หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกท่องเที่ยว | โลกมหัศจรรย์
 

สุดฮือฮา!!! แมงกะพรุนมหาศาล ลอยในทะเลตราด

ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
24 ตุลาคม 2555 18:08 น.
สุดฮือฮา!!! แมงกะพรุนมหาศาล ลอยในทะเลตราด
ฝูงแมงกะพรุงจำนวนมหาศาลในท้องทะเลตราด
        จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพแมงกะพรุนจำนวนนับหมื่นลอยอยู่ในท้องทะเลกินพื้นที่กว่ากิโลเมตรบริเวณหาดราชการุณย์ ในตำบลแหลมกลัด อำเภอเมือง จังหวัดตราด จากเฟซบุคของเจ้าหน้าที่วิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้เดินทางมาทำโครงการให้กับศูนย์สภากาชาดไทยเขาล้าน จนเป็นข่าวแพร่ไปตามสื่อออนไลน์ต่างๆ และทำให้นักท่องเที่ยวต่างฮือฮาถึงความสวยงามน่ามหัศจรรย์ของธรรมชาติแล้วนั้น
       
       วินิจ รังผึ้ง บรรณาธิการนิตยสาร อสท. และเป็นผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำ กล่าวถึงปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงปลายฝนต้นหนาว โดยจะเกิดขึ้นประมาณช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน ไม่ใช่เหตุการณ์ผิดปกติของธรรมชาติหรือเป็นลางบอกเหตุแต่อย่างใด และสามารถพบได้ทั่วไปในท้องทะเลบริเวณจังหวัดตราด เช่น หาดราชการุณย์ หาดทับทิม ในอำเภอเมือง และที่ชายหาดบริเวณอำเภอคลองใหญ่ คือที่หาดเล็ก เขาล้าน เป็นต้น

สุดฮือฮา!!! แมงกะพรุนมหาศาล ลอยในทะเลตราด
สามารถชมแมงกะพรุนได้จากบนเรือ
        สำหรับแมงกะพรุนที่พบนั้นก็มีทั้งแมงกะพรุนโตนด แมงกะพรุนลอดช่อง แมงกะพรุนถ้วย ซึ่งมีสีใสอมชมพู หรือใสอมฟ้า รวมไปถึงแมงกะพรุนไฟ ซึ่งเป็นแมงกะพรุนที่พบในประเทศไทย และอาจมีแมงกะพรุนกล่อง ซึ่งเป็นแมงกะพรุนต่างประเทศแต่พบที่ประเทศไทย มีลักษณะเล็กหัวมนเหลี่ยมคล้ายกล่องมีแกนหนวด 4 แกนและแยกเป็นเส้นอีกมากมาย แต่ละเส้นจะยาวมาก หนวดมีเข็มพิษ หากโดนจะทำให้ระบบหัวใจเต้นผิดปกติและอาจล้มเหลวได้หากรักษาไม่ทัน การปฐมพยาบาลน้ำส้มสายชูราดที่แผลพอช่วยได้แต่ไม่มาก

สุดฮือฮา!!! แมงกะพรุนมหาศาล ลอยในทะเลตราด
แมงกะพรุนหลากสีสัน
        แต่ปรากฎการณ์นี้จะขึ้นอยู่กับกระแสลมและกระแสคลื่น ถ้าวันไหนลมและคลื่นสงบ แมงกะพรุนก็จะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มให้เห็นจำนวนมาก และอยู่ใกล้ฝั่ง แต่หากวันไหนคลื่นลมแรงไม่สงบก็จะอยู่แบบกระจายตัว
       
       สำหรับข้อควรระมัดระวังสำหรับผู้ที่จะไปชมแมงกะพรุนนั้น วินิจแนะนำว่า ถึงแม้ว่าเราจะสังเกตุเห็นว่าแมงกะพรุนอยู่ไกลๆ แต่ก็ไม่ควรลงน้ำเพราะไม่สามารถสังเกตเห็นหนวดของมันได้ เพราะหนวดจะมีความยาวมากและใส ไม่สามารถคาดคะเนได้ แม้หนวดที่ขาดแล้วก็ยังสามารถทำให้เกิดอันตรายได้ ควรมีความระมัดระวังในการชม

สุดฮือฮา!!! แมงกะพรุนมหาศาล ลอยในทะเลตราด
นับเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
        ด้านเจ้าที่ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดตราด กล่าวว่า มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจ และโทรไปสอบถามกับทางสำนักงานบ้างเช่นกัน แต่ยังเป็นส่วนน้อย เพราะไม่มีความแน่นอนในการไปชมเนื่องจากไม่สามารถคาดการได้ ขึ้นอยู่กับคลื่นลม อีกทั้งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ
       
       แต่อย่างไรก็ตาม ฝูงแมงกะพรุนดังกล่าวก็สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดตราดได้ไม่น้อย โดยห้องพักในศูนย์ราชการุณย์ซึ่งอยู่บริเวณหาดราชการุณย์ถูกจับจองจนห้องเต็มทั้งหมด เหลือเพียงเนื้อที่กางเต็นท์เท่านั้น

สุดฮือฮา!!! แมงกะพรุนมหาศาล ลอยในทะเลตราด
แมงกะพรุนสีฟ้าสดใส
        ด้านนายคมฉาน ตะวันฉาย ช่างภาพและนักเขียนอิสระที่มีโอกาสได้ไปชมฝูงแมงกะพรุนที่จังหวัดตราด กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน โดยสถานที่ที่ไปชมคือบริเวณหาดราชการุณย์ และที่คลองมะโร ในตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ซึ่งได้ติดต่อเช่าเรือกับชาวบ้านในบริเวณนั้น และได้เห็นแมงกะพรุนเป็นจำนวนมาก โดยในช่วงน้ำขึ้นจะพัดพาเอาแมงกะพรุนเข้าไปในคลอง และเมื่อน้ำลงแมงกะพรุนก็จะไหลลงมาพร้อมๆ กันและกระจุกตัวอยู่ด้วยกันเป็นฝูง หากคลื่นลมไม่แรงก็จะกระจุกตัวแบบนั้น ทำให้ได้เห็นแมงกะพรุนเป็นจำนวนมาก และไม่สามารถคาดคะเนหรือระบุเวลาได้ว่าจะพบได้มากเช่นนี้ในช่วงเวลาใด เพราะขึ้นอยู่กับกระแสลมและคลื่น นอกจากนั้น หากล่องเรือชมที่ชายหาดก็จะพบเห็นได้ในระยะที่ห่างจากฝั่ง 30-50 เมตรเท่านั้น

สุดฮือฮา!!! แมงกะพรุนมหาศาล ลอยในทะเลตราด
ไปชมกันได้ถึงประมาณเดือนพฤศจิกายน
        นายคมฉานกล่าวต่อว่า สำหรับชาวบ้านแถวนั้นถือว่าการพบเห็นฝูงแมงกะพรุนเป็นเรื่องปกติ และชาวบ้านจะตักแมงกะพรุนเหล่านี้ไปดองกับน้ำแช่เปลือกต้นนนทรี ขายในราคา 50 บาท/กิโลกรัม ส่วนมากคนจะซื้อไปปรุงเป็นอาหารจีน หรือเอาไปใส่ในเย็นตาโฟ ซึ่งถือเป็นรายได้ของชาวบ้านในช่วงนี้
       
       ภาพจากประกอบจาก http://hackerlife.exteen.com และสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://hackerlife.exteen.com/20121022/entry?n=y และ http://www.facebook.com/buksohn

         


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชีวิตที่ลอยล่องของแมงกะพรุน / วินิจ รังผึ้ง
ข่าวล่าสุด ในหมวด
“ช้างแคระบอร์เนียว” ช้างน้อยน่ารักบนเกาะบอร์เนียว
ตื่นตาตื่นใจกับ 5 "ภูเขาไฟ"ชื่อก้องโลก สัมผัสธรรมชาติมหัศจรรย์อันสวยงามและน่าเกรงขาม
ยักษ์ใหญ่ “โมอาย” รูปปั้นหินมหัศจรรย์แห่งเกาะอีสเตอร์
มหัศจรรย์!!! “ต้นไม้ยักษ์” แห่งพงไพร เรื่องจริงไม่ใช่ในนิยาย
“กาลาปากอส” หมู่เกาะแห่งความหลากหลายอันสวยงาม
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 20 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 25 +66 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอแบบมีสาระบ้างอ่านแล้วมีประโยชน์ช่วงวันหยุดใครไปทะเลก็ระวังกันหน่อย แมงกะพรุนมักเข้าฝั่งเวลาหลังฝนตก เพื่อกินอาหารที่ถูกพัดจากแผ่นดิน เลี่ยงการไปทะเลหลังฝนตก เวลาลงทะเลมองดูน้ำรอบๆตัวไว้ด้วย หรือไม่ก็เลิกไปทะเลหน้าฝนมันซะเลยย่อมปลอดภัยสุดๆ

พิษที่ร้ายแรงที่สุดถึงขั้นตายได้ภายในเวลาไม่กี่นาทีคือ "แมงกะพรุนกล่อง "(Box jellyfish) ชาวเลเรียกว่า บอบอกาว หรือ บอบอกล่อง มี 4 classes ด้วยกัน (แมงกะพรุนกล่องอยู่ใน Cnidaria Phylum Cubozoa classes) ฉายานามได้มาจากรูปร่างคล้ายกล่องสี่เหลี่ยมสมชื่อ ลำตัวใสมองเห็นได้ยากเวลาอยู่ในทะเล มีตาอยู่คู่หนึ่งแต่ทว่าสายตาไม่ค่อยดีดั่งผู้สูงวัย มีมือ(ตามภาษาชาวเล) เป็นเส้นๆ ยาวออกมาจากตัว ฉันเรียกเอาเองง่ายๆ ว่า แบบสายเดี่ยว(Single tentacles) กับแบบหลายสาย (Multi tentacles) เป็นที่เก็บเข็มพิษไว้ (Nematocysts) เวลาโดนที่ผิวหนัง ห้ามใช้นิ้วดึงออกหรือใช้วัตถุใดๆ ขูดออกเด็ดขาด เพราะเป็นการเร่งให้เข็มพิษแทงเข้าไปในเนื้อแล้วปล่อยพิษเข้าสู่กระแสเลือด วิธีการหยุดยั้งไม่ให้พิษซึมเข้าในร่างกายได้ ต้องใช้น้ำส้มสายชูซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ (ร้อยละ 3-5) ราดไปที่แผล ไม่ใช้น้ำร้อนประคบเพราะจะทำให้เส้นเลือดขยายตัวกระจายพิษง่ายขึ้น ส่วนผักบุ้งทะเลช่วยลดความเจ็บปวดเอาไว้ใส่ทีหลัง แต่ถ้าหัวใจหยุดเต้นก็อย่าเพิ่งไปมัวแต่หาน้ำส้มสายชู ต้องรีบปั๊มหัวใจผายปอดแล้วรีบนำส่งโดยด่วน

ที่อันตรายสุดๆ อีกชนิดคือแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส (ชื่อที่เรียกไทยคือ แมงกะพรุนหมวกอุศเรน หรือ แมงกะพรุนไฟเรือรบ)โปรตุเกส (อังกฤษ: Portuguese man-of-war, Portuguese Man o' War, Bluebottle) เป็นแมงกะพรุนชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในอันดับไฮโดรซัว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Physalia physalis

ที่ได้ชื่อเช่นนี้ เนื่องจากรูปร่างคล้ายหมวกของทหารเรือชาวโปรตุเกสในยุคกลาง[1] หรือเรือรบของโปรตุเกสในยุคล่าอาณานิคมที่เรียกว่า Man-of-war

มีรูปร่างสีฟ้าหรือสีม่วง มีหนวดยาว จัดอยู่ในวงศ์ Physaliidae และสกุล Physalia ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิดเท่านั้น โดยปกติจะไม่พบในน่านน้ำไทย โดยจะพบในทะเลเปิดของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ, ทะเลเมดิเตอเรเนียน, มหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย แต่จะอาจจะถูกกระแสน้ำพัดมาเกยตื้นหรือเข้าสู่น่านน้ำไทยได้ในบางฤดูกาล
**(จากเว็ปมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขณะนี้พบการแพร่ระบาดของแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส หรือ แมงกะพรุนหมวกอุศเรน (Portuguese Man-of-War) บริเวณชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต และคาดว่าการระบาดนี้อาจจะพบได้ทั่วไปตามแนวชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย ซึ่งแมงกะพรุนชนิดนี้เป็นแมงกะพรุนที่มีพิษร้ายแรงจนอาจถึงแก่ชีวิตได้ หรือไม่ก็ต้องพบเจอกับความเจ็บปวดอย่างสาหัสจากการสัมผัสหนวดซึ่งมีเข็มพิษของแมงกะพรุนดังกล่าว

ในเบื้องต้นจากการสำรวจของครูปิยะ โกยสิน (Racha SCUBA) โดยการเดินตามแนวชายหาดบริเวณฝั่งตะวันตกของเกาะราชาใหญ่เป็นเวลา 3 นาที พบแมงกะพรุนชนิดนี้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยตัว อีกทั้งยังมีข่าวแจ้งว่า ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวโดนพิษของแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกสแล้ว จำนวน 2 คน ซึ่งถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้วแต่ยังไม่ทราบความคืบหน้าของอาการ จึงขอเตือนผู้ที่อยู่อาศัยหรือนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวในบริเวณดังกล่าว ให้เพิ่มความระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงการเล่นน้ำทะเล เพื่อป้องกันการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากพิษของมัน แต่หากโดนพิษของแมงกะพรุนนี้เข้าไปแล้วควรราดแผลด้วยกรดอ่อน ๆ เช่น น้ำส้มสายชู แล้วนำส่งโรงพยาบาลทันที)

ทั้งนี้ แมงกะพรุนหมวกโปรตุเกส จัดเป็นแมงกะพรุนชนิดที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก เทียบเท่าแมงกะพรุนกล่องหรือแมงกะพรุนอิรุคันจิ (Malo kingi) และเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลกด้วย ซึ่งพิษนั้นจะทำลายระบบประสาท ผิวหนัง หัวใจ เมื่อถูกต่อยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างมาก ส่วนใหญ่ผู้ที่โดนพิษจะช็อค และหัวใจล้มเหลวก่อนที่จะกลับเข้าถึงฝั่ง
ยำรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ร้านเย็นตาโฟยิ้ม
กรุบกรับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เเมงกะพรุนทะเลไทยสวยจริงๆ สวยมาก
กรูเอง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พ่อปลานีโม่ กับ ปลาสาวโดรี่
กำลังหลบแมงกระพรุนอยู่ แถวนั้นแหละ
เคยดู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 33 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีเท่าไหร่ ๆ ขนส่งนอกหมด จนคนไทยต้องกินเย็นตาโฟเห็ดหูหนูอยู่ทุกวันนี้
เคือง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 31 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เยนตาโฟกรุงเทพ เห็นมันมีแต่เห็ดหูหนูขาว
แต่ก็ยังเรียก แมงกะพรุนอยู่ ลืมไปแล้ว รสชาดแมง
กะพรุนเย็นตาโฟ เป็นยังไง
จิงๆนะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เย็นตาโฟคอนแวนต์ยังมีแมงกะพรุนอยู่
ขาประจำ
 
ความคิดเห็นที่ 28 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ธรรมชาติส่งสัญญาณบอกมาว่าระบบมันไม่สมดุลย์

แทนที่จะหาทางแก้ มองเป็นเรื่องท่องเที่ยว เจริญจริงๆ

แม่มจะไทยไปไหน
หมี่ดำ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 25 +66 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอแบบมีสาระบ้างอ่านแล้วมีประโยชน์ช่วงวันหยุดใครไปทะเลก็ระวังกันหน่อย แมงกะพรุนมักเข้าฝั่งเวลาหลังฝนตก เพื่อกินอาหารที่ถูกพัดจากแผ่นดิน เลี่ยงการไปทะเลหลังฝนตก เวลาลงทะเลมองดูน้ำรอบๆตัวไว้ด้วย หรือไม่ก็เลิกไปทะเลหน้าฝนมันซะเลยย่อมปลอดภัยสุดๆ

พิษที่ร้ายแรงที่สุดถึงขั้นตายได้ภายในเวลาไม่กี่นาทีคือ "แมงกะพรุนกล่อง "(Box jellyfish) ชาวเลเรียกว่า บอบอกาว หรือ บอบอกล่อง มี 4 classes ด้วยกัน (แมงกะพรุนกล่องอยู่ใน Cnidaria Phylum Cubozoa classes) ฉายานามได้มาจากรูปร่างคล้ายกล่องสี่เหลี่ยมสมชื่อ ลำตัวใสมองเห็นได้ยากเวลาอยู่ในทะเล มีตาอยู่คู่หนึ่งแต่ทว่าสายตาไม่ค่อยดีดั่งผู้สูงวัย มีมือ(ตามภาษาชาวเล) เป็นเส้นๆ ยาวออกมาจากตัว ฉันเรียกเอาเองง่ายๆ ว่า แบบสายเดี่ยว(Single tentacles) กับแบบหลายสาย (Multi tentacles) เป็นที่เก็บเข็มพิษไว้ (Nematocysts) เวลาโดนที่ผิวหนัง ห้ามใช้นิ้วดึงออกหรือใช้วัตถุใดๆ ขูดออกเด็ดขาด เพราะเป็นการเร่งให้เข็มพิษแทงเข้าไปในเนื้อแล้วปล่อยพิษเข้าสู่กระแสเลือด วิธีการหยุดยั้งไม่ให้พิษซึมเข้าในร่างกายได้ ต้องใช้น้ำส้มสายชูซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ (ร้อยละ 3-5) ราดไปที่แผล ไม่ใช้น้ำร้อนประคบเพราะจะทำให้เส้นเลือดขยายตัวกระจายพิษง่ายขึ้น ส่วนผักบุ้งทะเลช่วยลดความเจ็บปวดเอาไว้ใส่ทีหลัง แต่ถ้าหัวใจหยุดเต้นก็อย่าเพิ่งไปมัวแต่หาน้ำส้มสายชู ต้องรีบปั๊มหัวใจผายปอดแล้วรีบนำส่งโดยด่วน

ที่อันตรายสุดๆ อีกชนิดคือแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส (ชื่อที่เรียกไทยคือ แมงกะพรุนหมวกอุศเรน หรือ แมงกะพรุนไฟเรือรบ)โปรตุเกส (อังกฤษ: Portuguese man-of-war, Portuguese Man o' War, Bluebottle) เป็นแมงกะพรุนชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในอันดับไฮโดรซัว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Physalia physalis

ที่ได้ชื่อเช่นนี้ เนื่องจากรูปร่างคล้ายหมวกของทหารเรือชาวโปรตุเกสในยุคกลาง[1] หรือเรือรบของโปรตุเกสในยุคล่าอาณานิคมที่เรียกว่า Man-of-war

มีรูปร่างสีฟ้าหรือสีม่วง มีหนวดยาว จัดอยู่ในวงศ์ Physaliidae และสกุล Physalia ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิดเท่านั้น โดยปกติจะไม่พบในน่านน้ำไทย โดยจะพบในทะเลเปิดของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ, ทะเลเมดิเตอเรเนียน, มหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย แต่จะอาจจะถูกกระแสน้ำพัดมาเกยตื้นหรือเข้าสู่น่านน้ำไทยได้ในบางฤดูกาล
**(จากเว็ปมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขณะนี้พบการแพร่ระบาดของแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส หรือ แมงกะพรุนหมวกอุศเรน (Portuguese Man-of-War) บริเวณชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต และคาดว่าการระบาดนี้อาจจะพบได้ทั่วไปตามแนวชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย ซึ่งแมงกะพรุนชนิดนี้เป็นแมงกะพรุนที่มีพิษร้ายแรงจนอาจถึงแก่ชีวิตได้ หรือไม่ก็ต้องพบเจอกับความเจ็บปวดอย่างสาหัสจากการสัมผัสหนวดซึ่งมีเข็มพิษของแมงกะพรุนดังกล่าว

ในเบื้องต้นจากการสำรวจของครูปิยะ โกยสิน (Racha SCUBA) โดยการเดินตามแนวชายหาดบริเวณฝั่งตะวันตกของเกาะราชาใหญ่เป็นเวลา 3 นาที พบแมงกะพรุนชนิดนี้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยตัว อีกทั้งยังมีข่าวแจ้งว่า ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวโดนพิษของแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกสแล้ว จำนวน 2 คน ซึ่งถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้วแต่ยังไม่ทราบความคืบหน้าของอาการ จึงขอเตือนผู้ที่อยู่อาศัยหรือนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวในบริเวณดังกล่าว ให้เพิ่มความระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงการเล่นน้ำทะเล เพื่อป้องกันการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากพิษของมัน แต่หากโดนพิษของแมงกะพรุนนี้เข้าไปแล้วควรราดแผลด้วยกรดอ่อน ๆ เช่น น้ำส้มสายชู แล้วนำส่งโรงพยาบาลทันที)

ทั้งนี้ แมงกะพรุนหมวกโปรตุเกส จัดเป็นแมงกะพรุนชนิดที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก เทียบเท่าแมงกะพรุนกล่องหรือแมงกะพรุนอิรุคันจิ (Malo kingi) และเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลกด้วย ซึ่งพิษนั้นจะทำลายระบบประสาท ผิวหนัง หัวใจ เมื่อถูกต่อยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างมาก ส่วนใหญ่ผู้ที่โดนพิษจะช็อค และหัวใจล้มเหลวก่อนที่จะกลับเข้าถึงฝั่ง
ยำรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เคยโดนแมงกระพรุนไฟที่หัวเข่า ปวดแสบปวดร้อนมาก กลางคืนไม่ต้องนอนเลยล่ะ แผลเน่าอยู่นานเป็นเดือน ผ่านไปเกือบปี ปากแผลปิดสนิทนูนขึ้นมา มีอาการคัน เผลอไปเกาเข้า แผลเปิด อ้าว ด้านในแผลแฉะ ยังไม่แห้งเลย นี่กว่าสิบปีแล้วแผลเป็นไม่ได้จางลงเลย ถ้าเป็นสาวๆคงไม่กล้าใส่ขาสั้นแน่
ระวังและหลีกให้ห่างดีที่สุด
 
ความคิดเห็นที่ 21 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แมงกระพรุนเป็นสิ่งมีชีวิตเรียบง่าย ไม่บุ่มบ่าม บ้าคลั่งวู่วาม ใช้กำลังทำลาย เลยไม่มีแมงกระพรุนสีแดงให้เห็นเลย
ฟายสีแดงสิเยอะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 19 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปัญญาอ่อนอะ เห็นรายการญี่ปุ่น เอาแค่ ปริมาณปลาปักเป้า ที่มากเกินปกติ

เขาก็ไปถ่ายทำ และวิจัยหาสาเหตุแล้ว ว่าเพราะอะไร จะแก้ปัญหาได้อย่างไร

บ้านเรา ดันคิดแต่จะทำท่องเที่ยว ดูของประหลาด
รัฐอยากให้คนโง่ลง จะได้ปกครองง่ายขึ้น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็มันไม่ได้มากผิดปกติไง และมันก็เป็นอย่างนี้มานานแล้ว คนท้องถิ่นก็รู้ เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องแถวนั้นก็รู้ จะมีที่ไม่รู้แต่เก่งแต่สักแต่เห่าอยู่หลังคีบอร์ดแบบคุณเมริง จขกท.ไงที่ไม่รู้ จัดง้าวแล้วยังทำอวดฉลาด
6666
 
ความคิดเห็นที่ 18 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แสดงถึงระบบนิเวศน์ในทะเลนั้นมันขาดสมดุลย์อย่างแรง ไม่ใช่เรื่องดีอะไรเลย แต่ถ้าประชาชนจะจับไปขายก็เป็นประโยชน์ต่อเค้า แต่ต้องช่วยกันดูแลทะเลให้สะอาด
ข้อเท็จจริง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลางร้ายใต้ทะเล แผ่นดินไหวทำให้พวกมันต้องขึ้นมาเพราะรอยแยกใต้ทะเลทำให้พวกมันอยู่ข้างล่างไม่ได้
ลางร้าย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พ่อปลานีโม่ กับ ปลาสาวโดรี่
กำลังหลบแมงกระพรุนอยู่ แถวนั้นแหละ
เคยดู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่าจะถ่ายมุมให้สวยกว่านี้ เอากว้างๆ แสงสวยๆ
อยากดู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โดนซักทีแล้วจะรู้ว่า นรกมีจริง ปวดแสบปวดร้อน ใช้เวลานานกว่าจะหาย แถมคนแพ้มันจะไม่หายสนิทวันดี คืนดีมันก็จะคันคะเยอตรงแผลที่โดนแล้วก็จะเป็นแผลนูนฝากไว้ให้ดูต่างหน้า (โดยเฉพาะตัวสีน้ำตาล หนวดแดง ๆ)
ชะอำรำลึกจริง ๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โดนที่ชะอำเหมือนกัน สองปีกว่าจะหายดี ตอนนั้นหาผักบุ้งทะเลไม่เจอ
ชะอำรำลึกToo
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขำจริงๆ ชะอำจะไปหาผักบุ้งทะเล ชาติหน้าก็ไม่เจอหรอก อย่างไรซะ เที่ยวทะเล พกน้ำส้มสายชูไปเผื่อด้วยเลย กันไว้ก่อน
ขวดนึงไม่กี่บาทหรอก
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชาเขียวก็ช่วยได้หรอก ...แหม พ่อคนเก่ง - -*
ย่น
 
ความคิดเห็นที่ 13 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แมงกะพรุนรูปร่างเหมือนเห็ดมีหนวดสีสันสดใส ^^ น่ารักดีนะคะ
เด็กหญิงโสมหอม จูงหมาปอมเดินจตุจักร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากโดนแมงกะพรุนของพี่มั๊ยจ๊ะ?
เก่งเฉพาะเรื่องบนเตียง
 
ความคิดเห็นที่ 12 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
MK ชอบจาย
กิต
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยังดีที่อีสานไม่ติดทะเล
ไม่งั้น...
เอกเอง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่งั้นคงเอาไปใส่ไหทำแมงกะพรุนร้าหมด
d
 
ความคิดเห็นที่ 3 +12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ร้านเย็นตาโฟยิ้ม
กรุบกรับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แมงกะพรุนที่บริโภคได้คือแมงกะพรุนตัวใหญ่นะครับ
ตัวเล็กๆแบบนี้ กินไปมีอันตราย คันแน่นอน
มาริโอ้
 
ความคิดเห็นที่ 1 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เเมงกะพรุนทะเลไทยสวยจริงๆ สวยมาก
กรูเอง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014