หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | บทความ
บทความ คำนูณ สิทธิสมาน, หลังวัดชนะสงคราม

อิหร่าน คนร้ายของโลกจริงหรือ??

โดย คำนูณ สิทธิสมาน
19 กุมภาพันธ์ 2555 16:29 น.
ภาพที่ปรากฏเหมือนคนร้ายประกอบระเบิดเตรียมการไปก่อการแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นก่อน
       
        ภาพที่ปรากฏสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจอร์เจีย อินเดีย และในไทยเองก่อนหน้านี้ไม่นาน สอดคล้องกับการเตือนล่วงหน้ารวมทั้งการให้ข่าวที่ตามมาต่อเนื่องของเครือข่ายประเทศมหาอำนาจตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล และสอดคล้องกับพลอตเรื่องหนังฮอลลีวูดที่เราดูเรื่องแล้วเรื่องเล่าต่อเนื่องมา
       
        ภาพที่ปรากฏเสมือนอิหร่านเป็นคนร้ายของโลก!
       
        เหตุการณ์พระสยามเทวาธิราชช่วยเหลือประเทศไทยอีกครั้งหนึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อนทำให้ผมย้อนนึกถึงเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้เมื่อ 18 ปีก่อนที่พระผู้เป็นเทวดารักษาสยามประเทศนี้ได้ออกแรงช่วยเหลือไว้หนักหนาสาหัสกว่าครั้งนี้อีก เพราะครั้งนั้นไม่ใช่แค่ระเบิดสังหารเป้าหมายบุคคล แต่เป็นระเบิดสำหรับก่อวินาศกรรมต่อสถานที่และชีวิตบุคคลกินอาณาบริเวณกว้างถึง 2 ตารางกิโลเมตร
       
        นั่นก็อิหร่านเหมือนกัน!!
       
        เช้าวันหนึ่งในเดือนมีนาคม 2537 รถบรรทุกหกล้อเล็กคันหนึ่งขับออกมาจากที่จอดรถห้างเซ็นทรัลชิดลม คนขับกับเพื่อนที่นั่งมาเป็นชาวต่างชาติหน้าตากระเดียดไปทางตะวันออกกลาง ระหว่างเลี้ยวบังเอิญไปเฉี่ยวชนมอเตอร์ไซค์รับจ้าง คนขับกับเพื่อนต้องลงมาเจรจา มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ระดมพรรคพวกมากดดันเรียกร้องค่าเสียหาย คนขับรถบรรทุกขอจ่ายเป็นเงินดอลลาร์อเมริกัน มอเตอร์ไซค์รับจ้างไม่รับ คนขับกับเพื่อนขอตัวไปแลกเงินไทย แต่แล้วก็เดินหายไปไม่กลับมาอีก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินีสถานที่เกิดเหตุต้องขับรถบรรทุกไปจอดไว้ที่ สน.ลุมพินีไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุมากนัก ต่อมาอีกหลายวันมีผู้ประกอบการรถเช่ามาสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินีเกี่ยวกับรถบรรทุกหกล้อที่หายไป ก็พบรถคันนั้นพอดี แต่สงสัยว่าแท็งก์น้ำที่บรรทุกอยู่มาจากไหน เจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นไปเปิดแท็งก์น้ำ ปรากฏว่าช็อกเมื่อพบศพคนขับคนไทยที่ขับรถคันนี้อยู่ประจำ และพบส่วนประกอบระเบิดปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรตผสมกับน้ำมันโซล่าหนักกว่า 1 ตัน มีระเบิดซีโฟร์ขนาด 2 ปอนด์เป็นตัวจุดระเบิด มีสวิตช์กดระเบิดอยู่ในรถ....
       
        การสอบสวนพบว่าชาวตะวันออกกลางไปเช่ารถคันนี้มาเมื่อหลายวันก่อน เจ้าของขอให้เอาคนขับคนไทยไปด้วย รถคันนี้ไปจอดค้างคืนอยู่ในที่จอดรถห้างเซ็นทรัลชิดลมอยู่คืนหนึ่งก่อนจะขับออกมาเจออุบัติเหตุกิ๊กก๊อกตอนเช้า...
       
        คาดว่าเป้าหมายของคาร์บอมบ์ครั้งนั้นอยู่ที่สถานทูตอิสราเอลที่ขณะนั้นอยู่ห่างห้างเซ็นทรัลชิดลมไปแยกเดียวเท่านั้น...
       
        ต่อมาในปี 2538 มีการจับผู้ต้องสงสัยเป็นชาวอิหร่าน 3 คน ปล่อยตัวไป 2 คนในชั้นสอบสวน คงเหลือฟ้องร้องดำเนินคดี 1 คน....
       
        2 เหตุการณ์ในรอบ 18 ปีมีข้อเท็จจริงสอดรับกันว่าอิหร่านเป็นคนร้าย!
       
        คดีปัจจุบันก็ว่ากันไป
       
        คดีเมื่อ 18 ปีก่อนที่น้อยคนจะได้ติดตามรายละเอียด โดยเฉพาะรายละเอียดที่ไม่เป็นข่าว ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตจำเลยชาวอิหร่าน จำเลยที่มีนายสมชาย นีละไพจิตรเป็นทนายความอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษประหารชีวิตตามศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา
       
        ศาลฎีกายกฟ้อง!
       
        ก่อนที่ศาลฎีกาจะยกฟ้องมีเหตุการณ์ที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก คือจำเลยชาวอิหร่านทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
       
        ข้อมูลที่ผมรับรู้มาตั้งแต่ปี 2547 จากนายตำรวจสันติบาลระดับพันตำรวจเอกที่เชี่ยวชาญงานการข่าวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มายาวนาน และมีเครือข่ายสายข่าวทั้งกับอดีตชาวพรรคคอมมิวนิสต์ไทย, อดีตชาวพรรคคอมมิวนิสต์มลายา และเครือข่ายขบวนการแบ่งแยกดินแดน ก็คือ ในระหว่างการดำเนินคดีนี้มีการร้องขอความเป็นธรรมจากจำเลยจากอิหร่านในหลายรูปแบบจนเขาเข้าไปร่วมดำเนินการ จนเกิดเอะใจในพลอตเรื่อง ที่ดูภาพรวมแม้สมจริง แต่เมื่อเจาะลงไปเฉพาะจุด กลับพบเห็นสภาพการณ์ที่ไม่สมจริง ขอพูดโดยสรุปว่าพวกเขามีความเห็นว่า อาจเป็นการพยายามจัดฉากว่าจะมีคาร์บอมบ์ให้ถูกจับได้โดยบังเอิญโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย
       
       คือมีกระบวนการเตรียมการคาร์บอมบ์จริง มีคนอิหร่านจริง มีอุปกรณ์พร้อมจริง แต่ไม่ได้ประสงค์ให้เกิดระเบิดจริง
       
       ในทางการข่าวยังได้ตามติดไปถึงจารชนเครือข่ายตะวันตกคนหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญด้านระเบิด!
       
       เมื่อเห็นเช่นนี้จึงได้ให้ความช่วยเหลือจำเลยชาวอิหร่านคนนั้นในทางลับหลายต่อหลายประการด้วยกัน รวมทั้งการยื่นถวายฎีกาแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และการให้ความเป็นธรรมในการสืบพยาน
       
       ก่อนเดินทางกลับประเทศนอกจากจะแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งแล้ว จำเลยชาวอิหร่านคนนั้นและเครือข่ายยังได้ให้ข่าวสารข้อมูลในคดีสังหารเจ้าหน้าที่สถานทูตซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2532 และวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2533 อีกต่างหาก
       
       เรื่องสังหารเจ้าหน้าที่การทูตซาอุดีอาระเบียเป็นมหากาพย์ที่จะต้องหาเวลาเล่าให้ฟังกันในภายหลัง
       
       ข้อมูลที่ผมเคยรับรู้มีเท่านี้ วันก่อนในการประชุมคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาชุดหนึ่งได้สอบถามกับอดีตเบอร์หนึ่งของสำนักข่าวกรองแห่งชาติที่เข้ามาเป็นกรรมาธิการ ท่านได้กรุณาให้ข้อมูลเพิ่มเติม แม้จะไม่เหมือนเสียทีเดียวในบทสรุป แต่ที่เหมือนกันแน่ๆ คือจำเลยชาวอิหร่านคนนั้นไม่ใช่ตัวจริง เป็นแพะรับบาป การกระทำมีจริงแต่ใครจะเป็นคนทำตราบใดที่จับกุมผู้ต้องหาตัวจริงไม่ได้ก็สุดแท้แต่ความเชื่อของแต่ละคน
       
       อิหร่านจะเป็นคนร้ายของโลกหรือไม่?
       
       ถ้าเรามีฐานคิดฐานข้อมูลที่นอกเหนือจากหนังฮอลลีวูดและข่าวจากเครือข่ายตะวันตกแล้ว ตอบคำถามนี้ไม่ได้ง่ายๆ แน่ โดยเฉพาะในบริบทการเมืองเรื่องน้ำมันและแหล่งพลังงาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงเวลาที่สหรัฐอเมริกาและเครือข่ายตะวันตกมุ่งเข้ามายังเอเชียอาคเนย์อีกครั้งเพราะเป็นแหล่งน้ำมันและพลังงานใหญ่ ก็ให้บังเอิญมาเกิดเหตุเกิดภาพอิหร่านใช้ประเทศไทยเป็นสนามรบขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่เหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยิ่งนานวันยิ่งรุนแรง
       
       เรื่องนี้ต้องคิดต้องมองให้รอบคอบ
       
       อย่าคิดอย่ามองชั้นเดียว และอย่าคิดอย่ามองตามแต่ที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลชี้ให้เท่านั้น

       
       อย่าลืมว่าแต่เดิม ราชสำนักพระเจ้ากรุงสยามไว้วางใจ ชาวเปอร์เซียมุสลิมนิกายชีอะห์มาช้านาน ต้นวงศ์วานว่านเครือเข้ามาอาศัยร่มพระบรมโพธิสมภารตั้งแต่แผ่นดินพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยา รับใช้ราชสำนักมาตลอด วงศ์วานว่านเครือบางท่านเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และก่อนหน้าปี 2475 ผู้ดำรงตำแหน่งประมุขศาสนาอิสลามในประเทศไทย เป็นธรรมเนียมว่าพระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งจากผู้นำมุสลิมชีอะห์เท่านั้น
       
       และอย่าได้ลืมเชียวว่า...
       
       อภิมหาอำนาจศูนย์กลางโลกทุนนิยมอย่างสหรัฐอเมริกานั้นเป็น “สัตว์เลี้ยงลูกด้วยวิกฤต” และ “บริโภควิกฤตเป็นภักษาหาร!!”

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ถูกถอดถอน คือถูกห้ามดำรงตำแหน่งฯ ตลอดชีวิต หลักการเดิมที่ยืนมา 7 ปีแล้ว
Impeachment List อำนาจถอดถอนโดยประชาชน
พ.ศ.2558 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง
ไม่บังคับ ส.ส.สังกัดพรรค จุดเปลี่ยนในรอบ 40 ปี
รัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ฉบับลายลักษณ์อักษรและฉบับวัฒนธรรม
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 45 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2015