หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ดอกโศก

ดอกโศก ตอนที่ 12

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 เมษายน 2555 12:27 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3
ดอกโศก ตอนที่ 12
        ดอกโศก ตอนที่ 12 (ต่อ)
       คืนนั้น...ดอกโศกนอนอยู่ในมุ้งหันหลังให้ปอง นัยน์ตาแห้งผาก แต่ครุ่นคิดอย่างตรึกตรอง ไม่ใช่อาการคนโศกเศร้าระทมใจ สมปองหลับเงียบไม่เห็น ดอกโศกอยู่ในท่านั้น...ทั้งคืน
       
       รุ่งเช้าวันต่อมา เสียงชีวิตในบ้านไม้หลังนั้น ดังแว่วๆ มาถึงบริเวณทางเดินออกจากบ้าน
       
       เสียงสมใจปลุกสมหมาย เสียงสมหวังเอ็ดตะโรว่า “มันนอนอยู่ จะให้รีบตื่นไปไหน” เสียงสมปองแปรงฟัน บ้วนปาก เสียงสมใจปลุกสมหมายดังลั่นขึ้นอีก “ไอ้หมายวันนี้ไปสายอีกแม่ผ่องไล่แกออกแน่”
       เสียงสมปองเรียกดอกโศก “โศก ไอ้โศก เอ้ย อย่าเพิ่งไป”
       ดอกโศกออกมา ใส่รองเท้าเร็วรี่ สีหน้าเหมือนคิดตกแล้ว ตัดสินใจแล้ว ใส่เสร็จออกเดิน
       เสียงสมปองเรียกไว้อีก “เดี่ยวไอ้โศกคอยน้าด้วย” ตัวโผล่ออกมา “ไปส่งโรงเรียน” มีผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนเล็กๆ พาดคอ...เดินเช็ดปากออกมา ดูเหมือน แปรงฟันเพิ่งเสร็จ
       ทางเดินออกถนน สมปองเดินแกมวิ่งตามดอกโศก
       “เฮ้ย ไอ้โศก”
       ดอกโศกเร่งฝีเท้ามากขึ้น
       สมปองวิ่งเข้าขวางทาง “น้าบอกจะไปส่ง...” ชะงัก เมื่อเห็นหน้าหลาน “เป็นอะไร”
       ดอกโศกนอนไม่หลับทั้งคืน สีหน้าหมดสีเลือด มองสมปอง
       “เฮ้ย บอกน้าเป็นอะไร...ใครทำ ทำไมหน้าตาเหมือนผีเลย นอนไม่หลับทั้งคืนใช่มะเนี่ย”
       “น้าปอง” ดอกโศกสะอื้นเฮือกออกมาเต็มแรง ตัวโงนเงน
       “เฮ้ย” สมปอง รับตัวไว้ “ตายล่ะกู ทำไงดีละวะ”
       ป้อมวิ่งมาพอดี “น้าปอง”
       ป้อมช่วยประคองไปนั่งม้านั่งเล็กๆ โยกเยกของพวกขายของอยู่ข้างถนน
       “โศก โศก รู้สึกตัวมั้ย....โศก น้าปองยืนดูเฉยๆ ทำไม” ป้อมกังวลหนัก
       “อ้าว...ให้ทำไงวะ”
       “ไปขอยาดมใครมาก็ได้ ...โน่น ของป้าจากโน่นแน่ะ”
       สมปอง วิ่งไป เสียงเรียก “ป้าจาด...ป้าจาด”
       ป้อมเรียกถูมือดอกโศกอยู่ไปมา “โศก...โศก”
       สมปองวิ่งกลับมา “เอ้ายาดม”
       ป้อมเปิดออกมา “ใช้ได้หรือป่าว” ลองดม “โธ่เอ้ย น้าปอง ไม่มีกลิ่นเลยไม่รู้จักดมซะก่อน”
       “เออ...กูก็ว่า ป้าจาดแกให้มาทำไมวะยาดมหมดอายุ” ฉวยคืนมา
       ป้อมงง “ทำไม”
       “ไปคืนแก” สมปองบอก
       “โธ่เอ๊ย...ทิ้งไปเลย คืนทำไม” ป้อมเอ็ดเสียงเขียว
       “เออ...ดุเหมือนหมา” สมปองด่าตวาด “เอ้าโศกฟื้นแล้ว”
       ดอกโศกลุกขึ้น “เสียงดัง” ทำท่าเวียนหัว
       “เวียนหัวเหรอ...ชั้นไปหายาดมเอง” ป้อมวิ่งไป เห็นสมปองยืนงง “น้าปองพาไปที่รถซี ยืนเซ่ออยู่ได้”
       
       สมปอง ดอกโศก และป้อม อยู่บนตุ๊กตุ๊กกันแล้ว
       “นั่งดีรึยัง” สมปองถาม
       “น้าปองหนูจะไปโรงเรียนนะ ไม่ไปหาหมอ” ดอกโศกบอก
       “หาหมอเถอะดอกโศก” สมปองว่า ขณะที่ป้อมเอายาดมมาจ่อจมูกดอกโศก
       “หายดีแล้ว...หนูต้องไปโรงเรียน จะสอบแล้วด้วย”
       “โธ่เอ๊ย...น้าปองไปเลย... ร้านหมอโน่นก็ได้”
       สมปองออกรถ แล้วเบรกตัวโก่ง อัศนัยเข้ามาจอดขวาง ลงจากรถรวดเร็ว
       “คุณอัศนัย” สมปองอุทาน
       ดอกโศกได้ยิน หน้าตาอึดอัด รีบลงจากรถ แล้วเดินหนีไปเร็วๆ
       “ดอกโศก....” อัศนัยตามไป หันมาบอกสมปอง “ปอง จอดรถแอบด้วย” โยนกุญแจรถให้ตามพรวดๆไป
       “ได้เลย...” ยิ้มย่อง ขับรถตุ๊กตุ๊ก เสียงกึกกักอยู่สักครู่ แล้วลงมา “เฮ้ยป้อม”
       ป้อมมัวแต่ชะเง้อมองดอกโศกไม่ได้ยิน
       สมปองลงมาตะโกน “ไอ้ป้อม” เสียงดังมาก
       ป้อมหันไป
       “เข็นโว้ย”
       
       ส่วนอัศนัยจ้ำตามดอกโศก คว้าแขนไว้ ดอกโศกขืนเต็มแรงแล้วกระชากแขนไป
       “ดอกโศก”
       ดอกโศกมองสายตาเจ็บช้ำ ออกเดินต่อ
       “หยุดนะดอกโศก”
       แต่ดอกโศกไม่หยุด
       อัศนัยเดินตามเร็วรี่ “ดอกโศกคนมีเหตุผลหายไปไหน เหลือแต่คนหูเบา เขาเป่าแค่นี้ก็เชื่อเขา”
       คราวนี้ดอกโศกหยุกกึก อัศนัยหยุดตาม
       ดอกโศกหันกลับมา เดินมาหยุดตรงหน้า มองอัศนัยพูดเสียงแน่วแน่
       “เขาบอกว่าเขาเป็นเจ้าของคุณนัย คุณนัยเป็นของเขา เขามาทวงคุณนัยคืน”
       “เชื่อเขาด้วยเหรอ”
       “เขาเป็นผู้หญิง เขาไม่พูดทึกทักผู้ชายถ้าไม่จริง ถ้าดอกโศกเป็นผู้หญิงที่โดนแย่ง...ไป ก็จะทำอย่างเขา”
       “อ้อ....ที่คุณนัยพูดให้ฟังไม่เชื่อเลย”
       “ตอนนั้นเชื่อ เพราะยังไม่พบเขา”
       “ทำไมเชื่อเขามากกว่าคุณนัย”
       “ก็บอกแล้วว่าเขาเป็นผู้หญิง..พูดขนาดนี้ได้แปลว่าจริง”
       “ไม่จริง”
       “จะไปโรงเรียน...ยังต้องเรียน...จวนสอบด้วย ไม่อยากพูดอะไรตอนนี้”
       “จะเรียนรู้เรื่องได้ไง ในเมื่อเรื่องนี้ยังไม่เคลียร์”
       “เคลียร์แล้ว”
       “เคลียร์กับใคร”
       “กับตัวเอง...ทั้งคืน ไม่มีอะไรแล้วค่ะ..ดอกโศกจะไปเรียนหนังสือ สวัสดีค่ะ”
       สองคนยืนประจันหน้า มองตากันตลอด ดอกโศกพูดเบาแต่น้ำเสียงมั่นคง ได้ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว คิดดีแล้วทั้งคืน
       
       ดอกโศกไหว้แล้วหันหลังกลับ อัศนัยคว้าข้อมือทันที จะลากไป
       สมปอง เดินมากับป้อม สมปองจับแขนดอกโศก
       “ปอง...ฉันจะไปส่งดอกโศก”
       สมปอง “ฉันไปส่งเองคุณนัย”
       “ไม่ต้อง”
       ป้อมมองอยู่ตัดสินใจเอ่ยขึ้น “คุณนัยฮะ อย่าดึงดอกโศกฮะ เขาแต่งชุดนักเรียนอยู่นะฮะ เดี๋ยวใครๆ เห็นเขาจะเสียนะฮะ”
       อัศนัยอึ้ง
       “ปล่อยเขาเถอะฮะ ตอนนี้ไม่มีคนเพราะยังเช้า แต่เดี๋ยวคนก็มาแล้วฮะ”
       อัศนัยสีหน้าขุ่นมัวมาก แต่ค่อยๆ ปล่อย แล้วมองหน้าป้อมไม่ชอบใจนัก
       “ขอบใจมากป้อม”
       “โศกจะไปโรงเรียนมั้ยฉันไปส่งแกเอง ....เรียกรถแท็กซี่นะ...เร็วดี”
       “ไม่เป็นไรฉันไปส่งเองป้อม” อัศนัยสวนออกมา
       “โศก...” ป้อมอึกอัก
       “ทำไม ฉันพูดไม่เชื่อหรือป้อม”
       ป้อมบอก “ไม่ใช่ครับ แต่คุณนัยต้องถามดอกโศกด้วยสิครับ”
       “ไม่ถาม ....ดอกโศกจะไปกับฉัน”
       สมปองยืนมองอย่างอ่อนใจ
       “ต้องถามครับ” ป้อมเถียงอีก
       “ไอ้ป้อมเอ๊ย จะเถียงไปถึงเย็ยรึไง...แกน่ะถอยมานี่”
       “น้าปอง โศกเขา...” ที่สุดป้อมยอมถอยไป
       ดอกโศกหันมาบอก “ป้อม...เรียกรถแท็กซี่”
       “จัดให้” ป้อมโผนทะยานโลดแล่นไปอย่างรวดเร็ว
       
       บริเวณที่จอดรถ สมปองส่งคืนกุญแจรถให้อัศนัย อัศนัยรับมาบอกขอบใจ
       “คุณนัยไม่รู้เหรอมันโกรธคุณนัยเรื่องอะไร”
       “ฉันพูดเหรอว่าไม่รู้” สีหน้า อารมณ์หงุดหงิดเต็ม
       “แปลว่ารู้...”
       “รู้....” อัศนัยเปิดประตูรถ เข้าไปนั่ง คิดอย่างอึดอัดใจ “ปอง ฉันอยากรู้ว่าดอกโศกไปที่ไหนบ้าง ไปกับใคร ไปทำอะไร”
       “มันคงให้คุณรู้หรอก คุณนัยก็มันโกรธคุณอยู่”
       “ถึงได้ขอร้องคนสำคัญไง” อัศนัยอวยส่ง
       สมปองยืดเล็กน้อย “โอเค ชัวร์ จะดูให้ น่า” ตบไหล่อัศนัยดังป๊าบ “ไม่ต้อง worry ไปหรอก”
       อัศนัยเหล่สมปองมากๆ สมปองรู้ตัว ไหว้ขอโทษ “ขอโทษคุณนัยลืมตัว คิดว่ารุ่นเดียวกัน”
       อัศนัยออกรถ “สัญญาลูกผู้ชายนะปอง” พลางชูมือขึ้นมา
       “ครับผม” สมปองทำตะเบ๊ะแข็งแรงแมนมาก
       อัศนัยขับรถออก
       
       ปรียากมลยืนหน้าโต๊ะทำงานอัศนัย สองมือเท้าโต๊ะ ก้มหน้าอย่างตรึกตรอง
       บุรีเปิดประตุเข้ามาอย่างแรง “อุ้ย...ขอโทษครับ”
       “สวัสดีค่ะ พี่บุรี” ปรียากมลไหว้ “ไม่มีอะไรค่ะผ่านมาเฉยๆ จะขอนั่งนิ่งๆ สักครู่”
       “ครับ...เชิญครับ”
       “อัศนัยกลับเมื่อไหร่คะ”
       “วันนี้ไฟลท์ดึก”
       “ไม่อยู่ถึงวันอาทิตย์” ปรียากมลแปลกใจ
       “ไม่ครับ ให้ผมไปเปลี่ยนไฟลท์ให้”
       “ค่ะ...”ปรียากมลถอนหายใจยาวไปนั่งที่โซฟา
       “ต้องการอะไรมั้ยครับ”
       “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันกลับแล้ว”
       
       ระหว่างนั้นตระกูลเปิดประตูเข้ามา “อยู่นี่เอง ผมเห็นรถคุณ”
       “เพิ่งมา” ปรียากมลบอกเสียไม่ได้
       “ไม่สบายรึเปล่าครับ” ตระกูลห่วง
       “ผมจะให้เด็กจัดเครื่องดื่มให้” บุรีเดินออกไปอย่างเร็วรี่
       ตระกูลขยับตัวเข้ามาใกล้มากขึ้น “ไม่สบายใช่มั้ย...กินเหล้ามาก..อยู่ดึก ผมเป็นห่วงคุณจริงๆ นะ จะไปหา ก็ไม่กล้า”
       ปรียากมลเอนตัวทอดนอน คอพาดพนักเก้าอี้ “เหนื่อยนิดหน่อย”
       ตระกูลมอง ความรู้สึกลึกซึ้งพุ่งขึ้นมา เข้าไปกอดแน่น
       ปรียากมลด่าเข้าให้ “คุณจะบ้าเหรอ ทำอะไรรุ่มร่ามจริง”
       “ผมรักคุณ...รักแทบจะขาดใจอยู่แล้ว”
       “พอ...ปล่อยฉัน”
       “ทำไม...คุณไม่มีใจให้ผมบ้างเลยหรือ...มีซักนิดมั้ยปรียากมล” ตระกูลตัดพ้อต่อว่า ตามแรงปรารถนาในใจ
       ปรียากมลสะบัดเต็มแรง ลุกขึ้น แล้วออกไปจากห้อง ตระกูลตามอย่างรวดเร็ว
       
       เวลาเดียวกัน ภายในโรงงานคนงานกำลังตั้งอกตั้งใจเขียนลายลงบนแจกัน บางคนเขียนลายบนถ้วยเครื่องเบญจรงค์ มีที่เสร็จแล้ววางอยู่ข้างๆ เพ็ญพักตร์ยืนมองพลางคุยเบาๆ กับคนทำ เสียงพูดไม่ได้ยินชัดเจนนัก
       เพ็ญพักตร์มองเหล่นิดๆ “มาเขียนลายนานหรือยัง”
       “สองปีค่ะ” คนงานตอบ
       “ตั้งใจกว่านี้หน่อย เส้นของเธอยังไม่คม..ขาดบ่อย”
       “ค่ะ”คนงานหน้าสลดไป
       “ที่นี่ไม่ใช่ที่ฝึกงาน เราต้องการของจริง” เพ็ญพักตร์เดินไปทันที
       
       ด้านนอกบริเวณห้องโถง ที่เพ็ญพักตร์เคยนั่งตรวจลายเป็นประจำ เพ็ญพักตร์เดินฉับๆ มา แล้วหยุดชะงัก
       เมื่อเห็นตระกูลกำลังพูดคุยกับปรียากมล อาการสองคนแปลกเหมือนเคยสนิทกันมาก
       ตระกูลกำลังต่อว่าอะไรสักอย่าง ปรียากมลกิริยาตัดรอนนิดหน่อย ทำนองว่าบอกว่าไม่มีก็ไม่มีสิ
       เพ็ญพักตร์เดินเข้าไปใกล้ “มีอะไรกันหรือ”
       ตระกูลมีสีหน้าตกใจ แล้วรีบสงบกิริยา
       “คุยกันเองนะคะ” ปรียากมลยิ้ม เดินหนีไป
       “ถามคุณนั่นแหละ” เพ็ญพักตร์ลืมตัว พูดถามเสียงห้วน
       ปรียยากมลหันมา...ยั่ว “แต่ฉันไม่อยากตอบ”
       “ทำไมตอบไม่ได้”
       “ไม่ใช่ตอบไม่ได้นะคะคุณเพ็ญพักตร์ ไม่อยากตอบค่ะ” ทั้งกำกวมเล่นแง่
       “นี่อะไร ตระกูลอธิบายมาซิ คุณกำลังพูดอะไรกัน ทำไมถึงตอบฉันไม่ได้”
       “คุณเพ็ญ พอเถอะครับไม่ใช่อย่างที่คุณคิด” ตระกูลบอกเสียงเรียบ
       “คิดว่าฉันหูหนวกตาบอดหรือ กิริยาเมื่อกี้ไม่ฉันอย่างที่ฉันคิดแล้วจะคืออะไร”
       ปรียากมลสวนคำออกมา “มันคือกิริยาที่ฉันปฏิเสธคุณตระกูล”
       “ปฏิเสธเรื่องอะไร” น้ำเสียงคาดคั้นเต็มที่
       “เขาชวนฉันไปทานข้าวแต่ฉันไม่ไป” ปรียากมลเหลือบมองตระกูลรวดเร็ว บอกด้วยสายตาให้รับลูก
       “ตระกูล...จริงหรือ”
       “จริง”
       “มีเหตุผลอะไรคุณถึงจะชวนเขาไปทานข้าว”
       “ก็ชวนกันทุกคน แปลกอะไร เราทำงานด้วยกัน” ตระกูลหลุดปาก
       สีหน้าปรียากมลยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นว่าตระกูลพลาดแล้ว รู้สึกสนุกที่จะแกล้งเพ็ญพักตร์
       เพ็ญพักตร์คาดคั้นเต็มที่ “ทำงาน.... งานอะไร”
       ตระกูลกังวลอยู่ในหน้า แต่ยังคิดว่า...เอาอยู่ “คุณปรียากมลเขามาช่วยคุณอัศนัยทำงาน...นิดหน่อย งานอะไรนะครับคุณปรียากมล”
       ปรียากมลปล่อยของทันที “งานนิดๆ หน่อยๆ ตามประสาหุ้นส่วนเล็กๆ เท่านั้น”
       ได้ผล...เพ็ญพักตร์ชะงักนิดหนึ่ง “หุ้นส่วน...คุณมีหุ้นส่วนในบริษัทนี้เหรอ ทำไมฉันไม่รู้ล่ะ”
       “ถามสามีคุณสิคะ เขาคงไม่คิดหรอกว่าคุณจำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง” เหน็บเข้าอีก
       “คุณปรียากมลพูดอะไรระวังหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไรคุณคงไม่ใช่ภรรยาที่สามีอยากจะบอกทุกเรื่องแต่ไม่ใช่สามีฉัน”
       “จริงของคุณค่ะคุณเพ็ญพักตร์ ฉันเป็นภรรยาที่ไม่อยากรู้ทุกเรื่องของสามี เพราะฉันกลัวว่าวันหนึ่งเขาจะไม่ให้ฉันรู้ซักเรื่อง...สวัสดีค่ะ” ปรียากมลเย้ยหยันจนสาแก่ใจ ค้อมหัวให้แล้วเดินกลับไป
       เพ็ญพักตร์จ้องตามอย่างเกลียดชัง ปรียากมลไปไกลลิบแล้ว จึงหันมาทางตระกูล
       “ทำไมไม่บอกฉันว่าเขามีหุ้นส่วนด้วย”
       “มันนิดเดียว ผมเองแทบจะลืมไปด้วยซ้ำ”
       “เขาได้มายังไง มีใครขายให้...ไม่น่า หุ้นส่วนเราทุกคนไม่มีนโยบายขายออกอยู่แล้ว” เพ็ญพักตร์ตั้งข้อสังเกต
       “หุ้นของคุณอัศนัยเขามั้ง เขากำลังคบกันอยู่นี่ ถามเขาสิ”
       “ฉันจะไปถามคุณอัศนัยเค้าได้ไง...ทำไมคุณไม่บอกชั้นฮึตระกูล”
       “ไม่รู้สิ...ผมไม่เห็นสำคัญตรงไหน” ตระกูลเดินหนีไป
       เพ็ญพักตร์ยังไม่หายสงสัย
       
       เพ็ญพักตร์กลับมาบ้านแล้ว แต่หน้ายังเครียดระแวงเรื่องตระกูลอยู่ไม่วาย ระหว่างนั้นประตูห้องเปิดผางเข้ามาอย่างแรง พร้อมๆ กับเพ็ญตระการในชุดนักเรียนวิ่งเข้ามาอย่างเร็วรี่
       “คุณแม่ไปเอาชุดให้อุ๊หรือเปล่า พรุ่งนี้อุ๊จะไปงานแล้วนะคะ”
       “แม่ลืม” เพ็ญพักตร์บอกเสียงเรียบ
       “คุณแม่น่ะ..บอกแล้วว่าอุ๊จะไปเอาเอง คุณแม่ก็ยืนยันจะไปเอาให้ .ทำไมล่ะ อุ๊บอกคุณแม่ แล้วว่าอย่าลืม มันต้องใช้อ่ะ แล้วทำไงล่ะเนี่ย ทีหลังไม่ต้องเลย” อุ๊ตัดพ้อ
       เพ็ญพักตร์หันไปกรี๊ดใส่ลูกสาว “พอ....พอได้แล้ว ทีหลังอย่ามายุ่งกะชั้นจะเอาอะไรก็ไปเอาเอง”
       “ก็อุ๊จะไปเอาเอง คุณแม่บอกจะไปเอาให้ทำไมล่ะ”
       “ไปนะยายอุ๊อย่ามาพูดอย่างนี้ใส่ชั้น ไป ไปหาพ่อแกไม่ต้องมายุ่งกะชั้น....ไป๊”
       อุ๊ยืนหน้าเครียดสักครู่ แล้วออกไปปิดประตูดังปัง
       เพ็ญพักตร์ทั้งระแวง ทั้งไม่ไว้ใจตระกูล
       
       ที่หน้าตึกใหญ่ โอ๋ อ้น ยังอยู่ในชุดนักเรียนทั้งสองคน เห็นอุ๊ เดินแกมวิ่งลงมา โอ๋เดินสวนขึ้นไปถาม
       “พี่อุ๊ไปไหน”
       “อย่ายุ่ง อ้อ เห็นสมมั้ย ไปตามสมเอารถออกให้หน่อยโอ๋”
       “อ้าว” อ้นโผล่มาจากแถวนั้น “ไหนไม่ให้ยุ่งไง”
       “แกนั่นแหละไอ้อ้น”
       “โอ๋อย่าไป” อ้นบอกโอ๋ที่กำลังหันไป
       “ไอ้อ้น...ไอ้บ้า”
       “จะบ้าตรงมีพี่สาวแบบเนี้ยล่ะครับ”
       “เชอะ ครับ ทำไมไม่พูดค่ะ ล่ะยะ” อุ๊เหยียดหยัน
       “นั่น เอาไว้พูดกับคนที่ไม่ทำพฤติกรรมน่าเกียจแบบ...เนี่ยะ” อ้นว่า
       “พี่อ้น....อย่าว่าพี่อุ๊” โอ๋ห้าม
       “เมื่อไหร่จะบานพ้นน้ำซะทียัยโอ๋ อยู่แต่ในตมนี่แหละ”
       โอ๋งงอย่างเคย “เป็นไง”
       “เฮ้อ....โอ๋ วันๆ น่ะหาความรู้ใส่ตัวมั่ง เรียนอินเตอร์เป็นแบบเนี้ยะ..แย่”
       “ตัวเองล่ะไม่อินเตอร์เหรอ”
       “ชั้นถึงบอกเธอให้อ่านหนังสือมั่งอย่าปล่อยให้สมองกลวง แบบเนี้ย”
       โอ๋หน้าคว่ำมองอ้น
       “ไปให้พ้นนายอ้น” อุ๊ไล่ เห็นเฉลยเดินออกมา เฉลยไปบอกสมเอารถออก
       “กำลังจะไปบอกอยู่ค่ะ”
       “ใครจะไปไหน”
       อุ๊ถามเฉลย อึกอัก “เอ้อ....”
       “ชั้นเอง” สุดสวยเดินออกมา
       “น้าสวยไปไหน”
       “ไม่ใช่เรื่องของเธอ”
       “ไม่เห็นอยากรู้เลย จะไปไหนก็ไปเถอะ” อุ๊ว่า
       “คุณอุ๊คะ ขอโทษค่ะนี่คุณน้านะคะ” เฉลยสุดทน
       “ใช่น่ะสิ ใครว่าไม่ใช่ล่ะ”
       “ควรจะพูดดีๆ กับเธอหน่อยนะคะ”
       “มีหน้าที่สั่งสอนชั้นเหรอ” อุ๊แว้ดใส่
       “เหลยไม่มีแต่ชั้นมี ระวังเถอะไม่มีใครเขาคบ...เป็นหมาหัวเน่า” เดินลงบันไดตึก “ไปเหลย ไปแท็กซี่”
       เฉลยเดินตาม “ไม่ได้ค่ะ...เดี๋ยวเหลยไปตามสม”
       อุ๊มองตามสุดสวย แต่ไม่กล้ากรี๊ด “เป็นน้า...มากขึ้นทุกวัน”
       “แต่น้าสวยเค้ายังมีคนคบ” อ้นบอก
       “โธ่เอ้ย มีใครคบคนบ้ามั่ง” อุ๊เหยียดยิ้ม
       อ้นมองอย่างรังเกียจ “น้าสวยไปไหนคร๊าบ อ้นไปด้วย” อ้นวิ่งตาม
       “ไปหาดอกโศก” น้ำเสียงสุดสวยดีใจนัก
       อุ๊หน้าบึ้งมองตาม
       “พี่อุ๊จะไปไหนคะ โอ๋เรียกทหารเอารถคุณพ่อออกมั้ยคะ”
       “ลุงพฤกษ์ตายแล้วเธอยังมีหน้าเรียกทหารมารับใช้อีกเหรอ จะไม่เอาเปรียบราชการไปหน่อยเหรอ”
       อุ๊เดินหนีเข้าบ้านไป โอ๋ยืนงง
       
       ใกล้ค่ำแล้ว ดอกโศกยังขายของอยู่ จังหวะที่เงยหน้ามอง ดอกโศกยิ้มสว่างตา มองสุดสวยที่อยู่เบื้องหน้า สุดสวยมองดอกโศก เริ่มจะเบะหน้านิดๆ
       ดอกโศกอ้าแขนรับสุดสวย เข้ามาในอ้อมกอด กอดแน่น ตบหลังเบาๆ ปลอบโยน
       “คุณพ่อ” สุดสวยสะอื้นแรง “คุณพ่อ”
       เฉลยซับน้ำตา อ้นหน้าเสีย สมใจก็ยิ่งสงสาร
       “น้าสวยขา...ทานยารึเปล่า” ดอกโศกถาม
       “ไม่ไปหาเลย บอกจะไปไง”
       “หนูขอโทษนะคะ....ขอโทษ”
       ดอกโศกกอด สุดสวยสะอื้นเงียบๆ
       ต่อมาสุดสวยขายขนมช่วยดอกโศก ยิ้มแย้มเยอะแยะ แต่ไม่มากจนน่าเกลียด ท่าทีสนุกมาก อ้นก็ขาย เฉลยคุยกับสมใจเบาๆ นั่งอยู่ห่างๆ ทอดสายตาไปที่ดอกโศก ใจคิดถึงว่าตัวเองทำไม่ดีแกล้งเด็กเมื่อก่อนโน้น หน้าตาเฉลยหมองลง จังหวะหนึ่งเฉลยกระซิบถามเบาๆ
       “แม่สมใจ....แล้วลูกสาวไปไหนไม่รู้เลยเหรอ” หมายถึงสุดจิตต์
       “ไปตั้งเกือบ 20 ปี เพิ่งเห็นเขาเมื่อไม่กี่วัน แต่เขาไม่รู้จักเราแล้ว....ขี่รถเก๋ง”
       “แต่แกมีหลานดี ....แกจะได้ที่พึ่งเชื่อฉัน”
       “สงสารมัน มันไม่น่าลำบาก”
       “คนกตัญญู ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้หรอก” เฉลยว่า
       
       สีหน้าดอกโศกเวลานั้น สงบ นิ่ง แต่พริ้มเพรา ขายของกิริยาสุภาพ น่ารัก
       “อภิรมย์....สอบหรือยัง เอนท์เข้าอะไร” กระซิบถาม
       “จวนแล้ว สอบเสร็จก็จะหางานทำนะอ้น แล้วจะเรียนสุโขทัย”
       “จริงอ่ะ...เงินที่ชั้นจะให้ล่ะเอาเมื่อไหร่”
       “อ้นเก็บเงินไว้ ดอกโศกต้องการจริงๆ จะขออ้น ขอบคุณมาก”
       อ้นมองหน้า “เธอเจ๋งมากอภิรมย์ มั่นสุดๆ ชั้นนับถือว่ะ ดีใจที่เราเป็นญาติกัน”
       ดอกโศกหัวเราะเต็มหน้า อ้นยกนิ้วให้
       อ้นเอียงตัวเข้ามากระซิบถาม “คุณนัยมาทุกวันมั้ย”
       ดอกโศกนิ่ง สีหน้าว่างเปล่าไม่มีอารมณ์ใดๆ หันไปขายขนมต่อ
       
       ค่ำนั้นที่คอนโดปรียากมล สองคนยืนประจันหน้ากันอยู่ ด้วยอารมณ์แรงทั้งคู่
       “ถ้าคุณไประรานดอกโศกอีก เราจะไม่เหลืออะไรต่อกันเลย ไม่มีแม้แต่จะเป็นเพื่อนกัน”
       “ฉันไม่ได้อยากเป็นเพื่อนคุณ”
       “ปรียากมล ทุกอย่างที่ผ่านมาถ้าผมจะพูดคำว่าขอโทษ คุณพอจะยกโทษให้ผมได้มั้ย”
       “ไม่ได้”
       “พยายามเข้าใจหน่อยนะ”
       “คุณก็ต้องเข้าใจด้วย ฉันไม่ใช่แม่พระ ฉันเป็นผู้หญิงธรรมดา ฉันอยากได้ความรักฉันคืน”
       “ความรัก...คุณได้ไปมันก็ไม่มีค่าอะไร เพราะมันจอมปลอม มันแค่ความรู้สึกวูบวาบหวั่นไหวชั่วครู่ชั่วยาม ไม่มีอะไรจริงจัง”
       “ไม่จริง คุณไม่ใช่คนหยาบคุณละเอียดอ่อน เพราะคุณเป็นศิลปิน...อัศนัยฉันเป็นรักแรกของคุณนะ”
       “เลิกพูดคำนั้น มันเป็นอดีตไปแล้ว คุณยิ่งพูดผมจะยิ่งไม่อยากพูดกับคุณ”
       “คุณไม่ใช่คนหยาบ...คุณไม่มักง่าย คุณไม่...อะไรก็ได้ คุณรักฉันฉันรู้ ถ้าไม่มีดอกโศกเราคงแต่งงานกันไปแล้ว”
       “แต่ผมมี” อัศนัยบอกย้ำ
       ปรียากมลส่งเสียงครวญครางบางเบา แสดงความผิดหวัง ร้าวร้าน
       “ผมมีดอกโศก...คุณได้ยินมั้ย ผมมีดอกโศก ผมจะมีเขาคนเดียว จะไม่มีใครมาแทนที่เขาได้”
       “ฉันไม่มีวันยอม ยิ่งคุณพูดถึงเขามากแค่ไหนฉันจะไม่มีวันยกโทษให้เขา ฉันจะสั่งสอนเขาให้มากขึ้นว่าอย่าได้บังอาจมารแย่งของของฉัน” เสียงปรียากมลเริ่มดังขึ้น อารมณ์ราวกับพายุ
       อัศนัย อารมณ์แรงเหมือนกัน “ผมไม่ใช่ของของคุณ ไม่ใช่...ไม่มีวันใช่”
       “คุณไม่ใช่ของฉัน คุณก็ไม่ใช่ของของเขา ฉันไม่ได้คุณ เขาก็จะไม่ได้ ฉันสาบานเลย”
       อัศนัยท้ายทาย “เอาสิ ผมก็สาบานเหมือนกันว่า ชาตินี้ผมจะเป็นของดอกโศกคนเดียว”
       
       ความเสียใจอัดแน่นอยู่ในอก จนแทบจะกระอักออกมาแล้วยามนี้ ปรียากมลหายใจหอบแรงมองหน้าอัศนัย สายตาทั้งร้อนแรงทั้งหม่นเศร้า ปนเปกัน
       “ฉันรักคุณ...รักคุณที่สุด คุณทำให้ฉันรักคุณจนหมดนี่” ตบแรงๆ ที่หัวใจ “หมดหัวใจของฉัน ไม่มีวันจะรักใครได้อีก”
       ปรียากมลเดินไปโซฟา นั่งหันหลังให้อัศนัย ซบหน้ากับพนักเก้าอี้ร้องไห้จนตัวสะท้าน
       อัศนัยยืนกุมขมับ ปรียากมลยังร้องไห้ อัศนัยขยับเข้าไปนั่งใกล้ “ปรียากมล ฟังผมหน่อย”
       ปรียากมลโผเข้ากอดเต็มแรง จนอัศนัยล้มไปกับโซฟา
       “อัศนัย....สงสารฉันนะ ฉันรักคุณ ฉันจะทำให้คุณทุกอย่าง...ให้คุณมีความสุขที่สุด”
       อัศนัยส่ายหน้า
       “ทำไม” ปรียากลมกรีดเสียงแหลมสุดๆ “ทำไม”
       อัศนัยตอบไม่ถูก ได้แต่ทำท่าส่ายหน้าอยู่อย่างนั้น
       “นังดอกโศก ชั้นจะจองเวรจองกรรมกับแกจนวันตาย”
       อัศนัยลุกขึ้นทำท่าจะไป ปรียากมลฉวยแขนไว้ อัศนัยปลด แต่พอหลุดปรียากมลก็คว้าอีกมือ
       “อย่าให้ผมได้ยินอะไรอย่างนี้อีก”
       “นังดอกโศกน่ะ เชอะ! ทำไมถึงจะเรียกไม่ได้ แตะมันไม่ได้อย่างนั้นรึ”
       “ใช่....อย่าแตะต้องดอกโศกจะต้องให้พูดอีกกี่ครั้ง”
       “ชั้นจะแตะ จะว่าจะด่ามัน จะสาปแช่งมันขอให้มันไปลงนรก ขอให้มันพินาศ ขอให้มัน...” ปรียากมล พูดไปเรื่อยๆ ด้วยความเกลียดชังในใจ อัศนัยทนฟังไม่ได้
       “หยุด”
       “ขอให้มันตาย...ตายทุเรศที่สุด”
       “ผมบอกให้หยุดปรียากมล” อัศนัยหมดสิ้นแล้วความอดทน
       “ตายทรมาน ตายโหงตายห่า” ปรียากมลพูดไปสะอื้นไป พูดไม่เต็มเสียง ทุกคำพร่างพรูออกมาเอง “ไปนรกอย่าได้ผุดได้เกิด”
       “คุณนั่นแหละตาย” อัศนัยกระแทกเสียงเต็มเสียง
       ประโยคสุดท้ายเหมือนสายฟ้าฟาด ปรียากมลหยุดกึก มองหน้าอัศนัย
       “คุณนั่นแหละตาย....คุณตายจากผมแล้ว ตั้งแต่วินาทีนี้ คุณไม่ได้เป็นอะไรสำหรับผมเลยนอกจากความว่างเปล่า เป็นอากาศ คุณไม่มีตัวตนสำหรับผมอีกต่อไป”
       อัศนัยพูดจบ หันหลังกลับ ออกไปทันที ปรียากมลตะลึง มองตาม อัศนัยเปิดประตู ออกไป ประตูปิดดังปัง
       
       ปรียากมลกรีดร้อง เสียงโหยหวนอย่างคนที่หัวใจแตกสลาย
       
       อ่านต่อตอนที่ 13
       
       เนื่องจากบทโทรทัศน์ "ดอกโศก" ตอนต่อจากนี้ อยู่ในระหว่างการปรับบท แก้ไขตามการถ่ายทำจริง การอัพขึ้นเว็บ จึงอาจไม่เป็นเวลา หากสร้างความขัดเคืองใจให้แฟนละครที่ติดตามอย่างต่อเนื่อง "ทีมละครออนไลน์" ขออภัย มา ณ ที่นี้

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ดอกโศก ตอนที่ 21 อวสาน (ต่อ)
ดอกโศก ตอนที่ 20
ดอกโศก ตอนที่ 19
ดอกโศก ตอนที่ 18
ดอกโศก ตอนที่ 17
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 37 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 34 คน
92 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
8 %
ความคิดเห็นที่ 21 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อึ้งเลย. เขียนบทเทพสุดๆขอนับถือๆๆ
สงสารปรียากมลแล้วสิ ชีวิตเขาลำบากกว่าดอกโศกนะ ไม่โชคดีเท่าดอกโศกด้วยที่เจอแต่คนดีๆ แต่อยากให้คนดีอย่างดอกโศกสมหวังกับคุณนัย ถ้าคุณนัยมั่นคงพอ

ทำไมยายสมใจเลัี้ยงหลานได้ดีกว่าลูก แปลกใจ
คหสต
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้ปรับบทในตอนจบ..ให้อัศนัยสมหวังในความรักกับดอกโศกได้มั้ยค่ะ พระเอกกับนางเอกน่าสงสารมามากพอแร้ว จะได้จบแบบแฮปปี้แอนดิ้ง^^
manggapor_sogood@hotmail.co.th
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 19 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อิปรียากมล คนที่แกเอ่ยปากขอจองเวรจองกรรมจนวันตายน่ะ นั่นมันลูกแกเฟ้ย อิบ้า
อินจัด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมดอกโศกงี่เง่า เชื่อปรียากมลล่ะ พูดแค่นี้ เชื่อแล้ว ทำตัวนางเอ๊กนางเอก

ถ้าปากกัดตีนถีบแต่เด็กจริง ต้องไม่ใสซื่อขนาดนี้หรอก น้ำเน่ามากแล้วExact!!
ยุงลาย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โอ้วว อัศนัย แร๊งงส
..
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้ดอกโศกกับคุณนัยแต่งงานกันตอนจบจะได้ไหมคะเพราะคุณนัยไม่ผิดและเคยผิดหวังมาจากปรียากมลตอนวัยรุ่นมาแล้วคนเราเจ็บแล้วต้องจำแล้วคุณนัยก็ไม่มีอะไรกับปรียากมลด้วยช่วยปรับบทคุณนัยกับปรียากมลไม่ให้น่าเกลียดมากไปกว่านี้ก็พอติดตามอยู่นะคะจะจุกอกอยู่แล้วตั้งแต่รู้ว่านางเอกเลือกคนอื่น
jim2411@hotmail.co.th
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อไหรจะได้หน้า3ค่ะ
.....
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณ ไม่ว่ากันครับ
หาดูได้อีก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +18 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็ขอบคุณเหลือหลายแล้ว

ถ้าจะปรับบทให้คุณนัยกับดอกโศกเป็นคู่กัน คุณนัยต้องเด็ดขาดกว่านี้ ต้องมั่นคงกับความรักที่มีต่อดอกโศก ถ้าทำไม่ได้ก็ปล่อยดอกโศกให้คนที่เขาคู่ควรกว่าไปเถอะ มาทำปล้ำไปปล้ำมากับยัยปรียากมล แล้วมาทำให้ดอกโศกมีความหวัง เขาเรียกเห็นแก่ตัวโว้ย

ส่วนปรียากมล ก็มีเหตุผลที่ไม่เหลียวแลแม่ ก็แม่เอาแต่ผัวนี่หว่า ไม่ปกป้องลูกแถมยังหาว่าลูกให้ท่าผัวเสียอีก สักแต่ว่าทำให้เขาเกิดมา ก็สมแล้วละ ถ้าปรียากมลไม่รวยจะอยากเจอไหม เชอะยัยสมใจ
ขอบคุณทีมงาน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปรียากมล ดูๆแล้ว เหมือนคนปัญญาอ่อนอ่ะ
คนรักดอกโศก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อไหร่จะมาซักทีจ๊ะ
warawan_nui@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอหน้า 2 อยู่ค่า ๆ
mayzasu@msn.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มาแว้ว...ตอน12
อิอิ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปรียากมลเจอแม่แล้ว
ลุ้นๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014