จัดจ้าน เข้มข้น ถึงรสเมนูไทย ที่ “ครัวอัปษร”
3 กันยายน 2555 15:59 น.

       คนไทยส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะไปลองลิ้มอาหารสัญชาติใด ก็มักจะบ่นว่าไม่เห็นอร่อยเหมือนอาหารไทยของเราเลย “ผ่านมาแวะกิน” ว่าก็จริง เพราะอาหารไทยของเรานั้นมีรสชาติเปรี้ยวหวานมันเค็มเผ็ดครบครัน แถมมีหลากชนิด หลายประเภท แบบที่ว่ากินทั้งเดือนก็ไม่ซ้ำเมนูกันเลย
       
       นึกถึงหน้าตาของแต่ละเมนูแล้วก็น้ำลายสอ จนต้องออกไปตระเวนหาอาหารไทยมากระแทกปากให้หายอยากเสียหน่อย ว่าแล้วก็มาที่ร้าน “ครัวอัปษร” ที่การันตีความอร่อยด้วยการเปิดแล้วถึง 4 สาขา และสาขาที่มากันในวันนี้คือสาขาที่ 2 ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับศาลาว่าการ กทม. ถนนดินสอ ส่วนอีก 3 สาขาก็มีที่ถนนสามเสน ถนนสนามบินน้ำ และพระที่นั่งวิมานเมฆ


       ที่ร้านนี้ขายอาหารไทยแบบโบราณที่รสชาติเข้มข้น เป็นเมนูสูตรเฉพาะที่ทางร้านคิดขึ้นเอง แล้วยังคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพมาใช้กับทุกเมนู ทำให้มีหน้าตาน่าลองลิ้มเห็นแล้วชวนหิวยิ่งนัก
       
       แบบนี้ก็ไม่ต้องรอช้า เริ่มต้นด้วยเมนูเคี้ยวเพลินๆ เมี่ยงคะน้า (100 บาท) แม้หน้าตาจะดูคล้ายกับเมี่ยงคำ แต่ก็มีความอร่อยที่แตกต่าง เริ่มจากเครื่องเคียงที่ใช้กุ้งแห้ง ถั่วลิสง หอมแดง มะนาว ขิง พริกขี้หนู และกากหมูที่เจียวใหม่ๆ กินกับใบคะน้าอ่อนๆ ราดด้วยน้ำเมี่ยงที่ปรุงมาอย่างดี นำเครื่องเคียงมาห่อเป็นคำกับใบคะน้า ราดน้ำเมี่ยง เคี้ยวเต็มปาก ได้รสชาติหวานเค็ม ตัดกับความเปรี้ยวของมะนาว แถมความเผ็ดชูรสให้โดดเด่น


       ส่วนเมนูนี้ เนื้อปูผัดพริกเหลือง (350 บาท) ที่เน้นเนื้อปูขาวๆ แน่นๆ เลือกใช้เฉพาะส่วนกรรเชียงปูนำมาผัดกับพริกเหลือง ใส่ถั่วฝักยาว ใบมะกรูด และปรุงรสให้ได้ที่ ลองชิมตอนยกมาเสิร์ฟแบบร้อนๆ ได้ความหอมของพริกและใบมะกรูด ถั่วฝักยาวก็หวานกรอบ ปูเนื้อหวานแน่น เผ็ดกำลังดี
       
       ต่อด้วยเมนูไทยๆ แกงป่าปลาเห็ดโคน (130 บาท) ที่ตอนแรกก็ควานหาเห็ดโคนกันยกใหญ่ แต่ที่จริงแล้วปลาเห็ดโคนก็คือปลาทรายนั่นเอง เมนูนี้ใช้เครื่องแกงป่าที่ทางร้านโขลกเอง นำมาแกงแบบข้นเข้ม ใส่ถั่วฝักยาว มะเขือเปาะ มะเขือเหลือง กะเพรา โหระพา และพริกขี้หนูสด ใส่เนื้อปลาเห็ดโคนลงไปต้มจนสุก ลองตักน้ำแกงขึ้นมาซดร้อนๆ ได้ความเผ็ดเข้มข้นของเครื่องแกง ส่วนเนื้อปลาก็หวานไม่คาว ผักที่ใส่ลงไปก็ยังหวานกรอบ


       อีกหนึ่งเมนูธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ปลากะพงทอดราดน้ำปลา (320 บาท) แม้จะหากินได้ทั่วไป แต่ความพิเศษของร้านนี้อยู่ที่การทอดปลากะพงให้กรอบนอกนุ่มใน ส่วนน้ำปลาที่ราดมานั้นก็จะปรุงรสให้กลมกล่อม ผัดพร้อมกับพริกสดและกระเทียมสด จากนั้นนำมาราดลงบนตัวปลา ชิมเนื้อปลาที่ชุ่มด้วยน้ำปลาจะนุ่มกรอบนอก ความเค็มกลมกล่อมของน้ำปลา และมีความหอมของพริกและกระเทียมเพิ่มขึ้น
       
       ถ้ายังไม่อิ่มดีก็ขอแนะนำ ดอกขจรผัดหมูสับ (80 บาท) เมนูง่ายๆ แต่อร่อยมากๆ ใช้ดอกขจรที่ยังไม่บานนำมาผัดกับหมูสับ ปรุงรสเล็กน้อย ความอร่อยจะอยู่ที่ความหวานสดจากดอกขจร กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ก็อิ่มแน่นพอดี


       ถึงจะชิมมาหลายเมนู แต่ของเด็ดของร้านก็ยังไม่หมด ไม่ว่าจะเป็น ผัดสะตอกุ้งสด (150 บาท) ไข่ฟูปู (85 บาท) สลัดปลากะพงพริกไทยอ่อน (160 บาท) ลาบเห็ดฟาง (90 บาท) แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย น้ำ/แห้ง (100 บาท) เป็นต้น
       
       ทั้งหมดนี้เป็นเมนูอาหารไทยที่ “ผ่านมาแวะกิน” อยากให้ลองแวะมาชิมกันที่ร้าน “ครัวอัปษร” กระเพาะจะได้รับรสเข้มข้นจัดจ้านของอาหารไทยอร่อยๆ อย่างเต็มที่


       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
       ร้าน “ครัวอัปษร” ตั้งอยู่ที่ 169 ถนนดินสอ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. การเดินทางจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ให้เลี้ยวเข้าสู่ถนนดินสอ มุ่งหน้าศาลาว่าการกรุงเทพฯ สังเกตทางซ้ายมือ จะเห็นร้านตั้งอยู่ติดริมถนน สามารถจอดรถได้บริเวณด้านข้างร้าน หรือบริเวณศาลาว่าการกรุงเทพฯ ร้านเปิดวันจันทร์-เสาร์ (หยุดวันอาทิตย์) เวลา 10.00-20.00 น. โทร. 0-2685-4531, 08-0550-0310 สาขาถนนสามเสน ใกล้ท่าวาสุกรี โทร. 0-2668-8788, 0-2241-8528 สาขาถนนสนามบินน้ำ โทร. 0-2967-1733, 0-2967-1734 www.kruaapsorn.com
       
        
        


       คลิก!! อ่านรายละเอียดและแผนที่การเดินทางไปยังร้าน “ครัวอัปษร”
        
        
        


       * * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของผู้จัดการท่องเที่ยว Travel @ Manager on Facebook รับข่าวสารทั้งเรื่องกินเรื่องเที่ยวแบบรวดเร็วทันใจ และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!!
       
       สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com


พิมพ์จาก http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9550000104828
เวลา 26 พฤษภาคม 2560 19:58 น.
ผู้จัดการออนไลน์ - Manager Online (http://www.mgronline.com)