หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกท่องเที่ยว | วาไรตี้ท่องเที่ยว
 

“โมนาลิซ่าเมืองน่าน” -“ปู่ม่านย่าม่าน” ฮูปแต้มวัดภูมินทร์ สุดยอดงานศิลป์เมืองน่าน

ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 กรกฎาคม 2554 15:54 น.
“โมนาลิซ่าเมืองน่าน” -“ปู่ม่านย่าม่าน” ฮูปแต้มวัดภูมินทร์ สุดยอดงานศิลป์เมืองน่าน
ความงดงามของวิหารวัดภูมินทร์
       ศิลปกรรมล้ำค่าในพุทธศาสนสถาน นอกจากพระพุทธปฏิมากรหรือพระพุทธรูป รวมถึงอุโบสถและวิหารอันงดงามตระการตาแล้ว “จิตรกรรมฝาผนัง” เป็นอีกหนึ่งสิ่งทรงคุณค่าซึ่งแสดงถึงฝีมือและภูมิปัญญาของช่างเขียน ที่ถ่ายทอดเรื่องราวพุทธชาดก คำสอนต่างๆ รวมไปถึงภาพวิถีชีวิตของผู้คนในยุคนั้นๆ ที่ช่างเขียนได้สอดแทรกเข้าไป โดยฝีมือของช่างเขียนในแต่ละวัด แต่ละภูมิภาค ก็จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไปด้วย
       
       จิตรกรรมฝาผนังของวัดทางล้านนา หรือภาคเหนือของประเทศ ที่เรียกกันว่า “ฮูปแต้ม” ซึ่งมีความงดงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และได้รับการกล่าวถึงอยู่บ่อยครั้ง คือฮูปแต้มภายใน “วัดภูมินทร์” จังหวัดน่าน โดยงานจิตรกรรมฝาผนังแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสุดยอดงานศิลปกรรมล้านนาชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว

“โมนาลิซ่าเมืองน่าน” -“ปู่ม่านย่าม่าน” ฮูปแต้มวัดภูมินทร์ สุดยอดงานศิลป์เมืองน่าน
พระพุทธรูปประธานสี่องค์ภายในวิหารวัดภูมินทร์
       วัดภูมินทร์สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2139 โดยเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ สร้างขึ้นหลังจากพระองค์ขึ้นครองนครน่านได้ 6 ปี ปรากฏชื่อในคัมภีร์เมืองเหนือว่าเดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” แต่ภายหลังได้เรียกเพี้ยนจากเดิมเป็นวัดภูมินทร์ และสำหรับฮูปแต้มอันโด่งดังของวัดภูมินทร์นั้น วินัย ปราบริปู ศิลปินเมืองน่าน และผู้ก่อตั้งหอศิลป์ริมน่าน ได้กล่าวไว้ในบทความเรื่อง “วัดภูมินทร์ สิริศิลปกรรมมหาสมบัติเมืองน่าน” ว่า ฮูปแต้มในวัดภูมินทร์ได้เขียนขึ้นภายหลังการปฏิสังขรณ์พระวิหารขึ้นใหม่ในสมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดชฯ โดยระยะเวลาการบูรณะอยู่ในระหว่าง พ.ศ. 2410-2417
       
       ส่วนศิลปินผู้วาดภาพในวัดภูมินทร์สันนิษฐานว่าเป็น “หนานบัวผัน” ศิลปินพื้นเมืองชาวไทลื้อ ท่านเดียวกับที่ฝากผลงานภาพจิตรกรรมฝาผนังไว้ที่วัดหนองบัว อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เพราะเมื่อเปรียบเทียบแล้วพบว่าภาพจิตรกรรมทั้งสองแห่งมีความเหมือนกันทั้งลายเส้นและการให้สีสัน ทั้งยังมีภาพที่คล้ายคลึงกันทั้งใบหน้าและท่าทางของคนและสัตว์รวมถึงการแต่งกายและสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่ประกอบอยู่ภายในภาพรวมแล้วกว่า 40 จุด

“โมนาลิซ่าเมืองน่าน” -“ปู่ม่านย่าม่าน” ฮูปแต้มวัดภูมินทร์ สุดยอดงานศิลป์เมืองน่าน
“ปู่ม่านย่าม่าน” กระซิบรักบันลือโลก
       ฮูปแต้มที่วัดภูมินทร์จะมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยลักษณะการออกแบบภาพที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ ประกอบด้วยการใช้เส้นโค้งสัมพันธ์กันดีกับแนวเนินดินเนินเขาที่เป็นเส้นลูกคลื่นเลื่อนไหลไปมา สอดคล้องกับการเขียนภาพคนที่ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวอย่างอิสระ
       
       ส่วนภาพคนในจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ก็เป็นภาพสะท้อนชีวิตชาวน่านในยุคนั้น ศิลปินวาดคนในภาพให้มีใบหน้ากลมแป้น คิ้วรูปวงพระจันทร์ นัยน์ตาที่แฝงความรู้สึกเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม ริมฝีปากเล็กรูปกระจับ และนิยมแสดงอาการดีใจด้วยการเขียนมุมปากเชิดขึ้นทั้งสองข้าง และเขียนมุมปากหุบตกลงถ้าต้องการแสดงความเศร้าเสียใจ ซึ่งแตกต่างกับการเขียนภาพตามแบบอย่างกรุงเทพฯ อย่างสิ้นเชิงที่นิยมบอกผ่านความรู้สึกด้วยท่าทางอากัปกิริยาแบบนาฏลักษณ์ และไม่แสดงอารมณ์ผ่านทางใบหน้า จิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างสูง เป็นเสน่ห์อันประทับใจผู้ที่มีโอกาสได้ชม

“โมนาลิซ่าเมืองน่าน” -“ปู่ม่านย่าม่าน” ฮูปแต้มวัดภูมินทร์ สุดยอดงานศิลป์เมืองน่าน
โมนาลิซ่าเมืองน่าน
       ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดภูมินทร์นั้นสามารถถ่ายทอดวิถีชีวิตชาวเมืองน่านออกมาได้อย่างน่าชม โดยเรื่องราวส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของคันทนกุมารชาดกและเนมิราชชาดก แต่ศิลปินผู้วาดภาพได้สอดแทรกและบอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตชาวเมืองน่านเข้าไปในภาพได้อย่างกลมกลืน เช่น การแต่งกายของหญิงสาวที่นิยมนุ่งผ้าซิ่นตีนจกซึ่งเป็นซิ่นลายน้ำไหล อันเป็นผ้าทอเอกลักษณ์ของเมืองน่าน การสักลายตามตัวของหนุ่มๆ ชาวล้านนา กิจกรรมในวิถีชีวิตประจำวันเช่นการทอผ้าด้วยหูก การเกี้ยวพาราสีของหนุ่มสาว การมาพบปะกันระหว่างหนุ่มสาวที่ชานบ้านในเวลาค่ำขณะที่หญิงสาวกำลังปั่นฝ้าย สภาพบ้านเรือนของชาวล้านนาสมัยก่อน รวมไปถึงชาวพื้นเมืองและฝรั่งต่างชาติที่เดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายในเมืองน่านสมัยนั้น เป็นต้น

“โมนาลิซ่าเมืองน่าน” -“ปู่ม่านย่าม่าน” ฮูปแต้มวัดภูมินทร์ สุดยอดงานศิลป์เมืองน่าน
หญิงสูงศักดิ์
       สำหรับภาพเขียนรูปคนที่โดดเด่นเป็นพิเศษและเป็นที่กล่าวขวัญถึงมากที่สุดในวัดภูมินทร์ ต้องยกให้ภาพ “ปู่ม่าน ย่าม่าน” ซึ่งอยู่ใกล้กับประตูทิศตะวันตก เป็นภาพขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับขนาดคนจริงของชายหนุ่มและหญิงสาวในชุดแต่งกายแบบพม่าหรือแบบไทยใหญ่ ในอิริยาบถยืนเคียงกัน ฝ่ายชายจับบ่าหญิงสาวและใช้มือป้องปากเหมือนกำลังกระซิบกระซาบถ้อยคำบางอย่างข้างๆ หู ซึ่งไม่มีใครทราบว่ากระซิบว่าอย่างไร แต่ด้วยสายตาของทั้งคู่นั้นมีแววกรุ้มกริ่มแฝงนัยบางอย่างที่น่าคาดเดาไปในทางโรแมนติก จนอาจารย์ สมเจตน์ วิมลเกษม ปราญช์เมืองน่าน ได้แต่งคำกลอนอันสุดแสนโรแมนติกเป็นภาษาเหนือเพื่อบรรยายถ้อยคำกระซิบของปู่ม่านย่าม่านนี้ว่า

“โมนาลิซ่าเมืองน่าน” -“ปู่ม่านย่าม่าน” ฮูปแต้มวัดภูมินทร์ สุดยอดงานศิลป์เมืองน่าน
ชายสูงศักดิ์
       “คำฮักน้องกูปี้จักเอาไว้ในน้ำก็กลัวหนาว จักเอาไว้พื้นอากาศกลางหาว ก็กลัวหมอกเหมยซอนดาวลงมาขะลุ้ม จักเอาไปใส่ในวังข่วงคุ้ม ก็กลัวเจ้าปะใส่แล้วลู่เอาไป ก็เลยเอาไว้ในอกในใจ๋ตัวชายปี้นี้ จักหื้อมันไห้อะฮิอะฮี้ ยามปี้นอนสะดุ้งตื่นเววา...” แปลได้ว่า “ความรักของน้องนั้น พี่จะเอาฝากไว้ในน้ำก็กลัวเหน็บหนาว จะฝากไว้กลางท้องฟ้าอากาศกลางหาว ก็กลัวเมฆหมอกมาปกคลุมรักของพี่ไปเสีย หากเอาไว้ในวังในคุ้ม เจ้าเมืองมาเจอก็จะเอาความรักของพี่ไป เลยขอฝากเอาไว้ในอกในใจของพี่ จะให้มันร้องไห้รำพี้รำพันถึงน้อง ไม่ว่ายามพี่นอนหลับหรือสะดุ้งตื่น”
       
       เมื่อภาพอันแสนคลาสสิคมาเจอกับคำบรรยายสุดโรแมนติกนี้แล้ว จึงไม่น่าแปลกที่ภาพปู่ม่านย่าม่านนี้ได้ชื่อว่าเป็นภาพ “กระซิบรักบันลือโลก”

“โมนาลิซ่าเมืองน่าน” -“ปู่ม่านย่าม่าน” ฮูปแต้มวัดภูมินทร์ สุดยอดงานศิลป์เมืองน่าน
จิตรกรรมเรื่องคันทนกุมารชาดก
       ส่วนภาพที่อยู่ด้านข้างประตูทางทิศใต้ เป็นภาพของหญิงสูงศักดิ์และชายสูงศักดิ์อยู่คนละฝั่งประตู ภาพหญิงสูงศักดิ์นี้เป็นหญิงสาวเกล้าผมมวย เปลือยอกมีผ้าพาดคอปล่อยชายไปด้านหลัง ซึ่งเป็นลักษณะการแต่งกายขณะอยู่บ้าน หญิงผู้นี้เจาะหูและใส่ม้วนทองซึ่งเป็นแผ่นทองตีบางๆ แกะสลักชื่อและวันเดือนปีเกิดและม้วนใส่ไว้ในติ่งหูที่เจาะไว้ กำลังนั่งเท้าแขนอ่อนอยู่บนเก้าอี้ อีกมือหนึ่งคีบบุหรี่ขี้โยด้วยท่วงท่าเก๋ไก๋
       
       ส่วนภาพชายสูงศักดิ์นั้นเป็นชายหนุ่มใส่เสื้อแขนยาวมีผ้าพาดบ่า เหน็บมีดไว้ที่เอว มีบุหรี่ขี้โยเสียบอยู่ในติ่งหูที่เจาะไว้ ที่ต้นขาเห็นเป็นสีดำนั้นไม่ใช่กางเกง แต่เป็นการสักขาลาย ซึ่งเป็นความนิยมของชายล้านนา โดยการสักนั้นมักจะสักตั้งแต่ท้องไปจนถึงขาอ่อน เราจึงมักเรียกผู้ที่สักแบบนี้ว่าลาวพุงดำ การสักนั้นแสดงถึงความเป็นลูกผู้ชาย เพราะต้องอดทนต่อความเจ็บปวด บางคนจึงต้องดื่มเหล้าขาวหรือสูบฝิ่นระหว่างการสักเพื่อลดความเจ็บปวด เมื่อสักขาเสร็จข้างหนึ่งก็จะจับไข้ไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ แล้วจึงค่อยมาสักอีกข้างหนึ่ง บางคนทนความเจ็บปวดไม่ไหว ยอมสักขาแค่ข้างเดียวก็มี แต่หากชายคนใดไม่มีรอยสักก็จะไม่มีผู้หญิงยอมแต่งงานด้วยเพราะเชื่อว่าไม่มีความอดทน

“โมนาลิซ่าเมืองน่าน” -“ปู่ม่านย่าม่าน” ฮูปแต้มวัดภูมินทร์ สุดยอดงานศิลป์เมืองน่าน
ภาพจิตรกรรมแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและการแต่งกายของคนเมืองน่านในอดีต
       อีกหนึ่งภาพจิตรกรรมที่ไม่ควรพลาดชมคือภาพ “โมนาลิซ่าเมืองน่าน” หรือสาวงามแห่งเมืองน่านที่อยู่ใกล้กับประตูทางด้านทิศตะวันออก หญิงงามนางนี้มีชื่อว่านางสีไว อยู่ในอิริยาบถที่กำลังเกล้าผมขึ้นเหนือศีรษะและตกแต่งมวยผมด้วยดอกไม้สีสวย ที่ใบหูใส่ม้วนทอง เปลือยอกไม่ใส่เสื้อ มีเพียงผ้าคล้องคอไพล่ชายไปด้านหลัง อาจารย์สมเจตน์ วิมลเกษม ได้นำคำกลอนจากวรรณพราหมณ์ชาดกมาบรรยายความงามของนางสีไวว่า “คิ้วโก่งค้อม แวดอ้อมตาขำ เหมือนจันทร์เดือนแรม สิบสองค่ำใต้ ริมปากออนแดง เหมือนแสงก๊อไต้ หยังมางามวิไล เลิศล้ำ”
       
       ไม่เพียงจิตรกรรมฝาผนังอันงดงามเท่านั้นที่ดึงดูดให้ผู้คนมาเยี่ยมเยือน ทว่าวัดภูมินทร์ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมาก นับตั้งแต่อาคารทรงจตุรมุขก่ออิฐถือปูน ซึ่งเป็นทั้งพระวิหารและพระอุโบสถในหลังเดียวกัน หลังคาลดระดับ 3 ชั้น มีมุขยื่นไปตามทิศทั้งสี่และมีประตูทางเข้าทั้งสี่ด้าน ส่วนที่เป็นพระอุโบสถวางตัวไปตามแนวทิศเหนือ-ใต้ ส่วนพระวิหารวางตัวตามแนวตะวันออก-ตะวันตก โดยมีพญานาค 2 ตัว พาดตัวตามแนวบันไดจากทิศเหนือไปทิศใต้ ทำให้ดูเสมือนว่าพระวิหารหลังนี้ประดิษฐานอยู่บนหลังพญานาค ซึ่งภาพความงดงามของวัดภูมินทร์นี้ได้เคยปรากฏอยู่ในธนบัตรใบละ 1 บาท ที่พิมพ์ใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย

“โมนาลิซ่าเมืองน่าน” -“ปู่ม่านย่าม่าน” ฮูปแต้มวัดภูมินทร์ สุดยอดงานศิลป์เมืองน่าน
ชาวบ้านกำลังทอผ้า นุ่งผ้าซิ่นลายน้ำไหล
       นอกจากนั้นภายในวิหารยังประดิษฐานพระพุทธมหาพรหมอุดมศักยมุนี พระพุทธรูปปางมารวิชัย 4 องค์ ประทับนั่งหันพระปฤษฎางค์ (หลัง) ชนกัน โดยมีพระเจดีย์สี่เหลี่ยมย่อมุมสิบสองอยู่ตรงกลาง เบื้องหน้าพระพักตร์ของพระพุทธรูปแต่ละองค์หันออกสู่ทิศทั้งสี่ตรงตามช่องประตู นับเป็นอีกหนึ่งวัดงามซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวเมืองน่านเสมอมา
       
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    * 
       
       วัดภูมินทร์ ตั้งอยู่บนถนนสุริยพงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ตรงข้ามกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลเมืองน่านและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดน่าน สอบถามโทร. 0 5471 0935

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ปั่น ลุย “ตรัง” เที่ยวไร้ควัน สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวอันงดงาม
ไม่ต้องไปไกล เมืองไทยมีหมด! กับ 5 ที่เที่ยวเมืองไทยในบรรยากาศเมืองนอก
กระทิงตายจำนวนมากที่กุยบุรี ปริศนารอวันเปิดเผย
กาลครั้งหนึ่ง...ต้องไปสัมผัส กับ 10 สถานที่ชวนฝัน “Dream Destination”
“อร่อยย้อนวัย” สไตล์เด็กไทยเมื่อวันวาน
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 21 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
 
ความคิดเห็นที่ 12 +30 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สมเจตน์ วิมลเกษมไม่ใช่ปราชญ์เมืองน่านเพราะเป็นคนเชียงใหม่ คนเมืองน่านไม่ได้สนใจคำว่า กระซิบรักบันลือโลก หรือ โมนาลิซ่าเมืองไทยอะไรทั้งนั้น โปรดอย่ายัดเยียดสิ่งเหล่านี้ให้กับเรา เมืองน่านคือเมืองน่าน ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร ไม่ต้องใช้สิ่งอื่นใดมาอ้างอิงเราคือเรา มีวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง
คนเมืองน่าน
 
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมรู้แต่ว่า เมื่อก่อน คนน่านที่มีการศึกษาไม่ยอมมาทำงานในเมืองน่าน ทำให้คนที่อื่นต้องมาทำงานที่นี่แทน แต่พอคนจากต่างถิ่นได้พัฒนาเมืองน่านให้เจริญ คนเมืองน่านกลับ แห่กันกลับบ้าน แล้วบอกว่า ฮาคนเมืองน่าน และไล่คนที่เคยทำบุญคุณให้เมืองน่าน แต่ไม่ใช่คนน่านออกไปจากพื้นที่ ..... โอเคมั้ย ผมเข้าใจมาแบบนี้
jaijingjing@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทุกจังหวัดมีสเน่ห์ของตัวเอง และมีสิ่งที่ไม่น่าดูบางอย่าง ไม่ว่าจะภาคไหนก็ย่อมมีสิ่งที่ดีและไม่ดี ในฐานะที่เป็นคนน่าน ภูมิใจมากที่เกิดมาเป็นคนน่าน ถ้าใครได้มาสัมผัสวัฒนธรรมประเพณีของที่นี่จะรู้ว่าเมืองน่านมีความงดงามแค่ไหนและบางทีคุณอาจจะอยากอยู่ไปอีกนาน
คนเมืองน่าน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014