม่มีเสารับน้ำหนักตั้งอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาทำให้ไม่มีปัญหาต่อการสัญจรทางน้ำ

พิศเพลินเจริญใจ ไหว้พระย่านพระราม 8
วัดอมรคีรีแต่เดิมมีชื่อว่าวัดสามกุฏิ
        ด้านใต้สะพานพระราม 8 ทางฝั่งธนบุรีเป็นที่ตั้งของสวนหลวงพระราม 8 ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ถูกใช้เป็นสวนอเนกประสงค์ สามารถใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายภายใต้บรรยากาศที่ร่มรื่น เต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับที่สวยงาม รวมทั้งไม้ใหญ่เป็นจำนวนมาก และภูมิทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ดูเมื่อไรก็สวยงามน่ามอง
       
       ชมความสวยงามร่มรื่นของแมกไม้ริมเจ้าพระยาแล้วก็มาเติมความสุขใจกันต่อที่ "วัดอมรคีรี" ซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่า "วัดสามกุฏิ" สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน แต่คาดว่าที่ได้ชื่อนี้เพราะแต่เดิมคงมีการสร้างกุฏิสงฆ์ในวัดเพียง 3 หลัง ต่อมาราวพ.ศ.2370 สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดปยุรวงษ์ ได้บูรณะและให้ชื่อใหม่ว่า "วัดอมรคีรี" เหตุที่ตั้งชื่อนี้สันนิษฐานว่าเพราะตั้งอยู่ในละแวกใกล้เคียงกับวัดดาวดึงษาราม และวัดดุสิต ซึ่งเป็นชื่อของดินแดนในเทวโลก
       
       ตามตำนานในพระพุทธศาสนาเชื่อว่าเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปโปรดพระพุทธมารดาในเทวโลกชั้นดาวดึงส์ ได้เสด็จผ่านยอดแห่งภูเขาสิเนรุก่อนไปถึงเทวโลก เป็นที่มาของชื่ออมรคีรี ที่แปลว่าภูเขาของเทวดา เพราะถ้าจะไปวัดดาวดึงษาราม และวัดดุสิตก็ต้องผ่านวัดอมรคีรีก่อน เฉกเช่นตำนาน

พิศเพลินเจริญใจ ไหว้พระย่านพระราม 8
วัดบางยี่ขันวัดโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา
         
       ภายในวัดเป็นที่ตั้งของอุโบสถสร้างเป็นแบบไทยมีช่อฟ้าใบระกาหางหงษ์ก่ออิฐถือปูน ภายในประดิษฐานพระพุทธนิมิตรพิชิตมารพระประธานในอุโบสถ และพระมหากัจจายณลาภวัฒนามหาเถระ ซึ่งถือเป็นพระศักดิ์สิทธิ์คู่วัดอมรคีรี
       
       เลยถัดไปเข้าไปในซอยจรัญสนิทวงศ์ 40 จะเจอกับ "วัดบางยี่ขัน" หรือ "วัดมุธราชธาราม" เป็นวัดโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา และได้รับการปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 พระอุโบสถก่ออิฐถือปูนมีหน้าบันและคันทวยเป็นไม้แกะสลัก ฝีมือช่างสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง ใบเสมารอบอุโบสถทำด้วยศิลาทรายแดง

พิศเพลินเจริญใจ ไหว้พระย่านพระราม 8
รูปเคารพพระแม่ธรณีบีบมวยผมที่วัดบางยี่ขัน
        ภายในอุโบสถมีจิตกรรมฝาผนังภาพเทพชุมนุมและภาพทศชาติชาดกฝีมือคงแป๊ะ อดีตนักโทษประหาร ซึ่งเป็นจิตรกรเอกในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระประธานในอุโบสถเป็นพระศิลาทราย ปางสมาธิ สมัยอยุธยา นอกจากนี้ด้านนอกยังมีศาลาจตุคามรามเทพ พระแม่ธรณีบีบมวยผม และศาลาจีนซึ่งภายในมีพระสังกัจจายน์และพระพุทธรูปของจีนอีกหลายองค์ให้ได้กราบไหว้ขอพร

พิศเพลินเจริญใจ ไหว้พระย่านพระราม 8
วัดพระยาศิริไอยสวรรค์โดดเด่นด้วยอุโบสถแบบท้องเรือสำเภา
        ภายในซอยเดียวกันเป็นที่ตั้งของ "วัดพระยาศิริไอยสวรรค์" หรือ "วัดพระยาหริ" ตามประวัติวัดเล่าว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยพระยาศิริไอยสวรรค์ หรือนายฟักพ่อของเจ้าจอมมารดาเอมในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นผู้สร้าง ภายในวัดมีอุโบสถที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบฐานหย่อนโค้งแบบท้องเรือสำเภา

พิศเพลินเจริญใจ ไหว้พระย่านพระราม 8
พระเจดีย์ทรงกลม และทรงเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองของวัดพระยาศิริไอยสวรรค์
        และมีใบเสมาคู่ไม่มีซุ้มครอบ จึงสันนิษฐานว่าวัดนี้น่าจะสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา และได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ในสมัยพระยาศิริไอสวรรค์ โดยได้นำสิงโตหิน อับเฉาเรือมาประดับ ซึ่งนิยมมากในสมัยรัชกาลที่ 3 ส่วนภายในประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัยสมัยรัตนโกสินทร์
       
       ด้านนอกเขตอุโบสถมีพระปรางค์ ที่ดูแล้วคล้ายพระปรางค์วัดอรุณฯ และพระเจดีย์อีก 2 องค์ ที่มีลักษณะทรงกลม และทรงเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง นอกจากนี้ยังมีวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อสำริด พระศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดที่ผู้คนในย่านนั้นให้ความเคารพนับถือด้วย

พิศเพลินเจริญใจ ไหว้พระย่านพระราม 8
พระอุโบสถวัดดาวดึงษารามสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3
         
       จากนั้นฉันเลาะโค้งไปตามถนนเข้าไปในซ.ปิ่นเกล้า เพื่อไปยัง "วัดดาวดึงษาราม" ตามตำนานเล่าว่า วัดนี้สร้างโดย เจ้าจอมแว่น พระสนมเอกในรัชกาลที่ 1 โดยได้สร้างพระอุโบสถก่ออิฐผนังไม้สัก หลังคามุงกระเบื้อง แล้วนิมนต์พระอธิการอินมาจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า "วัดขรัวอิน"
       
       ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 ข้าราชการฝ่ายในขื่ออิน ซึ่งเป็นญาติของเจ้าจอมแว่นได้ปฏิสังขรณ์วัดนี้ และด้วยเหตุที่พระผู้ครองวัดและผู้ปฏิสังขรณ์วัดมีนามเดียวกันว่า "อิน" รัชกาลที่ 2 จึงทรงพระราชทานนามวัดนี้ว่า "วัดดาวดึงษาสวรรค์" อันหมายถึง สวรรค์ชั้นดาวดึงษ์สถานที่อยู่ของพระอินทร์นั่นเอง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 พระยามหาเทพ(ทองปาน) ซึ่งเป็นตระกูลปาณิกบุตรก็ได้บูรณปฏิสังขรณ์และสร้างเพิ่มเติม จากนั้นได้น้อมเกล้าฯถวายเป็นพระอารามหลวง และได้รับพระราชทานเปลี่ยนนามใหม่ว่า"วัดดาวดึงษาราม"

พิศเพลินเจริญใจ ไหว้พระย่านพระราม 8
หอระฆังแบบตะวันตกในวัดดาวดึงษาราม
         
       ปัจจุบันพระอุโบสถที่เห็นสร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีลักษณะเป็นแบบไทยก่ออิฐถือปูน ติดคันทวยขึ้นไปรับชายคา หลังคาลดหลั่น 2 ชั้น มีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ หน้าบันกรุไม้จำหลักลวดลายเครือดอกพุดตานปิดทองร่องกระจก ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานปางสมาธิที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3
       
       สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ หอระฆัง ที่มีลักษณะเป็นรูปสีเหลี่ยม 2 ชั้น ก่ออิฐถือปูน รูปแบบเลียนแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกที่นิยมแพร่หลายในระหว่างรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ฐานแต่ละด้านทำเป็นคูหาเป็นช่องโค้งทะลุถึงกันทั้ง 4 ด้าน ส่วนยอดทำเป็นทรงกระโจมสี่เหลี่ยมรวบปลายแหลม ในหอแขวนระฆังลงมาจากเพดานสำหรับตีบอกเวลา

พิศเพลินเจริญใจ ไหว้พระย่านพระราม 8
วัดจตุรมิตรโดดเด่นด้วยใบเสมาที่ติดอยู่กับฝาผนังด้านนอกอุโบสถ
        ติดกับวัดดาวดึงส์คือ "วัดจตุรมิตรประดิษฐาราม" หรือแต่เดิมเรียกกันว่า "วัดสี่จีน" เนื่องจากในสมัยรัชกาลที่2 มีชาวจีน 4 พี่น้องร่วมกันสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมา สิ่งที่น่าสนใจของวัดแห่งนี้อยู่ที่อุโบสถที่สร้างด้วยลักษณะแบบจีน ไม่มีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ บานประตูหน้าต่างสลักลวดลายมังกรล่อแก้วทาสีแดงและปิดทอง และอีกหนึ่งอย่างที่โดดเด่นก็คือ ใบเสมา ที่เป็นใบเสมาสีเหลืองแบบนูนต่ำไม่มีลวดลายใดๆ แต่แทนที่จะตั้งอยู่รอบอุโบสถกลับติดอยู่กับฝาผนังด้านนอกโดยรอบอุโบสถ เห็นแล้วช่างแปลกตาจริงๆ
       
       ใครที่ผ่านมาผ่านไปแถวนี้ หากมีเวลาก็สามารถแวะไปเติมความสุขกายเพิ่มความสุขใจกันได้ทุกวัน ไม่จำเป็นต้องมีเรื่องทุกข์ใจก็เดินหน้าเข้าวัดกันได้ไม่มีกฏข้อห้ามใดๆ

พิศเพลินเจริญใจ ไหว้พระย่านพระราม 8
อุโบสถแบบจีนที่วัดจตุรมิตร
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ" แหล่งรวมสุดยอดของดี มรดกชาติอันล้ำค่า
“ศิลป์ พีระศรี” 122 ปี ไม่มีลืมเลือน
9 มหัศจรรย์ “เมืองปากน้ำ” เที่ยวได้ทั้งปี เที่ยวดีทั้งเมือง
ยลปืนใหญ่ "พญาตาณี" และเหล่าราชาแห่งสนามรบ พร้อมชมน้ำพุดนตรี ที่ “พิพิธภัณฑ์ปืนใหญ่โบราณ” กระทรวงกลาโหม
ชมนานาเหรียญแปลกตา พร้อมชมเหรียญใส่ดีเอ็นเอ ที่ “พิพิธภัณฑ์เหรียญ”
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 15 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นี่แหละคือวัฒนธรรมของกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ แสดงถึงอัตตลักษณ์ของกรุงเทพ ที่เป็นเมืองน่าเที่ยวของโลก
หากเราไม่มีอดีต ก็จะไม่มีปัจจุบัน ไม่มีอนาคต
ทหารแก่
ความคิดเห็นที่ 5 -1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไร้สาระ
ปิ่น บุตรเลว
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รู้สึกน้ำที่ออกมาจากผมนางธรนี จะเป็นน้ำตาที่สะสมมาตั้งแต่อดีตนะ
จำไม่ค่อยได้ละ การเกิดมันเศร้า เดาว่าเขาจะสื่อแบบนั้น
วิยะดา อุมาริน
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ข้อมูลผิดพลาดนะครับ
ชื่อวัดให้ข้อมูลผิดสองจุด
ตำแหน่งวัดผิดหนึ่งจุด
วัดพระยาศิริไอยสวรรค์ ชาวบ้านเรียกว่า วัดยาหริ ไม่ใช่
วัดพระยาหริ
ส่วนวัดจตุรมิตรประดิษฐาราม นั้นผมไม่แน่ใจตามข้อมูลที่คุณเขียนมานะ เพราะแม้ชื่อจะเป็นสี่(จตุ)แต่คนถิ่นนี้เรียกวัดนี้กันมาหลายรุ่นแล้วว่า วัดสามจีน ไม่ใช่สี่จีน
ส่วนตำแหน่งวัดนั้น วัดดาวฯกับวัดบางยี่ขันนั้น อยู่ต่างซอยกันแต่มีตรอกให้เดินทะลุถึงกันได้
ผมแถมให้อีกข้อถึงชื่อ บางยี่ขัน เดิมนั้นชื่อบางยี่คั่ง
อันหมายถึงสองฝั่งคลอง อะไรสองฝั่งคลองหรือครับ? ผู้ใหญ่ท่านเล่าให้ฟังว่า บางนี้มีวัดมากและมีทั้งสองฝั่งคลองจึงเป็นที่มาของชื่อบาง ซึ่งในตอนหลังได้เพี้ยนเสียงจากคำว่าคั่งมาเป็นขันนั่นเอง
komgrid
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วัดสามจีน คือวัดไตรมิตร ครับเพ่ อย่าโชว์ความด้อยปัญญา
ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โอ้...แล้ว วัดค้างคาวล่ะครับ คือ วัดอะไร

วัดกล้วย วัดโบสถ์ วัดทอง วัดกลาง วัดกระโจม วัดพุด คือวัดอะไร

วัดไทย สมัยก่อน ชื่อจะซ้ำๆ กันหลายวัด หลายจังหวัด

วัดไหนดังกว่าคนก็จะนึกว่านี่คือวัดนั้น แต่วัดเล็กอีกหลายวัดคนท้องถิ่นก็ยังรู้จักในชื่อเดิมอยู่

ไม่มีใครด้อยปัญญากว่าใครหรอกครับ

เพียงแต่ทราบหรือไม่ เท่านั้น
ฮวยมั่วเล้ว
 
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชื่นชมแต่อดีต...
ปัจจบันไม่เห็นมีอะไรที่น่าทึ่งนอกจากสพานฝรั่งคิดให้...แล้วเอาปูนซีเมนต์กับเหล็กเส้นใส่เข้าไป...พอกัน
มีปัญญาคิดนะ...แต่ไม่มีพลังในการสร้าง !!!
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นักโทษประหารวาดจิตรกรรมทศชาติชาดกก่อนรับโทษ
กู๊ดวัน
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014