“ประคอง ชูจันทร์” วีรชนคนกล้าสู้เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
19 มกราคม 2557 18:00 น.

       ศูนย์ข่าวภูเก็ต - มวลชน กปปส.ภูเก็ต กลั่นความรู้สึกจากใจต่อการจากไปของ “ประคอง ชูจันทร์” วีรชนคนกล้า สู้เพื่อ “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และลูกหลาน” คนข้างหลังยืนยันไม่ยอมให้ “ประคอง” ตายฟรี พร้อมต่อสู้จนถึงที่สุด เชื่อมี “ประคอง” คนใหม่เกิดมาเป็นร้อย เป็นพันคน ร่วมอุดมการณ์ทวงคืนประชาธิปไตย

       จากเหตุการณ์อันเลวร้าย เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2557 ที่ผ่านมา โดยกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้ขว้างวัตถุคล้ายระเบิดเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.บริเวณถนนบรรทัดทอง ย่านเจริญผล ส่งผลให้ให้ผู้ร่วมชุมนุมหลายรายได้รับบาดเจ็บใน และหนึ่งในนั้น คือ “ประคอง ชูจันทร์” อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อหลายสิบปีก่อน โดยเหตุการณ์ระเบิดในครั้งนี้ทำให้ “ประคอง” หรือที่เพื่อนรู้จักกันในนาม “นโม” หรือที่เด็กๆ เรียกติดปากคือ “น้าโม ลุงโม อาโม” ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ กกปส.ต้องสูญเสียนักต่อสู้ผู้มีอุดมการณ์จากจังหวัดภูเก็ตไปอย่างไม่มีวันกลับ เหตุการณ์ในครั้งนั้นได้นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจแก่ครอบครัว รวมถึงญาติ และผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกันกับ “ประคอง ชูจันทร์” อย่างยิ่ง

       วันนี้ (19 ม.ค.) ทีมข่าว “ASTVผู้จัดการ” ได้พูดคุยกับเพื่อนๆ พี่ๆ รวมทั้งกลุ่ม กปปส. ซึ่งมีทั้งคนที่รู้จัก และไม่รู้จักกับ “ประคอง” ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ประคอง ชูจันทร์” เป็นวีรชนผู้กล้าที่สมควรจะได้รับการยกย่อง และเชิดชู โดยนายอำนวย คุ้มบ้าน แกนนำ กปปส.ภูเก็ต ผู้ซึ่งรู้จักคุ้นเคยกับ “ประคอง” เป็นอย่างดี ได้กล่าวความรู้สึกที่มีต่อ “ประคอง” ว่า สำหรับ “ประคอง” หรือ “นโม” เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน มีจิตใจเสียสละสูง ถ้าไม่เดินทางไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส.ส่วนกลาง ก็จะเสนอตัวมาช่วยกลุ่ม กปปส.ภูเก็ต โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เป็นคนมีอุดมการณ์
       
       “การสูญเสียในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าคนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า “ประคอง” จะไม่ตายเปล่า จะมี “ประคอง” คนใหม่เกิดมาเป็นร้อย เป็นพันคน จะต่อสู้เพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน เพื่อให้ได้ประชาธิปไตยกลับคืนมา สำหรับการต่อสู้ของ “ประคอง” ในจากการพูดคุยกันในช่วงที่ “ประคอง” ยังมีชีวิต สิ่งที่พูดทุกครั้งที่มาร่วมกับกลุ่ม กปปส. คือจะสู้ถึงที่สุดไม่ชนะไม่เลิก การต่อสู้ในครั้งนี้เป็นการต่อสู้เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และลูกหลานที่อยู่ข้างหลังให้หลุดพ้นจากระบอบทักษิณ”


       ขณะที่ นายธีระวุฒิ ศรีตุลารักษ์ ประธาน กปปส.ภูเก็ต กล่าวว่า โดยส่วนตัวไม่สนิทกับ “ประคอง” มากนัก แต่เห็นว่า “ประคอง” มาร่วมกิจกรรมกับทาง กปปส.บ่อยมาก ตนมีความเสียใจอย่างที่สุดต่อการสูญเสียในครั้งนี้ ซึ่ง “ประคอง” นั้นได้เข้ามาช่วยเวที กปปส.ภูเก็ตโดยตลอด และตนคิดว่าจากเหตุการณ์ครั้งนี้รัฐบาลควรแสดงจุดยืนที่แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อความรู้สึกของคนทั้งประเทศ รัฐบาลไม่ควรอยู่ ควรลาออกได้แล้ว และเชื่อว่าการเสียสละของ “ประคอง” ในครั้งนี้ “ประคอง” ไม่ตายฟรีแน่นอน เพราะคนส่วนใหญ่ยังพร้อมที่จะร่วมต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความถูกต้อง และชัยชนะ และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ “ประคอง” ที่ออกมาต่อสู้เพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากระบอบทักษิณ

       ส่วนนายพัทธพงษ์ บรรจงการ หัวหน้าการ์ด กปปส.ภูเก็ต กล่าวว่า สำหรับ “ประคอง” นั้นเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เป็นคนมีอุดมการณ์ ซึ่งในส่วนของเวทีที่ภูเก็ตนั้น “ประคอง” จะมาร่วมเกือบทุกครั้ง ทั้งทำหน้าที่เป็นการ์ด และให้ความช่วยเหลือดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นอย่างดี เป็นคนมีน้ำใจ และที่สำคัญเป็นคนที่มีอุดมการณ์ทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหาษัตริย์ และทุกครั้งที่มีการนัดเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่กรุงเทพฯ “ประคอง” ก็จะขึ้นไปร่วมกับทีมงานที่กรุงเทพฯ ทุกครั้ง ซึ่งการจากไปของ “ประคอง” ในครั้งนี้ก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่คนดีๆ ต้องมาสังเวยชีวิตให้แก่ความไม่ชอบธรรม แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความรักชาติ สำหรับผู้ที่ยังอยู่ก็ต้องร่วมกันเดินหน้าต่อไป เพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศ เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย เพราะถ้าไม่มีการปฏิรูปประเทศต่อไปจะมีแต่ความลำบาก

       ด้านนายเกียรติศักดิ์ ปานรังศรี กล่าวในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ว่า “ประคอง”เป็นนักต่อสู้ ไม่ยึดติดฝ่ายไหน ประชาชนทุกคนที่ออกไปร่วมต่อสู้ควรได้รับความคุ้มครอง เพราะประชาชนที่ออกมาแสดงสิทธินั้นเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ควรถูกกระทำ เพราะฉะนั้นการกระทำของบุคคลฝ่ายใดก็ตามคิดว่าไม่ถูกต้อง ควรถูกประณามจากคนทั่วประเทศ ทั่วโลก ตนในฐานะคนภูเก็ต ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของคุณประคองด้วย และเชื่อว่า “ประคอง” จะไม่ตายฟรีอย่างแน่นอน ทุกคนที่อยู่พร้อมที่จะต่อสู้จนถึงที่สุด

       ขณะที่ นางรัศมี อินนุรักษ์ ประชาชนภูเก็ต กล่าวว่า โดยส่วนตัวไม่รู้จัก “ประคอง” มาก่อน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้น และมีผู้เสียชีวิต และทราบว่าคนที่เสียชีวิตเป็นคนที่มาร่วมเวทีที่ภูเก็ตบ่อยครั้ง รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นกับประชาชนทุกคน เพราะทุกคนไปร่วมแสดงออกตามสิทธิของตัวเองด้วยความจริงใจ ปราศจากอาวุธ ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ซึ่งตนรู้สึกสงสาร “ประคอง” และเสียใจแทนครอบครัวของ “ประคอง” อย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม พวกเราก็จะเดินหน้าต่อสู้ต่อไป เพื่อให้ได้มาซึ่งความถูกต้อง ชอบธรรม ขณะที่รัฐบาลเองไม่ควรจะยึดติด เพราะด้วยกลัวว่าจะหมดโอกาส มาถึงขั้นนี้แล้วรัฐบาลควรเสียสละ ถ้าคิดว่าดีพอก็คงจะได้กลับมาคืนสู่อำนาจเดิมอีก

        
        
       


พิมพ์จาก http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9570000006972
เวลา 21 ตุลาคม 2560 23:01 น.
ผู้จัดการออนไลน์ - Manager Online (http://www.mgronline.com)