หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ธรณีนี่นี้ใครครอง

ธรณีนี่นี้ใครครอง ตอนที่ 16 จบบริบูรณ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
20 กรกฎาคม 2555 06:55 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4

ธรณีนี่นี้ใครครอง ตอนที่ 16 จบบริบูรณ์

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ธรณีนี่นี้ใครครอง ตอนที่ 16 จบบริบูรณ์

ธรณีนี่นี้ใครครอง ตอนที่ 16 จบบริบูรณ์

ธรณีนี่นี้ใครครอง ตอนที่ 16 จบบริบูรณ์

ธรณีนี่นี้ใครครอง ตอนที่ 16 อวสาน (ต่อ)
        
       
       
       ที่ร้าน...คำมา ทองประสาน ทองประสม นั่งโขกน้ำพริกเห็ดกันอย่างเมามัน ขณะที่สิงห์ทองนั่งโอนไปเอนมา
       
       “โอ๊ย..หนวกหู จะตำกันไปถึงไหน!”
       “หนวกหูก็ไปนั่งที่อื่นเลยไป รำคาญ..มือไม่พายยังเอาฝ่าเท้ามาราน้ำอีก เดี๋ยวแม่เขวี้ยงด้วยครกซะนี่”
       “เปิดคาราโอเกะให้สบายๆไม่ชอบ ชอบมานั่งโขกน้ำพริกกับแม่เอ็ง เดี๋ยวก็ได้ยานกันหมดหรอก”
       “แล้วไอ้ที่พ่อให้เราสองคนเต้นเด้งหน้าเด้งหลังให้ไอ้พวกคนงานมันจับจูบลูบคลำ มันไม่ยานเร็วกว่าเหรอ”
       ทองประสานว่า ทองประสมเห็นด้วย...
       “ตำน้ำพริกนี่แหละดีแล้ว ไม่เปลืองเนื้อเปลืองตัว”
       สิงห์ทองเหล่...
       “มันจะขายได้เท่าไหร่กันว้า”
       “มีแรงตำเท่าไหร่ คุณณีเธอก็รับซื้อไว้หมดล่ะ แกไม่รู้เหรอว่าน้ำพริกเห็ดฝีมือข้ากับลูกขายดีขนาดไหน”
       ดรุณีถีบจักรยานมาพร้อมกับตะวันซึ่งนั่งซ้อนท้ายมาด้วย
       “นายตะวัน..ธุจ้าคุณตาคุณยาย แล้วก็คุณน้าก่อนค่ะ”
       ตะวันสวัสดีทุกคน
       “สวัสดีครับ”
       ทองประสานหันมาถาม
       “วันนี้ได้ 30 กระปุกนะจ๊ะคุณณี”
       “อาทิตย์หน้าขอเพิ่มเป็น 60 กระปุกเลยนะ คนมาเที่ยวที่สวนซื้อไปกินแล้วชอบมาก เพราะเขารู้ว่าตำเองทุกอย่าง ไม่ได้ใช้อะไรบดอะไรปั่นเลย”
       สามแม่ลูกดีใจกรี๊ดกร๊าด ดรุณีหยิบไวน์มะเกี๋ยงที่แพ็คใส่ขวดเก๋ไก๋จากสวนคุณย่าที่ตะกร้าหน้ารถส่งให้สิงห์ทอง
       “นายสิงห์ทองลองชิมนี่หน่อยมั้ย”
       “อะไร”
       “ไวน์มะเกี๋ยงจ้ะ รสอร่อยเหมือนไวน์ออกหวานนิดๆ มีแอลกอฮอลล์หน่อยๆ ดื่มแล้วมีประโยชน์ช่วยป้องกัน ไม่ให้หลอดเลือดหัวใจอุดตัน ป้องกันมะเร็ง ดื่มเหล้าแบบนี้ไม่มีประโยชน์แถมยังทำลายสุขภาพอีกต่างหาก”
       “ไม่เอา น้ำหวานเด็กๆ เอาให้นายตะวันกินไป๊”
       “ฉันหิ้วมาฝาก นายสิงห์ทองจะดื่มหรือไม่ดื่มก็ตามใจ” ดรุณีหันไปบอกตะวัน “นายตะวันจะอยู่กับคุณยายกับน้าๆก่อนมั้ย เดี๋ยวเย็นๆพี่ณีมารับ”
       “ไม่เอาๆ ตะวันจะไปกับพี่ณี”
       ดรุณีหันมามองสามแม่ลูกอย่างเกรงใจ แต่สามแม่ลูกพร้อมใจกันพยักหน้าตามใจตะวัน
       “ถ้ายังนั้นก็ลาทุกคนก่อนจ้ะ”
       ตะวันยกมือไหว้ทุกคนอีกครั้ง ก่อนจะตามดรุณีซึ่งหิ้วตะกร้าที่สองสาวจัดกระปุกน้ำพริกใส่ให้ ขึ้นรถจักรยานออกไป
       สิงห์ทองทำเมินไวน์มะเกี๋ยง แต่แล้วก็หันมามองอีกที แล้วเทจิบ..จิบ 1 ก็แล้ว 2 ก็แล้วยังไม่เลิกจิบ สามแม่ลูกแอบมองพ่อแล้วอมยิ้ม
       
       หลายวันต่อมา...อาทิจยืนเก็บข้าวโพดกับดรุณีและคนงาน ครู่หนึ่งตะวันวิ่งแหวกแนวข้าวโพดพุ่งเข้าไปช่วย
       “อุ๊ย..นายตะวันไม่ต้องช่วยหรอกจ้ะ” ดรุณีร้องบอก
       “ตะวันอยากช่วยพ่อทิจกับพี่ณี”
       “เอาไว้ช่วยงานอย่างอื่นนะ ใบข้าวโพดมันคมแล้วมันก็ระคายผิว เดี๋ยวจะคัน”
       “ออกไปก่อนนะลูก..มา..ขี่คอพ่อ..มา”
       อาทิจเอาตะวันขึ้นขี่คอพาเดินออกมา ต๊อด อึ่ง พัน หันมามอง
       “อิจฉานายตะวันว่ะ รู้งี้เกิดช้ากว่านี้ก็ดี เผื่อนายกับคุณณีจะรับเป็นลูกบ้าง”
       ไพฑูรย์แหย่ทันที
       “รอเป็นลูกน้าเกร็งกับน้าแก้วมั้ย”
       ลุงเกร็งด่าทันที
       “ไอ้บ้า แก่จนจะเข้าโลงอยู่แล้วจะมีลูกได้ยังไง”
       แก้วหยิกลุงเกร็ง
       “เอาเป็นว่าแกจะมีโอกาสมาทำให้ฉันมีลูกได้ยังไงก่อนดีกว่ามั้ย”
       พันรีบบอก
       “แหม..น้าแก้ว โค้งสุดท้ายแล้วก็ยังจะเล่นตัวอยู่นั่นแหละ”
       ต๊อดเสริม
       “งั้นรอเป็นลูกข้ากับน้องจิ๋วแจ๋วมั้ย”
       จิ๋วแจ๋วค้อนขวับ
       “ฝันไปเหอะพี่ต๊อด จิ๋วแจ๋วยังเหลือเวลาอีกหลายโค้ง ยังไงก็ไม่สนพี่ต๊อดหรอก”
       พันหันไปบอกต๊อด
       “เอ็งกับข้าน่ะยังพอลุ้นเป็นลูกนาย แต่ถ้าเป็นไอ้อึ่ง นายคงเอามันขี่คอไม่ไหว ไอ้นี่มันฟายตั้งแต่เด็ก นายได้คอหักตาย”
       ทุกคนหัวเราะขำ อึ่งแทบกรี๊ดดด
       “โธ่..ไอ้พวกพุงโลก้นปอด ไอ้พยาธิเส้นด้าย ไอ้ไส้เดือน ไอ้พวกตาลขโมย ไอ้..ไอ้..ไอ้พวกไม่มีจะกิน”
       ยิ่งอึ่งโวย ทุกคนยิ่งขำ ตะวันพูดเลียนแบบอึ่ง
       “ไอ้..ไอ้..ไอ้ฮิปโป้”
       ทุกคนขำก๊ากกก แล้วเสียงหัวเราะของทุกคนก็หายไป เมื่อ...ทองประศรีเดินมากับบรรยง อาทิจเอาตะวันลงจากบ่า
       “ศรีเอาเงินค่าของมาส่งจ้ะ นี่ศรีว่าจะขอเอาของที่ร้านคุณณีไปลงเพิ่มที่ร้าน แล้วรับนายตะวันไปอยู่ด้วยกันเลย”
       ดรุณีใจหายวาบ
       “ทำไมล่ะ นายตะวันอยู่นี่ก็สบายดีแล้วนะ”
       “ศรีคิดถึงลูกน่ะค่ะคุณณี กว่าพี่ยงจะกลับบ้านก็ดึกดื่น ศรีอยากจะเอาลูกไปเลี้ยงเป็นเพื่อนกัน”
       บรรยงอธิบาย
       “เที่ยวนี้ผมได้ย้ายไปอยู่ในเมือง ก็เลยไปเช่าตึกในตลาดให้น้องศรีขายของ โรงเรียนมันก็อยู่ใกล้ๆบ้านน่ะครับ อาหารการกินก็พร้อม คิดว่านายตะวันคงไม่ลำบาก”
       “แต่...”
       “ศรีรู้ดีค่ะว่าคุณณีรักและเอ็นดูนายตะวันมาก แต่ศรีก็อยากขอโอกาสทำหน้าที่แม่ที่ดีบ้าง”
       ดรุณีกอดตะวันแน่น ไม่อยากให้ไป
       “นายตะวัน”
       อาทิจมองอย่างเข้าใจ
       “นายตะวันเป็นลูกทองประศรีนะน้องณี ให้นายตะวันไปเถอะ”
       ดรุณีน้ำตาคลอ
       “แล้วนายตะวันจะคิดถึงพี่ณีมั้ย”
       “คิดถึงครับ ตะวันจะคิดถึงพ่อทิจกับพี่ณี ตะวันจะไม่ลืมพ่อทิจกับพี่ณี”
       ดรุณีกอดตะวัน..น้ำตาไหล อาทิจขยับเข้ามาหาดรุณี เอามือแตะแขนเบาๆแล้วพยักหน้าให้ดรุณีปล่อยตะวันไป
       “มาหาแม่มา...ลูก” ทองประศรีเรียก
       “แม่!”
       ตะวันวิ่งเข้าไปสู่อ้อมกอดของทองประศรี ผู้เป็นแม่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ก่อนจะเช็ดน้ำตาแล้วลาทุกคน
       “ศรีขอบคุณทุกคน โดยเฉพาะคุณอาทิจ คุณณี น้าแก้วแล้วก็จิ๋วแจ๋วที่เลี้ยงดูนายตะวันเป็นอย่างดี ชาตินี้..ศรีจะไม่ลืมพระคุณเลย ศรีลาทุกคนนะคะ”
       ทองประศรี บรรยง ตะวันยกมือไหว้ทุกคน ก่อนที่พ่อแม่จะจูงลูกเดินออกไป แต่ก้าวไปได้ไม่กี่ก้าว
       ตะวันก็วิ่งกลับมาอ้าแขนแล้วกระโดดกอดอาทิจ
       “พ่อทิจ”
       อาทิจกอดหอมตะวันเต็มรัก..ถึงไม่ใช่ลูกแต่ชายหนุ่มก็เลี้ยงตะวันเหมือนลูกมาตั้งแต่แบเบาะ
       “เป็นเด็กดีนะลูก คิดถึงพ่อทิจก็มาหาพ่อทิจนะครับ ไป..แม่เขารออยู่”
       อาทิจปล่อยตะวันลง เด็กน้อยวิ่งไปหาทองประศรี แก้วมองน้ำตาคลอ
       “ยังไงเลือดมันก็ข้นกว่าน้ำ”
       ตะวันหันมาโบกมือลาทุกคน ในขณะที่ทุกคนโบกมือให้เด็กน้อยน้ำตาซึม
       
       หลายวันต่อมา...ทนายอ่านพินัยกรรมต่อหน้าลูกหลาน ที่พากันมาฟังอย่างคับคั่ง ในสวนคุณย่า...
       
       “เมื่อทุกท่านมากันพร้อมแล้ว ผมก็จะขออนุญาตอ่านพินัยกรรมฉบับสุดท้ายที่คุณย่าท่านได้ทำไว้เลยนะครับ....ข้าพเจ้านางแดง จิตสะอาด ได้เขียนพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นที่บ้านของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าข้าพเจ้ามีสติสัมปชัญญะครบถ้วนทุกประการขณะที่เขียนพินัยกรรมฉบับนี้...ข้าพเจ้าขอมอบทรัพย์สินในส่วนที่เป็นตึกแถวในอำเภอเมือง ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 20 หลังให้กับลูกๆของข้าพเจ้าทั้ง 20 คน ตามรายละเอียดที่แนบมาด้านหลัง และขอมอบเงินสดในธนาคารให้แก่หลานทุกคนเพื่อเป็นทุนการศึกษา คนละ 2 แสนบาท”
       
       ประเวทย์ วิไลลักษณ์ ระวิง ประวีน วิยะดาและลูกหลานทุกคนต่างพากันยิ้มชื่นมื่น ทนายความอ่านต่อ...
       “ในส่วนของคนงานที่มีอายุงานเกินกว่า 5 ปี ขอให้นายอาทิจ จัดการแบ่งเงินในธนาคารให้ทุกคน คนละ 2 หมื่นบาทเพื่อใช้เป็นทุนในการทำอาชีพเสริม และขอให้แบ่งเงินจากผลกำไรที่ได้จากการขายพืชผักในสวน ตั้งเป็นมูลนิธิฯเพื่อการศึกษาให้กับลูกหลานคนงาน ปีละ 20 % ของผลกำไรทั้งหมด
       ลุงเกร็ง แก้ว ไพฑูรย์ ต๊อด อึ่ง พัน หันมาตบมือตีตีนดีใจน้ำตาไหลพราก ที่คุณย่ายังนึกถึงตนเอง ในขณะที่วิไลลักษณ์ ประวิง ประวีนและญาติคนอื่นๆ ไม่ค่อยพอใจนักที่คนงานได้ส่วนแบ่งด้วย
       “ทั้งนี้..นายอาทิจและน.ส.ดรุณี จะไม่มีส่วนใดใดในทรัพย์สินของข้าพเจ้าที่กล่าวมาแล้วข้างต้น” ญาติทุกคน รวมทั้งคนงาน ต่างพากันหันไปมองอาทิจกับดรุณีเป็นตาเดียวว่าเป็นไปได้ยังไง
       ดรุณีหน้าเสียเล็กน้อย เพราะทุกคนต่างคิดว่าเธอคือคนที่คุณย่าจะมอบมรดกให้ทั้งหมด อาทิจเอื้อมมือไปจับมือดรุณีแล้วยิ้มให้กำลังใจว่าไม่เป็นไร วิไลลักษณ์ยิ้มมีความสุข
       
       “รับทราบตามนั้นนะจ๊ะอาทิจ ยายณี...เรียบร้อยแล้วก็กลับกันเถอะค่ะคุณพี่”
       “ยังครับ..ยังไม่จบ มีข้อความสำคัญในช่วงท้ายพินัยกรรมอีกครับ ผมขออนุญาตอ่านต่อนะครับ...แต่นายอาทิจและน.ส.ดรุณีจะได้รับมรดกเป็นที่ดินทั้งหมดที่ข้าพเจ้าถือครองคนละครึ่ง ถ้าแบ่งหรือตกลงกันไม่ได้ก็ให้ขายเอาเงินมาแบ่งกัน แต่ก่อนที่หลานทั้งสองจะขายทรัพย์สินใดใด ขอให้นึกเสมอว่าย่าสะสมมาด้วยความเหนื่อยยากก็เพื่อให้หลานได้อยู่อาศัย และใช้เป็นที่ทำกินไปตลอดชีวิต”
       วิไลลักษณ์ ประวิง ประวีนและญาติคนอื่นๆอ้าปากค้างที่อาทิจและดรุณีได้ที่ดินมูลค่ามหาศาลไปครอง
       ลุงเกร็ง แก้ว ไพฑูรย์ ต๊อด อึ่ง พัน จิ๋วแจ๋ว พากันเฮเจี้ยวเข้าไปแสดงความยินดีกับอาทิจและดรุณี
       ดรุณียิ้มน้ำตาคลอโดยมีอาทิจนั่งกุมมือตลอดเวลา หญิงสาวคิดถึงคุณย่าจับใจที่ท่านเมตตาเด็กกำพร้าคนนี้เหลือเกิน
       
       เมื่อกลับไปที่บ้าน วิไลลักษณ์นั่งน้ำตาคลอ หมองหม่นอยู่ในมุมพักผ่อนในสวน ประเวทย์กับวิยะดามายืนมองวิไลลักษณ์ ก่อนจะเดินเข้าไปปลอบ
       “อย่าเสียใจไปเลยคุณ ถึงเราจะไม่ได้ที่ดินแต่คุณแม่ก็แบ่งเงินสดกับตึกในเมืองให้เรา มูลค่ามันก็มหาศาลอยู่นะ”
       วิไลลักษณ์ไม่พอใจ
       “แต่มันเทียบไม่ได้กับมูลค่าที่ดินทั้งหมดของสวนคุณย่า ที่อาทิจกับดรุณีได้ไปค่ะ”
       “คุณได้ที่ดินไปแล้วคุณจะลงมือลงแรงพลิกที่ดินเปล่า ให้มีผลผลิตขึ้นมางั้นเหรอ”
       วิยะดาช่วยพูด
       “คุณย่าคงเห็นแล้วล่ะค่ะว่าใครทำอะไรได้ ใครเหมาะกับอะไร อย่างตึกแถวที่เราได้ เราก็ไปรื้อปรับปรุงใหม่แล้วเปิดเป็นร้านขายสังฆภัณฑ์เก๋ๆ หรือทำเป็นร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่เน้นสีขาวสีครีมก็ได้นี่คะคุณแม่ เพื่อนไฮโซคุณแม่เยอะจะตาย เดี๋ยวก็มาอุดหนุนกันค่ะ”
       วิไลลักษณ์น้ำตายังนองหน้า
       “ไหนชวนให้แม่ปลงไง”
       “ก็ค่อยๆปลงก็ได้นี่คะ พระท่านให้เดินสายกลางค่ะ เราจะปฏิบัติธรรมให้ได้บุญก็ต้องเริ่มที่ใจเราก่อน ถ้าใจเราสบาย เราก็จะปฏิบัติธรรมได้สบาย เรานั่งปฏิบัติกลางป่าไม่ได้ เราก็ปฏิบัติในห้องแอร์ เราทำใจนุ่งผ้าถุงใส่เสื้อแขนกระบอกเอาผ้าคาดบ่าไม่ได้ เราก็ช้อปแบรนด์เนมขาวครีมไปก่อน ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องหักดิบ แล้วเราก็จะละ..เลิก..และปล่อยวางได้เองล่ะค่ะ”
       “ไม่ต้องนุ่งผ้าถุงใส่เสื้อมวยผมเป็นคุณยายแน่นะ”
       “คุณแม่จะใส่ปราด้า ดิออร์ หรือโอ้ต กูตูร์ แบรนด์ไหนก็ได้แต่ต้องขาวครีมแค่นั้น”
       วิไลลักษณ์ปราดน้ำตาแห้งเป็นปลิดทิ้ง
       “ถ้างั้นมีอยู่ชุดหนึ่งเพิ่งออกคอลเลคชั่นใหม่รับช่วงสปริงพอดี แม่เล็งไว้แล้ว เก้เก๋..ไป..ไปช้อปกันลูก”
       ว่าแล้วสองแม่ลูกก็ควงแขนพากันเดินดี๊ด๊าออกไป ประเวทย์มองตามแล้วยิ้มขำ
       
       หลายวันต่อมา...
       อ่องพาอารุณีลูกสาวอายุ 4 ขวบกว่าๆมาสวัสดีอาทิจกับดรุณี
       “สวัสดีคุณอาทิจกับคุณณีซะลูก ถ้าไม่ได้คุณสองคนนี้ เราจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”
       ดรุณียิ้มให้
       “อายุเท่าไหร่แล้วจ๊ะ”
       “4 ขวบ ครึ่งค่ะ”
       “โตเร็วจังเลย หนูชื่ออะไรจ๊ะ”
       “อารุณีค่ะ”
       อาทิจบอกยิ้มๆ
       “นายอ่องเขาเอาชื่อเราสองคน มารวมกันเป็นชื่อลูกสาวเขาน่ะน้องณี”
       “น่ารักจัง..อารุณีน้อย”
       ดรุณีหอมแก้มเด็กดังฟอด อ่องถาม...
       “เดี๋ยวคุณณีกับนายจะเข้าไปที่หมู่บ้านด้วยใช่มั้ยครับ”
       อาทิจพยักหน้ารับ
       “ไปสิ..งานปีใหม่ของพวกเราทั้งทีไม่ไปได้ยังไงล่ะ”
       “ถ้างั้นผมขอตัวไปช่วยผู้ใหญ่เขาดูแลงานก่อนนะครับ ไป..อารุณี..ธุจ้าก่อน”
       อารุณียกมือไหว้
       “ธุจ้า”
       อ่องจูงมือลูกสาวเดินออกไป
       “เห็นอารุณีน้อย แล้วนึกถึงวันที่เราช่วยกันทำคลอดแกนะคะ”
       อาทิจเปรย
       “เคยแต่ทำคลอดให้เมียคนอื่น ตอนนี้อยากทำคลอดให้เมียตัวเองบ้าง”
       ดรุณีหยิกอาทิจ
       “พี่อาทิจนี่ เดี๋ยวกัดจมูกแหว่ง”
       “อยากให้กัดบ่อยๆ จะได้มีเจ้าตัวน้อยสักที”
       “พูดแล้วก็อดคิดถึงนายตะวันไม่ได้ ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”
       “คิดถึงก็ไม่ยากนี่จ้ะ แค่ร่วมด้วยช่วยกัน ผลิตตะวัน 1-2-3-4 หรือจะ 5-6-7-8-9-10 ไปจนโหลนึงเลยก็ได้”
       ดรุณีตาโต
       “ไม่เอา เยอะไป”
       หญิงสาวจะเดินหนี อาทิจคว้ามือเธอไว้
       “จะไปไหนคุณย่าคนดี ไม่อยากเห็นเหรอว่าตะวัน 1-2-3-4 -5 หน้าตาเป็นยังไง”
       “ไม่เอา”
       “แต่พี่อยากเห็น”
       อาทิจขยับเข้ามากอด ดรุณีบิดตัวหนี
       “ไม่เอ๊า”
       “อยากเห็นไวไว”
       อาทิจขยับจะจูบ ดรุณีสะบัดตัวหนีออกมาแล้วลอยหน้าลอยตาเท้าเอวใส่อาทิจ...ตัวตนในวัยเยาว์ย้อนกลับมา
       “อยากเห็นก็วิ่งตามให้ทันก่อนดีมั้ย..นายอาทิจ”
       ดรุณีวิ่งนำออกไป
       “จะหนีไปไหนหา..คุณย่าคนดี อย่าให้จับได้นะ ถ้าจับได้ล่ะก็...ฮึ่ม”
       อาทิจไม่พูดอะไรต่อแต่จากเสียงคำรามลงท้ายบ่งว่า หมั่นเขี้ยวเต็มพิกัด แล้วชายหนุ่มก็วิ่งตามหญิงสาวไป
       หนุ่มสาวเกษตรกรรุ่นใหม่วิ่งไล่จับกันกลางไร่สตรอเบอรี่ เสียงหัวเราะของทั้งคู่ กังวานสดใสสะท้อนไปมาอยู่ท่ามกลางหุบเขาสวยงาม
       
       ที่เนินฝังเถ้าคุณย่า...อาทิจใส่เสื้อหนาวที่ดรุณีถักให้ ขณะที่ดรุณี ใส่ชุดที่ตุลยานีให้เป็นของขวัญทั้งคู่ช่วยกันวางดอกเก็ตถะวาที่ถือมาคนละดอกลงบนเนิน...
       “ขอบคุณคุณย่ามากนะครับ ที่รักและไว้ใจให้เราสองคน ช่วยกันดูแลสวนที่คุณย่าสร้างมากับมือ”
       “เราจะช่วยกันดูแลที่นี่อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้ใจนะคะ”
       ทั้งคู่ก้มลงกราบที่หลุมฝังเถ้าคุณย่าอย่างงดงาม อาทิจลุกขึ้นยืนแล้วส่งมือไปรับดรุณีให้ลุกตามมา ทั้งคู่เดินจับมือคุยกันหนุงหนิง
       “น้องณีรู้มั้ยว่าทำไมคุณย่าถึงไม่ระบุว่าจะแบ่งที่ดินให้ใครได้แปลงไหนส่วนไหน”
       “ไม่รู้ค่ะ พี่อาทิจรู้เหรอคะ”
       “ตอนแรกพี่ก็ไม่รู้ น้าแก้วเพิ่งมาบอกว่าเป็นเพราะท่านต้องการให้ ที่ดินเราสองคนเป็นสินสมรส ท่านต้องการให้เราแต่งงานกัน และช่วยกันดูแลที่นี่”
       “แล้วเราสองคนก็ได้ทำตามที่คุณย่าต้องการ”
       “อย่างเต็มใจด้วย น้องณีเต็มใจรึเปล่า”
       ดรุณียิ้มเอียงอาย หญิงสาวไม่ตอบได้แต่พยักหน้า อาทิจโอบกอดหญิงสาวเอาไว้แนบอกอย่างสุดรักสุดหวง
       “คุณย่าท่านย้ำนักย้ำหนาว่า อย่าคิดว่าแผ่นดินนี้เป็นของเรา เราทุกคนมีที่ดินไว้ก็เพื่ออาศัยทำกิน เพื่อเลี้ยงตัวเองเพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น”
       “แต่เวลาเพียงชั่วครู่ชั่วยามในชีวิตของคนเรา มันก็มากพอที่จะทำอะไรเพื่อเผื่อแผ่ไปยังเพื่อนร่วมโลก นอกจากเพื่อนฝูงญาติพี่น้องแล้วก็ตัวเราเองด้วย จริงมั้ย”
       “ค่ะ เราต้องเริ่มเป็นตัวอย่างให้ลูกหลาน คนใกล้ตัว แล้วก็คนงานในสวนก่อน ทุกคนจะได้ช่วยกันขยายความคิดนี้ออกไป”
       “คนใกล้ตัวมีเยอะ คนงานในสวนก็แยะ แต่ลูกหลานเรา ยังไม่มี มาช่วยกันคิดก่อนมั้ยว่าทำยังไงเราถึงจะมีลูกหลานเยอะๆ มาช่วยกันทำให้โลกใบนี้สวยงาม” อาทิจหันไปทางเนินคุณย่า “คุณย่าช่วยหน่อยสิครับ” อาทิจยืนนิ่งแป๊บนึง แล้วหันมาอ้อนดรุณี “คุณย่าไม่ช่วย ท่านบอกให้เราช่วยกันเอง”
       ดรุณีทั้งขำทั้งอาย..ยิ้มแก้มแดงน่ารัก อาทิจมองดรุณีหวานซึ้งแล้วอ้อน....
       “รบกวนให้ความร่วมมือหน่อยได้มั้ยครับ..คุณย่าน้อยคนดี”
       
       เป็นอีกครั้งที่ดรุณีไม่ตอบ แต่พยักหน้ายิ้มรับก่อนจะก้มหน้าหนีสายตาอาทิจอย่างเอียงอาย อาทิจเชยคางดรุณีแล้วก้มลงจูบที่พวงแก้มสีแดงน่ารักนั้นอย่างทะนุถนอม..และรักสุดหัวใจสองหนุ่มสาวโอบกอดกันและกัน ขณะมองดูพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าด้วยกันอย่างเต็มไปด้วยความหวัง 
       
                                           จบบริบูรณ์

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ธรณีนี่นี้ใครครอง ตอนที่ 16 จบบริบูรณ์
ธรณีนี่นี้ใครครอง ตอนที่ 15
ธรณีนี่นี้ใครครอง ตอนที่ 14
ธรณีนี่นี้ใครครอง ตอนที่ 13
ธรณีนี่นี้ใครครอง ตอนที่ 12
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 492 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 478 คน
98 %
ไม่เห็นด้วย 14 คน
2 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014