หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกท่องเที่ยว | ถึงไหนถึงกัน
 

เมืองในฝัน บ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา/ปิ่น บุตรี

โดย ปิ่น บุตรี 4 ตุลาคม 2555 22:06 น.
       โดย : ปิ่น บุตรี (pinn109@hotmail.com)

เมืองในฝัน บ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา/ปิ่น บุตรี
วัดจันทร์ พื้นที่ที่มีป่าสนผืนใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
       “878”
       
       นี่ไม่ใช่การใบ้หวย เลขท้าย 3 ตัว
       
       หากแต่เป็นลำดับการก่อตั้งของอำเภอกัลยาณิวัฒนา อำเภอน้องใหม่ของเมืองไทย
       
       มือเจะคี
       
       อ.กัลยาณิวัฒนา ตั้งอยู่ใน จ.เชียงใหม่ เดิมเป็นกลุ่มตำบลใน อ.แม่แจ่ม ก่อนจะแยกตัวมาตั้งเป็น “อำเภอวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ” ใน ปี พ.ศ. 2551 และเปลี่ยนชื่อเป็น“อำเภอกัลยาณิวัฒนา” ตามนามพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จากการขอพระราชทานโดยกระทรวงมหาดไทย
       
       อ.กัลยาณิวัฒนา มีสภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นป่าและภูเขาสูงชัน ณ ความสูงราว 1,000 - 1,500 เมตร มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี
       
       จุดเด่นสำคัญของ อ.กัลยาณิวัฒนา คือ ที่นี่มีป่าสนธรรมชาติอันกว้างใหญ่กว่าแสนไร่ ถือเป็นป่าสนผืนใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
       
       ป่าสนแห่งนี้คนทั่วไปรู้จักกันดีในนาม“ป่าสนวัดจันทร์” หรือ “ป่าสนบ้านวัดจันทร์”

เมืองในฝัน บ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา/ปิ่น บุตรี
วิถีชาวบ้านที่ยังแนบแน่นอยู่ในวิถีชาวนา
       ป่าสนวัดจันทร์มีความผูกพันมาช้านานกับชาว“ปกาเกอะญอ” หรือที่เราคนไทยมักเรียกกันติดปากว่า“กะเหรี่ยง”(ภาษาไม่สุภาพ) กลุ่มชนผู้เป็นเจ้าของพื้นที่ดั้งเดิมของดินแดนแห่งนี้
       
       ชาวปกาเกอะญอเรียกป่าสนวัดจันทร์ว่า“มือเจะคี”(คนเมืองเรียกเพี้ยนไปเป็น “มูเส่คี”)อันหมายถึงต้นน้ำแม่แจ่ม เพราะป่าไม้ที่นี่เป็นต้นทางของลำห้วยเล็กๆสำคัญหลายสาย ก่อนไหลไปรวมเป็นต้นน้ำแม่แจ่ม และไหลไปรวมกับแม่น้ำปิง ก่อนรวมปิง วัง ยม น่าน เป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ออกอ่าวไทยไปในที่สุด
       
       ทั้งป่าสนวัดจันทร์และ“ชุมชนบ้านจันทร์” หรือ “ชุมชนบ้านวัดจันทร์”(ที่มีประชากรดั้งเดิมเป็นชาวปกาเกอะญอก่อนที่จะมีคนเมืองมาอาศัยอยู่ร่วมกันในเวลาต่อมา) ต่างถือเป็นเสน่ห์ดึงดูดชั้นดีให้ผู้ที่รักในธรรมชาติและวิถีอันสงบงาม เดินทางไปยังเมืองแห่งนี้ ที่ถูกหลายภาคส่วนคาดหวังให้เป็น “อำเภอในฝัน”

เมืองในฝัน บ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา/ปิ่น บุตรี
บ้านพักแบบเอ เฟรม ในออป.วัดจันทร์
       ออป. วัดจันทร์
       
       ช่วงหน้าฝนโลว์ซีซั่นแบบนี้ แม้จะไม่ได้จับจองที่พักมาล่วงหน้า แต่ผมกับเพื่อนๆก็สามารถเดินดุ่ยๆเข้าไปหาที่พักใน อ.กัลยาณิวัฒนา ได้อย่างไม่ยากเย็น แถมเป็นที่พักขึ้นชื่อของที่นี่เสียด้วย นั่นก็คือ บ้านพักขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ หรือ ออป. ที่แม้จะไม่หรูแต่ว่าบรรยากาศนั้นเริ่ดกว่าโรงแรม 5 ดาวหลายๆแห่งเสียอีก

เมืองในฝัน บ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา/ปิ่น บุตรี
ถนนดงสนใน ออป.วัดจันทร์
       ภายในโครงการของ ออป.นอกจากจะมีบ้านพักแล้ว ที่นี่ยังถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ของ อ.กัลยาณิวัฒนาเลยทีเดียว ในพื้นที่นี้มีสวนอันร่มรื่นเขียวครึ้ม โดยเฉพาะกับสวนสนที่ปลูกอยู่ทั่วบริเวณ มีสะพานไม้สร้างอย่างเป็นธรรมชาติให้เดินชมทิวทัศน์พืชพันธุ์ไม้ รวมถึงเส้นทางจักรยานให้ผู้นิยมบริหารน่องปั่นกันตามใจชอบ

เมืองในฝัน บ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา/ปิ่น บุตรี
ทิวทัศน์ทุ่งนา สระน้ำ ละแวก ออป.วัดจันทร์
       จากบ้านพัก ออป. ลงเนินไปหน่อย จะเห็นทุ่งนาเขียวขจีมีฉากหลังเป็นป่าสนลำต้นตระหง่าน ซึ่งนี่ถือเป็นจุดเด่นสำคัญของ อ.กัลยาณิวัฒนา ที่มีให้เห็นกันทั่วไป
       
       ใกล้ๆกับทุ่งนาจะเป็นอ่างเก็บน้ำที่ถือเป็นจุดถ่ายรูปชั้นดี ในยามเช้าของช่วงหน้าหนาว เหนืออ่างเก็บน้ำแห่งนี้จะมีสายหมอกลอยล่องดูเป็นที่ต้องตาโดนใจนัก หากเดินเลาะอ่างเก็บน้ำเข้าไปก็จะเป็นพื้นที่ป่าสนให้คนบ้ากล้องได้ถ่ายรูปกันอย่างจุใจ

เมืองในฝัน บ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา/ปิ่น บุตรี
เขียวขจีในวิถีทุ่งนา-ป่าสน
       วัดจันทร์
       
       ศูนย์กลางของ อ.กัลยาณิวัฒนา อยู่ที่ชุมชนบ้านจันทร์ ซึ่งมี “วัดจันทร์” เป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธา
       
       วัดจันทร์ เป็นวัดเก่าแก่ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด แต่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นมาได้กว่า 300 ปีแล้ว ซึ่งชื่อของวัดจันทร์ บ้านจันทร์นั้น ตามตำนานเชื่อว่ามาจากชื่อของ “นายจันทร์” (ตำนานหนึ่งว่าเป็นคนจากล้านนา อีกตำนานหนึ่งว่าเป็นคนพื้นที่ที่นี่)
       
       วัดจันทร์เป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุวัดจันทร์สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้าน ขณะที่วิหารของที่นี่นับว่าดูแปลกจากวิหารทั่วๆไป หลายคนเรียกวิหารหลังนี้ว่า “วิหารแว่นตาดำ” หรือ “วิหารเรย์แบน” เพราะเมืองมองจากด้านหน้าแล้วดูคล้ายมีแว่นตาขนาดใหญ่ สวมอยู่

เมืองในฝัน บ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา/ปิ่น บุตรี
ทุ่งนา-ป่าสน เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์แห่งวัดจันทร์
       ทุ่งนาป่าสน
       
       ความที่ผมไปเที่ยววัดจันทร์ในหน้าฝน ภาพของเขียวขจีมีฉากหลังเป็นป่าสน ดูจะเป็นสิ่งดึงดูดสำคัญให้ผมและเพื่อนๆกดชัตเตอร์กันไม่ยั้ง
       
       “ทุ่งนา-ป่าสน” ถือเป็นเอกลักษณ์ของ อ.กัลยาณิวัฒนา ซึ่งเป็นภาพที่หาชมได้ยากมากในเมืองไทย แต่สามารถหาชมได้ทั่วไปที่อำเภอแห่งนี้
       
       หลังจากหนำใจกับการถ่ายภาพทุ่งนา-ป่าสนแล้ว แรกทีเดียวผมกับเพื่อนๆตั้งใจว่าจะล่ำลา อ.กัลยาณิวัฒนา ออกเดินทางต่อไป ระหว่างทางรถขับผ่านพื้นที่ “โครงการหลวงวัดจันทร์” จึงขอแวะเข้าไปชมสักหน่อย

เมืองในฝัน บ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา/ปิ่น บุตรี
นาขั้นบันไดน้อยๆ
       โครงการหลวงวัดจันทร์ ก่อกำเนิดขึ้นหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรชาวเขาในเขตหมู่บ้านวัดจันทร์ พระองค์ทรงทราบถึงความยากลำบากของชาวเขาในพื้นที่ จึงมีพระราชดำริให้มีการพัฒนาบ้านวัดจันทร์และหมู่บ้านใกล้เคียงเพื่อก่อตั้ง “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์”ขึ้น เพื่อช่วยให้สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้ราษฎร เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

เมืองในฝัน บ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา/ปิ่น บุตรี
ทิวทัศน์ในโครงการหลวงวัดจันทร์
       วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ในโครงการหลวงมีเจ้าหน้าที่อยู่คนเดียว ซึ่งเขาได้ออกมาต้อนรับอาคันตุกะต่างถิ่นอย่างพวกผมเป็นอย่างดี เมื่อสอบถามไปสอบถามมา พี่ใจดีคนนี้ชื่อ “สังขกร แก้วทรงเกตุ” หรือ “พี่ตู่” มีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าโครงการหลวงวัดจันทร์เลยทีเดียว
       
       พี่ตู่พาผมกับเพื่อนๆเที่ยวชมจุดน่าสนใจต่างๆในพื้นที่โครงการหลวง อาทิ บ้านพัก จุดชมวิวอ่างเก็บน้ำ แปลงสาธิตผลไม้ แปลงพืชผัก รวมถึงดงสนสามใบ(ธรรมชาติ)ดงใหญ่ที่ตั้งตระหง่านสูงเด่นในพื้นที่โครงการ

เมืองในฝัน บ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา/ปิ่น บุตรี
พระธาตุจอมแจ้ง
       เท่านั้นยังไม่พอ พี่ตู่ขันอาสาพาพวกเรานำเที่ยวในชุมชนบ้านจันทร์ ในบางจุดที่พวกเราไม่รู้ เริ่มกันตั้งแต่จุดชมวิวบนเนินเขาที่ประดิษฐาน “พระธาตุจอมแจ้ง” อีกหนึ่งในพระธาตุศักดิ์สิทธิ์สำคัญของเมืองนี้

เมืองในฝัน บ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา/ปิ่น บุตรี
ทิวทัศน์ชุมชนบ้านวัดจันทร์ เมื่อมองจากจุดชมวิวพระธาตุจอมแจ้ง
       บนเนินเขาแห่งนี้มีองค์พระธาตุจอมแจ้งสีทอง(เพิ่งทาสีใหม่ได้ไม่นาน)ตั้งเด่นเป็นสง่า เมื่อมองลงไปจะเห็นทิวทัศน์ของชุมชนบ้านจันทร์ตั้งอยู่อย่างหลวมๆ ด้านหนึ่งเป็นทุ่งนา-ป่าสน อันเขียวขจี โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาทอดยาวที่บางช่วงบางตอนมีเมฆลอยต่ำละเรี่ย
       
       นับเป็นภาพทิวทัศน์ที่สื่อถึงความเป็นชุมชนวัดจันทร์ได้ดีที่สุด

เมืองในฝัน บ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา/ปิ่น บุตรี
หลักกิโลเมตร กับระยะทางสู่ดวงอาทิตย์
       จากจุดชมวิว พี่ตู่พาไปชมซุ้มป้ายลำดับของอำเภอ ที่ทำให้ผมได้รู้ว่า อำเภอกัลยาณิวัฒนาจัดอยู่ในลำดับที่ 878 ของเมืองไทย
       
       ใกล้ๆกับซุ้มป้ายอำเภอเป็นที่ตั้งของหลักกิโลเมตรหนึ่งเดียวในเมืองไทย ซึ่งวัดระยะกิโลเมตรจากบ้านจันทร์ไปยังเมืองและสถานที่ต่างๆ อาทิ เขาพระวิหาร(1,257 กม.) หนองคาย(981 กม.) อบต.บ้านจันทร์(250 เมตร) สิงคโปร์ (2,695 กม.) อเมริกา(12,756 กม.) และ ฯลฯ โดยมีเส้นทางที่เก๋แหวกแนวที่สุดก็เห็นจะเป็น การบอกระยะทางไปยังดวงจันทร์(384,400 กม.) ดาวอังคาร (88 ล้าน กม.) ดวงอาทิตย์ (149,597,870 กม.)

เมืองในฝัน บ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา/ปิ่น บุตรี
แกะ และเล็มหญ้าหากินริมปางอุ๋งน้อย
       ใครเมื่อเห็นหลักกิโลนี้แล้ว จะวางแผนไปไหนก็เชิญกันได้ตามสะดวก ส่วนแผนของพี่ตู่ตอนนี้คือจะพาผมท่องป่าสน ไปชม“ปางอุ๋งน้อย” ที่เป็นพื้นที่ในส่วนปศุสัตว์ของโครงการหลวง ซึ่งมีทิวทัศน์สวยไม่หยอก
       
       ปางอุ๋งน้อยเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดย่อมแวดล้อมด้วยป่าสน มีโรงเลี้ยงกระต่ายเป็นตัวชูโรง ร่วมกับฝูงสัตว์ที่กำลังเป็นที่นิยมมากของนักท่องเที่ยวไทยในยุคนี้ พ.ศ.นี้ นั่นก็คือ “แกะ”
       
       บ้านเราที่ไหนเมื่อมีฝูงแกะ อีกไม่นานจะมีนักท่องเที่ยวไทยตามไป
       
       อำเภอในฝัน
       
       ถ้าวันนั้นไม่เจอพี่ตู่ ผมคงพลาดการสัมผัสกับสิ่งน่าสนใจในระดับตัวชูโรงของ อ.กัลยาณิวัฒนาไปอย่างน่าเสียดาย นับว่าเป็นโชคดีของผมไม่น้อยเลย
       
       หลังล่ำลาพี่ตู่เดินทางออกจาก อ.กัลยาณิวัฒนา สิ่งหนึ่งที่ยังค้างคาใจผม หลังจากได้พูดคุยกับชาวบ้านหลายๆคนในอำเภอแห่งนี้ก็คือ ความเปลี่ยนแปลงและความเจริญทางวัตถุต่างๆ ที่กำลังจะเกิดตามมาในอนาคต ซึ่งหากมีการวางแผน การบริหารจัดการ และการพัฒนาที่ผิดพลาดหรือหลงทาง อ.กัลยาณิวัฒนา ก็จะเสื่อมเสน่ห์ไปคล้ายๆกับหลายอำเภอที่มีเส้นทางเดินคล้ายๆกัน

เมืองในฝัน บ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา/ปิ่น บุตรี
ปางอุ๋งน้อย
       สำหรับ อ.กัลยาณิวัฒนา ในหนังสือ “ป่าสนวัดจันทร์ : เรื่องราว ผืนดิน ป่าสนของปกาเกอะญอมือเจะคี” ได้เขียนบอกไว้ว่านี่คืออำเภอที่ถูกคาดหวังให้เป็น “อำเภอในฝัน” จากหลายๆฝ่าย
       
       พวกเขาฝันให้นี่เป็นอำเภอที่ไม่ต้องการให้เป็นเมืองท่องเที่ยวอย่าง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ที่อยู่ติดกัน
       
       นอกจากนี้ทางราชการยังวางคอนเซปต์ให้ อ.กัลยาณิวัฒนา เป็นดังบ้านเล็กในป่าใหญ่ โดยให้ป่าเป็นตัวตั้ง สัตว์ป่าเป็นตัวรอง และคนเป็นลำดับที่สาม โดยจะคุมไม่ให้คนเข้ามาทำการเปลี่ยนแปลงที่นี่ และเน้นเรื่องของป่าที่ต้องเพิ่มพื้นที่ป่าตลอด
       
       เรื่องนี้คงเป็นดังหนังชีวิตที่ต้องติดตามดูกันต่อไป
       
       ส่วนตัวผมเองนั้นอยากให้ อ.กัลยาณิวัฒนา ค่อยๆเปลี่ยนแปลงแบบเนิบช้าค่อยเป็นค่อยไป ชาวชุมชนคนในพื้นที่มีความพร้อมและมีภูมิต้านทานต่อความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งยังคงความเป็นเมืองที่มีสภาพธรรมชาติอันพิสุทธิ์คู่ไปกับวิถีอันสงบงาม(แบบนี้)ตราบนานเท่านาน หวังให้ อ.กัลยาณิวัฒนาเป็นอำเภอในฝันแบบลืมตื่น
       
       เพราะผมกลัวว่าเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วพบกับความเป็นจริง บางทีเรื่องราวมันอาจจะกลายเป็นตรงข้ามกับความฝันอย่างสิ้นเชิง

ข่าวล่าสุด ในหมวด
จาก“สามหมื่น” ถึง “หัวหมด”...สวยสดทุ่งดอกเทียนชมพูสะพรั่ง/ปิ่น บุตรี
แอ่ว“อุ้มผาง”ตามหาหัวใจกลางป่า...พิชิต“ปิตุโกร” น้ำตกสูงที่สุดในเมืองไทย/ปิ่น บุตรี
“บึงกาฬ” อลังการม่านน้ำตก...ชวนทึ่งสวนน้ำธรรมชาติบนลานหินใหญ่/ปิ่น บุตรี
ขอคืน“สะพานมอญ”แห่งศรัทธา...คืนความสุขให้ชาวสังขละบุรี/ปิ่น บุตรี
ใกล้ตา ไกลตีน ปีนพิชิต “ภูสอยดาว”...ชมทุ่งดอกหงอนนาคสวยที่สุดในเมืองไทย/ปิ่น บุตรี
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 13 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยังไม่เคยไป

แต่ได้ยินแม่พี่ที่สนิทกันเค้าเล่าให้ฟัง

เห็นว่าที่นั่นสวยงาม เป็นธรรมชาติน่าอยู่

และพยายามจำกัดไม่ให้ความเจริญเข้าไป

ก็หวังว่าความเป็นดั้งเดิมจะอยู่ต่อไป

เพราะจริงๆ จาก อ. นี้จะมีทางขึ้นไป ปาย-ปางมะผ้าได้อยู่
แม่แจ่ม ยังเป็นแต่ไร่ข้าวโพดได้เลย น่าเสียดาย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่าไปมากๆอยากไปจังยังไม่เคยไปเที่ยวเหนือซักที
evisu.play@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เดี๋ยวก็เหมือนปาย คนไทยทำอะไรก็เละ
คนไทยทำอะไรก็เละ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014