คนจนปวดใจวาทะกรรมแค็บคือที่นั่งหมา!!?? แฉเล่ห์คนใจหมา ตั้งกติกาหากินกับค่าปรับ

โดย ผู้จัดการรายวัน   
15 เมษายน 2560 06:12 น. (แก้ไขล่าสุด 15 เมษายน 2560 12:21 น.)
คนจนปวดใจวาทะกรรมแค็บคือที่นั่งหมา!!?? แฉเล่ห์คนใจหมา ตั้งกติกาหากินกับค่าปรับ
        ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - สงกรานต์ปีนี้หลายท่านคงกลับไปยังบ้านเกิดในชนบทกัน เหนือ อีสาน ใต้ ตะวันออก อาการแย่งกันกินแย่งกันเที่ยวคงกลับมาอีกแม้อาจจะไม่เหมือนกับหลายปีที่ผ่านมาเพราะก่อนเข้าสู่โหมต 7 วันอันตรายคนไทยทุกคนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับมาตรการใช้รถใช้ถนน และมารยาทในการสาดน้ำเล่นสงกรานต์กัน เช่นห้ามรถกระบะบรรทุกน้ำเล่นสาดกัน ห้ามนั่งเกินกว่า 6 คน ห้ามนั่งแคป ห้ามโป๊เปลือย ห้ามปะแป้งหรือแม้แต่การเมาสุรายังมีคำเตือนออกมาให้เห็น
       
       มองแง่ดีของคำสั่งนี้ก็เชื่อได้ว่าหลังสงกรานต์ผ่านไปแล้วยอดคนตาย -เจ็บจะต้องลดลงกว่าปีก่อนๆอย่างแน่นอน และผลงานที่จับต้องได้แบบนี้ทีมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลจะต้องหยิบเอามาเป็นผลงานอย่างแน่นอน ถึงขั้นอาจจะขยายความหรือยกยอกันว่านี่คืออิทธิฤทธิ์-อภินิหาร ของมาตรา 44
       
       ระหว่างที่พิมพ์ต้นฉบับอยู่นี้บรรยากาศบ้านเราคึกคักมาก แต่คึกคักเฉพาะเจ้าหน้าที่เสียเป็นส่วนใหญ่ ประชาชนอย่างเราท่านก็ว่ากันไปตามประสา มีรัฐธรรมนูญมาแล้วยังไม่รู้จะเลือกตั้งปีไหน...เขียนอย่างนี้มิใช่พวกประชาธิปไตยจ๋าเอะอะก็จะเลือกตั้งแต่ก็ไม่ใช่พวกนิยมเผด็จการ
       
       เพราะคำตอบที่เห็นอยู่คือการทุจริตยังมีอยู่กลับไม่มีใครหน้าไหนไปตรวจสอบ อีกเรื่องสำคัญมากๆคือภาวะข้าวยาก-หมากแพงที่คนไทยจำพวกหาเช้ากินค่ำลำบากกันแสนสาหัส..ตลาดนัดแทบทุกแห่งคนขายมากกว่าคนซื้อ
       
       ยิ่งกลับมาเรื่องตำรวจต้องบอกจรงๆว่าสิ้นหวัง เศร้าใจ รู้สึกหดหู่อย่างไรบอกไม่ถูก...หลังเกิดกระแสต่อต้านกฎจราจร “เทวดาท่าจะบ็องส์”ลุกลามกันทั้งประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ท่านออกมาขอทาประชาชนพร้อมถอยหลัง 1 ก้าวกำชับให้ตำรวจใช้วิธีอำนวยความสะดวกและประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับชาวบ้านไปก่อน หลังจากหมดสงกรานต์แล้วมาว่ากันใหม่
       
       นายกฯลุงตู่ ย้ำเสียงแข็งด้วยว่าถ้าพบใครรีดไถประชาชน หรือมีตำรวจออกนอกลู่นอกทางให้จดชื่อหรือถ่ายคลิปส่งมาที่ทำเนียบฯจะจัดการให้...ฟังผ่านๆ มองเผินๆมันเข้าท่าดีแต่ “ลูกไม้”ตำรวจไทยไม่รู้ท่านนายกฯจะตามทันหรือไม่
       
       อย่างเมื่อคืนโทรทัศน์ช่องหนึ่งเชิญนายตำรวจใหญ่เจ้าของไอเดียห้ามนั่งแค็บ ห้ามนั่งกระบะหลังและนานามาตราการมาคุยด้วยยังไม่มีตรงไหนที่ตำรวจคนนี้จะถอยหลัง 1 ก้าวอย่างที่นายกฯทำ..ก็เห็นยังแข็งกร้าวจะจับทุกความผิด ทุกข้อห้ามที่อาศัยมาตรา 44 ออกมาล็อกคอตีเข่าชาวบ้าน
       
       อะไรไม่สำคัญเท่าพอพูดถึงแค็บที่นั่งตอนท้าย พิธีกรคนดังก็นำร่องว่าต่างประเทศเขาเรียกว่า “DOG SEAT” หรือที่หมานั่ง..คุยกันเฮฮาปาร์ตี้ไมทราบว่าคนไทยที่ดูรายการจะคิดกันอย่างไร เรื่องจริงมันก็จริงอยู่แต่คนบางคน คนบางกลุ่มโดยเฉพาะพวกที่สนับสนุนเขาตั้งวงนินทา และเผลอหลุดออกจอโทรทัศน์ว่าที่นั่งในห้องโดยสารรถเอนกประสงค์ของคนจน หรือกระบะมีแคปนั้นคือที่สำหรับหมานั่ง
       
       เอาเหอะ จะเป็นที่คนนั่งหรือหมานั่งแต่ยังดีกว่าคน “ใจหมา”ทีฉวยเอาคำสั่งดีๆไปทำมาหากินอย่างแยบยล
       
       ประเด็นแรกมีข่าวซุบซิบกันมานานแล้วว่ามีกลุ่มบุคคลสีกากีที่มีอำนาจบางคนรู้เห็นเป็นใจกับเอกชนหัวแหลมลงทุนแรกด้วยการติดกล้องวงจรปิดทั่วประเทศแล้วให้กล้องนับแสนนับล้านตัวทำงานแทนตำรวจ...ข้อดีคือ 1. ตำรวจไม่ต้องกระทบกระทั่งกับประชาชน 2. ได้ทั้งการจัดระเบียบการจราจรและพ่วงอาชญากรรม 3.เป็นพยาน-หลักฐานสามารถเอาผิดได้อย่างจะๆเพราะกล้องซูมเห็นทะเบียน เห็นพฤติการณ์ความผิด 4.ไม่ต้องให้ตำรวจไปตากแดดตากฝน แค่ตั้งด่านถาวรจุดสองจุดตรวจเฉพาะใบอนุญาตต่างๆที่เหลือใช้กล้องจัดการประชาชนที่ทำผิดกฏไม่สามารถหลุดรอดมือไปได้
       
       ทั้ง 4 ข้อนี้อาจยังไม่เจ๋งพอต้องพ่วงด้วยกติกาบังคับให้เสียค่าปรับ ถ้ายังดื้อท่านใช้มาตรา 44 บังคับว่าจะไม่สามารถต่อภาษีได้ ถ้าประชาชนดื้อไม่ต่อภาษีอะไรจะเกิดขึ้น สิ่งที่ตามมาคือประชาชนขับรถเถื่อนมีโทษหนักขึ้น ปรับมากขึ้น วุ่นวายมากขึ้น
       
       เมื่อล็อกคอตีเข่าประชาชนจนน่วมแล้วประเด็นต่อไปก็คือใบสั่งที่เคยเป็นเพียงใบปลิวจากจำนวน 1 ล้านใบแต่มีคนไปเสียค่าปรับเพียง 4 แสนฉบับก็จะไปเข้าคิวจ่ายกันครบจำนวนเพราะไม่ต้องการมีปัญหาหาเรื่องต่อภาษีประจำปี
       
       ตอนนี้เริ่มมองเห็นความผิดปกติหรือยัง...ถ้ายังอ่านต่อไป...ใบสั่งจำนวน 6 แสนใบที่เคย “บอด”ถ้าคิดเป็นเงินเฉลี่ยเอาแค่ใบละ 200 บาทคิดเป็นเงินทั้งสิ้นเท่ากับ 120,000,000 บาท
       
       ท่านทราบไหมว่าเงินค่าปรับจำนวนนี่เข้าหลวงหรือเป็นเงินแผ่นดินเท่าไหร่!!??
       
       เคยมีคนทำตารางให้เห็น ที่นี่ก็เคยเขียนถึงหลายครั้งกล่าวคือเงินค่าปรับทุก 200 บาทจะส่งให้กรุงเทพมหานคร หรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 100 บาทหรือครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลืออีก 100 บาทจะเป็นของคนจับ 57 บาท เป็นของผู้สนับสนุนงานจราจร 38 บาท
       
       เข้าแผ่นดิน 5 บาท !!??
       
       วันนี้คนไทยหลายคนที่สนับสนุนรัฐบาล หรือคนไทยที่เห็นด้วยกับมาตราการเข้มงวดกวดขันท่านยังเห็นด้วยหรือไม่ที่เงินค่าปรับเข้าหลวง เป็นของแผ่นดินเพียง 5 % อันนี้ต้องถามพวกท่าน ตกลงท่านยังไม่ขัดข้องกับเรื่องแบบนี้ใช่หรือไม่
       
       และถ้าแยกให้เห็นชัดๆกันอีกก็คือหากใบสั่ง 6 แสนใบไม่ใช่กระดาษเช็ดก้นอีกต่อไปคนที่จะได้ประโยชน์จริงๆ เต็มเม็ดเต็มหน่วย เป็นกอบเป็นกำก็คือตำรวจ ตั้งแต่หัวยันหางโดยเฉพาะ “ผู้สนับสนุนงานจราจร”อันหมายถึงบรรดาเจ้านายตั้งแต่สารวัตร จร. ผกก. ผบก. ตลอดจน ผบช.หรืออาจจะมี ผู้ช่วยผบ.ตร. รองผบ.ตร.เข้ามาเกี่ยวข้องกับประโยชน์ส่วนนี้ก็เป็นได้
       
       ประเด็นสำคัญมากๆอีกเรื่องหนึ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และนายตำรวจระดับ ผบช.อีกทั้ง 9 กองบัญชาการ ควรตระหนักและพิสูจน์ทราบ นั่นก็คือขบวนการปลอมลายเซ็นพนักงานสอบสวนที่ทำกันมานานหลายสิบปี ขบวนการออกใบเสร็จค่าปรับปลอมไม่ตรงกับสำเนาเปรียบเทียบปรับ และขบวนการออกใบสั่งปลอม
       
       อย่าเพิ่งมองว่าเป็นเรื่องกล่าวหาเลื่อนลอย โดยเฉพาะประเด็นปลอมลายเซ็นพนักงานสอบสวนซึ่งบัดนี้มีผู้ให้ข้อมูลเป็นตัวเป็นตนแล้ว เขาคือพ.ต.ท.สุพัฒน์ นันทะแสง รองผกก.สภ.ภูกระดึง จ.เลย ซึ่งออกมาสู้กับอำนาจไม่ชอบธรรมจากกรณีผู้บงคับบัญชาแทรกแซงงานสอบสวนสั่งให้เพิ่มจำนวนยาบ้าจาก 3 เม็ดเป็น 33 เม็ดที่กำลังเป็นข่าวอื้อฉาวอยู่ในขณะนี้
       
       อยากให้นายกฯลุงตู่ รู้ว่าอำนาจ ม.44 ที่ท่านมีความหวังดีกับประชาชนนั้นท่านแน่ใจว่าคนที่ได้รอบมอบหมายไปเขาเล่นแบบซื่อๆ เล่นแบบตรงไปตรงมาไม่มีวาระซ่อนเร้น
       
       เห็นด้วยว่าหลังสงกรานต์ต้องนำกลับมาทบทวนกัน แต่ไม่ใช่จะเอาหรือไม่เอากฎหมายนี้นะครับ...ที่ถูกที่ต้องท่านควรสอบดูว่ามีเอกชนรายใดได้ประโยชน์จากงานนี้หรือไม่โดยเฉพาะกลุ่มที่ลงทุนติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด
       
       อีกเรื่องคือการปลอมลายเซ็นของพนักงานสอบสวนต้องรื้อหาคนผิดกันทั้งระบบ ใครได้ใครเสียและมาตรการต่อไปจะทำอย่างไรต้องนับหนึ่งกันใหม่หมด
       
       จากแคปที่นั่งหมามาจบเรื่องของคนใจหมา...วงการมันเป็นแบบนี้จะให้จดชื่อ-ถ่ายคลิปใครเล่าครับท่านนายกฯลุงตู่!!??
       
       


จำนวนคนโหวต 55 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017