เมื่อฮ่องกงยกเลิกเรืออวนลาก

โดย ประสาท มีแต้ม   
12 สิงหาคม 2555 15:46 น.
        ในขณะที่กรมประมงไทยกำลังจะนิรโทษกรรมเรืออวนลากหรืออนุญาตให้เรืออวนลากที่ผิดกฎหมายให้ถูกกฎหมายจำนวนกว่า 2 พันลำ จนนำไปสู่การคัดค้านของชาวประมงพื้นบ้าน แต่ปรากฏว่าหลายประเทศได้ประกาศยกเลิกเรืออวนลากซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่มีการทำลายล้างมากที่สุด บทความนี้จะนำเหตุผลรวมทั้งการเคลื่อนไหวของเขตปกครองพิเศษฮ่องกงมาเล่าสู่กันฟัง
       
       เรืออวนลากทำงานอย่างไร

เมื่อฮ่องกงยกเลิกเรืออวนลาก
        ภาพดังกล่าวมาจากเอกสารขององค์กรที่ได้ระบุไว้แล้ว ปีกสองข้างที่ผูกติดกับเชือกทำจากโลหะที่มีน้ำหนักมาก (บางลำอาจหนักถึง 5 ตัน) ด้านล่างของประตูอวนผูกติดกับวัตถุหนักที่ลากติดกับพื้นทะเล ในขณะที่อวนด้านบนจะผูกติดกับวัตถุแขวนลอย ทำให้ปากอวนเปิดกว้างได้ โดยทั่วไปถุงอวนจะมีความสูงประมาณ 10 -15 เมตร และกว้าง 30-60 เมตร ด้วยเหตุนี้เรืออวนลากจึงครูดไปกับพื้นทะเลซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ อวนชนิดนี้จึงจับสัตว์น้ำโดยไม่มีการคัดเลือกขนาด อายุและชนิดพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นที่ต้องการของตลาดหรือไม่ รวมทั้งหญ้าทะเลและปะการัง (ดังภาพข้างล่างนี้แสดงภาพท้องทะเลก่อนและหลังเรืออวนลากผ่าน)

เมื่อฮ่องกงยกเลิกเรืออวนลาก
        ชาวฮ่องกงเคลื่อนไหวอย่างไร และจะดีขึ้นอย่างไร
       
        องค์กรอนุรักษ์ในระดับสากลที่มีชื่อย่อว่า WWF (World Wildlife Fund มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่า ที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปหมีแพนด้า) ได้ทำการรณรงค์ให้ยกเลิกเรืออวนลากตั้งแต่ปี 2548 ในน่านน้ำฮ่องกงหลังจากมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ว่าปริมาณสัตว์น้ำได้ลดลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2513 เป็นต้นมา
       
        ผมไม่มีข้อมูลการลดลงของสัตว์น้ำในฮ่องกง แต่เรามาพิจารณาข้อมูลที่มาจากการสำรวจวิจัยของกรมประมงในอ่าวไทยเราเองดีกว่า ถ้าเทียบว่าในปี 2506 เราเคยจับสัตว์น้ำได้ 100% ต่อชั่วโมงลงแรง ปรากฏว่าในปีต่อๆ มากลับลดลงอย่างรวดเร็ว ทุกปีที่สำรวจ จนในปี 2549 เหลือเพียงร้อยละ 5 ของปี 2506 เท่านั้น

เมื่อฮ่องกงยกเลิกเรืออวนลาก
        หลังจาการรณรงค์มาได้ 6-7 ปี ทางการฮ่องกงได้ออกประกาศเมื่อกลางปี 2554 ว่าจะยกเลิกเรืออวนลากทั้งหมด 400 ลำทั่วประเทศภายในสิ้นปี 2555 นี้
       
        “เรายินดีและสนับการยกเลิกในครั้งนี้ เพราะเป็นการทำประมงที่ทำลายอย่างมาก” โฆษกของ WWF ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว พร้อมกับกล่าวว่า “การกระทำครั้งนี้จะทำให้ประชากรของปลาที่มีค่าฟื้นกลับมา ภายใน 5 ปี ปลาจะมากขึ้นถึง 20-30% นี่เป็นการเริ่มต้นที่มีความสำคัญ แต่หวังว่ารัฐบาลฮ่องกงจะจัดการกับเรืออวนลากที่ผิดกฎหมายได้”
       
        นอกจากนี้งานวิชาการที่ศึกษาโดยมหาวิทยาลัยบริติซ โคลัมเบีย แห่งแคนาดา พบว่า ภายใน 5 ปีหลังการยกเลิกเรืออวนลากแล้ว จำนวนประชากรของปลาที่มีขนาดใหญ่ในน่านน้ำฮ่องกงจะเพิ่มขึ้น 40-70% จากปัจจุบัน
       
        เป็นที่น่าสังเกตว่า การรณรงค์ครั้งนี้มีชาวฮ่องกงร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ยกเลิกถึง 6 หมื่นคน จากประชากรในเขตปกครองพิเศษ 7 ล้านคน ในขณะที่ขณะนี้สมาคมรักษ์ทะเลไทยซึ่งร่วมรณรงค์เรื่องเดียวกันยังมีผู้ร่วมลงชื่อไม่ถึง 1 พัน จากประชากรเกือบ 70 ล้านคน
       
        พูดถึงเรื่องนี้ ขออนุญาตออกนอกประเด็นนิดหนึ่งครับ ฮ่องกงเคยได้ชื่อว่าเป็นเขตที่มีการคอร์รัปชันสูงมากประเทศหนึ่ง แต่ไม่ทราบว่าเขารณรงค์กันอย่างไร ปัจจุบันฮ่องกงเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีความโปร่งใสสูงเป็นอันดับ 12 ของโลก ในทางตรงกันข้าม ประเทศไทยเรากลับแย่ลงกว่าเดิม
       
        มาตรการที่ทางการฮ่องกงนำมาใช้ในการยกเลิกเรืออวนลากครั้งนี้ ก็คือการจ่ายเงินชดเชยให้กับเจ้าของเรือและกะลาสีเรือด้วย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
       
        “ในตอนแรก มีแรงต้านมากมายในการยกเลิกเรืออวนลากในฮ่องกง” ดร.คอร์นีช ผู้อำนวยการ WWF ฮ่องกง กล่าวพร้อมกับเสริมว่า “แต่การสนับสนุนที่เราได้รับเพิ่มขึ้นจากชุมชนท้องถิ่น ได้แสดงให้เห็นว่าชาวฮ่องกงมีความห่วงใยและรับรู้ต่อปัญหาที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมของพวกเขาและร่วมกันลงมือเคลื่อนไหว”
       
        ในปี 2551 ชาวฮ่องกงเกือบ 6 หมื่นคนร่วมลงชื่อกับคำเรียกร้องของ WWF เพื่อให้มีการจัดการประมงที่ยั่งยืนในน่านน้ำฮ่องกง และภายในไม่กี่สัปดาห์ต่อมาการตอบสนองอย่างเข้มแข็งขึ้นทั้งจากหมู่นักวิชาการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นักศึกษาและการรณรงค์สาธารณะเพื่อทำความเข้าใจ ชักชวนต่อผู้ที่มีส่วนในการออกกฎหมายเพื่อยกเลิกเรืออวนลาก
       
        ผมขอจบเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับฮ่องกงเพียงแค่นี้ แต่จะขอกล่าวถึงผลกระทบในการทำประมงเชิงพาณิชย์ (ไม่เฉพาะแต่เรืออวนลาก) เพิ่มเติมอีกสองประเด็น คือ หนึ่ง จำนวนชนิดของอาหารทะเลได้สูญหายไปนับจากปี 2493 (1950) จนถึงปี 2547 (2004) ถึง 29% นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าหากสถานการณ์ยังคงเหมือนเดิมทะเลทั้งโลกจะไม่มีสัตว์น้ำเหลืออีกเลยภายในปี 2048

เมื่อฮ่องกงยกเลิกเรืออวนลาก
        สอง หากชาวโลกยังคงทำประมงแบบเดิม ในอนาคตปลาที่จับได้จะมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ทั้งจำนวนและชนิดพันธุ์ และเมื่อวันนั้นมาถึงเราอาจจะเหลือแต่แพลงตอน แล้วคนไทยเราอาจจะต้องสั่ง “ต้มยำแพลงตอน” แทนต้มยำกุ้ง ต้มยำปลาก็ได้

จำนวนคนโหวต 24 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017