จาก“คลองหัววัง-พนังตัก” ถึง“หนองใหญ่” ชุมพรสุขร่มเย็นด้วยพระบารมี

ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย MGR Online   
29 พฤศจิกายน 2553 14:58 น.
จาก“คลองหัววัง-พนังตัก” ถึง“หนองใหญ่” ชุมพรสุขร่มเย็นด้วยพระบารมี
ส่วนหนึ่งของคลองหัววัง-พนังตัก
        เหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ความเป็นอยู่ อาหารการกิน การประกอบอาชีพ บางคนถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัวเลยทีเดียว
       
       ที่ อ.เมือง จ.ชุมพร ในอดีตนั้น ก็เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยแทบจะทุกปี ด้วยภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม ด้านทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือมีภูเขาสูง ทำให้กลายเป็นที่รองรับน้ำจากที่อื่น ก่อนจะไหลลงสู่อ่าวไทย แต่หากระบายไม่ทันก็จะกลายเป็นน้ำท่วมในตัวเมือง เช่นเมื่อคราวพายุไต้ฝุ่นเกย์ ในปี 2532 และพายุโซนร้อนซีต้า ในปี 2540 ซึ่งทำให้ในตัวเมืองชุมพรมีน้ำท่วมสูง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากมาย สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล และใช้เวลานานในการฟื้นฟูเมืองให้กลับมาเป็นเหมือนเก่า
       
       พิพัฒน์ รัตนากร อุปนายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร หนึ่งในชาวชุมพรผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยเล่าว่า “แต่ก่อนนั้น ในเขตตัวเมืองน้ำท่วมแทบทุกปี เดือดร้อนกันไปหมด นอกจากนั้น ถ้าคนดูข่าวว่าตัวเมืองชุมพรน้ำท่วม ก็จะคิดเหมาไปเลยว่าชุมพรทั้งจังหวัดน้ำท่วม คนจะมาลงทุน มาทำงานที่นี่ก็ไม่กล้ามา เพราะเดี๋ยวก็น้ำท่วมแล้ว”

จาก“คลองหัววัง-พนังตัก” ถึง“หนองใหญ่” ชุมพรสุขร่มเย็นด้วยพระบารมี
ทางเข้าโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ
        “คลองหัววัง-พนังตัก” น้ำพระทัยในหลวงสู่ชาวชุมพร
       
       แต่ในปี 2540 นั้นเอง ชาวชุมพรก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นอย่างมาก เพราะภายหลังจากเกิดพายุซีต้าที่ทำให้เกิดน้ำท่วมในตัวเมืองชุมพรสูงถึง 2.20 เมตร ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ตรวจสอบ และศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเมืองชุมพร
       
       พบว่า มีพื้นที่ลุ่มทางตอนเหนือของเมืองชุมพร เรียกว่า “หนองใหญ่” ตั้งอยู่ที่ ต.บางลึก อ.เมืองชุมพร มีสภาพภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติเหมาะสมที่จะใช้พักน้ำก่อนการระบายลงสู่ทะเล เนื่องจากมีพื้นที่ติดกับคลองหัววัง - พนังตัก สามารถรับน้ำและระบายน้ำลงสู่ทะเลได้โดยไม่ต้องผ่านเมือง แต่คลองนั้นยัง ไม่ได้ขุดให้ตลอด เหลือระยะทางอีกประมาณ 1,460 เมตร
       
       พระองค์ท่านทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้สร้างประตูระบายน้ำ เพื่อควบคุมปริมาณน้ำในหนองใหญ่ โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ และพระราชทานชื่อว่า “ประตูน้ำราชประชานุเคราะห์ 1"

จาก“คลองหัววัง-พนังตัก” ถึง“หนองใหญ่” ชุมพรสุขร่มเย็นด้วยพระบารมี
ตัวอย่างการทำเกษตรในโครงการ
        จากนั้นก็มีพระราชกระแสรับสั่งให้ทาง จ.ชุมพร เร่งขุดคลองหัววัง - พนังตัก ที่ยังขุดไม่แล้วเสร็จในบริเวณอ่าวพนังตัก หมู่ที่ 4 ต.นาชะอัง อ.เมืองชุมพร ให้ทะลุเพื่อระบายน้ำจากตัวเมืองชุมพรลงสู่ทะเลโดยเร็ว ให้ทันกับการขึ้นฝั่งของพายุไต้ฝุ่นลินดา ที่คาดว่าจะขึ้นฝั่งที่ จ.ชุมพร ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2540
       
       ในที่สุดการขุดคลองหัววัง-พนังตัก ก็แล้วเสร็จลงก่อนที่พายุไต้ฝุ่นลินดาจะเข้าฝั่งเพียง 1 คืน เมื่อพายุเข้าฝั่งจึงได้ใช้ประตูน้ำราชประชานุเคราะห์ 1 ระบายน้ำออกจากหนองใหญ่ลงทะเลผ่านคลองหัววัง - พนังตัก น้ำจึงไม่ท่วมตัวเมืองชุมพรและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งในภายหลังก็ยังทรงมีพระราชดำริให้ปรับปรุงพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ให้เป็นแก้มลิงที่สมบูรณ์แบบ เพื่อรองรับการระบายน้ำในอนาคต
       
       หลังจากนั้นจนถึงทุกวันนี้ ตัวเมืองชุมพรก็ไม่เคยมีน้ำท่วมอีกเลย ซึ่ง พิพัฒน์ บอกว่า “คลองหัววัง-พนังตัก กับแก้มลิงที่หนองใหญ่มีประโยชน์กับคนชุมพรสุดที่จะพรรณนา สิบกว่าปีนี้ที่ไม่มีน้ำท่วมเลยก็ทำให้เศรษฐกิจของชุมพรขยายตัวขึ้นเยอะ ชาวบ้านก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องน้ำท่วมอีก คิดว่าโครงการนี้น่าจะเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่อื่นๆ ได้ดี เพราะพระเมตตาของในหลวง ทำให้คนชุมพรมีความสุขได้ในทุกวันนี้ ”

จาก“คลองหัววัง-พนังตัก” ถึง“หนองใหญ่” ชุมพรสุขร่มเย็นด้วยพระบารมี
อาคารโอปนยิโก จำลองมาจากหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ
        แผ่นพับมีชีวิต “โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ฯ”
       
       ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่ทรงมีต่อชาวชุมพร ทาง จ.ชุมพร จึงได้จัดทำ “โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ” ซึ่งบริเวณพื้นที่หนองใหญ่นั้นเป็นแก้มลิงที่มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัย รวมถึงเป็นแหล่งน้ำสำรองสำหรับการเกษตร ซึ่งบริเวณใกล้กับแก้มลิงนั้นจัดทำเป็นศูนย์การเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต โดยมีเครือข่ายจากภูผา สู่มหานที ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาชนเป็นผู้ดูแล
       
       อรรถวุฒิ ครุฑปักษี ตัวแทนเครือข่ายจากภูผา สู่มหานที จ.ชุมพร เล่าว่า เครือข่ายจากภูผา สู่มหานที จะประกอบไปด้วย 3 กลุ่มหลักๆ คือ ธนาคารต้นไม้ เกษตรอินทรีย์ และการท่องเที่ยวชุมชน จากนั้นก็มารวมตัวกันเป็นโดยจะอยู่ในลักษณะข่ายซ้อนข่าย มีการช่วยเหลือกันในกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นการจัดการตั้งแต่คนต้นน้ำ คนกลางน้ำ คนปลายน้ำ สู่ท้องทะเล ใช้หลักของในหลวงมาจัดการ ซึ่งก็คือ ดิน น้ำ ป่า คน

จาก“คลองหัววัง-พนังตัก” ถึง“หนองใหญ่” ชุมพรสุขร่มเย็นด้วยพระบารมี
บ้านดินจำลองจากสวนลุงนิล
        “ที่นี่คือแผ่นพับที่มีชีวิตของ จ.ชุมพร ไม่ใช่แผ่นพับที่รวบรวมของดี แต่เป็นแผ่นพับที่รวบรวมคนที่ทำตามรอยพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้เห็นว่าคนที่ทำเพื่อพระเจ้าอยู่หัวมีจริง คนที่เอาศาสตร์ของพระราชาไปใช้มีจริง ตอนแรกที่ทำโครงการนี้ เราใช้ชื่อว่า ศูนย์เรียนรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แต่ที่ไหนก็เป็นโครงการเศรษฐกิจพอเพียง จึงเปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า ศูนย์เรียนรู้ตามศาสตร์พระราชา เพราะศาสตร์ของในหลวงมีเป็นร้อยเป็นพันศาสตร์ เราก็ไม่ได้เอามาทั้งหมด แต่พยายามจะรวบรวมมาให้ได้มากที่สุด ซึ่งเศรษฐกิจพอเพียงก็คือหนึ่งในศาสตร์ที่พระองค์ท่านพระราชทานให้แก่พวกเรา”
       
       “หรืออย่างโครงการแก้มลิง ที่ชาวชุมพรได้ใช้ประโยชน์มากที่สุด ตามที่เห็นได้ตามบ้าน ตามร้านค้าในชุมพรติดป้ายไว้ว่า ชุมพรวันนี้สุขร่มเย็นด้วยพระบารมี นี่คือเรื่องจริง ชุมพรวันนี้สุขร่มเย็นมาได้กว่า 12 ปีแล้ว ที่น้ำไม่ท่วมในเมืองเลย ด้วยแก้มลิงอันนี้ ด้วยคลองหัววัง ที่พระองค์ทรงดูแล ด้วยความสำนึกในพระเมตตา เราจึงสร้างโครงการตรงนี้ขึ้นมา”
       
       ในพื้นที่ของโครงการฯ จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ ส่วนที่เป็นเกาะชมนกชมไม้ ส่วนที่เป็นพื้นที่ประกอบอาชีพจริง และส่วนสุดท้ายคือเกาะเลข 9
       
       โดยส่วนที่เป็นเกาะชมนกชมไม้ จะปลูกต้นไม้ที่มีผลเป็นอาหารนก เพื่อในอนาคตจะกลายเป็นสถานที่ดูนก ซึ่งจะมีสื่อการเรียนรู้ และจัดทำเส้นทางเดินเท้าเพื่อศึกษาธรรมชาติบนเกาะ และส่วนที่เป็นพื้นที่ประกอบอาชีพจริง มีการปรับพื้นที่เพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน โดยใช้ปุ๋ยจากพืชสดและปุ๋ยคอกจากหมูลาน และแสดงองค์ความรู้การทำการเกษตร

จาก“คลองหัววัง-พนังตัก” ถึง“หนองใหญ่” ชุมพรสุขร่มเย็นด้วยพระบารมี
เส้นทางสายเครื่องแกงที่สามารถใช้ได้จริง
        ส่วนของเกาะเลข 9 จะเป็นแผ่นพับมีชีวิตของ 8 อำเภอใน จ.ชุมพร เช่น ของ อ.พะโต๊ะ จะมีอาคารจำลองของหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ มีโฮมสเตย์บ้านคลองเรือที่จำลองมาและสามารถพักได้จริง อ.ต้นตะโก จำลองสวนคอนโด 9 ชั้นของลุงนิล บ้านดิน และเส้นทางสายเครื่องแกง หรือที่ อ.ปะทิว เสนอเรื่องนาข้าว เป็นแปลงนาสาธิตที่ใช้ได้จริง โดยใช้ข้าวพันธุ์เหลืองปะทิว ซึ่งเป็นพันธุ์ดั้งเดิมของ จ.ชุมพร มีการใช้อุปกรณ์ทำนาโบราณ มีเครื่องสีข้าวโบราณและสมัยใหม่
       
       พื้นที่ของ “โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ” เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ทุกวัน เพื่อเรียนรู้ศาสตร์และภูมิปัญญาต่างๆ ที่ผู้คนได้น้อมนำเอาพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้จนเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดแก่ตนเองและผู้อื่น และเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
       
       ***********************************************************************************
       
       ติดต่อเข้าเยี่ยมชม และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โครงพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ โทร. 081-895-8923,084-745-2180

จำนวนคนโหวต 14 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2016