เอไอเอส จุดพลุ 'Digital for Thai'(Cyber Weekend)

โดย MGR Online   
16 กรกฎาคม 2559 09:35 น.
เอไอเอส จุดพลุ 'Digital for Thai'(Cyber Weekend)
Digital for Thai – สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ (เสื้อขาว) ซีอีโอ เอไอเอส ร่วมกับเนคเทค และตชด.ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคนตามแนวทาง 'Digital For Thai' นำร่องด้วยโครงการระบบไอซีที และพลังงานทดแทนแบบบูรณาการสำหรับชุมชนชายขอบ ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) บ้านคีรีล้อม หมู่ 1 ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อยจ.ประจวบคีรีขันธ์
        หนึ่งในแผนที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ และถือเป็นการยกระดับรูปแบบการให้บริการจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมเบอร์ 1 ในประเทศไทยอย่างเอไอเอส ที่เปลี่ยนแปลงบริษัทมาเป็นดิจิตอล เซอร์วิส โพรวายเดอร์ กำลังจะยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยภาพของแบรนด์ไอเดียใหม่ที่จะมาช่วยยกระดับ คุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคนกับ 'Digital For Thai'
       
       สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ให้ข้อมูลถึงทิศทางในการเป็นผู้ให้บริการในยุคดิจิตอลว่า ในช่วงเดือนตุลาคมทางเอไอเอสจะมีการปรับเปลี่ยนแบรนด์ไอเดียใหม่ที่จะใช้ เป็นแนวคิดหลักในการเข้าถึงผู้บริโภค จากเดิมที่ก่อนหน้านี้มีการนำแท็กไลน์อย่าง 'Live Digital Live More' มาใช้เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคดิจิตอล
       
       ต่อไปในอนาคตหลังจากที่มีการเปิดตัว 'Digital For Thai' จะถือเป็นการยกระดับการให้บริการของเอไอเอสที่บริการทุกอย่างจะเกิดขึ้น เพื่อตอบความต้องการของคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนเมือง คนต่างจังหวัด รวมถึงประชาชนชาวไทยที่อยู่ตามหมู่บ้านที่ห่างไกล ให้ได้เข้าถึงระบบดิจิตอล
       
       'ที่ผ่านมาเราเห็นแล้วว่าการมาของดิจิตอลเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมของคนที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งปัจจุบันคนในเมืองได้เข้าถึงบริการดังกล่าวแล้ว แต่สิ่งที่เอไอเอสไม่เคยลืมเลย คือกลุ่มคนที่อยู่ในท้องถิ่นที่ห่างไกล ดังนั้นการยกระดับชีวิตประชาชนคนไทยของเอไอเอสจะไม่ใช่แค่การยกระดับคนเมือง แต่จะเป็นการยกระดับทุกๆคนในประเทศไทยให้เข้าถึงการเชื่อมต่อที่เป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดในการเข้าสู่ยุคดิจิตอล'
       
       เมื่อประชาชนสามารถเข้าถึงการเชื่อมต่อ ก็จะสามารถเข้าถึงการใช้งานแอปพลิเคชัน และคอนเทนต์ที่หลากหลาย ซึ่งทางเอไอเอส ได้เน้นความสำคัญไว้ที่ 5 ส่วนหลักๆคือในเรื่องของการให้บริการวิดีโอ ,เกม ,โมบายมันนี่, คลาวด์ และ IoT ที่จะสามารถเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

เอไอเอส จุดพลุ 'Digital for Thai'(Cyber Weekend)
        อย่างไรก็ตามในการทำให้ประชาชนไทยเข้าถึงโลกดิจิตอล จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ 4 ด้านหลักๆคือ การศึกษา ,สาธารณสุข, การเกษตร และความปลอดภัยในชีวิต เพราะถือเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่จะช่วยสร้างบุคลากร และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยให้เข้าสู่ยุคดิจิตอลมากขึ้น
       
       ก่อนหน้านี้ เอไอเอส ได้เริ่มปูพื้นทางด้านสาธารณสุขให้คนไทย ด้วยการพัฒนาแอปพลิเคชัน 'อสม.ออนไลน์' เพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารในการรับส่งข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุขในชุมชน ที่ปัจจุบันมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่เริ่มใช้งานแอปพลิเคชันนี้แล้วประมาณ 50 แห่งในพื้นที่ต่างๆทุกภูมิภาค และจะขยายอย่างต่อเนื่องต่อไปเพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
       
       ขณะที่ในแง่ของความปลอดภัย ก็ได้มีการเริ่มนำแอปพลิเคชันอย่าง Safe & Care ที่จะเข้ามาช่วยเหลือในด้านความปลอดภัยให้แก่ครอบครัว ส่วนในมุมของการเกษตรก็ได้มีการเตรียมที่จะเปิดตัวแอปพลิเคชันเพื่อช่วยพัฒนาอาชีพหลักของคนไทยกว่า 70% ที่ทำเกษตรกรรมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
       
       ล่าสุดในแง่ของการศึกษา เอไอเอส ได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆไม่ว่าจะเป็น มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จัดทำโครงการระบบไอซีที และพลังงานทดแทนแบบบูรณาการสำหรับชุมชนชายขอบ ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โดยนำร่องในการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) บ้านคีรีล้อม หมู่ 1 ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อยจ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ปัจจุบันทำการสอนตั้งแต่ระดับก่อนประถมจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนทั้งสิ้น 105 คน และตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล บริเวณป่าต้นน้ำหน่วยพิทักษ์ป่าคีรีล้อม ให้สามารถเข้าถึงไฟฟ้าจากพลังงานธรรมชาติ และเข้าถึงการสื่อสาร ที่รวมถึงอินเทอร์เน็ต
       
       ด้วยการนำพลังงานทดแทนแบบบูรณาการจากพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานน้ำชาร์จไฟเข้าไปในแบตเตอรี เพื่อเก็บพลังงาน และส่งต่อพลังงานที่สม่ำเสมอไปยังตัวแปลงแรงดันไฟฟ้า (Inverter) แปลงจากไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ เพื่อจ่ายไปยังอาคารเรียน ที่มีทั้งเซิร์ฟเวอร์ ระบบการเรียนทางไกล (eDLTV Server) ในการดาวน์โหลดมาเก็บไว้ คอมพิวเตอร์ ทีวี หลอดไฟในอาคารเรียน (หลอดประหยัดพลังงาน)

เอไอเอส จุดพลุ 'Digital for Thai'(Cyber Weekend)
        เพียงแต่ในมุมของการสื่อสาร เนื่องจากเป็นหมู่บ้านที่มีภูเขาล้อมรอบ ทำให้ต้องมีการส่งสัญญาณจากสถานีฐานในเมืองแบบไร้สาย ผ่านจุดส่งต่อสัญญาณที่มีทั้งเป็นสถานีฐาน และ ในบางจุดที่อยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าก็จะใช้การติดอุปกรณ์ไว้บนต้นไม้ใหญ่ส่งต่อสัญญาณไปที่ตัวรับซึ่งตั้งอยู่ในบ้านคีรีล้อมอีกทีหนึ่ง ในการให้บริการ 3G
       
       'เอไอเอสเชื่อมั่นในการสร้างอีโคซิสเต็มส์เพื่อให้หลายฝ่ายเข้ามาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กัน ซึ่งในความร่วมมือในครั้งนี้ถ้าไม่มีเนคเทคก็จะไม่มีผู้ออกแบบระบบพลังงาน ถ้าไม่มีตชด.มาช่วยออกแรงในการสร้างความสำเร็จในศูนย์นำร่องแห่งนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น จากงบประมาณราว 3.5 ล้านบาท'
       
       หลังจากนี้ต่อไป เป้าหมายของเอไอเอสจะชัดเจน ในการนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อพัฒนาสังคมไทย ซึ่งจะทำอย่างต่อเนื่องแน่นอน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ทุรกันดารเพื่อให้รับรู้ว่ามีชุมชน และทุกคนสามารถเข้ามาร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรไทยได้
       
       ด้านพล.ต.ท.ดร ปิ่นเฉลียว ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงหน้าที่หลักของตชด.คือดูแลด้านความมั่นคง ที่มีหลายมิติ เพราะปัจจุบันด้านการสู้รบหายไปแล้ว แต่ยังมีความมั่นคงทางคุณภาพชีวิต เพราะประชาชนควรจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี การเข้ามาเสริมของเอไอเอส และเนคเทค เข้ามาช่วยทำให้เป็นไปตามที่วางไว้ ด้วยการให้การศึกษา สร้างสาธารณสุข เพื่อความเป็นคนไทย ความเป็นมิตร ทำให้ชุมชนมีความสุขกับการได้อยู่ในพื้นที่ชายแดน
       
       'บ้านคีรีล้อม ถือเป็นศูนย์กลางของชุมชน สิ่งที่ตามมาคือการสร้างองค์ความรู้ นอกเหนือไปจากการให้การศึกษา และยังมีการให้บริการสุขศาลา ที่ใช้อินเทอร์เน็ตในการช่วยรักษาทางไกล ด้วยการปรึกษาคำแนะนำจากศูนย์พยาบาล กับสาธารณสุขในพื้นที่ และมีการให้ตะเกียงไฟฟ้า พร้อมจุดชาร์จ ให้นักเรียนนำกลับไปใช้ที่บ้านตอนกลางคืน แทนไฟฟ้าที่เข้าไม่ถึง'

เอไอเอส จุดพลุ 'Digital for Thai'(Cyber Weekend)
        ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม รองผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า จากพันธกิจในการนำเทคโนโลยีมาวิจัย เพื่อนำมาพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติ โครงการอย่างโรงเรียนชายขอบนี้ถือว่าเป็นประโยชน์มากๆกับชุมชน เพราะถ้าขาดแคลนครู ขาดแคลนความรู้ แต่หากสามารถนำเทคโนโลยีการสื่อสารเข้ามาได้ก็จะช่วยทำให้เกิดประโยชน์ได้
       
       'เพื่อให้โครงการนี้เป็นแบบบูรณาการทีมงานเนคเทคจึงได้มีการติดตั้งระบบตรวจวัดข้อมูลระยะไกล (Remote Monitoring) ที่สามารถควบคุมได้จากส่วนกลาง ไว้กรณีที่อุปกรณ์ใดๆมีปัญหาก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ขึ้นมาตรวจสอบ หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ได้ทันที เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในระยะยาวด้วย'
       
       นอกจากนี้ ยังระบุว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการต้นแบบของเนคเทคที่จะขยายต่อเนื่องไปอีกกว่า 20 โรงเรียนในอนาคต ตามแผนที่ทางกระทรวงไอซีทีกำหนดไว้ เพียงแต่ต้องดูถึงความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นกับองค์กร และภาคเอกชนต่างๆอีกทีหนึ่ง ว่าจะเป็นไปในรูปแบบใด

ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2016