รำลึกถึง “พรปีใหม่” รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ “ในหลวงรัชกาลที่ ๙” ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

โดย ผู้จัดการรายวัน   
31 ธันวาคม 2559 07:05 น.
 รำลึกถึง “พรปีใหม่”  รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ “ในหลวงรัชกาลที่ ๙” ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์
        ผู้จัดการสึดสัปดาห์ - ตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์ของ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” รัชกาลที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทและกระแสพระราชดำรัสเนื่องวาระดิถีขึ้นปีใหม่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งถือเป็น “พรปีใหม่” ที่ให้สติในการใช้ชีวิตและการดำรงชีวิตให้กับพสกนิกรชาวไทยเป็นอย่างดี
       
        ในปี 2560 นี้ แม้พระองค์จะเสด็จสวรรคตแล้ว แต่ “พรปีใหม่” ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เคยพระราชทานก็ยังสถิตอยู่ในดวงใจไทยนิรันดร์
       
        “ผู้จัดการสุดสัปดาห์” ได้รวบรวม ๑๙ พระบรมราโชวาทและกระแสพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในวาระดิถีวันขึ้นปีใหม่ มาเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและความห่วงใยที่ทรงมีต่อชาติบ้านเมืองและพสกนิกรเสมอมา
       
       ๑. กระแสพระราชปราศรัย พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในวันปีใหม่ พ.ศ. ๒๔๙๕
       “…อันสถานการณ์ของโลกทั่วไปและของบ้านเมืองเราเป็นอย่างไร ก็ย่อมเป็นที่ทราบกันอยู่แล้ว ทางที่จะช่วยให้ประเทศเราผ่านพ้นภัยพิบัติ มีความวัฒนาถาวรไปได้ ก็โดยที่เราชาวไทยทุกคนมีน้ำใจรักชาติอย่างแท้จริง ไม่ถือเอาประโยชน์ของตนและพรรคพวกแต่ฝ่ายเดียว มุ่งบำเพ็ญกรณียกิจหน้าที่ด้วยความสุจริต ขยันหมั่นเพียร เพื่อคุณประโยชน์ส่วนร่วมของประเทศชาติ และพร้อมที่จะเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อส่วนรวม.
       
        เมื่อเป็นดังนี้แล้ว สามัคคีก็ย่อมจะแผ่ขยายกว้างขวางออกไปในระหว่างพี่น้องชาวไทยด้วยกัน ทำให้กำลังของชาติส่วนต่าง ๆ ประสานกันเป็นบึกแผ่น สิ่งที่เคยยากก็จะกลายเป็นง่าย และสิ่งที่ไม่เคยทำได้ก็กลับจะบรรลุผลสำเร็จอย่างงดงาม ด้วยอานุภาพแห่งความสามัคคี เพราะฉะนั้นขอให้พวกเราชาวไทย จงยึดมั่นในศีลธรรม ซึ่งบิดามารดาและครูบาอาจารย์ได้พร่ำสอนเรามาแต่เล็กแต่น้อย และพยายามประพฤติปฏิบัติตามในอันจะส่งเสริมสามัคคีธรรมให้มั่นคงแผ่ขยายในระหว่างพี่น้องไทยทั้งปวง เพื่อความวัฒนาถาวรของประเทศชาติสืบไป…”
       
       ๒. กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๔๙๘
        “…ถ้าหากชาวไทยทั้งหลายต่างได้ประกอบกิจหน้าที่การงานของตนด้วยความสุจริต มีความซื่อตรงต่อหน้าที่ ต่อตนเอง มีศีลธรรมอันดีและความสามัคคีกันแล้ว จักเป็นทางช่วยให้ประเทศชาติได้มีความสงบสุข และสามารถเผชิญเหตุการณ์ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ซึ่งอาจมีมาในอนาคตได้ดี ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ถ้าทุกคนต่างยึดมั่นในคุณธรรมที่ว่ามาข้างต้น และต่างบำเพ็ญกรณียกิจหน้าที่การงานของตน โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมแล้ว ประเทศชาติของเราก็จะรุ่งเรืองวัฒนาถาวร…”
       
       ๓. กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๐๑
        “…ในขวบปีที่ล่วงมา ได้มีเหตุการณ์ต่าง ๆ อันมีความสำคัญแก่ชาติบ้านเมือง ดังที่ได้ทราบกันอยู่แล้ว นับได้ว่าประชาชาติของเราได้ผ่านหัวเลี้ยวสำคัญชั้นหนึ่งแล้ว ต่อไปนี้ จึงเป็นหน้าที่ของเราทั้งปวง ที่จะต้องช่วยกันประคับประคองให้กิจการงานของชาติบ้านเมืองดำเนินไปด้วยดี เพื่อความเจริญผาสุกของประเทศชาติ ในการนี้ความสามัคคีประนีประนอมซึ่งกันและกันเป็นสิ่งจำเป็นและพึงปรารถนายิ่งนัก ข้าพเจ้าขอแสดงความหวังว่า ชาวไทยทุก ๆ คนคงจะพยายามรักษาความสามัคคีกลมเกลียวกันดังว่านั้น และตั้งใจปฏิบัติภารกิจหน้าที่ของแต่ละคนให้เป็นไปอย่างดีที่สุดที่จะพึงทำได้ ทั้งนี้เพื่อช่วยกันสร้างเสริมความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศชาติของเราสืบไป…”
       
       ๔.กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๔
        “…เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแก่บ้านเมืองเป็นลำดับมา ทำให้ทราบได้แน่ชัดว่า เราจำเป็นจะต้องทำงานช่วยตัวเองให้หนักแน่นยิ่งขึ้น เพื่อรักษาตัวให้อยู่รอดตลอดไปโดยอิสระและเสรี คนไทยเรานั้น แท้จริงมีนิสัยจิตใจดี เป็นนักสู้ เป็นคนซื่อตรง ขยันขันแข็งและอดทน เป็นคนรักเผ่าพันธุ์พวกพ้องและบ้านเกิดเมืองนอน แต่ละคนจะต้องหยิบยกเอาคุณสมบัติเหล่านี้ที่มีอยู่ภายในตัวขึ้นมาปฏิบัติให้ได้ผล โดยถือว่าทุกคนล้วนมีความสำคัญต่อประเทศชาติอยู่ด้วยกันทั้งนั้น จะต้องทำหน้าที่ของตนให้พร้อมเพรียงกัน เพื่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่ของส่วนรวม หากทำได้เช่นนี้ ก็จะสามารถแก้ไขความบกพร่องต่างๆ ที่มีอยู่ และจะสามารถร่วมแรงกันสร้างความเป็นปึกแผ่นมั่นคง พร้อมทั้งความเจริญรุดหน้าให้แก่บ้านเมืองของเราได้อย่างแน่นอน…”
       
       ๕. กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๒๐
        “…ทางที่เราจะช่วยกันได้ ก็คือการทำความคิดให้ถูกและแน่วแน่ ในอันที่จะยึดถือชาติบ้านเมืองเป็นที่หมาย ต้องเพลาการคิดถึงประโยชน์เฉพาะตัว และความขัดแย้งกันในสิ่งที่มิใช่สาระลง ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงไป โดยเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความเมตตา ด้วยความปรองดองกันและด้วยความปรารถนาดีต่อกัน ที่สุด ผลงานของทุกคนนั้นจะประมวลดันเข้าเป็นความสำเร็จและความวัฒนาถาวรของประเทศชาติได้ ไม่นานเกินคอย…”
       
       ๖. กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๒๑
        “…อันการทำนุบ้านเมืองนั้น เมื่อเป็นการกระทำของคนทั้งชาติ ก็ย่อมจะมีความขัดแย้งอันเกิดจากความคิดความเห็นที่ไม่ตรงกันเกิดขึ้นได้ จะให้สอดคล้องต้องกันตลอดทุกเรื่อง ย่อมเป็นการผิดวิสัย เพราะฉะนั้นแต่ละฝ่ายแต่ละคน จึงควรจะคำนึงถึงจุดประสงค์สำคัญ คือความเจริญไพบูลย์ของชาติเป็นใหญ่ ส่วนความคิดเห็นในวิธีการและข้อปฏิบัติ ซึ่งอาจมีแตกต่างกันได้นั้น ควรจะต้องถือเป็นเรื่องปลีกย่อย ที่มีความสำคัญรองลงมา ทุกฝ่ายควรจะทำให้ยุติธรรมเที่ยงตรง นำความคิดของตนมาเทียบเคียงกับของผู้อื่นโดยปราศจากอคติต่างๆ ได้นำความคิดความเห็นมาเทียบเคียงกันโดยไม่มีอคติ ตามหลักของเหตุผลแล้วก็เชื่อแน่ว่าจะปรับปรุงให้เข้ากันได้…”
       
       ๗. กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๒๒
        “…สภาวะที่บีบรัดความเป็นอยู่ของเราที่เกิดขึ้นนี้ เป็นผลกระเทือนมาจากความวิปริตของวิถีความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง และทางอื่นๆ ของโลก เราจึงไม่สามารถที่จะหลีกพ้นได้ หากแต่จะต้องเผชิญปัญหาอย่างผู้มีสติ มีปัญญา มีความเข้มแข็งและกล้าหาญ เพื่อจักได้รวมกันอยู่อย่างมั่นคงไพบูลย์ …”

 รำลึกถึง “พรปีใหม่”  รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ “ในหลวงรัชกาลที่ ๙” ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์
        ๘. กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๒๕
        “…ถ้าพวกเราทุกวันนี้ปรารถนาจะธำรงรักษาชาติประเทศและความเจริญมั่นคงนี้ให้ยั่งยืนต่อไป ก็จะต้องทำจิตทำใจให้ได้อย่างบรรพบุรุษ คือรู้สำนึกตระหนักในชาติ ในเผ่าพันธุ์ไทย แล้วตั้งความคิดความเห็นของตน ๆ ให้ถูกต้อง และหนักแน่นแน่วแน่ในอันที่จะยึดถือประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นเป้าหมายประสงค์ เลิกคิดถึงประโยชน์เฉพาะตัว เฉพาะพวกพ้องเป็นที่ตั้ง ไม่ขัดแย้งแข่งขันกัน ให้เสียประโยชน์ของแผ่นดิน ผู้ใดภาระหน้าที่อันใดอยู่ก็ต้องเร่งกระทำให้จริง ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ มีความอุตสาหะขวนขวายโดยบริสุทธิ์ใจที่จะรักษาความเป็นปึกแผ่นมั่นคงของคนไทยไว้ ด้วยความเมตตาปรองดองดั่งญาติดั่งมิตรผู้มีความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน…”
       
       ๙. กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๒๗
        “…ขอให้ท่านทั้งหลาย รักษาสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เป็นนิตย์ เพื่อให้สามารถประกอบสรรพกิจการงานอันเป็นสัมมาชีพได้เต็มกำลัง ทั้งให้ระมัดระวังรักษาสภาพจิตใจของตนเองไว้อย่าให้ตกต่ำ หากแต่ประคับประคองบำรุงให้หนักแน่นเข้มแข็ง ให้ตั้งมั่น ให้สงบแนวแน่ ห่างจากอคติ จากความเห็นแก่ตัวและความประมาทลำพองใจ เพื่อจักได้เกิดสติสมบูรณ์ เกิดปัญญากระจ่างเฉียบแหลม สามารถขบคิดพิจารณาตัดสินใจในเรื่องราวและปัญหาต่างๆ ทั้งส่วนตัวและส่วนรวมได้โดยถูกต้อง เหมาะสมทันการณ์และเที่ยงตรงเป็นยุติธรรม…”
       
       ๑๐. กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๒๘
        “…วิถีชีวิตมนุษย์นั้น จะให้มีแต่ความปรกติสุขอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องมีทุกข์ มีภัย มีอุปสรรค ผ่านเข้ามาด้วยเสมอ ยากจะหลีกเลี่ยงพ้น ข้อสำคัญอยู่ที่ทุก ๆ คนจะต้องเตรียมกาย เตรียมใจ และเตรียมการไว้ให้พร้อมทุกเวลา เพื่อเผชิญและแก้ไขความไม่ปรกติเดือดร้อนนั้น ด้วยความไม่ประมาท ด้วยเหตุผล ด้วยหลักวิชา และด้วยสามัคคีธรรม จึงจะผ่อนหนักให้เป็นเบา และกลับร้ายให้กลายเป็นดีได้…”
       
       ๑๑. กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ.๒๕๒๙
        “…แต่ละคนนั้นเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งๆ ที่จะรวมกันขึ้นเป็นชาติบ้านเมือง ทุกคนต้องรักษาสุขภาพพลานามัยให้ดี และทำงานให้ดี ชาติบ้านเมืองจึงจะแข็งแรงและเจริญมั่นคงสมดุลทุกส่วน ถ้าบุคคลทำตัวให้บกพร่องอ่อนแอ บ้านเมืองก็จะมีจุดบกพร่องและอ่อนแอไปด้วย ทุกคนจึงต้องบำรุงรักษาบ้านเมืองให้เหมือนบำรุงรักษาร่างกายและจิตใจตนเอง และผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ ต้องขวนขวายปฏิบัติให้สำเร็จลุล่วงไปโดยพลัน ด้วยความรู้และความสามารถ ด้วยความสะอาดกายสะอาดใจ ด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ และด้วยความเมตตาปรารถนาดีต่อกัน ผลการปฏิบัติตนปฏิบัติงานของแต่ละคนแต่ละฝ่าย จักได้ประกอบส่งเสริมให้ประเทศชาติความสมบูรณ์มั่นคงขึ้นตามที่มุ่งหมาย…”
       
       ๑๒. กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ.๒๕๓๓
        “…การแก้ปัญหานั้น ถ้าไม่ทำให้ถูกเหตุถูกทาง ด้วยความรอบคอบระมัดระวัง มักจะกลายเป็นการเพิ่มปัญหาให้มากและยุ่งยากขึ้น แต่ละฝ่ายจึงควรจะตั้งใจพยายามทำความคิดความเห็นให้กระจ่างและเที่ยงตรง เพื่อจักได้สามารถเข้าใจปัญหาและเข้าใจกันและกันอย่างถูกต้องความเข้าใจที่ถูกต้องแน่ชัดนี้ จะช่วยให้เล็งเห็นแนวทางปฏิบัติแก้ไขอันเหมาะสม ซึ่งจะนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกประการหนึ่งอันเป็นข้อสำคัญ ทุกฝ่ายจะต้องตระหนักในใจเสมอ ว่าประโยชน์ส่วนรวมนั้นเป็นประโยชน์ที่แต่ละคนพึงยึดถือเป็นเป้าหมายหลัก ในการปฏิบัติตนและปฏิบัติงาน เพราะเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืนแท้จริงซึ่งทุกคนมีส่วนได้รับทั่วถึงกัน…”
       
       ๑๓. กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ.๒๕๓๔
        “…ทุกคนย่อมปรารถนาให้บ้านเมืองเป็นปรกติมั่นคงและประชาราษฎรส่วนใหญ่มีฐานะความเป็นอยู่ดีสมอัตภาพ ความปรารถนานี้มิใช่จะเกิดมีขึ้นได้เอง แต่หากทุกคนทุกฝ่าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติบริหารงานแผ่นดิน จะต้องช่วยกันสร้างเสริมขึ้น ด้วยการเร่งรัดปฏิบัติหน้าที่ของตนๆ ให้สนับสนุนส่งเสริมกันโดยพร้อมเพรียง ให้สัมฤทธิ์ผลที่จริงตรงตามเป้าหมาย และเมื่อเกิดปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง กระทบกระเทือนถึงสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ของประชาชน ก็ควรจะร่วมกันคิดอ่านแก้ไขให้คลี่คลายไปโดยไม่ชักช้า ด้วยความรู้สามารถ ความรับผิดชอบ และความสามัคคีปรองดอง…”
       
       ๑๔. กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ.๒๕๓๕
        “…บ้านเมืองไทยของเราดำรงมั่นคงมาช้านาน เพราะคนไทยมีความพร้อมเพรียงกันเข็มแข็ง ถึงจะมีความเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้นบ้างตามกาลตามสมัย ก็เป็นไปตามความปรารถนาของพวกเราเอง ที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า การทำนุบำรุงบ้านเมืองนั้น เป็นงานส่วนรวมของคนทั้งชาติ จึงเป็นธรรมดาอยู่เอง ที่จะต้องมีความขัดแย้งเกิดขึ้นบ้าง จะให้ทุกคนทุกฝ่ายมีความคิดเห็นสอดคล้องต้องกันตลอดทุก ๆ เรื่องไป ย่อมเป็นการผิดวิสัย เพราะฉะนั้น แต่ละฝ่ายแต่ละคนจึงควรจะคำนึงถึงจุดประสงค์ร่วมกัน คือความเจริญไพบูลย์ของชาติเป็นข้อใหญ่ ทุกฝ่ายชอบที่จะทำใจให้เที่ยงตรงเป็นกลาง ทำความคิดเห็นให้กระจ่างแจ่มใส ทำความเข้าใจอันดีในกันและกันให้เกิดขึ้น แล้วนำความคิดเห็นของกันและกันนั้น มาพิจารณาเทียบเคียงกัน โดยหลักวิชาเหตุผล ความชอบธรรม และความเมตตาสามัคคีให้เห็นแจ้งจริง ทุกฝ่ายจะสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและวิธีปฏิบัติ ให้สอดคล้องเข้ารูปเข้ารอยกันได้ทุกเรื่อง…”
       
       ๑๕. กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๗
        “…วิถีชีวิตของบุคคลนั้น ย่อมมีภัยอันตราย มีอุปสรรคและเคราะห์ดี เคราะห์ร้าย ผ่านเข้ามาเนือง ๆ ไม่มีผู้ใดจะอยู่เป็นปรกติสุขอย่างเดียวได้ ทุกคนจำเป็นต้องเตรียมกายเตรียมใจให้พร้อมทุกเวลา ที่จะเผชิญและต่อสู้ แก้ไขความไม่ปรกติเดือดร้อนต่างๆ ด้วยเหตุผลหลักวิชาความถูกต้องรอบคอบ และสามัคคีธรรม.
       
        ข้าพเจ้าปรารถนาอย่างยิ่ง ที่จะให้ทุกคนเล็งเห็นและเข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองตามความเป็นจริง ว่าเวลานี้บ้านเมืองของเรากำลังต้องการการปรับปรุงและพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพโดยเร่งรีบ เพื่อให้ได้รับประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย จากทรัพยากรในพื้นภูมิประเทศของเรา และจากกำลังงานกำลังปัญญาของคนไทยทุกคน จะลังเลหน่วงเหนี่ยวให้ชักช้าด้วยเหตุใดๆ ไม่ได้ เพราะจะทำให้เสียประโยชน์ที่พึงจะได้ไปเปล่าๆ ซึ่งในยามนี้จะต้องถือเป็นความเสียหาย.
       
        ทางที่เราจะช่วยกันได้ ก็คือการทำความคิดความเห็นให้ถูกและแน่วแน่ ในอันที่จะยึดถือประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นที่หมาย ต้องเพลาการคิดถึงประโยชน์เฉพาะตัว และความขัดแย้งกันในสิ่งที่มิใช่สาระลงให้ได้ ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงไปโดยเต็มกำลังความรู้ ความคิด และความสามารถ ด้วยความจริงใจ ด้วยความเมตตาปรองดอง และความมุ่งดีปรารถนาดีต่อกัน ผลงานของทุกคนจักได้ประมวลกันขึ้นเป็นประโยชน์สุข ความมั่นคง และความวัฒนาถาวรของประเทศชาติ ซึ่งเป็นจุดหมายอันสูงสุดของเรา....."
       
       ๑๖. กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ.๒๕๔๒
        “…เป็นเวลาต่อเนื่องกันหลายปีแล้ว ที่วิถีทางดำเนินของบ้านเมืองและของประชาชนทั่วไปมีความเปลี่ยนแปลงมาตลอด เพราะความผันแปรเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และอื่น ๆ ที่เกิดจากเหตุปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ ในปีใหม่นี้ สถานการณ์ของประเทศโดยส่วนรวมยังไม่แจ่มใสนัก ซึ่งหมายความว่า เราทุกคนต้องขับเคี่ยวกับปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาด้านการครองชีพหนักขึ้น น่าพอใจยินดีที่พวกเราเป็นอันมาก ยอมรับรู้ความจริงข้อนี้ แล้วระวังตั้งใจเผชิญกับปัญหาและสถานการณ์ต่างๆ ด้วยความสงบอดทน และด้วยความมีสติรู้เท่าสถานการณ์ ทำให้ผ่านสภาวการณ์ไม่ปรกติต่าง ๆ มาได้เรียบร้อยพอสมควร และหวังได้ว่าจะประคับประคองตัวให้อยู่รอดและก้าวต่อไปได้โดยสวัสดี…”
       
       ๑๗. กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ.๒๕๔๓
        “…เวลานี้ บ้านเมืองของเรากำลังต้องการการปรับปรุงและการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ทางที่เราจะช่วยกันได้ก็คือ การที่ทำความคิดให้ถูกและแน่วแน่ ในอันที่จะยึดถือประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่หมาย ต้องเพลาการคิดถึงประโยชน์เฉพาะตัวและความขัดแย้งในสิ่งที่มิใช่สาระลง ต้องหันหน้าปรึกษากันด้วยความรู้คิด ด้วยความเป็นญาติเป็นมิตร และเป็นไทยด้วยกัน ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงไป ให้ทันการณ์ ทันเวลา ผลงานของแต่ละคน แต่ละฝ่าย จักได้ประกอบส่งเสริมกันขึ้น เป็นความสำเร็จและความเจริญวัฒนาของประเทศชาติ..”
       
       ๑๘. กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ.๒๕๕๐
        "..... ในปีที่แล้ว บ้านเมืองของเรามีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายอย่าง บางเรื่องที่กระทบกระเทือนถึงฐานะทางเศรษฐกิจ การคลัง การเมือง ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่และความมั่นคง ปลอดภัย สมควรที่เราชาวไทย จะร่วมมือกันแก้ไข ให้คลี่คลายไปโดยเร็ว แต่เรื่องที่ควรแก่การชื่นชม ก็มีอยู่มิใช่น้อย ข้าพเจ้าขอขอบใจท่านเป็นอย่างมาก ที่จัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ให้อย่างงดงามยิ่งใหญ่ และในคราวที่เจ็บป่วย ก็พากันแสดงความคิดห่วงใยอย่างจริงใจ ข้าพเจ้ายังรู้สึกประทับใจอยู่ ที่ได้เห็นท่านทั้งหลาย ไม่ว่าเพศใด วัยใด อยู่ในฐานะหน้าที่ใด พร้อมเพรียงกันมาให้กำลังใจแก่ข้าพเจ้า กำลังใจนี้เป็นพลังอย่างสำคัญ ที่ทำให้คนเรากล้าเผชิญกับปัญหาและอุปสรรค สามารถดำเนินชีวิตและประกอบกิจการงานให้ประสบผลสำเร็จที่ดีได้.
       
        ในปีใหม่นี้ ขอให้ท่านทั้งหลาย ตั้งจิตตั้งใจ ให้มั่นอยู่ในความเมตตา ปรารถนาดีให้กำลังใจแก่กันและกัน เพื่อแต่ละคนจะได้มีกำลังใจ กำลังกาย กำลังความคิด สร้างสรรค์ความเจริญมั่นคงให้แก่ตนแก่ชาติบ้านเมืองได้ ดังที่ตั้งใจปรารถนา...."
       
       ๑๙. กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ.๒๕๕๙
        "....ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ท่านทุก ๆ คน ให้มีความสุข ความเจริญ และความสำเร็จสมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนา
       
        ความสุขความเจริญนี้แม้เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาอย่างยิ่ง แต่ในวิถีชีวิตของคนเรานั้น ย่อมต้องมีทั้งสุขและทุกข์ ทั้งความสมหวังและผิดหวัง เป็นปรกติธรรมดา ทุกคนจึงต้องเตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมการให้พร้อม อย่าประมาท ในปีใหม่นี้ จึงขอให้ท่านทั้งหลายได้รักษาและสร้างเสริมสุขภาพของตนให้สมบูรณ์ ให้มีกำลังกายที่แข็งแรง มีกำลังใจที่เข้มแข็งหนักแน่น และมีสติรู้เท่าทันอยู่เสมอ จักได้สามารถ นำพาตนให้ผ่านพ้นสถานการณ์ต่างๆ อันไม่พึงประสงค์ จนบรรลุถึงความสุขความเจริญ และความสำเร็จได้ ดังที่ตั้งใจปรารถนา...."
       
       ขอขอบคุณข้อมูลจาก - เว็บไซต์ irrigation.rid.go.th/rid15/ppn/.../Kings%20Proverbs.ht.
        - เว็บไซต์เครือข่ายกาญจนาภิเษก
        - "คำสอนพ่อ" หนังสือเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
       
       

       


จำนวนคนโหวต 10 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017