แล้ว กฟภ. ก็กระทืบซ้ำ รีดชาวบ้านเอื้อทุนอำนาจเก่า
4 พฤศจิกายน 2550 16:26 น.

       จังหวะที่ขิงแก่นับถอยหลังหมกมุ่นกับวาระแห่งชาติซื้อเสียงเลือกตั้ง ถือเป็นโอกาสทองของเหล่านักปล้น ฉวยจังหวะที่สังคมสนใจเรื่องเลือกตั้งและปัญหาน้ำมันแพง ลงมือสวาปามหาผลประโยชน์เข้าตนและพวกเฉกที่เคยปฏิบัติกันมาเมื่อครั้งอำนาจเก่าเรืองอำนาจ
       
        ขณะที่รัฐวิสาหกิจอื่น ๆ กำลังเคลื่อนไหวป้องกันไม่ให้นายทุนเข้าหาประโยชน์จากสมบัติชาติ แต่ผู้บริหาร การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กลับปฏิบัติสวนทาง ออกมาตรการ กินนิ่ม-กินเนียน ช่วยนายทุนใหญ่ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยการ รีดเลือดจากปู ซ้ำเติมประชาชนที่กำลังทุกข์ร้อน เหมือนเป็นการกระทืบซ้ำ
       
        อันว่า ไฟฟ้านั้น จัดเป็นบริการพลังงานขั้นพื้นฐานที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ตามี ตามา ยายสี ยายสา ล้วนแต่เป็นลูกค้าของ กฟภ. ทั้งสิ้น
       
        แต่ไหนแต่ไรมา กฟภ. เก็บค่าบริการไฟฟ้าประจำเดือนในช่วงต้นเดือน เพราะรู้ซึ้งดีว่า คนไทยส่วนใหญ่หาได้ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้านเหมือนกับเด็กบางตระกูล ลูกค้า กฟภ. เป็นคนต่างจังหวัดที่ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน เป็นลูกจ้าง-เป็นข้าราชการซี.4-5-6 หรือทำการเกษตร ที่ต้องรอรับเงินเดือนก่อนจึงจะควักกระเป๋าจ่าย
       
        ในยุคก่อน กฟภ. มีพนักงานเก็บเงินตามบ้าน หรือจ้างประชาชนเป็นพนักงานพิเศษหารายได้เสริม ประมาณวันที่ 1-5 ของทุกเดือนก็จะออกทำการ คนของ กฟภ. ทุกคนไม่มีใครบ้าจี้ ไปไล่เรียกเก็บเงินชาวบ้านช่วงปลายเดือนหรอก เพราะมันโหดร้ายเกินไป
       
       มนุษย์เงินเดือนในต่างจังหวัดนั้นบางครอบครัว สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ ..กระเหม็ดกระแหม่ก็ยังลำบาก การเก็บเงินต้นเดือนเป็นมนุษยธรรมที่ มนุษย์ กับ มนุษย์ ปฏิบัติต่อกัน
       
        ระบบส่งคนไปเคาะประตูเก็บเงินต้นเดือน เริ่มแปรเปลี่ยนไปในยุครัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ..ถ้ายังจำข่าวเก่า ๆ ได้ บอร์ดบริหารของรัฐวิสาหกิจแห่งนี้เต็มไปด้วยคนของอำนาจเก่า แถมมีคดีความใหญ่ ๆ ว่าด้วยการลงทุนมหาศาลอ้างเรื่องการปรับปรุงระบบให้ทันสมัย เช่น กรณีโครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปสำหรับธุรกิจหลักมูลค่า 3,192 ล้านบาท ที่ถูกชี้ว่า ล็อกสเป็กให้กับ บริษัทในเครือของ เจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ตัวละครในท้องเรื่องผูกพันกันอย่างสนุกสนาน บริษัทเพอร์ทัลเนท ที่ชนะประมูล เป็นบริษัทในเครือเอ็มลิงค์ แถมมีกรรมการผู้จัดการชื่อว่า มณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล เจ้าของงานวันเกิดอลังการ ที่ให้แขกขึ้นซี.130 ฟรีคนนั้น
       
        ที่สุดเรื่องก็แดงขึ้นมา อลงกรณ์ พลบุตร ยื่นเรื่องนี้ต่อ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการ สตง.ในขณะนั้นให้ตรวจสอบความไม่โปร่งใส เช่น การอนุมัติโครงการ-ทำสัญญาส่อพิรุธ เช่น การเปลี่ยนจากการซื้อเป็นเช่า,วงเงินงบประมาณการเช่าจำนวน 3,192 ล้านบาทสูงเกินจริง ,ขั้นตอนการประมูลไม่โปร่งใสจากผู้ยื่นประกวดราคาทั้งสิ้น 8 ราย แต่กลับมีผู้ผ่านเทคนิคเพียงรายเดียว,บริษัทในกลุ่มกิจการค้าที่ชนะการประมูลของ กฟภ.เป็นของน้องสาวนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาท แต่ชนะการประมูลมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท
       
        จนกระทั่งเกิดการยึดอำนาจ แทนที่รัฐบาลขิงแก่จะจัดการปัญหาดังกล่าวให้สะเด็ดน้ำ กลับมีแค่เปลี่ยนบอร์ด มิหนำซ้ำยังแต่งตั้ง บุคคลที่ใคร ๆ ก็รู้ว่า เป็นเครือข่ายอำนาจเก่าที่มีส่วนชงเรื่องให้ใหญ่ขึ้นไปอีก
       
        ด้วยเพราะขิงแก่ ปล่อยให้เครือข่ายอำนาจเก่ายังคงฝังอยู่ในอำนาจบริหาร .. แรก ๆ ทำตัวเนียน ๆ ขยันขันแข็งปล่อยแคมเปญโฆษณาสร้างภาพลักษณ์ใหม่ กฟภ. เพื่อประชาชน-บริการอย่างใกล้ชิด ดูแลเอาใจใส่ หารู้ไม่ว่า มันคือ การรอคอยโอกาสอย่างอดทน เอื้อประโยชน์นายทุนพรรคพวกเหมือนเดิม
       
        กฟภ. ทันสมัยไฮเทคขึ้นมา เช่นมีการเปลี่ยนระบบจัดเก็บเงินตามบ้าน เปลี่ยนมาเป็นการทำกล่องใส่บิล ให้เจ้าของบ้านไปจ่ายที่ร้านสะดวกซื้อแทน
       
        ระบบนี้ได้ทยอยใช้มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ซึ่งดูเหมือนสะดวก ทันสมัยขึ้นดี
       
        บิลค่าไฟประจำเดือนกำหนดการชำระไว้ 2 ขั้นตอน ...บ้านไหนที่พอมีรายได้ มีเงินเหลือปลายเดือน ก็จะนำบิลดังกล่าวไปชำระที่ร้านสะดวกซื้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ คือ ประมาณ วันที่ 22-28 ของทุกเดือน
        แต่หากบ้านไหนยังชักหน้าไม่ถึงหลัง เงินไม่พอ ก็สามารถนำบิลไปชำระที่สำนักงานการไฟฟ้าประจำอำเภอในช่วงต้นเดือน หลังรับเงินเดือนกันแล้ว
       
        อยู่กันมาอย่างปกติสุขในระหว่างที่รัฐบาลขิงแก่ยังดูมีฤทธิ์มีเดชอยู่บ้าง จนกระทั่งเมื่อเดือนที่ผ่านมาระหว่างที่ขิงแก่อยู่ในสภาพถูกถล่มจากรอบทิศ - คมช.แตกกันเอง พรรคการเมืองของอำนาจเก่าไล่บดวันละดอกสองดอก
       
        เครือข่ายเด็กเจ๊ ที่ฟูมฟักอยู่ภายใน กฟภ. ก็ได้จังหวะออกลาย !!
       
        สั่งปรับระบบการเก็บเงินใหม่ หากชาวบ้านชาวช่องเอาบิลไปจ่ายวันที่ 1 เป็นต้นไป ให้สั่งปรับโทษฐานชำระล่าช้าคนละ 107 บาทถ้วน
       
        นี่คือ ระบบการจัดเก็บเงินที่ออกแบบมาเพื่อรีดเลือดจากปูโดยแท้ ไม่มีผู้ให้บริการสาธารณูปโภคพื้นฐานรายใดวิกลจริตบังคับเก็บเงินช่วงปลายเดือนกันหรอก
       
       แต่ กฟภ. ยุค เครือข่ายอำนาจเก่าหางโผล่ ..จงใจจะตอกย้ำภาวะข้าวยากหมากแพง ด้วยการกำหนดว่า หากตาสี ตาสา กำเงินที่ลูกสาวที่ออกไปทำงานโรงงานโอนเงินมาให้ เพื่อไปชำระค่าไฟฟ้า มูลค่า 300 บาท ตาสี ตาสา ก็จะถูกเรียกเก็บค่าปรับเพิ่มอีก 107 บาท แม้ว่า ตาสีตาสา จะเดินทางไปชำระในวันที่ 1 แล้วก็ตาม
       
       บิลเรียกเก็บเงินบอกว่าให้ชำระภายในวันที่ 28 และจะผ่อนผันไม่ต้องจ่ายค่าปรับภายใน 3 วัน เท่ากับต้องจ่ายภายในวันที่ 31 .. ก็ยังเป็นสิ้นเดือนอยู่ดี .. บ้าที่สุด ผ่อนผันให้ 3 วันก็ยังไม่พ้นสิ้นเดือนอยู่ดี !!
       
       อย่างนี้ก็เท่ากับ ผลักดันให้ประชาชนกวาดเศษเงินไปจ่ายผ่านเคาท์เตอร์สะดวกซื้อของนายทุนกันทั้งประเทศ.. 30 ล้านครัวเรือนคูณ 10 บาท ก็เท่ากับ 300 ล้านบาท/เดือน ที่นายทุนนอนกินจากมาตรการนี้
       
       ไม่มีรัฐวิสาหกิจของประชาชนแห่งใดที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมถึงเพียงนี้ !!
       
       จะมีแต่รัฐวิสาหกิจของนายทุนเท่านั้นที่ทำเรื่องพรรค์นี้ได้ !!
       
       1.ผสมโรงภาวะเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ 2. ป้ายขี้ให้รัฐบาลทำประชาชนเดือดร้อน 3. เอื้อประโยชน์นายทุนพวกพ้องได้เงินเพิ่มจากค่าบริการ 10 บาท/บิล 4. ผู้บริหารทำกำไรได้เพื่อเป็นผลงานและโบนัสปลายปี 5. ประชาชนเดือนร้อนช่างมัน พรรคการเมืองอำนาจเก่ายิ่งได้รับเลือก
       
       ………
       
        หมายเหตุปิดท้าย – ถึงชาวสันกำแพง และ สันทราย เมืองเชียงใหม่ เมื่อครั้งหาเสียงปี 2548 ทักษิณ บอกว่าจะส่ง นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ดูแลอำเภอสันทรายโดยตรงในฐานะอำเภอบ้านเกิดมารดา ขอให้ทราบว่า พนักการไฟฟ้า อ.สันทราย เพิ่งถูกตั้งกรรมการสอบกราวรูดฐานไม่เก็บเงินค่าปรับ หากตาสีตาสาที่ถูกปรับอยากรู้เรื่อง กฟภ. ก็ไปร้องทุกข์กับเจ๊แกเอาเองก็แล้วกัน


พิมพ์จาก http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9500000130895
เวลา 14 ธันวาคม 2560 14:35 น.
ผู้จัดการออนไลน์ - Manager Online (http://www.mgronline.com)