โดนแน่! เมื่อกฎหมายปิโตรเลียมฉบับชิงตัดหน้า ขัดแย้งรัฐธรรมนูญตามมาตรา 77 วรรคสอง?

โดย ผู้จัดการรายวัน   
5 พฤษภาคม 2560 15:36 น.
 โดนแน่! เมื่อกฎหมายปิโตรเลียมฉบับชิงตัดหน้า ขัดแย้งรัฐธรรมนูญตามมาตรา 77 วรรคสอง?
        "ณ บ้านพระอาทิตย์"
        "โดย...ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์"
       
        ร่างพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่...) พ.ศ.... ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้นมีปัญหาอยู่หลายประการ โดยปรากฏตามแถลงการณ์ของเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทยฉบับล่าสุดความตอนหนึ่งว่า :
       
        "ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยมีการตัดมาตรา 10/1 ในการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติเมื่อพร้อม ออกไปจากวาระการประชุมโดยไม่ได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการตามข้อบังคับการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นการถอนมาตรา มาตรา 10/1 ออกไปทั้งๆ ที่มาจากมติคณะรัฐมนตรีเอง และยังไม่มีการลงมติโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดอีกด้วย
       
        นอกจากนั้น ยังพบว่าการตรากฎหมายดังกล่าวไม่ได้คำนึงถึงส่วนรวมของประเทศชาติอย่างแท้จริง ขาดความรอบคอบ ไม่ระมัดระวัง ในการดำเนินการกิจการต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนส่วนรวม ไม่ยึดถือและไม่ปฏิบัติตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน ไม่มีการวิเคราะห์กฎหมายอย่างเป็นระบบรอบด้าน ไม่มีการเปิดเผยผลการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชนในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน และเป็นร่างกฎหมายที่ขัดต่อหลักนิติธรรม อันอาจเป็นการกระทำที่ขัดต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 มาตรา 13 วรรคสอง และมาตรา 15 และอาจขัดต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 43(2), มาตรา 77 วรรคสอง, มาตรา 81, มาตรา 122, มาตรา 128, มาตรา 164 อีกด้วย
       
       นอกจากนี้ ยังปรากฏด้วยว่าร่าง พ.ร.บ. ปิโตรเลียม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560 นั้น ขัดแย้งกับผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ. ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 และ พ.ร.บ. ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ซึ่งผ่านความเห็นชอบโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติเอง อีกทั้งขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับรายงานของอนุกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน สภาปฏิรูปแห่งชาติ รวมทั้งไม่ฟังเสียงคัดค้านและทักท้วงจากประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ตลอดจนไม่สนใจเสียงคัดค้านจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่สนใจเสียงคัดค้านกฎหมายดังกล่าวจากประชาชนที่เข้าชื่อกันมากกว่า 2 หมื่นรายชื่อ
       
       การกระทำดังกล่าวข้างต้นแสดงเห็นว่ารัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่ยึดหลักความถูกต้องจากผลการศึกษาจากหน่วยงานของรัฐเอง ไม่สนใจผลการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และไม่สนใจข้อทักท้วงจากองค์กรตรวจสอบอิสระตามรัฐธรรมนูญ แต่กลับปฏิบัติตามเหมือนข้อเรียกร้องของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล และกลุ่มทุนพลังงานเพียงไม่กี่คน จนเป็นที่สงสัยว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ปฏิบัติตนอย่างถูกต้องตามประเพณีการปฏิบัติตนในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย โดยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติ มอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทยหรือไม่?"
       
       เพื่อนำเข้าสู่อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ที่ผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้น มีการกระทำความผิดตามบทบัญญัติมาตรา 77 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หรือไม่?
       
       ทั้งนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ชิงตัดหน้าลงมติผ่านความเห็นชอบในวาระ 2 และ 3 พ.ร.บ. ปิโตรเลียม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560 ก่อนวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นวันที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โปรดเกล้าฯ ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ด้วยเหตุผลใด?
       
       ย่อมทำให้เกิดคำถามว่า ที่ทำกันแบบนั้นก็เพราะรัฐบาลหรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติหวังผลที่จะตรากฎหมาย พ.ร.บ. ปิโตรเลียม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... โดยไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนในมาตรา 77 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ทั้งการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์อย่างเป็นระบบรอบด้าน การเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ต่อประชาชน ใช่หรือไม่?
       
       เพราะมาตรา 77 วรรคสอง แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 บัญญัติเอาไว้ว่า :
       
       "ก่อนตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน และนำมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน ....”
       
       ด้วยเหตุผลนี้ใช่หรือไม่ จึงได้มีความพยายามที่จะให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ลงมติในวาระที่ 2 และ 3 ล่วงหน้าก่อนที่จะมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 7 วัน เพราะคิดแต่ว่าเมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติลงมติเสร็จสิ้นกระบวนการตรากฎหมายก็ไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 77 วรรคสองอีกต่อไป
       
       อย่างไรก็ตาม การตรากฎหมายตามมาตรา 77 วรรคสอง ของรัฐธรรนูญฉบับปัจจุบันนี้ ได้กำหนดเงื่อนไขเวลาในการจัดทำกฎหมายเอาไว้ว่า จะต้องทำ “ก่อนตรากฎหมายทุกฉบับ” และ การรับฟังความเห็นและการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบต้องนำมาประกอบการพิจารณา “ทุกขั้นตอน”
       
       และเมื่อมาตรา 77 วรรคสอง ไม่ได้ใช้คำว่า “ก่อนการพิจารณากฎหมายสิ้นสุด” แต่ใช้คำว่า “ก่อนตรากฎหมายทุกฉบับ” ย่อมแสดงให้เห็นว่าถึงแม้การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560 แต่เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560 แล้ว และยังไม่ได้มีการทูลเกล้าฯ ถวายและพระมหากษัตริย์ทรงยังไม่ได้ลงพระปรมาภิไธยในร่างพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ย่อมแสดงว่าการตรากฎหมายปิโตรเลียมยังไม่เสร็จสิ้น และยังมีช่วงเวลาก่อนตรากฎหมายอยู่ที่จะทำตามมาตรา 77 วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้
        
       โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อปรากฏความจริงว่าเลขาสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ส่งร่าง พ.ร.บ. ปิโตรเลียม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เพื่อส่งไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2560
       
       หมายความว่าการที่นายกรัฐมนตรีจะทูลเกล้าฯ ถวาย พ.ร.บ.ปิโตรเลียม (ฉบับที่...) พ.ศ..... เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยจะต้องภายหลังจากวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2560 ด้วย ย่อมแสดงให้เห็นว่าการบังคับใช้มาตรา 77 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560 อันเป็นช่วงเวลาก่อนการทูลเกล้าฯถวาย ร่าง พ.ร.บ. ปิโตรเลียมอย่างชัดเจน
       

       ดังนั้น ช่วงเวลาที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560 จนถึงวันทูลเกล้าฯถวาย พ.ร.บ.ปิโตรเลียม จึงย่อมยังอยู่ในช่วง “ก่อนตรากฎหมาย” อยู่
       
       คำถามคือระหว่างวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560 ถึงวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2560 มีเวลาถึง 12 วัน เหตุใดเลขาสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไม่ดำเนินการเสนอให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติดำเนินการขั้นตอน ตามมาตรา 77 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เสียก่อน ที่จะนำส่งเลขาคณะรัฐมนตรี?
       
       ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อความจริงปรากฏก่อนหน้านั้น ว่า เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ทำหนังสือถึงคณะรัฐมนตรีทุกท่านและผู้ที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2560 ถึงวิธีการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งรวมถึงมีการสรุปรายละเอียดเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วย
       
       คำถามในประการถัดมาจึงมีอยู่ว่า เมื่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รับเรื่องจากเลขาสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2560 แล้ว คณะรัฐมนตรีย่อมสามารถจัดให้มีการปฏิบัติตามมาตรา 77 วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้ตามที่ได้ทำหนังสือเวียนเอาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2560 ถึงวิธีปฏิบัติการดำเนินการตามบทบัญญัติมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 เหตุใดคณะรัฐมนตรีจึงไม่ปฏิบัติตามมาตรา 77 ในขั้นตอนเตรียมการทูลเกล้าฯถวายกฎหมายปิโตรเลียมฉบับนี้?
       
       เมื่อรัฐธรรมนูญบัญญัติให้ทำตามมาตรา 77 ใน "ทุกขั้นตอน" ดังนั้น “ขั้นตอน”นับตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560 เป็นต้นมาคือ ขั้นตอนเตรียมการก่อนทูลเกล้าฯ ถวาย พ.ร.บ.ปิโตรเลียม (ฉบับที่..) พ.ศ. ....เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยนั้น จะต้องมีการดำเนินการรับฟังความเห็นผู้เกี่ยวข้องและวิเคราะห์ผลกระทบอย่างเป็นระบบมาประกอบการพิจารณา และเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ ให้ครบถ้วนเป็นไปตามมาตรา 77 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เสียก่อน และมาตรา 77 ก็จะยกเว้นได้แต่เฉพาะร่างกฎหมายที่ได้ผ่านการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของมาตราดังกล่าวไว้ก่อนหน้าแล้วเท่านั้น
       
        สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ไว้ ณ วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560 รัฐจึงต้องมีหน้าที่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเคร่งครัดโดยทันทีนับตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560 ซึ่งย่อมหมายความรวมถึงการตรา พ.ร.บ. ปิโตรเลียม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... จะต้องชอบด้วยมาตรา 77 วรรคสอง ที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ด้วย นับตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560 ด้วย
       
        จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเลือกวันลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในวันที่ 6 เมษายน 2560 ซึ่งนอกจากจะเป็นวันจักรีอันเป็นวันมหามงคล และเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกในรัชสมัยนี้แล้ว ยังเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะมีการทูลเกล้าฯ ถวาย พ.ร.บ. ปิโตรเลียม (ฉบับที่..) พ.ศ. ....อีกด้วย
       
       โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคราวที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระราชดําริว่าสมควรพระราชทานพระราชานุมัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 นั้น ทรงให้ประกาศด้วยว่านายกรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลความตอนหนึ่งว่า
       
       “การปกครองก็มิได้มีเสถียรภาพ หรือราบรื่นเรียบร้อยเพราะยังคงประสบปัญหาและข้อขัดแย้ง ต่างๆ บางครั้งเป็นวิกฤติทางรัฐธรรมนูญที่หา ทางออกไม่ได้ เหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการที่มีผู้ไม่นำพาหรือไม่นับถือยำเกรงกฎเกณฑ์การปกครองบ้านเมือง ทุจริตฉ้อฉล หรือบิดเบือนอำนาจ หรือขาดความตระหนักสำนึกรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชน จนทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นผล ซึ่งจำต้องป้องกันและแก้ไขด้วยการปฏิรูปการศึกษาและการบังคับใช้ กฎหมาย และเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบคุณธรรมและจริยธรรม"
       
       ประชาชนจึงย่อมมีความคาดหวังว่านับจากวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว การตรากฎหมายและการใช้อำนาจนั้น สภานิติบัญญัติแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีจะต้องกระทำการใดด้วยความเกรงต่อกฎเกณฑ์การปกครองบ้านเมือง เพื่อขจัดการทุจริตฉ้อฉล ไม่บิดเบือนอำนาจ ผู้มีอำนาจจะต้องตระหนักสำนึกรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชน และบังคับใช้รัฐธรรมนูญให้เป็นผลด้วยระบบคุณธรรมและจริยธรรมตามที่ปรากฏในการประกาศไว้ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ด้วย
       
       ทั้งนี้ เมื่อร่าง พ.ร.บ. ปิโตรเลียม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ไม่ได้มีการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบอย่างเป็นระบบ ประชาชนจึงย่อมถูกละเมิดสิทธิเพราะนอกจากจะไม่ได้แสดงความเห็นและไม่ได้มีส่วนร่วมตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแล้ว ยังไม่ได้ผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์นั้น เพราะไม่ได้เปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบก่อนการทูลเกล้าฯ ถวายกฎหมายดังกล่าว อันเป็นการกระทำที่ขัดต่อบทบัญญัติมาตรา 77 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จริงหรือไม่?
       
       และในฐานะประชาชนกลุ่มหนึ่งที่ถูกละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 วรรคสอง จึงย่อมมีสิทธิอาศัยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 213 ยื่นศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ ซึ่งบัญญัติเอาไว้ว่า
       
        "มาตรา 213 บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ"
       
        เพื่อรักษาสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทั้งปวงและผลประโยชน์ของประเทศชาติ เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.)จึงจะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำวินิจฉัยว่า การทูลเกล้าฯ ถวาย พ.ร.บ. ปิโตรเลียม (ฉบับที่...) พ.ศ. ....นั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 77 วรรคสอง และมาตราอื่นๆ ต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันอังคารที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 เวลา 10.00 น. ณ ศาลรัฐธรรมนูญ ถนนแจ้งวัฒนะ!!!
       
       


จำนวนคนโหวต 55 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017