หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกท่องเที่ยว | ถึงไหนถึงกัน
 

แอ่วเชียงราย...“วัดร่องขุ่น” นำทัพทัวร์บุญ/ปิ่น บุตรี

ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ปิ่น บุตรี 8 พฤศจิกายน 2555 20:04 น.
       โดย : ปิ่น บุตรี

แอ่วเชียงราย...“วัดร่องขุ่น” นำทัพทัวร์บุญ/ปิ่น บุตรี
วัดร่องขุ่นอันวิจิตรอลังการ
       ลมหนาวเริ่มโชยมา
       
       ขณะที่ใครหลายคนกำลังติดแรงเงา
       
       “แรงเหงา” กับเป็นตัวกระตุ้นให้ผมขึ้นเหนือไปหาหนาวที่จังหวัดเชียงราย
       
       การไปเชียงรายคราวนี้ผมไล่เที่ยวตั้งแต่เชียงแสน ดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ ช้อปปิ้งแม่สาย ดอยตุง สวนแม่ฟ้าหลวง ไร่แม่ฟ้าหลวง ก่อนมาปิดท้ายแบบอิ่มบุญกับการไหว้พระ 3 วัดในเขต อ. เมือง ซึ่งนี่ถือเป็นหนึ่งในโครงการภายใต้การส่งเสริมของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ภูมิภาคภาคเหนือและสายการบินแอร์เอเชีย

แอ่วเชียงราย...“วัดร่องขุ่น” นำทัพทัวร์บุญ/ปิ่น บุตรี
พระหยกเชียงราย แห่ง วัดพระแก้ว เชียงราย
       วัดพระแก้ว
       
       สำหรับวัดแรกในเขต อ.เมืองที่ผมไปประเดิมคือ “วัดพระแก้ว” หนึ่งในวัดสำคัญเก่าแก่ของเชียงราย ตั้งอยู่บนถนนไตรรัตน์ ต.เวียง
       
       เดิมวัดนี้เรียกว่า “วัดป่าญะ” หรือ “วัดป่าเยียะ” เนื่องจากบริเวณนี้มีไม้เยียะที่เป็นไม้ไผ่ชนิดหนึ่ง คล้ายไผ่สีสุกขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เหตุที่เปลี่ยนมาเรียกวัดพระแก้ว เพราะมีการค้นพบสำคัญโดยบังเอิญนั่นก็คือในช่วงปี พ.ศ. 1977 ในสมัยพระเจ้าสามฝั่งแกนเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ ได้เกิดฟ้าผ่าลงบนเจดีย์ร้างองค์หนึ่ง และได้พบพระพุทธรูปลงรักปิดทองอยู่ภายใน ต่อมารักกะเทาะออก พบว่าเป็น “พระแก้วมรกต” จึงเรียกวัดนี้ใหม่ว่า “วัดพระแก้ว” เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
       
       หลังพระแก้วมรกตถูกอัญเชิญไปยังสถานที่ต่างๆก่อนมาประดิษฐานอยู่ที่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กทม. จนถึงปัจจุบัน จากนั้นในปี พ.ศ. 2533 เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระชนมายุครบ 90 พรรษา ชาวเชียงรายได้ร่วมกันสร้างพระแก้วมรกตองค์ใหม่ชื่อ “พระพุทธรัตนากรนวุติวัสสานุสรณ์” หรือ “พระหยกเชียงราย” ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ

แอ่วเชียงราย...“วัดร่องขุ่น” นำทัพทัวร์บุญ/ปิ่น บุตรี
พระเจ้าล้านทอง
       พระหยกเชียงราย สร้างด้วยหยกสีเขียวคล้ายมรกต มีพุทธลักษณะงดงาม ประดับเครื่องทรงแบบพุกาม มีขนาดเล็กกว่ากระแก้วมรกตองค์จริงที่กรุงเทพฯ 2 นิ้ว นับเป็นหนึ่งพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเชียงรายที่มีผู้คนเดินทางไปกราบไหว้สักการะและชื่นชมความงามกันไม่ได้ขาด
       
       นอกจากพระหยกเชียงรายแล้ว ภายในพระอุโบสถยังมี “พระเจ้าล้านทอง” ที่มีพุทธลักษณะขรึมขลังเปี่ยมศรัทธาเป็นอีกหนึ่งพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อีกทั้งยังมีองค์พระธาตุประจำวัดสีทองตั้งตระหง่าน

แอ่วเชียงราย...“วัดร่องขุ่น” นำทัพทัวร์บุญ/ปิ่น บุตรี
สิ่งชวนชมในพิพิธภัณฑ์
       ภายในวัดพระแก้วยังมีอีกหนึ่งสิ่งน่าสนใจที่ใครหลายๆคนมองข้ามนั่นก็คือ “โฮงหลวงแสงแก้ว” ที่เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ประจำวัด ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ข้าวของเครื่องใช้ที่มีค่าต่างๆมาก อาทิ พระพุทธรูปต่างๆ บุษบก ผ้าพระบฏ ศิลปะงานไม้พญาลวงของตัวลวงของล้านนา ตุง เครื่องสูง ผลพระเจ้า 5 พระองค์ พระบรมสารีริกธาตุ และ ฯลฯ นับได้ว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถือเป็นแหล่งรวมของดี ในระดับค่าควรเมืองที่ไม่ควรมองข้ามหรือเลยผ่านด้วยประการทั้งปวง

แอ่วเชียงราย...“วัดร่องขุ่น” นำทัพทัวร์บุญ/ปิ่น บุตรี
พระธาตุดอยทอง
       วัดพระธาตุดอยทอง
       
       วัดถัดไปที่ผมเดินทางไปรับบุญคือ “วัดพระธาตุดอยทอง” หรือ “วัดดอยทอง”วัดนี้ตั้งอยู่บนถนนอาจำนวย หลังศาลากลางจังหวัด บนดอยจอมทองริมฝั่งแม่น้ำกก
       
       ตามประวัติเล่าว่า วัดพระธาตุดอยทอง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1483 ในสมัยพระยาเรือนแก้วผู้ครองนครไชยนารายณ์ เพื่อเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่พระมหาเถระชาวลังกาได้นำมาถวายแด่พระเจ้าพังคราช แห่งราชวงสิงหนวัติ เจ้าเมืองโยนกนาคพันธ์(เชียงแสน) โดยได้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุออกเป็น 3 ส่วน และนำไปประดิษฐานที่พระธาตุเจดีย์สำคัญในเชียงรายได้แก่ วัดพระธาตุดอยตุง วัดพระธาตุจอมกิตติ และที่พระเจดีย์วัดพระธาตุดอยทองแห่งนี้
       
       ต่อมาได้เกิดแผ่นดินไหวทำให้องค์พระธาตุเจดีย์(องค์เก่า)พังทลายลงมา หลังจากนั้นพญามังราย(เม็งราย)ที่ทรงพบชัยภูมิสร้างเมืองเชียงรายจากดอยจอมทอง จึงได้สร้างพระธาตุเจดีย์องค์ใหม่ขึ้นมาพร้อมกับการสร้างเมือง นั่นก็คือองค์พระธาตุดอยทองสีทองอร่ามที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

แอ่วเชียงราย...“วัดร่องขุ่น” นำทัพทัวร์บุญ/ปิ่น บุตรี
ภายในวิหารวัดพระธาตุดอยทอง
       วัดพระธาตุดอยทองเป็นหนึ่งในวัดสำคัญอันดับต้นๆของเมืองเชียงราย วัดแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดอยู่ 3 ประการ ได้แก่ เป็นวัดที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุแห่งแรกในเชียงราย เป็นต้นกำเนิดและต้นธารประวัติศาสตร์ของเชียงราย และ(เชื่อว่า)เป็นสถานที่สิงสถิตของเจ้าพ่อ เจ้าแม่ดอยทอง เทพารักษ์ประจำเมืองเชียงราย
       
       ที่วัดแห่งนี้ยังมีวิหารศิลปะผสมล้านนารัตนโกสินทร์ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย และมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันสวยงามให้ชมกัน

แอ่วเชียงราย...“วัดร่องขุ่น” นำทัพทัวร์บุญ/ปิ่น บุตรี
เสาสะดือเมืองที่ไม่เหมือนใคร
       นอกจากนี้วัดพระธาตุดอยทองยังมีสิ่งสำคัญคือ “เสาสะดือเมือง” เชียงรายที่แปลกแตกต่างแห่งเดียวในเมืองไทย
       
       เสาสะดือเมืองเชียงราย มีทั้งหมด 108 หลัก ชาวเชียงรายพร้อมใจกันสร้างเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพญามังรายและเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ โดยหลังจากสร้างเสร็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จมาเจิมเสาสะดือเมืองเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2531
       
       เสาสะดือเมืองเชียงรายสร้างขึ้นด้วยคติจักรวาล หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ลานรอบนอกหมายถึงแผ่นดิน ล้อมด้วยคูน้ำ เปรียบเสมือนน้ำในขอบจักรวาล รอบในยกขึ้นเป็น 6 ชั้น หมายถึงสวรรค์ทั้ง 6 ของกามภูมิ แล้วยกขึ้นอีก 1 ชั้น หมายถึงรูปภูมิ อรูปภูมิ และนิพพาน
       
       เสาสะดือเมืองเปรียบดังเขาสิเนรุ ตั้งอยู่บนฐาน 3 เหลี่ยม หมายถึง ผา 3 เส้า ล้อมด้วยเสา 108 ต้น เปรียบดังสิ่งสำคัญในจักรวาล ล้อมรอบด้วยร่องน้ำ 5 ร่อง เป็นดังปัญจมหานทีลดหลั่นเป็นชั้นๆ
       
       ขณะที่ต้นเสาสะดือเมืองนั้นสร้างตามคติโบราณของล้านนาที่เชื่อว่า หัวเสาสะดือเมืองใหญ่เท่า 5 กำมือ และสูงเท่ากับความสูงของพระเจ้าแผ่นดิน ดังนั้นเสาสะดือเมืองเชียงรายจึงสูงเท่าพระวรกายของพระเจ้าอยู่หัว และมีขนาดหัวเสาใหญ่เท่ากับ 5 พระหัตถ์กำ(กำปั้น)ของพระองค์ท่าน โดยได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตวัดพระหัตถ์กำ แล้วนำมาขยายสร้าง 5 เท่าด้วยกัน
       
       เสาสะดือเมืองนับเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ชาวเชียงรายให้ความเคารพศรัทธา จึงมีการนำผ้าแพรไปผูก ทองไปปิด และนิยมมาสรงน้ำเพื่อความร่มเย็นเป็นสุข

แอ่วเชียงราย...“วัดร่องขุ่น” นำทัพทัวร์บุญ/ปิ่น บุตรี
เส้นทางสู่พระอุโบสถ
       วัดร่องขุ่น
       
       มาถึงวัดอันดับสุดท้ายที่ผมเข้าไปรับบุญ วัดนี้เดิมเป็นวัดธรรมดาๆประจำชุมชน แต่เมื่อทำการสร้างโบสถ์ใหม่ก็โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน กลายเป็นวัดไฮไลท์ประจำเชียงราย อันเป็นที่หมายปองต้องการชมและสัมผัสในความงามของผู้คนมากมาย
       
       สำหรับวัดนี้ก็ไม่ใช่วัดไหนหากแต่คือ “วัดร่องขุ่น” อันลือลั่น ซึ่งออกแบบโดยศิลปินแห่งชาตินามอุโฆษ “เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์”
       
       วัดร่องขุ่น ตั้งอยู่ที่ ต.ป่าอ้อดอนชัย ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 12 กม. วัดแห่งนี้เป็นวัดบ้านเกิดของ อ.เฉลิมชัย ซึ่งหลังจากได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิด พบว่าวัดแห่งนี้ชำรุดทรุดโทรมมาก อ.เฉลิมชัย จึงตั้งปณิธานว่า อยากจะสร้างอุโบสถหลังใหม่เมื่อตนเองมีความพร้อม

แอ่วเชียงราย...“วัดร่องขุ่น” นำทัพทัวร์บุญ/ปิ่น บุตรี
งานพุทธศิลป์สื่อความหมาย
       หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2540 ที่ อ.เฉลิมชัย มีความพร้อมทั้งด้านชีวิต ครอบครัว กำลังทรัพย์ และชื่อเสียง อาจารย์จึงได้ลงมือสร้างโบสถ์วัดแห่งนี้ขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งสุดท้ายแล้วได้กลายเป็นวัดร่องขุ่นโฉมใหม่อันสวยงามอลังการและเป็นที่กล่าวขวัญถึงไปทั่ว
       
       วัดร่องขุ่นสร้างด้วยคติจักรวาลมีสระน้ำรอบล้อมโบสถ์ เปรียบดังมหานทีสีทันดร มีสะพานทอดข้ามผ่านเปรียบดังการเดินข้ามวัฏสงสารมุ่งสู่พุทธภูมิ ตัวพระอุโบสถที่เป็นจุดเด่นสำคัญเป็นดังดินแดนแห่งการหลุดพ้น

แอ่วเชียงราย...“วัดร่องขุ่น” นำทัพทัวร์บุญ/ปิ่น บุตรี
ศิลปะแบบเฉลิมชัย
       วัดร่องขุ่นโดดเด่นด้วยงานปูนปั้นสีขาว ตกแต่งกระจกแวววับ เพื่อแทนพระบริสุทธิคุณและพระปัญญาธิคุณของพระพุทธเจ้าที่เปล่งประกายไปทั่วโลกมนุษย์และจักรวาล
       
       ขนาดของโบสถ์ไม่ใหญ่โตนักแต่ก็ทุกส่วนล้วนต่างมีความหมาย โดยลวดลายปูนปั้นต่างๆอันอ่อนช้อยละเมียดละไมนั้น แสดงถึงความเป็น อ.เฉลิมชัย อย่างชัดเจน
       
       จิตรกรรมฝาผนังภายในโบสถ์เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของ อ. เฉลิมชัย ที่วาดเห็นเป็นเรื่องราวในผนังด้านซ้าย(มือจากทางเข้า) บอกเล่าถึงการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย อีกทั้งยังมีการประยุกต์ภาพเหตุการณ์ร่วมสมัย อาทิ สไปเดอร์แมน ซุปเปอร์แมน เบนเท็น จอร์จ บุช บิลลาเดน ใส่เข้าไปร่วมกับงานจิตรกรรมไทยอันลือลั่นของ อ.เฉลิมชัย

แอ่วเชียงราย...“วัดร่องขุ่น” นำทัพทัวร์บุญ/ปิ่น บุตรี
รูปเหมือน อ.เฉลิมชัย จัดไว้ให้ถ่ายรูปด้วย
       ในบริเวณวัดร่องขุ่นยังมีงานศิลปสถาปัตยกรรมอันวิจิตรอ่อนช้อยให้ทัศนากันเป็นจุดๆ ไม่เว้นแม้แต่ห้องน้ำที่สร้างอย่างสวยงาม ชนิดที่เหมาะสมกับสถานที่ปลดทุกข์เป็นยิ่งนัก
       
       นอกจากตัวงานพุทธศิลป์แล้ว อ.เฉลิมชัยก็ถือเป็นสิ่งเรียกแขกได้ไม่น้อย ใครและใครหลายๆคนที่ไปวัดแห่งนี้ ต้องการไปกระทบไหล่ ถ่ายรูป ผู้คุย กับผู้สร้างวัด ชนิดไม่ต่างอะไรกับการไปพบซุปเปอร์สตาร์ ซึ่งใครโชคดีก็จะได้พบกับอาจารย์ ส่วนถ้าวันไหนอาจารย์ไม่ว่าง แต่ถ้าใครอยากถ่ายรูปด้วย อ.เฉลิมชัย ก็มีภาพของตัวเอง ขนาดเท่าตัวจริงจัดเตรียมไว้ให้แฟนคลับถ่ายรูปด้วย ในท่าทาง ลีลา ฮากระจาย ที่ถือเป็นอีกหนึ่งคาแรคเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปินแห่งชาตินามอุโฆษคนนี้
       
       ..............
       
       และนั่นก็เป็น 3 วัดเด่นในตัวเมืองเชียงราย ที่มีหลายสิ่งหลายอย่างให้ค้นหาทั้งทางโลก ทางธรรม ทางใจ และทางจิตวิญญาณ

ข่าวล่าสุด ในหมวด
จาก“สามหมื่น” ถึง “หัวหมด”...สวยสดทุ่งดอกเทียนชมพูสะพรั่ง/ปิ่น บุตรี
แอ่ว“อุ้มผาง”ตามหาหัวใจกลางป่า...พิชิต“ปิตุโกร” น้ำตกสูงที่สุดในเมืองไทย/ปิ่น บุตรี
“บึงกาฬ” อลังการม่านน้ำตก...ชวนทึ่งสวนน้ำธรรมชาติบนลานหินใหญ่/ปิ่น บุตรี
ขอคืน“สะพานมอญ”แห่งศรัทธา...คืนความสุขให้ชาวสังขละบุรี/ปิ่น บุตรี
ใกล้ตา ไกลตีน ปีนพิชิต “ภูสอยดาว”...ชมทุ่งดอกหงอนนาคสวยที่สุดในเมืองไทย/ปิ่น บุตรี
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 8 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 5 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่เคยชอบผลงานวัดร่องขุ่นของ คุณเฉลิมชัยแม้แต่น้อย ลวดลายเลื้อยไหลเลอะเทอะ เยอะแยะยั้วเยี้ยไปหมด มองไปทางไหนมีแต่ความเยอะ หาความสวย สง่า สงบของวัดไม่เจอ

จะไหลไปไหน เฉลิมชัย ไหลจนไม่มีจุดรวมสายตา มองไปทางไหนก็ไหลเรื่้อยเจื้อย มิน่าถึงได้เอารูปตัวเองมาตั้งไว้ให้คนประหลาดใจ จุดหยุดความไหลคือรูปเฉลิมชัยนี่เอง
ไม่ชอบค่ะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอเรียนตามตรงน่ัต่ะเคยชื่นชมเพราะอ่านประว้ติ.ส่วนตัวอ.ในหนังสือนิตรสารฉบับหนี่ง..ก็เลยไปทัวน์คล้ายๆคุณปิ่นนี่แหล่ะค่ะแต่ทัวน์ดิฉันมีพาไปทานดื่มชาบนดอยด้วย(ประมาณสี่ห้าปีนี่แหล้ะค่ะ)วัดร่องขุ่นก็งั๊นๆทำไมผลงานอ.มีแต่ลายหยักๆซ้ำซาก..ดิฉันชอบดูรายการชิงช้าสวรรค์ถวยที่อ.ทำให้ก็หยักๆซ้ำซาก.ไปเยี่ยมหลานที่อเมริกาหลานพาไปทานร้านอาหารไทยมีผลงานของอ.ก็หยักๆซ้ำซาก..ต้องขอโทษด้วยน่ะค่ะที่วิจารณ์ตรงๆ..อีกอย่างที่วัด..ควรจะมีจนท.คอยดูแล"เห็นมีเด็กวัยกระเตาะหญิงชายมานอนหยอกเ้ากันในสนามหญ้า..แต่ก็นานมากแล้วตอนนี้คงปรับปรุง.
อาร์ต
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมผ่านไปบ่อยแวะไปครั้งเดียวเท่านั้น และไม่คิดไปไปอีกเลย มันเหมือนธุรกิจเกินไป คงไม่ต้องบรรยายน่ะ เพราะทุกท่านที่ไปคงทราบดี
โจ้เชียงใหม่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่านะ ผมจะเป็นตุ๊ดอยู่แระ
ผู้ชายอรัยพิมพืเเยะเหลือเกิน
ว่ากันมั้ยยยย
กะอีแค่ ผมไม่ชอบ
1. ป้าย อ. แก ที่มีอยู่ทั่ววัด แม้ กระทั่งในโบสถ์ ... คือถ้ามีในรอบนอกบ้าง ก้อตาม สะดวกเถิด
อันนี้ ผมไม่ชอบ

2. งานของ อ. ผมไปดูมา สามทีครับ ก้อยัง ว่าไม่สวย แต่ วิจิตรครับ การไม่สวยก้อเรื่องของผมมครับ ส่วนใครว่าสวย ผมไม่ขัดครับ

3. ผมแค่อยากให้ คนเราทุกคน รู้จัก เวลา รู้จักรักษาเวลา ที่มีต่อคนอื่น ถ้าใครอยากกินข้าวคนเดียวสี่ทุ่ม ตีสี่ เรื่องของเค้าครับ แต่ถ้านัดเพื่อนกินข้าว หนึ่งทุ่ม คือ หนึ่งทุ่มครับ ไม่ใช่ ทุ่ม สิบนาที รึ เกือบทุ่มครึ่ง จะมาอ้าง รถติด ... อยู่ จว เดียวกัน รถติดเหมือนกันครับ
น่าเบื่อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คือไม่เข้าใจครับ ว่าจะมาต่อว่าผมทำไม
ผมจะดู ครึ่ง ชม. รึ สอง ชม. ก้อเรื่องของผมครับ
แต่ถ้าพามารดาคุณมาด้วย ผมคงดูร่องขุ่นแม่คุณนานๆได้..เอามั้ยยย ถือว่าช่วยๆกันไป

ขออภัยท่านอื่นๆด้วย หาก วาจา ไม่เหมมาะควร

เพิ่ม นิ้ดนะครับ... เวลาไปเที่ยวเนี่ยะ ไม่ได้ จัดตารางเพื่อไปร่องขุ่นอย่างเดียวครับ เราวางกำหนดการล่วงหน้า ทุกอย่างเป๊ะๆครับ บวก ลบ ไม่เกิน ห้านาที

ผมมันคนไกล..เที่ยวไกลถื่น ต้องครบๆหน่อย หลายๆท่านก้อคงทำแบบนี้

ไม่ผิดปกติ ครับ

ส่วนคนที่มาตอว่า ผมเนี่ยะ .. ว่างๆ มากันยาวๆ ก้อได้ครับ ... ผมมันคนว่างๆ ซ๊ะด้วยยย์ เซ่
น่าเบื่อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่าเบื่อจริงๆด้วย

แถมปากเสียอีกต่างหาก
555
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แต่ดิฉันเข้าใจคุณค่ะ
ดิฉันอยู่ไกลเหมือนกัน สามปีกลับบ้านที มีเวลา แค่ 24 วัน
แพลนที่ก็แบบทัวร์ชะโงกอย่างที่ว่า เพราะต้องไปหลายที่ เอาให้ครบ และคุ้ม
เชียงราย พม่า เชียงใหม่ ลำปาง ยุธยา สระบุรี อัมพวา ลาว เขมร สมุย หลีเป๊ะ ภูเก็ต และบาหลี ทุกที่เดินทางโดยรถส่วนตัว หรือรถบัส ยกเว้น บาหลี ใครแพลนไปได้ครบตามที่นี่ยกนิ้วให้เลยค่ะ
ไม่รุจาแพลนกันยังไงดี
 
ความคิดเห็นที่ 8 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ด้วยความสัตย์จริง ผมเองก็ดั้นด้นไปมาครับ จอดรถ แล้วเดินไปดูบริเวณที่เขาทำงานปูนปั้น และแถวโรงรถ
เดินย้อนมาดูที่พระอุโบสถอีกที ไม่ชอบครับ ดูเลื้อยๆ รกๆ
รูปบางรูปก็ดูสวยดี แต่เป็นบางรูปเท่านั้น ออกจะผ่าๆหน่อยนะครับเพราะรูปอย่าง ของถวัลย์ ดัชนี (ตอนเรียนนี่ วาดรูป คะแนนเต็ม 100 ) ผมก็ไม่ค่อยชอบ
ไปชอบเอาของท่าน ประเทือง เอมเจริญ จักรพันธุ์ โปษยกฤต เหม เวชกร มากกว่า
ก็แต่ละคนแต่ละแนวครับ
อ๋อมเอง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
....แอ่วเมืองเชียงฮ๋าย
ให้ม่วน อก ม่วย ใจ๋
แต่ระหวัง ! คว๋ายแด๋ง ด้วยเน่อ....
เฮาขยาด....
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใครจะชอบก็ชอบไป แต่สำหรับผมดูแล้ว(ไปดูที่วัด)

ไม่ชอบอย่างแรง ลวดลายดูรกสายตามากๆ นานาจิตตัง

แต่สำหรับผมไม่ชอบ ไม่สวย ลวดลายรกตาอย่างแรง
ไม่ชอบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่เคยชอบผลงานวัดร่องขุ่นของ คุณเฉลิมชัยแม้แต่น้อย ลวดลายเลื้อยไหลเลอะเทอะ เยอะแยะยั้วเยี้ยไปหมด มองไปทางไหนมีแต่ความเยอะ หาความสวย สง่า สงบของวัดไม่เจอ

จะไหลไปไหน เฉลิมชัย ไหลจนไม่มีจุดรวมสายตา มองไปทางไหนก็ไหลเรื่้อยเจื้อย มิน่าถึงได้เอารูปตัวเองมาตั้งไว้ให้คนประหลาดใจ จุดหยุดความไหลคือรูปเฉลิมชัยนี่เอง
ไม่ชอบค่ะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เคยไป จริงๆแล้วยังสร้างไม่เสร็จ เขาก็สร้างไปเรื่อยๆไม่รีบร้อน
อ.เฉลิมชัยเป็นคนออกแบบแต่คนสร้างจริงๆไม่ใช่นะ
จริง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใครสร้าง อยากรู้บ้าง ช่วยบอกด้วย จะได้ไม่เข้าใจผิด
คนชม
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ช่างเป็นคนสร้างครับ สร้างตามที่เฉลิมชัยออกแบบ
แต่วัดนี้มีมานานแล้ว เฉลิมชัยมาบูรณะครับ
555
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นสล่า(ช่าง)พื้นบ้านแถวๆนั้นบางคนก็เอามาฝึกในการทำงานตั้งแต่ปั้นปูน ตัดกระจกโดยการแนะนำหรือสอนจาก อ.เฉลิมชัย แนวใครแนวมันครับ อย่างแนวผมนี่นอกจากจะชื่นชอบลีลาเขาแล้ว ยังเกลียดเสื้อแดงที่เชียงรายมากๆ
ชร
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วัดนี้สร้างขึ้นตามนิมิตฝันของ อ.เฉลิมชัย ที่บอกว่าฝันไปสวรรค์เห็นวัดหรืออุโบสถสีขาว และมีประกายแสงระยิบ ประมาณนั้น จึงมีแต่สีขาวและกระจกเต็มหมด
ร่องใส
 
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รูปสวยแต่ของจริงเหมือนวัดทั่วไป
ไป
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สวยมั้ยยย ไม่สวย
แต่อลังการ วิจิตร

สั่งที่ขัด ก้อคือ รูป อ. นี่หล่ะ เต็มไปหมด
เเถมมีสโลแกน ติดไว้
ไม่ต้องมาบริจาร บลาๆๆๆ ... น่าเบื่อ

เคยไป เชค ข้อมูลไว้..ปิดห้าโมงเย็น
ผมไป สี่ครึ่ง ขับรถจากตะวันออกไป พันโล เพื่อไปฟัง จนท บอกว่าปิด

เฮ้ยยยยย ตกลงปิดห้าโมง รึ ยังไง
น่าเบื่อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จะขับรถพันโลไปแสดงความโง่ปนกร่างทำไม
โลกไม่ได้หมุนรอบคุณนะ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เคยดูแต่รูปก็คิดว่าคงจะสวย แต่ไปดูจริงก็งั้นๆ งานจะหยาบไปหน่อย แต่ด้วยมีติ่ง มีย้อย มียึกยือ เลยดูอลังการ เสมาก็ด้วยเหมือนตัวตะขาม หากดูจริงๆแล้ว มันก้คือการแสดงงานปฏิมากรรมของเจ้าของงานเสียมากกว่าที่จะใช้ประกอบพิธีกรรม ภาพจิตรกรรมก็เป็นศิลปแบบร่วมสมัย ที่เน้นเรื่องราวของมนุษย์ และมีมนุษย์ที่หลุดพ้นได้นั้งยานไปเฝ้าพระพุทธเจ้า
อิอิ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็สร้างเองดิคะ
เปมิกาก
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนโง่เท่านั้นที่ไม่รู้จักศิลปะ
เด็กช่าง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แวะมาตอบ...

ขับไปพันโล เพราะอยากไปชมครับ...ตามเวลาทำการปิดห้าโมงเย็นครับ ใครกร่างฮะ .. วันนั้นเค้ารีบปิดเพราะเหตุผล ฝนตก...ถ้าเมืองไทย ต้องปิดต้องกลับบ้านเร็วเพราะฝนตก ทุกหน่วยงาน..คุณว่ามันจะดี หรา

ส่วนคุณคนถัดไป...จะให้ผมสร้างเอง...ผมไม่ได้เก่งขนาดนั้น แต่ความไม่เก่ง ไม่ได้แปลว่าผมต้องไปสร้างเอง ไม่ได้เป็นคนดัง คนมีเงินครับ อ้อ..ทำบุญปีนึงเป็นแสนอยู่ แต่จะให้ไปสร้างเอง ไม่มีปัญญา ครับ
ถึงมีปัญญา ก้อคงไม่มีความสามารถสร้างได้..

คนที่สี่...คนไม่รู้จักศิลป...ตอนเด็กๆเป็นรองประธานชมรมศิลป สอบเข้าช่างศิลป ลาดกระบัง ติดด้วยนะ..เเต่พ่อไม่ให้เรียน
ส่วนจะมองว่าสวย รึ ไม่สวย อันนี้เเล้วเเต่ใครๆนะครับ เหมือนเมื่อวานลูกผมถาม อาหารชาติไหน อะไร อร่อยสุด... ผมตอบว่า อาหารที่หร่อยสุ้ดด คืออาหารที่เรากินเเระอร่อยที่สุด ชอบที่สุด งัยยยย

พี่ความเห็นที่สอง..เข้าใจถูกครับ อ. เค้าสร้างขึ้นมาด้วยจินตนาการเพื่อตัว อ. เอง ครับ
น่าเบื่อ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่อ พอไม่ได้เข้า ก็เลยออกมาด่า วิจารณ์ เค้าสิน่ะ
แปลกๆดีน่ะคนเรา เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ทำยังกับตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลกแหนะ
แล้วเวลาไปเที่ยวนี่ ไม่เคยเช็คหรือไรว่า มันปิดกี่โมง ควรไปดูตอนไหน? หรือคิดว่า ไปช้า แล้วเจ้าของสถานที่จะต้องเปิดรอให้คุณเข้าดูจนเสร็จหรือ?
ความคิดเด็กๆ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปิด ๕ โมงเย็น แต่เขาไป ๔โมงครึ่ง เขารู้เวลาแล้วไงคู้ณ
เขามาไกล เขาก็เสียใจเป็นธรรมดา ใช่ไหม ในความไม่ตรงเวลาน่ะ
แวะมา
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณน่าเบื่อเขาก็ท้วงติงไปตามข้อเท็จจริงที่เห็นอะนะ ไม่เห็นมีอะไรจะต้องไปกะแนะกระแหนขนาดนั้น มันจะทำให้คนที่ไม่เคยไปแต่อยากไป ต้องมานั่งคิดมาก จริงแล้วมันไม่ใช่ที่นี่ที่เดียวหรอกที่เป็นแบบนี้ ยิ่งพิพิธภัณฑ์บางที่พอคนเริ่มซาหน่อย เจ้าหน้าที่เผ่นก่อนแล้ว ไปรับลูก
ทั้งๆที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมก็เรียนเก่งครับ
สอบไม่ติดแพทย์จุฬา
พ่อเลยไม่ให้เรียน
บักสิเด๋อ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่าเบื่อเอ๊ย

ขับไปพันกิโลเมตร เพื่อจะไปดูครึ่งชั่วโมง ตลก_บหาย
อยากชมมากขนาดนี้ใครๆเขาก็จะต้องดูชมอย่างน้อยเป็นชั่วโมงสองชั่วโมง

คุณไปสี่โมงครึ่งแล้วบอกอยากชมมาก ตลกชิ_หายเลย
555 55
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น้องบักสิเด๋อ...
เรียนเก่ง รึ ไม่เก่ง .. นั่น มะสำคัญครับ
เอาตัวให้รอด มีชีวิตให้ดีก้อพอ

ตอนที่ผมสอบติด พะดีดันไปติด อีกที่ครับ
พ่อเลยบังคับให้ไปเรียนอีกที่นึง เป็น รร แถวๆพระรามสี่ น่าเสียดาย ตอนนี้ รร นั้นเค้าย้านไป ตจว อ่ะครับ
น่าเบื่อ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมทำงานศิลปแมแต่เด็ก เรียกว่าพ่อแม่พี่น้องทำงานศิลปมาหมด พี่สาวก็ได้เหรีญทอง พี่ชายก็เป็นศิลปินแห่งชาติ ตนเองฝีมือก็ไม่ธรรมดา ติดตามงานศิลปมาตลอด สามารถดูออก เรื่องงานศิลปะ คิดว่าฝีมือเฉลิมชัยก็ต้องย่อมรับว่าเอง แต่ก็แฝงด้วยอิทธิพล จากศิลปพื้นๆของท้องถิ่น โดยเฉพาะการใช้โทนสี งานงานพัดที่มีขายทั่วไปทางเหนือ มียุกหนึ่งที่ช่างทำพัดได้อิทธิพล งานศิลปมาจากพม่า จีน การเขียนพัดที่ใช้โทนสีหวานๆ ม่วง ฟ้า คราม ชมพู เราจึงเห้นว่างานศิลปของเฉลิมชัยได้รับอิทธิจากงานศิลปท้องถิ่นเป็นอย่างมาก ส่วนงานปฏิมากรรม นั้น ก็เป็นการเขียนลายแบบไม่ได้ยึดต้นแบบที่ถูกต้อง(แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องผิด) คือสร้างจินตนาการลายออกมาเอง เพื่อหลบ ต้นแบบของลายไทยดังเดิม เราะมันยาก การขึ้นลายของเฉลิมชัย ก็เป็นการใช้ ระยะของช่องไฟ เป็นตัวกำหนดความสมดุลย์ ใช้ความยึกยือเป็นตัวกำหนด ความงามและความอลังการ แต่ถ้าเราเข้าใจ จริง เราก็จะรู้ว่านี้เป็นเทคนิคการหลบลาย อย่างหนึ่ง เราจึงเห้นงานของเฉลิมชัยก็ยังคงมีอิทธิพลจากพม่าเข้ามาผสม ก็คงมาจากการเขียนพัดนั้นเอง
สีขาวและกระจกที่เฉลิมชัยเลือกชัย ก็ถือว่าแลด เพราะสีขาวกับกระจก สร้างความสว่างและแวววาว ทำให้กลบความหยาบไปได้ โดยเฉพาะมองไกลๆ แต่เมื่อดูใกล้ๆ ก็จะเห็นความหยาบ ปรากฏอยู่มากมาย
อิอิ
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014