“ทุกความรู้สึกดีๆ ต้องดีได้อีก” การปั้นแบรนด์ครั้งใหม่ของดีแทค

โดย MGR Online   
25 กรกฎาคม 2559 15:41 น. (แก้ไขล่าสุด 26 กรกฎาคม 2559 10:20 น.)
“ทุกความรู้สึกดีๆ ต้องดีได้อีก” การปั้นแบรนด์ครั้งใหม่ของดีแทค
        ดีแทค รื้อแนวคิดสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้า ภายใต้แบรนด์แคมเปญใหม่ “ทุกความรู้สึกดีๆต้องดีได้อีก” ที่จะปั้นให้แบรนด์ดีแทคกลับไปสู่จุดยืนเดิมที่แตกต่างจากคู่แข่ง พร้อมประกาศต้องการขึ้นเป็นแบรนด์ดิจิตอลอันดับ 1 ภายในปี 2563 ภายใต้การปรับ 3 แกนหลัก คือ ดีเอ็นเอ บริการดิจิตอล และพาร์ตเนอร์ จากงบการตลาดรวมกว่า 5 พันล้านบาท
       
       นายสิทธิโชค นพชินบุตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า สิ่งจำเป็นที่ดีแทคต้องทำในเวลานี้คือ การกลับไปหาตัวตน หรือจุดยืนของดีแทคที่แตกต่างจากคู่แข่ง ที่มีภาพของแบรนด์ที่ใส่ใจในลูกค้า ให้กลับมาให้ลูกค้าเป็นตัวตั้งในการให้บริการ ภายใต้รูปแบบการทำตลาดที่จะใส่ใจให้ลูกค้ากลับมารักดีแทค และทำให้ลูกค้ากลับมาหา
       
       “ที่ผ่านมา จะมีคนถามว่าดีแทคจะยังอยู่ในเมืองไทย และยังจะลงทุนต่อมั้ย ถ้าเกิดดีแทคไม่ลงทุน ก็จะไม่เห็นการลงทุนในการขยายเครือข่าย แม้ว่าจะหมดสัมปทานในปี 2561 และสิ่งที่ลงทุนจะถูกโอนย้ายไปให้ทาง กสท โทรคมนาคม ซึ่งถ้าเป็นเงินส่วนตัวเชื่อว่าทุกคนคงไม่ลงทุน แต่การที่ดีแทคลงทุน เหมือนเป็นการส่งสัญญาณอะไรบางอย่างถึงความมั่นใจที่จะลงทุนต่อเนื่องในประเทศไทย รวมถึงงบการตลาดในปีนี้ที่จะเพิ่มจากปีที่ผ่านมา 20% หรือราว 5 พันล้านบาท”
       
       ขณะที่มุมมองถึงการแข่งขันในตลาดในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 เชื่อว่า จะยังรุนแรงเหมือนเดิม ด้วยรูปแบบของการแจกเครื่อง ที่เหมือนเป็นการใช้เงินเพื่อซื้อส่วนแบ่งการตลาด ที่ดีแทคเริ่มมีการขยับในการทำแคมเปญแจกเครื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อสู้กับตลาดในระยะสั้น แต่จะโฟกัสไปที่ลูกค้าเดิม ก่อนขยายไปยังลูกค้าย้ายค่าย
       
       ในระยะต่อไป ดีแทค มองว่า แคมเปญดังกล่าวไม่ได้ทำให้การแข่งขัน และสภาพอุตสาหกรรมในตลาดมีความยั่งยืน ดังนั้น ต่อไปในอนาคตคงต้องมีการสร้างเกมของตัวเองขึ้นมา ไม่ใช่การทำแคมเปญตามคู่แข่ง ซึ่งกำลังดูอยู่ว่าเมื่อถึงจุดที่เหมาะสมก็จะแยกตัวออกมา เพราะถือเป็นเกมการแข่งขันในระยะยาว
       
       ปัจจุบันจุดที่ต้องแก้คือ ลูกค้าพรีเพด ที่เริ่มเสียฐานลูกค้าไปในช่วงที่ผ่านมา ทำให้แผนในระยะสั้นคือ การทำตลาดเพื่อชิงส่วนแบ่งกลับมา เพราะในกลุ่มลูกค้าโพสต์เพด ดีแทคถือว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันจำนวนลูกค้าที่ใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นเป็น 60% ขณะที่สัดส่วนสมาร์ทโฟน เพิ่มขึ้นเป็น 65% ส่วนเป้าหมายของลูกค้า 4G ปลายปีอยู่ที่ 6 ล้านเลขหมาย
       
       เป้าหมายหลักของดีแทคในการทำตลาดต่อจากนี้คือ การที่พนักงานร่วมใจกันที่จะก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์ดิจิตอลอันดับ 1 ในประเทศไทย ภายในปี 2563 ภายใต้การพัฒนาดีแทคใน 3 เรื่อง คือ 1.การปรับภาพลักษณ์แบรนด์ และวัฒนธรรมการทำงานที่สะท้อนความเป็นองค์กรดิจิตอล 2.นำเสนอบริการดิจิตอลอย่างต่อเนื่องให้ตรงต่อความต้องการทุกของตลาด และ 3.พัฒนาความสัมพันธ์ และความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในระดับในประเทศ และพันธมิตรระดับโลก
       
       โดยในส่วนของการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ และคุณลักษณะของพนักงาน ดีแทค มี DNA ของคนทำงานหลังมีการปรับโครงสร้างองค์กรที่มีผู้บริหารเลือดใหม่ เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรในแบบของการแหกกฎเดิมๆ ที่มีอยู่เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่า (Be a Disruptor) ภายใต้พื้นฐานของความซื่อสัตย์ และจริยธรรม
       
       ที่มีองค์ประกอบหลัก 4 อย่างคือ 1.ความหาญกล้าในการลงมือทำงานและตัดสินใจ (Be daring) 2.มีความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น (Think differently) 3.ลงมือทำอย่างรวดเร็ว (Act Fast) และ 4.มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ (Passion to Win)
       
       “สิ่งที่เห็นได้ในช่วงที่ผ่านมาคือ ดีแทค ไม่ได้ทำในจุดแข็ง แต่ทำตัวคล้ายกับคู่แข่ง จากเดิมที่แบรนด์ดีแทคเป็นคนดี อารมณ์ดี มีน้ำใจเผื่อแผ่แก่คนอื่น ซึ่งวิธีการทำความดีในยุคปัจจุบันต้องดีขึ้นได้อีก คือ การสื่อไปถึงความตรงไปตรงมา อย่างการเปิดให้ตรวจสอบได้ จากการเป็นองค์กรที่โปร่งใส ซึ่งในระยะสั้นอาจจะต้องได้รับผลกระทบบ้าง แต่ดีแทคจะสร้างบรรทัดฐาน และทำอะไรให้เป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมได้”
       
       ถัดมาคือ โฟกัสไปที่การนำเสนอบริการดิจิตอล รวมทั้งเน้นจุดยืนในการนำเสนอความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้า และพัฒนาประสบการณ์ใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยบริการดิจิตอล เช่น บริการ dtac Music Infinite บริการดีแทคแอปพลิเคชัน และบริการดิจิตอลใหม่ๆ ที่จะนำเสนออย่างต่อเนื่อง แม้ว่าความเป็นดิจิตอลไม่ได้สร้างรายได้กลับมาอย่างรวดเร็ว แต่ในระยะยาวก็จะเป็นการสร้างตัวตนที่ชัดเจนให้แก่ดีแทค
       
       สุดท้ายคือ การพัฒนาความสัมพันธ์ และความร่วมมือกับพันธมิตรในระดับประเทศ และพันธมิตรระดับโลก จะเน้นไปที่ความร่วมมือในการคัดสรรค์บริการดิจิตอล มิวสิก วิดีโอสตรีมมิ่ง ที่ให้ความรู้ ความบันเทิง ตรงต่อความต้องการของลูกค้า รวมทั้งความร่วมมือกับพันธมิตรผู้นำด้านเกมต่างๆ ที่จะทยอยให้บริการในปีนี้ต่อไป รวมถึงการพัฒนาความสัมพันธ์กับพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายในการกระจายสินค้า และบริการให้เข้าถึงลูกค้าได้อย่างสะดวกสบาย
       
       “ที่ผ่านมา จะมีช่องว่างระหว่างความเป็นคนไทย และชาวต่างชาติ ซึ่งที่ผ่านมา ดีแทคยังทำไม่พอ ต่อจากนี้ไปดีแทคจะวิ่งเข้าไปหาทุกคนที่พร้อมจะไปด้วยกัน และมีความแอ็กทีฟมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่ย้ำต่อทีมงานตลอดคือ จะทำอย่างไรเพื่อให้ขึ้นเป็นที่ 1 ในตลาดได้มากกว่า”
       
       สิ่งที่จะเห็นต่อไปนี้ คือ ดีแทคจะกลับมาใช้การสร้างแบรนด์ภายใต้อีโมชันแนลมาร์เกตติ้ง ผสมผสานไปกับโปรดักต์เช่นเดิม ด้วยการเข้าถึงความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ไม่ใช่การชูในเรื่องของการเป็นเครือข่ายที่ดี หรือมีคุณภาพ ด้วยการสร้างแบรนด์ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ทุกความรู้สึกดีๆ ต้องดีได้อีก”
       
       
       
       Company Relate Link :
       Dtac

จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
ยังไม่มีผู้เห็นด้วย
0 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
100 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2016