เรดดี้แพลนเน็ตชู 4 กลยุทธ์ดันยอดซื้อขายทะลุ 1 พันล้านบาท
2 เมษายน 2557 05:58 น.

       เรดดี้แพลนเน็ตเผยยอดการซื้อขายของลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มบริษัทฯ ในปีที่ผ่านมารวมมูลค่ากว่า 750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ ส่วนปีนี้มั่นใจธุรกิจจะสนใจอีคอมเมิร์ซมากขึ้น พร้อมรุกตลาดด้วย 4 กลยุทธ์หลัก หวังดันให้ยอดการเติบโตเพิ่มอีก 4,000 เว็บไซต์ และมีมูลค่าการซื้อขายผ่านระบบเพิ่มอีก 40% ชี้เทรนด์การตลาดออนไลน์ปีนี้จะมีโดเมนเนมชื่อใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากขึ้น และลูกค้าจะดูหลายช่องทางผ่านมัลติสกรีน
       
       นายทรงยศ คันธมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต จำกัด กล่าวว่า เรดดี้แพลนเน็ตตั้งเป้าหมายการเป็นผู้นำการตลาดออนไลน์และเน้นการบริการให้ลูกค้าเพิ่มยอดขายได้จริง โดยปัจจุบันลูกค้าของเรดดี้แพลนเน็ต 12,000 เว็บไซต์ทำธุรกิจค้าขาย 10,000 เว็บไซต์ ที่เหลือเป็นเว็บไซต์ทั่วไป มีมูลค่าการขายของลูกค้าผ่านแพลตฟอร์ม Vela Platform ของเรดดี้แพลนเน็ตในปี 2013 มีมูลค่า 750 ล้าน เพิ่มขึ้น 60% จากปี 2012 ซึ่งอยู่ที่ 473.96 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตของธุรกิจอยู่ที่ 50%


       สำหรับเป้าหมายในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายลูกค้าใหม่ประมาณ 3,000-4,000 เว็บไซต์ โดยจะใช้สื่อออนไลน์เป็นหลักในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงจะมีการอบรมสัมมนาหาลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และคาดหวังอัตราการเติบโต 40% สำหรับการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มของเรดดี้แพลนเน็ตหรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท ส่วนการเติบโตของธุรกิจคาดหวังที่จะเติบโต 50% ในปีนี้ โดยมองว่าการเติบโตดังกล่าวเกิดจากการที่ผู้ประกอบการกล้าที่จะเข้ามาใช้ช่องทางอีคอมเมิร์ซเพื่อการซื้อขายมากขึ้น ประกอบกับบริษัทฯ มีบริการใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วย
       
       สำหรับภาพรวมตลาดออนไลน์และตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย จากผลการสำรวจของเนคเทคพบว่ามีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 26 ล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณ 34% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนภาพรวมของอีคอมเมิร์ซในเมืองไทย 1.2 แสนล้านบาท มีอัตราการเติบโตกว่า 21.75% โดยสมาคมโฆษณาดิจิตอล (ประเทศไทย) พบว่ามูลค่าสื่อดิจิตอลสูงถึง 4,248 ล้านบาท


       “ปัจจุบันพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเดสก์ท็อปลดลงจาก 92.1% เหลือเพียง 77.5% ในขณะที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมีการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นเป็น 69.5% เติบโตขึ้นจากปี 2555 ที่มีการใช้งานอยู่ที่ 12.2% ถึง 4.7 เท่า ข้อมูลจาก สสว.ระบุว่า ปัจจุบันมีเอสเอ็มอีอยู่กว่า 2.74 ล้านราย ในขณะที่ธุรกิจเหล่านี้มีเพียง 10% เท่านั้นที่มีเว็บไซต์ จึงเป็นโอกาสของเราที่จะสามารถเติบโตได้”
       
       นายทรงยศกล่าวว่า เทรนด์การตลาดออนไลน์ในปี 2014 นั้นจะมีการจดโดเมนเนมนามสกุลใหม่เกิดขึ้นมากมาย และจะมีชื่อที่ตรงกับประเภทธุรกิจ อาทิ .shoe ทำให้ผู้ที่อยากจะทำเกิดความสนใจมากขึ้นเพราะเข้าถึงง่ายและทำให้ผู้บริโภครับรู้ได้ง่าย โดยตัวขับเคลื่อนการซื้อขายสำคัญอยู่ที่โซเชียลมีเดีย ดังนั้นผู้ประกอบการควรจะปรับปรุงการใช้งานให้เป็นแบบมัลติสกรีน เพราะผู้บริโภคจะใช้งานหลากหลายอุปกรณ์ในการเข้าถึงเว็บไซต์ นอกจากนี้ยังควรทำการโฆษณาแบบเจาะจงรายบุคคลที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ และกำลังจะเข้ามาในประเทศไทย


       สำหรับกลุ่มสินค้าที่มาแรงในปี 2013 คือ 1. สินค้าผู้หญิง เช่น เสื้อผ้าไซส์ใหญ่ อาหารเสริม 2. สินค้าประเภทงานอดิเรกที่ต้องใช้บริการพิเศษ เช่น ของแต่งรถ งานฝีมือ 3. สินค้าเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องดนตรี กล้องถ่ายรูป 4. สินค้าอย่างเรื่องการท่องเที่ยว แพกเกจท่องเที่ยวใหม่ๆ 5. สินค้าเครื่องมือและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ประเภทแผงวงจร เครื่องวัด เป็นต้น
       
       ด้านนายบุรินทร์ เกล็ดมณี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การตลาดในปีนี้บริษัทฯ ได้แบ่งเป็น 4 บริการหลัก ประกอบด้วย 1. การสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปให้ลูกค้า มีการใช้งานง่ายไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านเทคนิคใดๆ 2. การทำโฆษณาออนไลน์ เช่น กูเกิล แอดเวิร์ด ไป๋ตู้ (บริษัทฯ เป็นตัวแทนรายแรกและรายเดียวในไทยที่จะพาธุรกิจไทยไปเจาะตลาดจีน โดยขณะนี้มีธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มให้ความสนใจ) และเฟซบุ๊ก โดยเรดดี้แพลนเน็ตจะมีแอ็กเคานต์แมเนเจอร์ในการดูแลลูกค้า 3. บริการอบรมการตลาดออนไลน์ โดยเรามีห้องอบรมและสัมมนาด้านการตลาดออนไลน์ ผ่านการจัดทำจริงและถ่ายทอดประสบการณ์ตรงกับผู้บริหาร และ 4. การตลาดออนไลน์สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ที่จะเน้นการให้คำปรึกษาและช่วยในการวางแผน


       “ปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเข้าสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้นเพราะปัจจุบันลูกค้าเข้าอินเทอร์เน็ตมากขึ้น มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนต่ำกว่าการเช่าหน้าร้านเพื่อขาย และที่สำคัญคือเราสามารถซื้อขายออนไลน์จากที่ไหนก็ได้ ขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง การซื้อขายออนไลน์จะทำให้เราได้ดาต้าเบสของลูกค้าด้วย หากมีปริมาณลูกค้ามากก็จะมีดาต้าเบสมาก สามารถนำมาบริหารจัดการเพื่อหาโปรโมชันที่ตรงใจลูกค้าได้มากที่สุด”

       ดังนั้นผู้ประกอบการควรเปิดใจที่จะเรียนรู้การค้าขายออนไลน์เพื่อสร้างโอกาสทางการขายให้มากขึ้น ส่วนเอสเอ็มอีที่มีเว็บไซต์อยู่แล้วควรจะพัฒนาให้เว็บสามารถรองรับการใช้งานได้หลายอุปกรณ์ และควรจะโปรโมตเว็บให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเว็บไซต์ที่ดีควรมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หมั่นพัฒนาธุรกิจของตนเองอยู่เรื่อยๆ
       
       เอสเอ็มอีควรจะมองหาสินค้าประเภท 1. หายาก มีความโดดเด่นมีเอกลักษณ์ 2. ราคาถูกเป็นพิเศษ 3. สินค้าที่ต้องการบริการเป็นพิเศษ จึงจะสร้างให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้
       
       Company Related Link :
       Readyplanet


พิมพ์จาก http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9570000036799
เวลา 23 ตุลาคม 2560 04:05 น.
ผู้จัดการออนไลน์ - Manager Online (http://www.mgronline.com)