รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี

โดย ปิ่น บุตรี   
19 กุมภาพันธ์ 2560 13:13 น.
        โดย : ปิ่น บุตรี(pinn109@hotmail.com)

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
อนุสรณ์สถาน ดร.อัมเบดการ์
        “งานแต่งงานของใครก็ไม่รู้ ?!?”
       
       “เจ้าบ่าว-เจ้าสาว เจ้าภาพเป็นใครก็ไม่รู้ ?!?”
       
       รู้แต่ว่าหลังจากที่ผมเดินเข้าไปเป็นแขกไม่ได้รับเชิญในงานแต่งนี้แบบงงๆ ไปจนถึงต้องจำจรจากลา นี่คืออีกหนึ่งห้วงเวลาอันน่าจดจำแห่ง“ลัคเนา” เมืองที่ทำให้ผมเกิดความรู้สึก“รักนะ”ได้อย่างไม่ยากเย็น แม้ว่าเราจะเพียงแค่ได้มาในสัมผัสในช่วงระยะเวลาสั้นๆก็ตามที
       
       1.

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
หอนาฬิกาในย่านเมืองเก่าลัคเนา
        “ลัคเนา”(Lucknow) เป็นเมืองหลวงแห่งรัฐอุตตรประเทศ หรือ รัฐยูพี (Uttar Pradesh : UP) ในประเทศอินเดียทางตอนเหนือ ปัจจุบันลัคเนาได้พัฒนาเติบโตขึ้นชั้นเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน คมนาคม แห่งอินเดียตอนเหนือ และเป็นเมืองใหญ่อันดับต้นๆของประเทศอินเดีย อีกทั้งยังเป็นประตูสำคัญสู่สังเวชนียสถาน 4 เพราะลัคเนาเป็นทางผ่านและเป็นเมืองที่เชื่อมต่อไปยังสังเวชนียสถาน 4
       
       จากบ้านเราปัจจุบันมีสายการบิน “ไทยสมายล์” เปิดบินตรง “กรุงเทพฯ-ลัคเนา”- “ลัคเนา-กรุงเทพฯ” สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน เชื่อมเมืองไทยกับเมืองหลวงของรัฐยูพี ประตูสู่สังเวชนียสถาน 4 ให้ใกล้กันยิ่งขึ้น

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
พ่อค้าน้อยผู้มากไปด้วยรอยยิ้ม
        ลัคเนา เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน เดิมมีชื่อว่า“เมืองลักษมันปุระ”(Lakshmanpur)ได้ชื่อว่าเป็น“เมืองพระลักษณ์” หนึ่งในตัวละครสำคัญแห่งมหากาพย์“รามายณะ”ของอินเดีย หรือ“รามเกียรติ์”ของบ้านเรา

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
บารา อิมามบารา อลังการงานสถาปัตยกรรมคู่เมืองลัคเนา
        เมืองลัคเนามีความโดดเด่นในเรื่องของงานศิลปกรรม สถาปัตยกรรมผสมผสานทั้งแบบฮินดู-มุสลิม(แบบเปอร์เซีย)-ยุโรป และแบบ“มุสลิมโมกุล” ที่เป็นชื่อเรียกขานเฉพาะของงานสถาปัตยกรรมคลาสสิกโดยรวมของเมืองนี้
       
       สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือเป็นพระเอก เป็นไฮไลท์ต้องห้ามพลาดของเมืองลัคเนา นั่นก็คือ “บารา อิมามบารา”(Bara Imambara) หรือ“อัครมัสยิด” อันสวยงามคลาสสิกและยิ่งใหญ่อลังการรวมถึงมี“รูมิ ดะร์วาซา”(Rumi Darwaza) หรือ “ประตูเตอร์กิซ” เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวอันโดดเด่นที่อยู่ใกล้เคียงกัน(ซึ่งผมได้นำเสนอไปในตอนที่แล้ว)

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
ประตูเตอร์กิซ
        นอกจากนี้ไม่ไกลจากบารา อิมามบาราและประตูเตอร์กิซ ยังเป็นที่ตั้งของ “โชตา อิมามบารา”(Chota Imambara) ที่เป็นที่ตั้งของวังท่าน “โมฮัมหมัด อาลี ซาฮา”(Mohamad Ali Saha) นาวาบองค์ที่ 8 แห่งราชวงศ์ของลัคเนา

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
โชตา อิมามบารา
        โชตา อิมามบารา มีฟังก์ชันลักษณะเดียวกับบารา อิมามบารา คือ เป็นทั้งวังของนาวาบและมีมัสยิดอยู่ภายในอาณาบริเวณเดียวกัน แต่ว่าโชตามีขนาดเล็กกว่าบารามาก แต่ว่าเป็นประเภทเล็กดีรสโต “Small is Beautiful” จึงถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวดาวเด่นในระดับน้องๆบารา อิมามบารา

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
วังนาวาบในโชตา อิมามบารา
        ภายในโชตา อิมามบารา โดดเด่นไปด้วยกลุ่มอาคารสีขาว ด้านหนึ่งเป็นที่ตั้งของมัสยิด ส่วนในแนวแกนหลักของผังนั้นไปสิ้นสุดยังวังของท่านโมฮัมหมัด ซึ่งมีการจำลองแบบให้คล้าย “ทัชมาฮาล” สิ่งมหัศจรรย์ของโลกแห่งอินเดีย โดยมีสระน้ำนำสายตาเข้าไปสู่ตัววัง

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
สิ่งของทรงคุณค่าที่จัดแสดงในวังนาวาบ โชตา อิมามบารา
        วังของนาวาบโมฮัมหมัด แม้เป็นวังเล็กๆแต่ภายในตกแต่งอย่างงดงามวิจิตร มีข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับตกแต่งอันสวยงามให้ชมกันอย่างมากมาย เต็มทั่วภายในบริเวณโถงของวัง โดยเฉพาะกับโคมไฟรูปแบบต่างๆที่มีห้อยแขวนให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงามกันอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
สถาปัตยกรรมเก่าแก่ตรงข้ามโชตา อิมามบารา
        ขณะที่อาคารเก่า 3 ชั้น ดูคล้ายซุ้มประตูเมืองสีขาวอมฟ้าจางๆ ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโชตา อิมามบารา เดิมนั้นเป็นที่อยู่ของเลขาท่านาวาบ แต่ปัจจุบันเป็นที่อยู่ของชาวบ้านทั่วไป ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งงานสถาปัตยกรรมที่มีความคลาสสิกสวยงามไม่น้อย
       
       2.

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
บ้านคอนสแตนเตีย ด้านหน้า
        ในเมืองลัคเนายังมีงานสถาปัตยกรรมระดับมาสเตอร์พีชชั้นเลิศให้เที่ยวชมกันอีกนั่นก็คือ “บ้านคอนสแตนเตีย”(Constantia House)” บ้านพักของนายพลมาร์ตินแห่งบริษัท“อินเดียตะวันออก”(อีสต์อินเดีย)ของอังกฤษ

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
งานศิลปะประดับบ้านคอนสแตนเตีย
        ปัจจุบันบ้านคอนสแตนเตียและบริเวณโดยรอบได้ปรับเปลี่ยนเป็นโรงเรียนกินนอนของนักเรียนชายล้วน แต่ตัวอาคารบ้านคอนสแตนเตียก็ยังคงที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมยุโรปคลาสสิก ก็ยังคงความสง่าสวยงามอลังการอยู่เหนือกาลเวลา
       
       ที่นี่เมื่อผมได้เดินเขามา บรรยากาศมันช่างดูเหมือนกับว่าเรากำลังยืนอยู่ในยุโรปมากกว่าที่อินเดีย และบ้านหลังนี้มันก็ไม่ต่างอะไรจากวังชัดๆ

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
บ้านคอนสแตนเตีย ด้านหลัง
        นอกจากนี้บ้านคอนสแตนเตียยังถือเป็นอนุสรณ์เตือนใจคนรุ่นหลัง ถึงการเข้ามาทำการค้าของบริษัทอินเดียตะวันออกที่เริ่มต้นจากการเข้ามาค้าขายในประเทศอินเดีย(รวมถึงประเทศอื่นในเอเชีย) ก่อนที่ภายหลังจะค่อยๆตะล่อมยึดครองอินเดียให้ตกเป็นเมืองภายใต้อาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษในที่สุด

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
งานศิลปะประดับบ้านคอนสแตนเตีย
        ก่อนที่ท่าน“มหาตมะ คานธี” จะเป็นผู้นำชาวอินเดียลุกขึ้นต่อสู้ในแนวทางอหิงสาปลดแอกจากอังกฤษได้สำเร็จ โดยวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1947 ถือเป็นวันประกาศอิสรภาพที่อินเดียเป็นเอกราช เป็นอิสระจากอังกฤษโดยสมบูรณ์
       
       ส่งผลให้มหาตมะ คานธี ได้กลายเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของโลก และเป็นวีรบุรุษอันดับหนึ่งของอินเดียยุคใหม่มาจนถึงทุกวันนี้

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
รูปปั้น ดร. อัมเบดการ์ แห่ง อนุสรณ์สถาน ดร.อัมเบดกา
        พูดถึงวีรบุรุษของชาวอินเดียแล้ว เมืองลัคเนาเป็นที่ตั้งของ “อนุสรณ์สถาน ดร.อัมเบดการ์”(Ambedkar Memorial Park) ซึ่งท่าน ดร.อัมเบดการ์ ถือเป็น 1 ใน 5 วีรบุรุษคนสำคัญของอินเดียยุคใหม่ โดยหลายๆคนยกให้ท่านเป็นคนสำคัญของอินเดีย รองจากท่าน มหาตมะ คานธี และ “เนห์รู”(ยาวาหะราล เนห์รู) นายกรัฐมนตรีคนแรกของอินเดีย
       
       แต่ชื่อเสียงของ ดร. อัมเบดการ์ กับไม่ค่อยเป็นที่รู้จักสำหรับชาวต่างชาติ นอกจากนี้เรื่องราวชีวิตของท่านนั้นก็แสนรันทดหดหู่ ถึงขนาดมีคนนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ซึ่งใครที่อยากทราบเรื่องราวของ ดร.อัมเบดการ์ แบบเจาะลึก สามารถไปค้นหาอ่านกันได้ในกูเกิ้ล

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
รูปปั้น ดร. อัมเบดการ์ แห่ง อนุสรณ์สถาน ดร.อัมเบดกา
        ดร. อัมเบดการ์ หรือชื่อเต็ม “ดร. บาบาสาเฮบ พิมเรา รามจิ อัมเบดการ์” (Dr. Babasaheb Bhimrao Ramji Ambedkar) เกิดเมื่อวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 1891 ท่านเป็น“จัณฑาล” ที่ต้องต่อสู้กับความยากลำบากอย่างสาหัสมาตั้งแต่เด็กจนโต โดยเฉพาะการสู้กับการถูกดูถูกเหยียดหยามของชาวอินเดีย อันเนื่องมาจากความเชื่อในเรื่องของวรรณะ

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
อนุสรณ์สถาน ดร.อัมเบดกา
        แต่ด้วยความเป็นนักสู้ กอปรกับความเป็นคนฉลาดอย่างสุดยอด ดร.อัมเบดการ์ ได้ฟันฝ่าอุปสรรคความยากลำบากทั้งปวงจากการเป็นจัณฑาล ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำของอินเดีย เป็นประธานรัฐสภาคนแรกของอินเดีย และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกของอินเดีย ซึ่งกฎหมายส่วนใหญ่ที่ใช้อยู่ในอินเดียทุกวันนี้ก็มาจากการออกกฎหมายของ ดร.อัมเบดการ์ ในยุคอินเดียสร้างประเทศใหม่
       
       นอกจากนี้ ดร.อัมเบดการ์ ยังได้ชื่อว่า เป็น “บิดาแห่งอินเดียสมัยใหม่” เป็นหนึ่งในรัฐบุรุษของอินเดีย ที่ต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกันในสังคม ต่อสู้เพื่อผู้ยากไร้โดยเฉพาะพวกจัณฑาลที่เป็นพวกนอกวรรณะที่สังคมอินเดียรังเกียจ(อย่างมาก)

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
คนอินเดีย เซลฟี่กับ ดร. อัมเบดการ์
        ในบั้นปลาย ดร.อัมเบดการ์ ได้เปลี่ยนศาสนาจากฮินดูมานับถือศาสนาพุทธโดยท่านได้นำพวกอธิศูทร(ชื่อที่ชาวอินเดียใช้เรียกพวกจัณฑาล)กว่า 5 แสนคน เข้าพิธีปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะพร้อมกันในงานฉลองพุทธชยันตี เมืองนาคปุระ ในปี ค.ศ. 1956 ทำให้พวกเขาหลุดจากวงโคจรของความเป็นจัณฑาล ยิ่งทำให้ท่านดร.อัมเบดการ์ ได้รับการยกย่องมากยิ่งขึ้นไปอีก รวมถึงได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำชาวพุทธของอินเดียยุคใหม่เป็นคนแรก
       
       ด้วยความเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญ(มาก)ของอินเดีย ที่เมืองลัคเนาจึงได้สร้าง“อนุสรณ์สถาน ดร.อัมเบดการ์” ไว้เพื่อรำลึกถึงความยิ่งใหญ่และคุณงามความดีของท่าน

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
อนุสรณ์สถาน ดร.อัมเบดการ์
        อนุสรณ์สถาน ดร.อัมเบดการ์ เป็นอนุสรณ์สถานที่มีความยิ่งใหญ่อลังการ ก่อสร้างด้วยงานสถาปัตยกรรมอินเดียร่วมสมัย ภายในอาณาบริเวณมีมากมายหลายสิ่งให้ชวนชม นำโดย “หอเกียรติยศ ดร.อัมเบดการ์” เป็นอาคารโดมขนาดใหญ่
       
       ภายในจัดแสดงเรื่องราวช่วงสำคัญๆ โดยเฉพาะเรื่องราวทางพุทธศาสนา ของ ดร.อัมเบดการ์ ผ่านประติมากรรมนูนต่ำ รวมถึงมีไฮไลท์เป็นประติมากรรมสำริด ดร.อัมเบดการ์ ขนาดใหญ่ นั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสง่างาม ซึ่งชาวอินเดียนิยมมาถ่ายรูปคู่ และเซลฟี่กับท่านกันเป็นจำนวนมาก

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
03 ลานทางเดินประติมากรรมช้าง อนุสรณ์สถาน ดร.อัมเบดการ์
        ส่วนบริเวณด้านบน(ด้านนอก)ของหอเกียรติยศนั้นก็มีทางเดินให้เดินขึ้นไปชมวิวอันสวยงามกว้างไกลของอนุสรณ์สถานแห่งนี้
       
       ขณะที่อีกหนึ่งจุดไฮไลท์ในอนุสรณ์สถานแห่งนี้ก็คือ บริเวณรูปปั้น ดร.อัมเบดการ์ ในท่ายืนอย่างสง่างาม ซึ่งในบริเวณลานด้านหน้ารูปปั้นนั้นมีประติมากรรมช้าง ยืนชูงวงเรียงรายอยู่ใน 2 ฟากฝั่งดูสวยงามโดดเป็นเอกลักษณ์ไม่น้อย

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
03 ลานทางเดินประติมากรรมช้าง อนุสรณ์สถาน ดร.อัมเบดการ์
        นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆบางส่วนของเมืองลัคเนา ซึ่งผมกับเพื่อนได้มีโอกาสไปเที่ยวชมตามที่ได้เล่ามาแล้ว เมืองลัคเนายังมี “ฮาซรัทเกนจ์”(Hazzatganj) เป็นย่านแหล่งช้อปปิ้งสำคัญของเมือง กับสินค้าสไตล์อินเดียหลากหลาย โดยเฉพาะเสื้อผ้า ชุดส่าหรี ราคาไม่แพง ที่ดูจะเป็นสินค้าซึ่งเข้าตาคณะเรามากที่สุด

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
สีสันที่ย่านฮาซรัทเกนจ์
        ส่วนอีกหนึ่งเรื่องที่ชวนให้พูดถึงก็คือ ในการเดินทางไปยังฮาซรัทเกนจ์ บริษัททัวร์ที่พาเราไปอยากให้เราสัมผัสกับความเป็นอินเดียแบบเต็มที่ จึงเลือกใช้บริการรถสามล้อให้นั่งไปและกลับ

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
ฮาซรัทเกนจ์ เป็นย่านแหล่งช้อปปิ้งสำคัญของเมือง
        โดยขาไปนั่งสามล้อเครื่องหรือรถตุ๊กๆ ส่วนขากลับนั่งรถสามล้อถีบ ซึ่งหนึ่งนั้นใช้แครื่องยนต์ ส่วนอีกหนึ่งนั้นในแรงคนถีบ แต่ว่าการบริการของรถทั้งสองประเภทนั้นมีความเหมือนกันตรงที่ต่างก็ซิ่งเร็วบรื๋อพอๆกัน แถมยังขับแบบโฉบเฉี่ยวฉวัดเฉวียน(รถถีบก็โฉบเฉี่ยวใช่ย่อย) ชนิดที่เราต่างนั่งกันไปลุ้นกันไป นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ในอินเดียที่ยากจะมีประเทศใดลอกเลียนแบบได้
       
       3.

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
ซุ้มประตูทางเข้างานแต่งงานที่จัดอย่างอลังการ
        หลังเที่ยวช้อปปิ้งที่ฮาซรัทเกนจ์เป็นจุดสุดท้ายในคืนวันสุดท้ายของทริป เมื่อกับมาถึงยังโรงแรมที่พัก ฝั่งตรงข้ามโรงแรมที่เป็นสวนสาธารณะ มีการจัดงานแต่งงานอย่างใหญ่โตในอารมณ์ประมาณปิดศาลากลางแต่งงานแบบบ้านเรา

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
บรรยากาศงานแต่งงานของคู่รักชาวอินเดียที่จัดอย่างเอกเกริก
        งานนี้ไกด์ของเราแนะนำว่า ถ้าใครอยากสัมผัสอักหนึ่งวิถีของชาวอินเดีย สามารถเข้าไปร่วมในงานแต่งงานของคนอินเดียได้ ซึ่งคนอินเดียนั้นน่ารักมาก จะต้อนรับอาคันตุกะ โดยเฉพาะกับน้องท่องเที่ยวต่างถิ่นเป็นอย่างดี มีการเลี้ยงดูปูเสื่อเป็นอย่างดี

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
ผู้หญิงอินเดียแต่งตัวจัดเต็มมาร่วมงานแต่งงาน
        นั่นจึงทำให้ผมกับน้องผู้ร่วมอุดมการณ์อีก 2 คน ลองเสี่ยงเดินดุ่มๆเข้าไปในงานแต่งงานของชาวอินเดียที่เป็น “งานแต่งงานของใครก็ไม่รู้ ?!?”
       
       “เจ้าบ่าว-เจ้าสาว เจ้าภาพเป็นใครก็ไม่รู้ ?!?”
       
       รู้แต่ว่าหลังจากที่ผมเดินเข้าไปเป็นแขกไม่ได้รับเชิญในงานแต่งนี้แบบงงๆ
       
       แต่เมื่อได้เข้าไปมีโอกาสร่วมงาน นอกจากผมจะได้สัมผัสกับวิถีการแต่งงานของคนอินเดีย(คนมีเงิน) ที่จัดงานอย่างอลังการ ตกแต่งสถานที่อย่างกับพระราชวัง มีวงดนตรีอินเดียมาร้อง บรรเลง สร้างสีสันให้กับงาน ส่วนอาหารนั้นยกบุฟเฟต์มาให้แขกเหรื่อกินกันเต็มอิ่ม และมีโอกาสได้เห็นคนอินเดีย โดยเฉพาะผู้หญิงแต่งชุดส่าหรี่สีสันฉูดฉาดมาร่วมงานอย่างจัดเต็มแล้ว

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
พิธีสักการะพระพิฆเณศในงานแต่งงาน
        รวมถึงได้เห็นพิธีกรรมบูชาพระพิฆเนศ มีคนแต่งตัวเป็นมาทำหน้าที่ประกอบพิธี และพิธีการสู่ขอที่มีขบวนแห่แบบเดียวกับบ้านเรา แต่ว่าจะกลับกัน เนื่องจากเจ้าสาวจะต้องมาเป็นผู้สู่ขอเจ้าบ่าว

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
บรรยากาศงานแต่งงานของคู่รักชาวอินเดียที่จัดอย่างเอกเกริก
        นอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งสำคัญที่ได้ประสบพบเจอจากงานแต่งงานคืนนั้นก็คือ มิตรไมตรี ความน่ารักของคนอินเดีย ที่ต้องรับอาคันตุกะต่างแดนอย่างพวกผมกันเต็มที่ ชวนกินอาหารเครื่องดื่ม(แบบบุปเฟ่ต์) อีกทั้งยังมีคนมาทักทาย รวมถึงขอถ่ายรูปคู่ ขอเซลฟี่ ขอถ่ายวีฟี่หมู่ และพาเที่ยวชมงาน(เพื่อนเจ้าบ่าวพาน้องช่างภาพให้ไปถ่ายรูปเจ้าบ่าว-เจ้าสาว และพิธีสำคัญที่บนเวทีอย่างใกล้ชิด)
       
       ขณะที่ผู้ชายอินเดียหลายๆคนในงานแต่งนี้ แม้จะไว้หนวดหน้าตาเข้มดูดุดัน แต่ตอนที่พวกเขาพูดคุยยิ้มแย้มนั้น น่ารักเป็นอย่างยิ่ง แถมยังมาขอถ่ายรูปหมู่แบบชนิดที่ผมอดจะเขินจนหน้าดำไม่ได้

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
เจ้าบ่าว-เจ้าสาว ชื่นมื่น
        สำหรับงานแต่งงานคืนนั้นนับเป็นหนึ่งในความทรงจำดีๆแห่งเมืองลัคเนาที่แม้กระทั่งวันนี้ ผมยังไม่รู้ว่า เป็นงานแต่งงานของใคร
       
       แต่สิ่งที่ผมรับรู้ได้จากการแต่งงานในคืนนั้นตั้งแต่มีโอกาสเข้าไปร่วมงานแบบงงๆ ไปจนถึงต้องจำจรจากลา ว่า นี่คืออีกหนึ่งห้วงเวลาแสนงามอันน่าจดจำแห่งเมือง’“ลัคเนา”
       
       เมืองที่ทำให้ผมเกิดความรู้สึก“รักนะ”ได้อย่างไม่ยากเย็น
       
       เป็น“รักแรกพบ”อันน่าประทับใจ และจะติดแน่นฝังตรึงในความทรงจำของผมไปอีกนาน

รักนะ “ลัคเนา”(จบ)...ตื่นตาเมืองพระลักษณ์ กับอะเมซิ่งอินเดียอันชวนหลงรัก/ปิ่น บุตรี
สีสันเมืองลัคเนา
        **************************************************

        “ลัคเนา”(Lucknow) เป็นเมืองหลวงแห่งรัฐอุตตรประเทศ หรือ รัฐยูพี (Uttar Pradesh : UP) ในประเทศอินเดียทางตอนเหนือ ซึ่งล่าสุดสายการบิน “ไทยสมายล์” ได้เปิดเที่ยวบินตรง “กรุงเทพฯ-ลัคเนา” 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ได้แก่ วันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ และเส้นทาง“ลัคเนา-กรุงเทพฯ” 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์เช่นกัน คือวันพุธ ศุกร์ และอาทิตย์ มีราคาเริ่มต้นที่ 4,910 บาท ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 1181 หรือที่ 0-2118-8888

จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017