หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกท่องเที่ยว | ตะลอนเที่ยว
 

เยือน “โฮจิมินห์” เที่ยวถิ่นลุงโฮ

ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
3 พฤศจิกายน 2553 17:48 น.
เยือน “โฮจิมินห์” เที่ยวถิ่นลุงโฮ
ริมถนนย่านจัตุรัสโฮจิมินห์
        "ตะลอนเที่ยว” ไม่ได้คิดจะหนีน้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นในหลายๆ พื้นที่ในบ้านเราไปไหน แต่ว่าเมื่อทริปแห่งโอกาสมาถึงที่เราจะได้เปลี่ยนบรรยากาศของการเดินทางที่มักจะท่องเที่ยวแต่ในเมืองไทย โดยทริปนี้ได้ไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง เราจึงขอคว้าโอกาสไว้ และอยากจะพาทุกคนไปสัมผัสประเทศเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกับพี่ไทย ไปดูกันซิว่าเพื่อนบ้านของเราเขามีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง
       
       “ตะลอนเที่ยว” ได้เดินทางมายัง “นครโฮจิมินห์” หรือ “โฮจิมินห์ซิตี้” (Ho Chi Minh City : HCMC) เมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม โดยโฮจิมินห์ซิตี้แต่เดิมเรียกกันว่า “ไซ่ง่อน” (Saigon) และเป็นชื่อที่ชาวเวียดนามคุ้นเคยกันอยู่จนถึงปัจจุบัน ในอดีตไซ่ง่อนเคยเป็นเมืองในการปกครองของเขมร ต่อมาเมื่อแยกเป็นประเทศเวียดนาม ไซ่ง่อนจึงได้เป็นเมืองหลวงของเวียดนามใต้ แต่เมื่อเวียดนามเหนือยึดได้สำเร็จ จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น “โฮจิมินห์ซิตี้” ตามชื่อผู้นำเวียดมินห์เมื่อ ค.ศ. 1976

เยือน “โฮจิมินห์” เที่ยวถิ่นลุงโฮ
อุโมงค์กู๋จี ฐานทัพใต้ดินของเวียดกง
        บรรยากาศของโฮจิมินห์ซิตี้แห่งนี้ไม่แตกต่างจากบ้านเรามากนัก ผู้คนก็รูปร่างหน้าตาคล้ายคนไทย ทำให้รู้สึกเหมือนไม่แปลกแยก ส่วนเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวก็มีมากมาย แต่ที่แรกที่เราจะไปกัน ขอเดินทางออกไปนอกเมืองก่อนนั้นคือ “อุโมงค์กู๋จี” ซึ่งเป็นอุโมงค์ใต้ดินที่เปรียบเสมือนที่มั่นหลักและที่มั่นสุดท้ายของทหารเวียดกง ซึ่งเป็นกองกำลังของเวียดนามใต้ที่ไม่พอใจและต่อต้านรัฐบาล โดยได้รับการจัดตั้งขึ้นโดยคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือ

เยือน “โฮจิมินห์” เที่ยวถิ่นลุงโฮ
วัดเทียนหาว
        อุโมงค์กู๋จีแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นฐานบัญชาการรบ โรงพยาบาล และหมู่บ้านใต้ดิน ซึ่งที่นี่ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่ทำให้กองกำลังเวียดกงชนะในการรบ สำหรับโครงข่ายใต้ดินแห่งนี้มีความยาวถึง 270 กิโลเมตร และเป็นสมรภูมิรบพื้นที่ที่น่ากลัวที่สุดอีกแห่งหนึ่งของสงครามเวียดนาม เพราะโดนทั้งสารเคมีและสารพิษต่างๆ ที่ใช้พ่นลงไปในอุโมงค์ โดยเฉพาะฝนเหลืองที่ทหารอเมริกันนำมาโปรยเพื่อกำจัดต้นไม้เพื่อจะได้เห็นตัวฝ่ายตรงข้ามได้ง่าย จนทำให้พื้นที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้กลายเป็นพื้นที่โล่งเตียน เป็นสาเหตุให้ทหารเวียดกงต้องลงไปบัญชาการในอุโมงค์ใต้ดิน

เยือน “โฮจิมินห์” เที่ยวถิ่นลุงโฮ
เจดีย์แบบจีนของวัดเทียนหาว
        ปัจจุบันได้เปิดสมรภูมิเลือดแห่งนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยมีเจ้าหน้าที่พาเดินไปยังจุดสำคัญและสามารถมุดลงไปในเส้นทางคดเคี้ยวและมืดมากจนถึงชั้นสามของอุโมงค์ ซึ่งภายในประกอบไปด้วยห้องนอน ห้องบัญชาการ ห้องประชุม สนามฝึกทหาร ส่วนบริเวณโดยรอบของอุโมงค์แห่งนี้ ยังคงเหลือซากแห่งสงคราม อาทิ รถถัง เครื่องบิน วัตถุระเบิด และหลุมระเบิดขนาดใหญ่ ดูแล้วช่างน่าทึ่งจริงๆ

เยือน “โฮจิมินห์” เที่ยวถิ่นลุงโฮ
ภายในวัดเทียนหาว
        รู้อดีตของชาวเวียดนามแล้ว กลับเข้ามาในเมืองกันบ้าง โดยสถานที่ต่อไปที่พวกเราไปกันก็คือ “วัดเทียนหาว” (Thien Hau Pagoda) หรือ “วัดเจ้าแม่สวรรค์”อยู่ในเขตไชน่าทาวน์ ถือเป็นวัดเก่าแก่อายุเกือบ 300 ปี เลยทีเดียว ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นวัดจีนอันเป็นที่เคารพบูชาของชาวเวียดนามเชื้อสายจีน สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับแม่พระผู้คุ้มครองชาวเรือเปรียบได้กับศาลเจ้าแม่ทับทิมในบ้านเรานั้นเอง ซึ่งนอกจากวัดแห่งนี้จะเป็นที่เคารพนับถือของชาวประมงและผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับทะเลเป็นอย่างมากแล้ว วัดเทียนหาวยังโดดเด่นไปด้วยรูปเคารพเจ้าแม่ทับทิม เทพเจ้ากวนอู และรูปเคารพเทวรูปอื่นๆอีกหลายองค์ และเจดีย์สูงใหญ่แบบจีน

เยือน “โฮจิมินห์” เที่ยวถิ่นลุงโฮ
โบสถ์นอร์ทเธอดาม
        จากวัดพุทธเราไปต่อโบสถ์คริสต์กันบ้าง โบสถ์ที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ชื่อว่า “โบสถ์นอร์ทเธอดาม” (Notre Dame Cathedral) ตั้งอยู่บริเวณกลางเมืองโฮจิมินห์บนถนน HanThuyen โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2420 สมัยที่ฝรั่งเศสยังเป็นจ้าวอาณานิคมอยู่ปัจจุบันมีอายุกว่า 100 ปี เป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบ NEO-ROMAN นับเป็นสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของโฮจิมินห์ซิตี้ก็ว่าได้

เยือน “โฮจิมินห์” เที่ยวถิ่นลุงโฮ
โบสถ์นอร์ทเธอดามสถาปัตยกรรมแบบ NEO-ROMAN
        ลักษณะของตัวโบสถ์เป็นรูปแบบ ของสมัยอาณานิคม มีหอคอยคู่สี่เหลี่ยมอยู่ด้านหน้าสูง 40 เมตร อันเป็นเอกลักษณ์ที่ดูสง่างามมากของโบสถ์แห่งนี้ ด้านหน้าโบสถ์ยังมีรูปปั้นพระแม่มารีขนาดใหญ่สีขาวเด่นเป็นสง่าอีกด้วย โบสถ์แห่งนี้เป็นดั่งสัญลักษณ์อันหมายถึงการเข้ามาของตะวันตก และสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองโฮจิมินห์ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ฮอตฮิตในการถ่ายรูปwedding อีกด้วย

เยือน “โฮจิมินห์” เที่ยวถิ่นลุงโฮ
กรมไปรษณีย์กลางนครโฮจิมินห์
        ส่วนด้านข้างของโบสถ์เป็นที่ตั้งของ “กรมไปรษณีย์กลางนครโฮจิมินห์” (Saigon Central Post Office) เป็นที่ทำการไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในนครเวียดนาม สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2439 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบกอธิค ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกและตะวันออก ตกแต่งอย่างงดงามด้วยกระจกสี
       
       ด้วยความยิ่งใหญ่โอ่โถงและสวยงาม จึงทำให้มีนักออกแบบสถาปัตยกรรมมากมายเดินทางมาศึกษา ดูงานการออกแบบตกแต่งอาคารแห่งนี้ ส่วนภายในตัวอาคารมีการประดับด้วยภาพแผนที่ทางทะเลโบราณ และภาพของท่านโฮจิมินห์ ทุกวันนี้กรมไปรษณีย์กลางแห่งนี้ ยังเปิดให้บริการทั้งการส่งจดหมาย ขายแสตมป์เพื่อการสะสม และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมได้ หรือหากต้องการโทรศัพท์ที่นี่ก็มีบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศด้วย

เยือน “โฮจิมินห์” เที่ยวถิ่นลุงโฮ
สภาประชาชน
        จากไปรษณีย์กลาง “ตะลอนเที่ยว”เดินทางไปยังอีกสถานที่หนึ่งที่มีความสำคัญมากนั้นคือ “ศาลาว่าการเมือง” หรือ“สภาประชาชน” (People’s Committee Building) หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า “โฮจิมินห์ซิตี้ ฮอลล์”(Ho Chi Minh City Hall) เป็นตึกสไตล์ฝรั่งเศส ตรงกลางเป็นหอนาฬิกาขนาบข้างด้วยอาคาร 2 หลังที่สูงเด่นขึ้นมา มีซุ้มประตู-หน้าต่างโค้งมนแซมด้วยเสากรีกและลวดลายปูนปั้นอันอ่อนช้อยดูแล้วสมส่วนสวยงามมาก

เยือน “โฮจิมินห์” เที่ยวถิ่นลุงโฮ
อนุสาวรีย์อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์
        ด้านหน้าของสภาประชาชน มีสวนสวยที่เรียกว่า “จัตุรัสโฮจิมินห์” (Tran Nguyen Hai Statue) เนื่องจากมีรูปปั้นของลุงโฮอุ้มเด็ก หรือ “อนุสาวรีย์อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์” ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ในสวนเบื้องหน้าสภาประชาชน จุดนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของนครโฮจิมินห์ที่ใช้เป็นจุดตั้งหลักและจุดนัดพบเลยก็ว่าได้ ในตอนกลางคืนบริเวณลานน้ำพุในจตุรัสแห่งนี้มักมีชาวเวียดนามและชาวต่างชาติมานั่งพักผ่อนชมวิวกันทุกคืน

เยือน “โฮจิมินห์” เที่ยวถิ่นลุงโฮ
โรงละครยาฮดแถงห์โฝ
        เดินถัดไปทางด้านหน้าอนุสาวรีย์ลุงโฮ ข้ามฝั่งถนนไปเป็นที่ตั้งของ “โรงละคร” (Opera House) ชื่อว่า “โรงละครยาฮดแถงห์โฝ” (Nha hat Thanh Pho) ลักษณะเป็นตึกเก่าแบบฝรั่งเศสอันสวยงามน่ายลอีกหลังหนึ่ง สร้างในปี พ.ศ. 2402 เพื่อใช้แสดงอุปรากร ต่อมาได้ถูกเปลี่ยนมาใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของสภาแห่งชาติเวียดนามใต้ และในปัจจุบันก็ได้เปลี่ยนกลับมาใช้งานเป็นโรงละครประจำเมืองเหมือนเดิม

เยือน “โฮจิมินห์” เที่ยวถิ่นลุงโฮ
ตลาดเบนถันห์
        เที่ยวกันมาหลายที่ ถ่ายรูปกันมาหลายต่อหลายแชะแล้ว ได้เวลาไปช้อปปิ้งของฝากกันที่ “ตลาดเบนถันห์” (Ben Thanh Market) แหล่งช้อปแหล่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดของโฮจิมินห์ สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2457 ด้านหน้าตลาดมีหอนาฬิกาตั้งตระหง่านโดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ของตลาดแห่งนี้ ภายในนั้นตลาดเต็มไปด้วยของขายมากมายสารพัดอย่างในราคาที่สามารถต่อรองกันได้
       
       ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า อาหารการกิน ชา กาแฟ ของที่ระลึกพวกตุ๊กตาไม้ ตุ๊กตาปั้น งานศิลปะ ดอกไม้สด-แห้ง ของกระจุกกระจิก และสินค้าอีกมายมายหลายอย่าง แถมแม่ค้าชาวเวียดนามหลายๆคนในตลาดเบนถันห์ยังพูดไทยชัดแจ๋ว บางคนชอบพูดคุยและให้ยอด้วย ทำให้การต่อรองซื้อสินค้าง่ายขึ้นเป็นกองเลยเชียวหล่ะ
       
       แต่ที่ “ตะลอนเที่ยว” อยากจะให้ระมัดระวังกันก็คือเรื่องรถแท็กซี่ เพราะเจอมากับตนเอง รถแท็กซี่บางคันโกงมิเตอร์อย่างน่าเกลียดมากๆ จาก 7หมื่นกว่าดองเป็น 2 แสนกว่าดองเลยทีเดียว แถวยังพาไปอ้อมในตรอกซอกซอย แล้วก็ยังไม่ยอมจอดในโรงแรมอีกด้วยแต่ไปจอดเลยโรงแรมไปหลายเมตรทีเดียว และที่น่ากลัวก็คือไม่ยอมปลดล็อคประตูให้ลงด้วยจนกว่าจะจ่ายเงิน นี่ถือเป็นบทเรียนราคาแพงเป็นแสนจริงๆ ที่ได้มาโฮจิมินห์ แต่ถึงยังไงก็จะขอเก็บความสุขสนุกสนานสำหรับทริปนี้ไว้ความทรงจำ

ข่าวล่าสุด ในหมวด
หลงรัก “ซูตองเป้”-หลงเสน่ห์สวนสนสวย “บ่อแก้ว”...บนเส้นทาง 1,864 โค้ง “ฮอด-แม่ฮ่องสอน”
ปั่นชิลๆ ชมภาพสตรีตอาร์ต ณ เมืองมรดกโลก “จอร์จทาวน์” ปีนัง
งามจับใจ “เขื่อนรัชชประภา” ล่องเรือเพลินตา ชมวิวกุ้ยหลินเมืองไทย สนุกเริงร่า พักแพ 500 ไร่
เที่ยว"แม่สอด" ยลเสน่ห์เมืองชายแดน ตื่นตากับคลังจักรยานมือสองนับหมื่นคัน
ขึ้นเหนือไปหาหนาว กับ 3 เมืองต้องห้าม...พลาดแห่งภาคเหนือ
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 15 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014