จับเข่าคุย “สิทธิโชค นพชินบุตร” จับชีพจรดีแทค “พลิก ชีวิตเปลี่ยน” ลูกค้าต้องแฮปปี้ [ชมคลิป]

โดย MGR Online   
17 มีนาคม 2560 06:58 น. (แก้ไขล่าสุด 17 มีนาคม 2560 13:46 น.)
จับเข่าคุย “สิทธิโชค นพชินบุตร” จับชีพจรดีแทค “พลิก ชีวิตเปลี่ยน” ลูกค้าต้องแฮปปี้ [ชมคลิป]
สิทธิโชค นพชินบุตร
        เมื่อเป็นแบรนด์ “คนดี ใจดี” อย่างเดียวไม่พอในยุคนี้ ทำให้ดีแทค ต้องปรับภาพแบรนด์ให้ชัดขึ้น ด้วยการใส่ทั้งความเป็นคนดี มีความจริงใจ และเป็นคนเก่ง ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยการนำความรู้สึกอย่าง Feel Good มาผสมกับความแตกต่างอย่าง “Flip it แค่พลิก ชีวิตก็ง่าย” เพื่อเข้าไปแก้ปัญหา
       
       สิ่งที่เกิดขึ้น คือ เริ่มเห็นการแสดงออกของดีแทค ที่จะเข้าไปแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้งานในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เริ่มด้วยการออกแพกเกจเน็ตความเร็วคงที่ไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน มาแก้ปัญหาเน็ตหมด เน็ตไม่วิ่ง ก่อนตามด้วยเซอร์วิสอื่นๆ ที่สุดท้ายแล้วผู้บริโภคจะรู้สึกได้เองว่าดีแทค เปลี่ยนไป
       
       สิทธิโชค นพชินบุตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด และ ปริศนา รัตนสุวรรณศรี ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดธุรกิจโพสต์เพดบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมา โอเปอเรเตอร์ทุกรายต่างแข่งขันกันในมุมของการออกโปรโมชัน หรือบริการใหม่ๆ ที่เพิ่มสีสันให้แก่ตลาด แต่ไม่มีรายใดเลยที่เข้ามาแก้ปัญหาในการใช้งานของลูกค้า หรือมาแก้ความเจ็บปวดใหญ่ที่สุด คือ เรื่องความคุ้มค่าในการใช้บริการ
       
       “ที่ผ่านมา ดีแทคจะได้รับฟีดแบ็กถึงปัญหาเรื่องความเร็วในการใช้งานที่ต่อเนื่อง จนกลายเป็นลูกค้าเข้าใจผิดว่า เครือข่ายมีปัญหา แต่เมื่อตรวจสอบแล้ว ส่วนใหญ่ใช้งานแพกเกจอินเทอร์เน็ตที่สมัครไว้หมด และติด FUP ทำให้ความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตลดลง”
       
       

       
       เมื่อมองไปถึงปัญหาดังกล่าว ดีแทคจึงเริ่มทำแพลตฟอร์มอย่าง “Flip It แค่พลิก ชีวิตเปลี่ยน” มาใช้ โดยเข้ามาแก้ Pain Point ของลูกค้าที่มีปัญหาในเรื่องของความเร็วในการใช้งานโมบายดาต้า ขณะเดียวกัน ลูกค้าก็ต้องได้ความคุ้มค่ามากขึ้นด้วย
       
       ดังนั้น กระแสตอบรับของแพกเกจ “Go โนลิมิต” ที่ออกมาจึงได้รับการตอบรับทั้งจากลูกค้าเก่า และลูกค้าใหม่ที่เข้ามาสมัครใช้งานจนทะลุ 5 แสนราย ภายในเวลาไม่ถึงเดือน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะในช่วงแรกเมื่อลูกค้าสมัครใช้งาน และพบประสบการณ์ใช้งานดีจริง ก็จะมีการบอกต่อ ทำให้เกิดการใช้งานในวงกว้างมากขึ้น
       
       “อีกปัญหาที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม คือ การตีความคำว่า เครือข่ายดีของผู้ใช้งานแต่ละคน บางรายอาจจะมองว่า เครือข่ายดีมาจากการใช้งานจริงแล้วลื่นไหลไม่มีสะดุด แต่บางกลุ่มจะมองว่า เครือข่ายที่ดี ต้องใช้งานได้เร็ว แรง ทำให้การสื่อสารไปยังลูกค้าของผู้ให้บริการแตกต่างกัน”

จับเข่าคุย “สิทธิโชค นพชินบุตร” จับชีพจรดีแทค “พลิก ชีวิตเปลี่ยน” ลูกค้าต้องแฮปปี้ [ชมคลิป]
ปริศนา รัตนสุวรรณศรี
        ในมุมของดีแทค วางกรอบแนวคิดที่จะสร้างความต่างออกมา ด้วยการมองว่า เครือข่ายที่ดี ต้องใช้งาน “ลื่น” ไม่สะดุด เพื่อฉีกภาพให้ออกจากการแข่งขันในแง่ของการเชื่อมต่อด้วยความเร็วสูงสุดในช่วงเวลาที่ทดสอบ เพราะในแง่ของการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นการสตรีมมิ่งเพลง วิดีโอ ก็ไม่ได้จำเป็นต้องใช้ความเร็วระดับ 100 Mbps ในการเชื่อมต่อ แต่ขอแค่วิ่งเสถียรๆ ความเร็ว 4-10 Mbps ก็เพียงพอแล้ว
       
       “หลายค่ายมองลูกค้าเหมือนเป็นวิศวกร อวดกันแต่เรื่องความเร็ว ไม่ได้พูดถึงการใช้งาน ขณะเดียวกัน ปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดช่องว่างอายุของผู้ใช้ ทำให้ปัจจุบันการตีความกลุ่มผู้ใช้เริ่มเปลี่ยนไป อาจจะไม่ได้มองที่เพศ หรือช่วงอายุแล้ว แต่กลายเป็นใช้ความสนใจของผู้ใช้มาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า”
       
       ขณะเดียวกัน ดีแทคให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลด้วยการนำมาตรฐานเดียวกับยุโรป มาใช้งาน เพื่อควบคุม ไม่ให้เกิดการนำข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าไปใช้งาน เพราะที่ผ่านมา ถ้ามีการนำข้อมูลมาใช้ในการออกผลิตภัณฑ์ก็จะเป็นในภาพรวม ภายใต้ข้อกำหนดของกฏหมาย
       
       ***ร่วมกันพลิกจากภายในองค์กร
       
       แม้ว่าในมุมของผู้บริโภคจะเริ่มเห็นการพลิกของดีแทคที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ การร่วมกันพลิกของพนักงานภายในองค์กร ที่ล่าสุด ดีแทคกำลังมีแคมเปญ “Flip It Challenge” ซึ่งเป็นกิจกรรมภายในองค์กรที่ให้บุคลากรแต่ละฝ่ายรวมทีมกัน สร้างไอเดียที่จะมาแก้ปัญหาการใช้งานของลูกค้า
       
       โดยจุดประสงค์หลัก คือ การนำไอเดียของแต่ละทีมมานำเสนอให้คณะกรรมการจากนอกองค์กร โดยดูจากประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ ซึ่งทางดีแทค เชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างต้องมาจากคนข้างในก่อน ไม่ใช่ไปดูว่าในตลาดตอนนี้มีการแข่งขันเป็นอย่างไร แต่ไม่พัฒนาบริการให้มาแก้ปัญหาของผู้บริโภค
       
       “ที่ผ่านมา โอเปอเรเตอร์ทุกรายจะเน้นความง่ายในการพัฒนาเซอร์วิสแก่ลูกค้า โดยไม่คำนึงว่าลูกค้าจะเข้าใจหรือไม่ แต่หลังจากนี้ดีแทค จะกลับกันด้วยการทำให้ลูกค้าเข้าใจง่ายขึ้น แม้ว่าหลังบ้านจะต้องทำงานหนักขึ้น ก็ขอให้เป็นเรื่องยากที่อยู่ภายใน แต่ลูกค้าใช้งานได้สะดวกขึ้นดีกว่า”
       
       ***คอร์บิสิเนสยังเป็นโมบาย
       
       ด้วยแนวทางของดีแทค ที่ยังไม่ได้รุกไปในตลาดอื่นๆ นอกเหนือจากธุรกิจโมบาย เนื่องจากมองว่า ต้องการทำธุรกิจโมบายให้ดีก่อน อยากลองสู้ในสิ่งที่ทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของบริการที่ลูกค้ามีการใช้งานในชีวิตประจำวัน แม้ว่าจะมีเสียงก่นด่าจากลูกค้าทุกวัน ก็ต้องรับ และนำมาปรับปรุง

จับเข่าคุย “สิทธิโชค นพชินบุตร” จับชีพจรดีแทค “พลิก ชีวิตเปลี่ยน” ลูกค้าต้องแฮปปี้ [ชมคลิป]
        “ดีแทคอยากเป็นคนสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับอุตสาหกรรม เพราะปัจจุบัน เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมาก ทำให้ต้องมีการมอนิเตอร์เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น และพร้อมที่จะนำมาใช้งานให้กับลูกค้า แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นเรื่องการมีพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ เพราะท้ายที่สุดท้ายทิศทางของอุตสาหกรรมก็จะไปในแนวทางนั้น”
       
       อย่างการร่วมมือกับผู้ผลิตคอนเทนต์ที่จะเข้ามาเป็นรายได้เสริมให้แก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ก็ต้องมีการทดลอง เพราะด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคคนไทยว่า จะมีการจ่ายเงินให้กับคอนเทนต์ลิขสิทธิ์มากแค่ไหน ซึ่งยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ รวมถึงการดูโมเดลทางธุรกิจที่เหมาะสมว่า ทำอย่างไรให้คนจ่ายเงินเพื่อคอนเทนต์ที่ดี และต่อไป เมื่อผู้บริโภคคุ้นเคยกับคอนเทนต์ที่มีค่าใช้จ่าย ก็ต้องมาดูถึงเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ต่อว่า ทางภาครัฐจะมีการสนับสนุนอย่างไร
       
       ทั้งนี้ ดีแทคไม่เชื่อในโมเดลการผูกขาดสินค้า และบริการ เพราะมองว่า ผู้บริโภคทุกรายมีสิทธิที่จะเลือกใช้งานให้เหมาะสมตามความต้องการของแต่ละคน ถ้าไปจำกัดสิทธิในการเข้าถึงก็ยิ่งทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่ดี และสุดท้ายก็จะเลิกใช้งานบริการอื่นๆ ไปด้วย
       
       ***การประมูลคลื่นต้องเกิดแน่
       
       หนึ่งในปัญหาสำคัญที่จะเกิดขึ้นกับดีแทค ในช่วงปีหน้า คือ เรื่องของคลื่นความถี่ แม้ว่าล่าสุด ทาง กสทช.จะมีการกำหนดแผนการประมูลคลื่นความถี่ออกมาค่อนข้างชัดเจนว่า จะจัดประมูลล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2561 ก่อนที่ดีแทค จะหมดสัมปทานคลื่น 1800 MHz ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2561 ทำให้ปัจจุบัน ดีแทคต้องมีการบริหารจัดการทั้งในแง่ของเงินลงทุนที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการประมูลที่จะเกิดขึ้น พร้อมๆ ไปกับการลงทุนเครือข่ายที่ต้องขยายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามเทรนด์การใช้งานของผู้บริโภค ที่มีการใช้งานดาต้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จับเข่าคุย “สิทธิโชค นพชินบุตร” จับชีพจรดีแทค “พลิก ชีวิตเปลี่ยน” ลูกค้าต้องแฮปปี้ [ชมคลิป]
        “อีกปัจจัยที่เชื่อว่าจะทำให้เกิดการประมูล คือ เรื่องของเศรษฐกิจ เพราะการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz และ 1800 MHz ที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่า เป็นช่องทางหารายได้ของรัฐบาลช่องทางหนึ่งที่ทำได้เร็ว และเห็นผลสร้างรายได้ให้กับรัฐบาลอย่างมหาศาล”
       
       ดังนั้น ถ้ารัฐบาลต้องการเงินทุนมาหมุนเวียน เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถไปต่อได้ ก็มีโอกาสที่จะเกิดกระบวนการที่ต้องการสร้างรายได้เข้ารัฐ และด้วยการที่รัฐบาลมีวิธีการหารายได้ที่ค่อนข้างจำกัด ทุกฝ่ายจึงเห็นว่า ควรที่จะมีการประมูลคลื่นความถี่เกิดขึ้น
       
       แต่แน่นอนว่าก่อนที่จะถึงการประมูลคลื่นความถี่ในปี 2561 ก็มีโอกาสที่ดีแทคจะเข้าไปเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับทีโอที ที่ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมยื่นเสนอแผนธุรกิจที่จะใช้วิธีพิจารณาด้วยวิธีการบิวตี้ คอนเทสต์ เพื่อนำคลื่น 2300 MHz มาให้บริการ
       
       ***เมื่อโรมมิ่งไม่สร้างรายได้ ก็สร้างความสะดวกให้ผู้ใช้ไปเลย
       
       การให้บริการโรมมิ่ง ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ดีแทค ให้ความสนใจ โดยในช่วงกลางปีนี้ เตรียมที่จะเปิดตัวซิมโรมมิ่งโดยเฉพาะ โดยจะชูจุดเด่นจากการใช้งานเน็ตได้ตามปริมาณที่กำหนดในช่วงสัปดาห์ เพียงแต่จะทำให้เหนือกว่าคู่แข่งรายอื่นด้วยการเพิ่มประเทศที่ครอบคลุมการใช้งานที่มากกว่า
       
       พร้อมไปกับการนำเสนอ dtac wifi calling app ที่ช่วยให้ลูกค้านอกจากจะใช้งานดาต้าผ่านการโรมมิ่งแล้ว ยังสามารถติดต่อสื่อสารผ่านการใช้ระบบ wifi calling ได้จากสมาร์ทโฟนที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และไอโอเอส แทบทุกรุ่นในท้องตลาด
       
       “การเปิดให้บริการ wifi calling app จะเข้ามาตอบโจทย์การใช้งานโทรศัพท์ของลูกค้าในต่างประเทศให้สามารถติดต่อสื่อสารได้เหมือนอยู่ในประเทศ ด้วยค่าโทร.ตามแพกเกจที่เลือกใช้ ช่วยให้สามารถเปลี่ยนสัญญาณ wifi ทั่วโลกเป็นเสาสัญญาณของดีแทค”
       
       ทั้งนี้ นับจากดีแทค เปิดให้บริการ wifi calling ในปีที่ผ่านมา พบว่า จากรายได้ของบริการข้ามแดนอัตโนมัติในปี 2558 อยู่ที่ 1,336 ล้านบาท แต่พอมาในปี 2559 รายได้จากบริการข้ามแดนอัตโนมัติลดลงเหลือ 1,168 พันล้านบาท ลดลงถึง 13%
       
       “เมื่อเห็นแล้วว่า ยังไงตลาดโรมมิ่งก็มีรายได้น้อยลงเรื่อยๆ อยู่แล้ว ดีแทคจึงเลือกที่จะฆ่าตัวเองในตลาดที่ถดถอย และมาสร้างทางเลือกในการใช้งานให้แก่ลูกค้า และมีรายได้จากการให้บริการค่าโทร.ตามแพกเกจที่ใช้ดีกว่า”
       
       อย่างไรก็ตาม ในการใช้งานวอยซ์ปัจจุบัน ถือว่าลดลงมาอยู่ในระดับที่ค่อนข้างนิ่งแล้ว เพราะความนิยมในการใช้งาน VoIP หรือโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต จะเกิดจากการใช้งานในกลุ่มผู้ใช้ โดยเฉพาะวัยรุ่น เมื่อกลุ่มนี้มีการใช้งานครบจนหมดแล้ว การที่จะขยายไปยังกลุ่มอื่นก็จะทำได้ยากขึ้น
       
       จากทีเด็ดเรื่อง “ลื่น” ของ อั้ม-พัชราภา ตามมาด้วยแพกเกจ “Go โนลิมิต” ที่เดินเรื่องด้วย นาย-ณภัทร ตามด้วยบริการ wifi calling app ถือว่าดีแทค จบไตรมาสแรกได้สวยงาม ชดช้อย กว่าค่ายอื่นในตลาด แต่หนทางอีกยาวไกล ยังต้องทำงานหนักอีกหลายยกเพื่อให้ลูกค้าตระหนักได้ว่า “ดีแทค Flip It แค่พลิกชีวิตก็ง่าย จริงๆ”

จำนวนคนโหวต 15 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
20 %
ไม่เห็นด้วย 12 คน
80 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017