หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกท่องเที่ยว | ถึงไหนถึงกัน
 

“ขุนวาง” พร่างพราวชมพู โรแมนติกในเส้นทางสายซากุระ/ปิ่น บุตรี

ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ปิ่น บุตรี 9 มกราคม 2557 19:16 น.
       โดย : ปิ่น บุตรี(pinn109@hotmail.com)

“ขุนวาง” พร่างพราวชมพู โรแมนติกในเส้นทางสายซากุระ/ปิ่น บุตรี
ซุ้มอุโมงค์ดอกนางพญาเสือโคร่งภายในศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่(ขุนวาง)
       หน้าหนาวฤดูกาลนี้ นอกจากอากาศหนาวจะมาเยือนเร็วแล้ว ยังหนาวนาน แถมหนาวจับจิตในหลายพื้นที่
       
       นั่นก็ทำให้ “ต้นนางพญาเสือโคร่ง” ที่ขึ้นอยู่ทั่วประเทศ ทั้งตามธรรมชาติและตามแหล่ง (มนุษย์) ปลูกต่างๆ บนภูสูง ดอยสูง เขาสูง พากันทยอยออกดอกผลิบานรับลมหนาวเร็วกว่าปกติ
       
       บางพื้นที่เริ่มบานตั้งแต่ต้น ธ.ค. บางพื้นที่ปลาย ธ.ค. และบางพื้นที่บานต้น ม.ค. และกำลังบานอยู่ ณ ขณะนี้ ส่วนบางพื้นที่นั้นกำลังรอวันเบ่งบานอีกไม่นาน

“ขุนวาง” พร่างพราวชมพู โรแมนติกในเส้นทางสายซากุระ/ปิ่น บุตรี
ดอกนางพญาเสือโคร่งกำลังบานเต็มที่ที่ขุนวาง
       1...
       
       นางพญาเสือโคร่ง (บ้างก็เรียกว่าพญาเสือโคร่ง) เป็นต้นไม้ในวงศ์เดียวกับต้นซากุระของประเทศญี่ปุ่น ยามดอกนางพญาเสือโคร่งเบ่งบาน มันจะมีสีชมพูสวยงามดูคล้ายดอกซากุระที่ญี่ปุ่น ด้วยเหตุนี้มันจึงได้รับฉายาว่าดอก“ซากุระเมืองไทย”
       
       ปกติต้นพญาเสือโคร่งในบ้านเราจะออกดอกราวช่วงกลางเดือนมกราคม-กลางกุมภาพันธ์ (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) แต่หน้าหนาวฤดูกาลนี้อากาศหนาวมาเร็ว ส่งผลให้ดอกนางพญาเสือโคร่งบานเร็วกว่าปกติอย่างที่กล่าวมาข้างต้น
       
       สำหรับในจังหวัดเชียงใหม่นั้น ที่ “ขุนวาง” ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของจุดชมซากุระเมืองไทย ที่คนเป็นโรคภูมิแพ้กรุงเทพฯ อย่างผมมีโอกาสได้เดินทางไปสัมผัสกับโลกสีชมพูอันสดใสในทริปนี้

“ขุนวาง” พร่างพราวชมพู โรแมนติกในเส้นทางสายซากุระ/ปิ่น บุตรี
ดอกนางพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทย
       2…
       
       พื้นที่ขุนวางมีไฮไลต์ของจุดชมซากุระเมืองไทยอยู่ที่ “ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่” (ขุนวาง) ที่ตั้งอยู่ที่บ้านขุนวาง ต.แม่วิน อ.แม่วาง ท่ามกลางแวดล้อมของแนวเทือกเขาอินทนนท์
       
       ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ใต้พระบารมีของพ่อหลวง ที่นี่ก่อกำเนิดขึ้นภายหลังจากที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมายังบ้านขุนวางในปี พ.ศ. 2523 แล้วทอดพระเนตรเห็นท้องทุ่งบริเวณนี้มีการปลูกฝิ่นอยู่เป็นจำนวนมาก พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำรัสให้กองพืชสวน กรมวิชาการเกษตร ดำเนินการใช้ท้องทุ่งแห่งนี้เป็นสถานที่ทดลองและขยายพันธุ์พืชบนที่สูง เพื่อส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เกษตรกรบนที่สูง เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น
       
       ต่อมาในปี พ.ศ. 2538 สถานีทดลองได้ยกระดับเป็น “ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่” โดยมีเครือข่ายคือสถานีเกษตรแม่จอนหลวง จากนั้นในปี 2547 ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ได้มีการรวมพื้นที่งานทดลองต่างๆ 5 แห่งไว้ด้วยกัน โดยมี 2 แห่งได้รับการคัดสรรให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร คือ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) และศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (แม่จอนหลวง)

“ขุนวาง” พร่างพราวชมพู โรแมนติกในเส้นทางสายซากุระ/ปิ่น บุตรี
แปลงเกษตรในพื้นที่ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่(ขุนวาง)
       สำหรับศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) มีพื้นที่ประมาณ 450 ไร่ ภายในศูนย์ฯ มีแปลงทดลองปลูก แปลงวิจัย แปลงสาธิตไม้ดอกกล้วยไม้ พืชเมืองหนาว ไม้ผล อาทิ เบญจมาศ แมกคาเดเมียนัต กาแฟ ท้อ บ๊วย สาลี่ พลัม ฯลฯ โดยมีการจัดสรรแปลงทดลองต่างๆ เรียงรายเป็นขั้นบันไดไปตามแนวลาดเขา
       
       นอกจากนี้ภายในศูนย์ฯ ยังมีพื้นที่ที่จัดสรรไว้เพื่อการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น ลานกางเต็นท์ บ้านพัก สโมสรขุนวางที่เป็นดังสถานที่ติดต่อ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ที่นี่มีอาหาร เครื่องดื่ม ของที่ระลึกไว้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งมีผลิตภัณฑ์เด่นๆ คู่ขุนวางได้แก่ กาแฟ โดยเฉพาะกาแฟสดขุนวางนั้นถือเป็นสิ่งไม่ควรพลาดสำหรับคอกาแฟ แมคคาเดเมียอบเกลือ และเหล้าบ๊วยที่ผมชื่นชอบอย่างมาก เพราะรสหวานอร่อย ดื่มง่าย แต่ก็เมาง่ายเช่นกัน เอิ๊ก!?!

“ขุนวาง” พร่างพราวชมพู โรแมนติกในเส้นทางสายซากุระ/ปิ่น บุตรี
กล้วยไม้สกุลซิมบิเดียมบานชูช่อรับลมหนาว
       ใกล้ๆ กับสโมสร หากเดินขึ้นเนินไปจะเป็นโซนบ้านพัก ซึ่งช่วงนี้จะมีดอกกล้วยไม้ดิน “สกุลซิมบิเดียม”(Cymbidium) ออกดอกชูช่อสีขาวนวลอมชมพูบานสะพรั่งไปหมด นี่นับเป็นอีกหนึ่งงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จของศูนย์ฯ แห่งนี้
       
       ภายในศูนย์ฯ ยังมีพื้นที่สำคัญคือ “สวนขุนวาง” ที่มีไม้ดอก ไม้ประดับ ประติมากรรม จัดแต่งไว้อย่างสวยงาม มีมุมแจ่มๆ มุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปอยู่หลายมุม โดยเฉพาะมุมด้านหน้ากับซุ้มเก้าอี้ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมมายืน นั่ง แอกท่า ถ่ายรูปที่นี่

“ขุนวาง” พร่างพราวชมพู โรแมนติกในเส้นทางสายซากุระ/ปิ่น บุตรี
สีสันสดใสที่สวนขุนวาง
       ส่วนมุมที่ผมชอบนั้นมีอยู่ 2 มุม คือมุมที่มองมาจากร้านอาหารของสโมสร และมุมที่มองจากถนนด้านหน้าเข้าไป ซึ่งในช่วงนี้นอกจากจะเห็นสวนสวยตั้งอยู่ท่ามกลางแวดล้อมของขุนเขาแล้ว ยังเห็นนางพญาเสือโคร่งออกดอกสีชมพูประดับพื้นที่อยู่ทั่วไป
       
       นับเป็นเสน่ห์แห่งขุนวางที่งานนี้ผมย่อมไม่พลาดการไปสัมผัสกับดอกนางพญาเสือโคร่งอย่างใกล้ชิดด้วยประการทั้งปวง

“ขุนวาง” พร่างพราวชมพู โรแมนติกในเส้นทางสายซากุระ/ปิ่น บุตรี
ช่วงนี้ที่ขุนวางเต็มไปด้วยสีชมพู
       3...
       
       จากสโมสรภายในศูนย์ฯ จะมีเส้นทางเดินชมซากุระเมืองไทย (ไปทางแปลงปลูกท้อ กาแฟ) ที่ช่วงนี้กำลังออกดอกบานชมพูสะพรั่งเป็นจำนวนมาก ทั้งตามต้นที่ปลูกเรียงรายอยู่ริมทางและต้นที่อยู่ในแปลงปลูก ซึ่งผมค่อยๆ เดินละเลียดชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่มันกำลังเบ่งบานตามเส้นทางไปเรื่อย ร่วมด้วยนักท่องเที่ยวอีกหลายคนที่มาร่วมเดินบนถนนซากุระสายนี้
       
       นอกจากดอกนางพญาเสือโคร่งที่เราคุ้นตากันเป็นอย่างดีแล้ว ในเส้นทางยังมีดอกนางพญาเสือโคร่งสีขาวกำลังเบ่งบานออกดอกสีขาวเนียน ซึ่งแม้ที่นี่จะมีดอกนางพญาเสือโคร่งให้ชมกันประมาณ 2-3 ต้น แต่ด้วยความที่มันเป็นดอกที่หาชมยาก จึงถือเป็นอีกหนึ่งจุดน่าสนใจภายในศูนย์ฯ แห่งนี้

“ขุนวาง” พร่างพราวชมพู โรแมนติกในเส้นทางสายซากุระ/ปิ่น บุตรี
ดอกนางพญาเสือโคร่งสีขาว หาชมไม่ได้ง่ายๆ
       ที่ศูนย์ฯ แห่งนี้นอกจากจะมีดอกนางพญาเสือโคร่งสีชมพูกับสีขาวแล้ว ยังมีดอกสีชมพูอมขาวที่กำลังรอวันเบ่งบานอีกไม่นาน
       
       นอกจากนี้ที่นี่ยังมีต้นซากุระญี่ปุ่นแท้ๆ ที่นำพันธุ์จากไต้หวันมาปลูกอยู่ภายในสวนขุนวาง ซึ่งที่ผ่านมาซากุระญี่ปุ่นที่นี่มีแต่พันธุ์ดูใบ คือมีแต่ใบให้ดู แต่ด้วยปีนี้ความที่อากาศหนาวจัด ดอกซากุระญี่ปุ่นแท้จึงได้ฤกษ์เบ่งบานอวดโฉมเป็นปีแรก ที่แม้จะบานเพียงไม่กี่ดอก แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ชวนชม โดยซากุระญี่ปุ่นจะต่างจากซากุระเมืองไทยหรือนางพญาเสือโคร่งตรงที่ ซากุระญี่ปุ่นมีดอกใหญ่กว่าและมีสีชมพูสดกว่า

“ขุนวาง” พร่างพราวชมพู โรแมนติกในเส้นทางสายซากุระ/ปิ่น บุตรี
ดอกซากุระญี่ปุ่น
       ในเส้นทางชมดอกนางพญาเสือโคร่งนี้ ยังมีแปลงพืชอื่นๆ อย่าง สวนอาร์เมเนีย แปลงท้อที่ช่วงนี้กำลังมีลูกน้อยๆ สวนกาแฟที่เมล็ดกำลังสุกออกสีแดง ส้ม เหลือง เมล็ดบางพวงมีดอกนางพญาเสือโคร่งหล่นปลิวไปติด ดูเก๋มีเสน่ห์ไปอีกแบบ

“ขุนวาง” พร่างพราวชมพู โรแมนติกในเส้นทางสายซากุระ/ปิ่น บุตรี
เมล็ดกาแฟกำลังสุก
       สำหรับเส้นทางตั้งแต่แปลงสวนกาแฟไปจนถึงสวนอาร์เมเนียนั้น ถือเป็นพื้นที่ไฮไลต์ในการเดินชมซากุระของที่นี่ เพราะต้นนางพญาเสือโคร่งที่ปลูกอยู่เรียงรายริมสองข้างทางนั้น กิ่งของมันได้ทอดโค้งโน้มลงมาให้บนถนน มีลักษณะเป็นดังอุโมงค์ซากุระแสนโรแมนติกสีชมพูพร่างพราวสะพรั่ง ดึงดูดให้เหล่านักท่องเที่ยวเดินเข้าไปหามุมกดชัตเตอร์ กดมือถือ อัปขึ้นเฟซบุ๊ก อัปไอจีกันไม่ยั้งเลยทีเดียว

“ขุนวาง” พร่างพราวชมพู โรแมนติกในเส้นทางสายซากุระ/ปิ่น บุตรี
อบอุ่นใต้อุโมงค์ซากุระ
       

“ขุนวาง” พร่างพราวชมพู โรแมนติกในเส้นทางสายซากุระ/ปิ่น บุตรี
ใบเมเปิลกำลังเปลี่ยนสี
       4...
       
       หลังค้างคืน ตื่นเช้ามาได้สัมผัสกับความสวยงามและสิ่งน่าสนใจต่างๆ ในศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ที่ช่วงนี้ภายในศูนย์ฯ นอกจากดอกนางพญาเสือโคร่งจะเบ่งบานชมพูสะพรั่งแล้ว ใบเมเปิลก็กำลังเปลี่ยนสี ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันอันน่ายลของที่นี่

“ขุนวาง” พร่างพราวชมพู โรแมนติกในเส้นทางสายซากุระ/ปิ่น บุตรี
นางพญาเสือโคร่งบานที่ศูนย์รองเท้านารี
       ขณะที่ในเส้นทางขากลับขาลงจากดอยก็ยังมีต้นนางพญาเสือโคร่งออกดอกให้ชมกันตามริม 2 ข้างทาง แต่ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงก็คือที่ “ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี ดอยอินทนนท์” หรือ “ศูนย์รองเท้านารี” ที่เป็นหนึ่งในโครงการตามแนวพระราชดำริที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ บ้านขุนกลาง ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง

“ขุนวาง” พร่างพราวชมพู โรแมนติกในเส้นทางสายซากุระ/ปิ่น บุตรี
โค้งสีชมพูที่ศูนย์รองเท้านารี
       ที่นี่นอกจากจะเป็นศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์รองเท้านารีหายากหลากสายพันธุ์แล้ว ในช่วงหน้าหนาว (ในช่วงนี้) ยังมีดอกนางพญาเสือโคร่งเบ่งบานเป็นสีชมพูสดใส ทั้งที่บานเด่นอยู่ริมโค้งใกล้ทางเข้า และที่พิเศษก็คือเหล่าต้นที่บานอยู่ริมสระน้ำ ซึ่งพวกมันจะออกดอกสีชมพูตัดกับผืนป่าสนสีเขียวสด สะท้อนเงาลงมาในน้ำดูสวยงาม น่ายล ดูคล้ายบรรยากาศแถบยุโรปยังไงยังงั้น ทั้งๆ ที่เป็นเมืองไทย ซึ่งก็ทำให้มีคนไปแวะเที่ยวถ่ายรูปดอกนางพญาเสือโคร่งที่นี่กันเป็นจำนวนมาก
       
       นี่ก็คือสีสันอันสวยงามน่ายลของดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่ช่วงนี้ที่ขุนวางและละแวกใกล้เคียงกำลังเบ่งบานชมพูสะพรั่ง
       
       นับเป็นมนต์เสน่ห์ของโลกสีชมพูแห่งเมืองเชียงใหม่ ซึ่งวันนี้ชาวเชียงใหม่ต้องช่วยกันปลดแอก ต่อสู้ ต่อต้าน อย่าให้โลกสีแดงอันเถื่อน ถ่อย มันเข้ามายึดเชียงใหม่ได้เป็นอันขาด
       
       ไม่เช่นนั้นมันจะทำให้บรรยากาศและเสน่ห์ในความเป็นเมืองท่องเที่ยวของเชียงใหม่ถูกทำลายลงไปอย่างน่าเสียดาย

“ขุนวาง” พร่างพราวชมพู โรแมนติกในเส้นทางสายซากุระ/ปิ่น บุตรี
มุมถ่ายรูปยอดฮิตที่สวนขุนวาง
       *****************************************
       
       ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ตั้งอยู่ที่บ้านขุนวาง ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งช่วงนี้ดอกนางพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทยภายในศูนย์ทั้งสีชมพู สีขาว กำลังเบ่งบานเต็มที่ และคาดว่าจะบานไปอีกประมาณ 2-3 สัปดาห์
       
       การเดินทางสู่ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ทางรถยนต์ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้เส้นทางได้ 2 เส้นทาง
       
       เส้นทางแรก จากจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านอำเภอสันป่าตอง เข้าสู่เส้นทางหมายเลข 1013 ไปอำเภอแม่วาง ผ่านอำเภอแม่วางไป จะมีทางแยกซ้ายมือให้เลี้ยวซ้าย จากนั้นเส้นทางจะลัดเลาะขึ้นภูเขาไปอีกประมาณ 40 กิโลเมตร ช่วงสุดท้ายของเส้นทางนี้จะเป็นถนนดินแดงประมาณ 5 กิโลเมตร หน้าฝนจำเป็นต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ เส้นทางนี้รวมระยะทาง 86 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง
       
       เส้นทางที่สอง จากจังหวัดเชียงใหม่ไปอำเภอจอมทองก่อนเข้าตัวอำเภอจอมทอง เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 1009 ขึ้นดอยอินทนนท์ จนถึงกิโลเมตรที่ 31 เลี้ยวขวา เป็นถนนลาดยางไปประมาณ 17 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ตั้งศูนย์วิจัยเกษตรหลวงดอยขุนวาง รวมระยะทาง 115 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
       
       ส่วนถ้าไปโดยรถประจำทาง จากประตูเชียงใหม่ มาถึงจอมทอง จากนั้นต้องต่อรถสองแถวจากจอมทอง-แม่แจ่ม ลงตรงทางแยกขึ้นดอยอินทนนท์ที่กิโลเมตร 31 จากจุดนี้ต้องเหมารถสองแถวให้ขึ้นไปส่งที่ขุนวาง หรือเหมารถตั้งแต่ที่อำเภอจอมทอง

“ขุนวาง” พร่างพราวชมพู โรแมนติกในเส้นทางสายซากุระ/ปิ่น บุตรี
ความบังเอิญที่ลงตัว
       สำหรับศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) กับ โครงการหลวงขุนวาง นั้นไม่ใช่ที่เดียวกัน แต่ด้วยความที่ตั้งอยู่ใกล้กันจึงมีหลายๆ คนเข้าใจผิดว่าทั้งสองแห่งคือสถานที่เดียวกัน
       
       ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) มีที่พักทั้งแบบบ้านพักและลานกางเต็นท์ไว้บริการ และสามารถเที่ยวชมได้ทั้งปี โดยสิ่งที่น่าสนใจภายในศูนย์ฯ จะผลัดเปลี่ยนกันไปตามฤดูกาล ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลดอกนางพญาเสือโคร่งบาน บ้านพัก ที่กางเต็นท์ การเดินทางได้ที่ 0-5311-4133, 08-1960-2033
       
       ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูล แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆในจังหวัดเชียงใหม่ เชื่อมโยงกับขุนวาง รวมไปถึงที่พัก ร้านอาหาร และการเดินทาง ได้ที่ ททท.สำนักงานเชียงใหม่ โทร. 0-5327-6140-2

       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
       สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล travel_astvmgr@hotmail.com
       
        


ข่าวล่าสุด ในหมวด
“ขุนวาง”พร่างพราวชมพู โรแมนติกในเส้นทางสายซากุระ/ปิ่น บุตรี
“เกาะพยาม” เพชรน้ำงามแห่งทะเลระนอง/ปิ่น บุตรี
แอ่วเมืองน่าน ม่วนใจ๋ใน “สามเหลี่ยมแห่งศิลปวัฒนธรรม”/ปิ่น บุตรี
“ดอยเสมอดาว = ดาวเสมอดอย”...ทะเลหมอกชวนฝันแห่งเมือง “น่าน”/ปิ่น บุตรี
“ลูกปัดอู่ทอง” ยอดของดีแห่งสยาม ความงามเหนือกาลเวลา/ปิ่น บุตรี
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 13 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไปชมกันให้ได้นะครับ ยิ่งบานเยอะๆนี่สวยมากๆเลย มันดูสดชื่นมาก หากไปหลายๆคน ลองเหมารถแดงขึ้นไปดูครับ มีบางเจ้าใจดีและนิสัยดีมากๆครับ ลองหาใน internet ได้เลย ผมลองใช้บริการแล้ว เจ๋งมากครับ
ผ่านมาดู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014