เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 16

โดย MGR Online   
10 มกราคม 2556 08:57 น.
1 | 2 | 3 | 4  | หน้าถัดไป
เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 16
        เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 16
       
       รถของฉายตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน...ตามด้วยรถชิณที่มิ้วเป็นคนขับมา
       
       ทรงวุฒิลงจากรถด้านคนขับไปเปิดประตูรถก่อน แล้วช่วยฉายตะวันกับกิมเอ็งประคองชิณที่ยังไม่ได้สติลงจากรถ แจ่มวิ่งออกมารับ...พอเห็นสภาพชิณก็ตกใจ
       “ว๊าย! เกิดอะไรขึ้นคะคุณท่าน...คุณชิณเป็นอะไรคะ”
       “ไม่ต้องถามมาก รีบมาช่วยประคองคุณชิณไปเร็ว” ฉายตะวันสั่ง
       “ค่ะๆ”
       แจ่มมาช่วยทรงวุฒิ ประคองชิณเข้าบ้าน ฉายตะวัน กิมเอ็ง มิ้วเดินตามไปในบ้านฉายตะวันที่ตระหง่านอยู่ในความมืด
       
       เช้าวันใหม่ ชิณนอนอยู่บนเตียง ค่อยๆ ลืมตาขึ้น พอได้สตินึกถึงกะละแมก็พรวดพราดลุกขึ้นมาทันที
       “กะละแม” ยกมือจับต้นคอ ยังเจ็บๆ อยู่ เพราะโดนมิ้วตี “อู้ย”
       ชิณเดินไปที่ประตูห้องบิดลูกบิดแต่เปิดไม่ได้...ประตูล็อค!!!
       ที่หน้าห้อง แจ่มนั่งเฝ้าชิณอยู่ที่หน้าประตู พอได้ยินเสียงลูกบิดดังแกร๊กๆ แจ่มก็รีบลุกพรวดขึ้น พูดกับตัวเองเบาๆ
       “คุณชิณฟื้นแล้ว”
       ชิณบิดลูกบิดไปมาแล้วตะโกนโหวกเหวก
       “แม่เปิดประตูให้ ผมหน่อย...จะมาขังผมไว้อย่างนี้ไม่ได้นะ เปิดประตู...ผมจะไปช่วยกะละแม...กะละแมเค้ากำลังเดือดร้อน ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ” ชิณเริ่มทุบประตู “แจ่ม...แจ่ม...อยู่แถวนี้หรือเปล่า มาเปิดประตูให้ฉันหน่อย”
       แจ่มหน้าตาเหลอหลาเอาไงดี? ในที่สุดตัดสินใจบอก “แจ่มเปิดให้ไม่ได้ค่ะ คุณท่านสั่งไว้”
       ส่วนในห้อง ชิณทุบประตูเสียงดังโครมคราม
       “เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้นะแจ่ม...ฉันบอกให้เปิด”
       ชิณพยายามจะพังประตูออกไปให้ได้
       
       ฉายตะวันนั่งอยู่ที่ห้องรับแขกได้ยินเสียงโครมครามมาจากชั้นบนก็เครียด สักครู่หนึ่งแจ่มวิ่งเข้ามารายงาน
       “คุณชิณตื่นแล้วค่ะคุณท่าน โวยวายใหญ่เลยว่าจะออกไปช่วยคุณกะละแม”
       “ฉันได้ยินแล้ว” ฉายตะวัน หน้าเครียด
       จะหวะนั้นกิมเอ็งกับมิ้วเดินเข้ามาในห้องรับแขกหน้าตาตื่น
       “สวัสดีค่ะคุณพี่” กิมเอ็งเข้าไปนั่งข้างๆ ฉายตะวัน “คุณน้องได้ยินเสียงดังโครมคราม เกิดอะไรขึ้นแต่เช้าคะเนี่ย”
       ฉายตะวันถอนหายใจ “เสียงชิณน่ะ ร้องโวยวายจะออกไปหาเด็กนั่น”
       กิมเอ็งรีบยุส่ง “ต๊าย....ท่าทางคุณชิณจะหลงนังกะละแมเอามากๆ แบบนี้ไว้ใจไม่ได้นะคะ อย่าปล่อยให้คุณชิณหลุดออกไปได้นะคะคุณพี่ ถ้าคุณชิณหลุดไปได้คราวนี้ สงสัยจะไม่กลับมาแน่ๆ ค่ะ”
       ฉายตะวันเครียดหนัก...กลัวเสียลูกชายไป
       มิ้วเสริมทันควัน “ใช่ค่ะคุณป้า มิ้วว่าต้องเพิ่มกำลังคนเฝ้าพี่ชิณนะคะ”
       กิมเอ็งใส่ไฟอีกดอก
       “คุณน้องไม่ต้องบอก คุณพี่ก็น่าจะรู้ใช่ไหมคะว่านังร่างทรงนั่น มันแกล้งตีหน้าซื่อ สร้างภาพว่าเป็นคนดีเก่งแค่ไหน...หลอกใคร ใครก็เชื่อ” สบโอกาสแดกดันฉายตะวัน “ตอนนี้คุณชิณคงจะเชื่อหัวปักหัวปำแล้วล่ะค่ะ”
       “แล้วฉันจะทำยังไงดี”
       ฉายตะวันนิ่งไป แล้วก็เหมือนคิดอะไรได้ พูดขึ้นมาอย่างเด็ดขาด
       “ฉันคิดออกแล้วว่าจะจัดการยังไง”
       ฉายตะวันมุ่งมั่น...มีแผนการบางอย่างอยู่ในหัว
       
       ส่วนชิณเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องด้วยความกระวนกระวายเป็นห่วงกะละแม ล้วงหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงไม่เจอ ชิณหันไปเห็นโทรศัพท์บ้านที่วางอยู่หัวเตียง ชิณยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู...ปรากฎว่าไม่มีสัญญาณอีก
       ชิณหัวเสียมาก...กระแทกโทรศัพท์ลงโครม “โธ่โว้ย...โทรศัพท์บ้านก็ตัดสัญญาณ มือถือก็ไม่มี แล้วจะออกไปช่วยกะละแมยังไงเนี่ย”
       
       ชิณหน้าเครียด กลุ้มหนัก

เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 16
        ส่วนที่บ้านป๋านุ้ยกะละแมเดินย่องออกมาจากห้อง แล้วมองไปรอบๆ ด้วยความระมัดระวัง กะละแม เห็นลูกน้องนุ้ยยืนเฝ้าตามจุดต่างๆ อย่างหนาแน่น
       
       ครู่ต่อมากะละแมมองไปทางตึกด้านหลัง เห็นคนเดินเข้าเดินออกมากผิดปกติ...กะละแมจะตามไปดูแต่เห็นลูกน้องนุ้ยยืนคุมอยู่เต็มไปหมด กะละแมมองตึกด้านหลังด้วยความสงสัยอีกครั้ง
       กะละแมคิดถึงคำพูดของตำรวจ
       “ป๋านุ้ยมันมีอิทธิพลมาก นี่ขนาดตำรวจรู้ว่ามันเปิดบ่อน พยายามเข้าไปจับหลายครั้งแล้ว แต่มันก็ไหวตัวทัน ปิดบ่อน ขนของหนีไปได้ทุกที นี่ผมก็กำลังพยายามรวบรวมหลักฐานมัดตัวมันอยู่”
       กะละแมครุ่นคิดแล้วก็ตัดสินใจเดินกลับเข้าห้องไป
       
       ด้านสาม ต. โต๊ด ติ่ง ตุ้งแช่ นั่งรวมตัวกันอยู่ในห้อง หน้าตาโต๊ดยังมีร่องรอยจากการโดนซ้อมเมื่อวาน ส่วนตุ้งแช่อาการดีขึ้น กะละแมเดินเข้ามาในห้อง
       “สถานการณ์ข้างนอกเป็นยังไงบ้างวะนังกะละแม”
       “ลูกน้องไอ้ป๋านุ้ยยืนคุมอยู่เต็มไปหมดเลยน้า โดยเฉพาะตึกที่อยู่หลังบ้าน พี่ติ่งรู้เปล่าว่าเป็นห้องอะไร”
       “ข้าเดาว่ามันต้องเป็นที่ขายหวย มีคอมพิวเตอร์เพียบ เดี๋ยวนี้มันรับซื้อหวยกันแบบออนไลน์ ส่งหวยกันทางอินเตอร์เน็ต ฉันเคยเดินหลงเข้าไปครั้งนึง โดนมันเล่นงานแทบตาย...แต่อีกห้องนึงไม่รู้ว่าเป็นห้องอะไร แต่คิดว่ามันคงไม่ทำเรื่องดีแน่ๆ” ติ่งมั่นใจ
       กะละแมคิดตาม “สงสัยจะเป็นบ่อนอย่างที่ตำรวจเค้าว่า พวกมันทำผิดกฎหมายกันแบบนี้ ไม่กลัวตำรวจกันบ้างหรือไง”
       “ตำรวจจะเข้ามาได้ยังไง เอ็งดูสิ...พวกมันจัดเวรยามแน่นหนาขนาดนั้น” โต๊ดปวดตับ
       “เวรกรรมของชาวบ้านจริงๆ นี่คงจะโดนมันหลอกเอาเงินจนหมดตัวทั้งหวยทั้งการพนัน” กะละแมหันมาทางติ่ง “แล้วงวดที่แล้วพี่ก็บอกตามโพยไอ้ป๋านุ้ยใช่มั้ย”
       ติ่งพยักหน้า “ก็มันไม่มีทางเลือก ถ้าไม่ทำตามที่มันบอกก็ตายสถานเดียว”
       “ฉันอยากช่วยให้ชาวบ้านตาสว่าง ไม่ต้องโดนหลอกอยู่แบบนี้ ถ้าชาวบ้านโดนหวยกินจนหมดตัว มันคงเป็นความผิดของฉันครึ่งนึงเหมือนกัน”
       ติ่งกับโต๊ดมองหน้ากัน แล้วโต๊ดก็เข้าไปตบไหล่กะละแมเบาๆ เป็นการปลอบใจ
       “ไม่ใช่ความผิดของเอ็งคนเดียวหรอกนังกะละแม...ข้าก็ผิดด้วย ที่จริงมันเป็นความผิดของข้าคนเดียว...คนเดียวจริงๆ” โต๊ดหน้าสลดเสียงเศร้า
       กะละแมมองโต๊ดแล้วก็เศร้าไปด้วย...บรรยากาศแทบจะสิ้นหวัง
       
       ขณะเดียวกันที่ริมกำแพงบ้านนุ้ย โทฟู่กับจักกายยืนอยู่ และมองไปที่กำแพงอย่างชั่งใจ ว่าจะปีนไปหากะละแมดีหรือไม่ดี
       “ปีนเข้าไปแบบนี้ อุกอาจไปเปล่าคุณ... ถ้าโดนจับได้ขึ้นมา ข้อหาบุกรุกเลยนะ”
       “ก็ฉันติดต่อไอ้แมไม่ได้ ติดต่อพี่ติ่งก็ไม่ได้ ตามหาไอ้แมที่ไหนก็ไม่เจอ มีที่นี่ที่เดียวที่ฉันคิดว่าไอ้แมมันน่าจะมา ถ้าฉันขอเข้าไปดีๆ ไอ้พวกนั้นมันไม่ให้ฉันเข้าแน่ๆ ฉันก็ต้องใช้วิธีนี้ ไม่งั้น คุณมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้มั้ยละ”
       จักกายส่ายหน้า “ไม่มี”
       “งั้นก็ต้องปีน” โทฟู่หันไปจะปีน
       จักกายทักขึ้นอีก “แล้วจะปีนยังไง บันไดก็ไม่มี”
       โทฟู่ยิ้มๆ “ก็คุณไง” จักกายร้องห๊ะ “นั่งลง”
       จักกายเหวอ “เฮ้ยย”
       “เร็วสิ!”
       โทฟู่ลากจักกายมาที่กำแพงแล้วจัดการกดจักกายให้ก้มลง จักกายก้มตามงงๆ กว่าจักกายจะรู้ตัวว่าโทฟู่จะทำอะไรก็สายไปแล้ว... โทฟู่ใช้จักกายเป็นบันได เหยียบไปบนหลังจักกายเต็มๆ
       จักกายบ่นอุบ “เฮ้ย!...นี่คุณ..ทำงี้เลยเหรอ”
       โทฟู่ไม่สนใจปีนขึ้นไปบนกำแพง
       “เอาน่า...อยู่เฉยๆ”
       โทฟู่กับจักกายกำลังจะปีนกันอย่างทุลักทุเล ทันใดนั้น สมุนนุ้ยสองคนเดินผ่านมาพอดี หันไปเห็นจักกายกับโทฟู่กำลังจะปีนกำแพง
       สมุนคนแรกตะโกน “เฮ้ย!!พวกมึงทำไรวะ”
       จักกายโทฟู่ หันมาเห็นสมุนนุ้ยก็ตกใจ ‘ซวยแล้ว’
       โทฟู่พยายามหาข้ออ้าง “เอ่อ...พวกเราทำลูกบอลตกไปในบ้านน่ะจ๊ะ เลยจะปีนเข้าไปเก็บ”
       ลูกสมุนมองซ้ายมองขวาไปรอบๆ
       “ลูกบอลไหนวะ ไม่เห็นจะมี” คนเดิมว่า
       สมุนอีกคนมองโทฟู่ กับจักกาย เห็นจักกายใส่ชุดนักธุรกิจดูเนี้ยบ แต่งตัวไม่เห็นเหมือนคนเล่นบอลตรงไหน
       มันหรี่ตามองไม่ไว้ใจคิดไปคิดมา “ไอ้นี่มันหน้าคุ้นๆ แหะ”
       โทฟู่ จักกายเริ่มหน้าเสีย กลัวพวกสมุนนุ้ยจำได้ ตอนที่บุกมาครั้งที่แล้ว
       ลูกคนที่สองดันนึกได้ “พวกมึงเป็นพวกที่มาป่วนเมื่อวันก่อนนี่หว่า ข้าจำได้...ยังจะมีหน้ากลับมาที่นี่อีก ไม่กลัวเจอตีนหรือไงวะ” หันตะโกนเรียกพวก “พวกเราๆ ไอ้พวกที่มันเปรี้ยวตีนมันมาให้พวกเราอัดถึงที่เลยเฟ้ย” พร้อมกับถกแขนเสื้อขึ้น แล้วบีบนิ้ว ดังกร๊อบๆ
       จักกายกระซิบโทฟู่ ท่าทีกลัวๆ “ผมว่าเรากลับกันก่อนเถอะ”
       โทฟู่เสียดาย ไม่อยากไป จักกายมองไปในบ้านเห็นพวกสมุนนุ้ยออกมาจากบ้านอีกหลายคน จักกายไม่สนใจรีบลากโทฟู่ออกไปเลย
       “ไปเร็ว”
       
       ลูกสมุนนุ้ยวิ่งตามออกมานอกบ้าน แต่ปรากฎว่าพวกจักกายหนีไปแล้ว สมุนนุ้ยเซ็ง...อดอัดคนรับอรุณ

เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 16
        เวลานั้นไข่ลวกสามฟองนอนอยู่ก้นแก้วแล้ว มือของดวงเอื้อมเข้ามาหยิบไปยกซดรวดเดียวหมด ก๋อยยืนคอยพัดวีดวงไม่ห่าง นุ้ยเดินเข้ามา เห็นเปลือกไข่กองอยู่ที่พื้นตรึมก็งง
       
       “ไอ้ดวง...ทำไมโด๊ปไข่ลวกเยอะขนาดนี้”
       ดวงยกมือปาดปากปื้ด “อ้าวป๋า...จะบอกก็ได้ แต่ถ้าบอกง่ายๆ ก็ไม่มันส์ ป๋าลองเดาเล่นๆ ดีกว่า ว่าทำไมหนูถึงต้องโด๊ปไข่ลวกเยอะขนาดนี้ หนูมีเวลาให้ป๋า 20 วินาที” มันหันไปดีดนิ้วให้ก๋อย “เริ่มจับเวลา”
       ก๋อยรู้งานทำเสียงติ๊กต่อกๆ เป็นนาฬิกาจับเวลาทันที
       “ติ๊กต่อก...ติ๊กต่อก”
       นุ้ยบ้าจี้เล่นตามดวง
       “เอ่อ...จะชกมวย”
       ดวงบอก “ผิด”
       นุ้ยทานต่อ “จะแข่งยกน้ำหนัก”
       ดวงบอก “ผิด”
       “จะ...จะ...” นุ้ยคิดไม่ออก...เสียงนาฬิกาจากก๋อยก็เร่งเร้าเหลือเกิน “จะไปทำอะไรวะ”
       ดวงเร่งยิกๆ “เร็วป๋าจะหมดเวลาแล้ว”
       นุ้ยชักรำคาญ พูดเสียงดังลั่น “ไม่เล่นแล้วโว้ย”
       ก๋อยหุบปากเงียบกริบ...เสียงนาฬิกาหายไปทันที
       “โธ่ป๋า...ไม่สนุกเลย อ่ะๆ บอกก็ได้ ป๋าจำไม่ได้เหรอว่าคืนนี้ฉันมีนัดกับน้องกะละแม” ดวงยิ้มฝันหวาน “น้องกะละแมบอกว่าหนูจะเอาอะไรก็จะให้ทุกอย่าง คืนนี้หนูจะขอให้หมดตัวเลย” ว่าแล้วก็หัวเราะขำคิกๆ ท่าทางหื่นและดูลามกมาก
       นุ้ยส่ายหน้าในความหน้าหม้อของลูกชาย แต่ยังไม่ทันได้ด่าอะไรลูกน้องคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามารายงาน
       “ป๋าครับ มีคนมาหากะละแมครับ”
       นุ้ยงง “มาหานังร่างทรง ?...ใครวะ”
       นุ้ย ดวง ก๋อยงง...นึกไม่ออกจริงๆ ว่าใครจะมาหากะละแม
       
       ที่สวนหน้าบ้าน ฉายตะวัน กิมเอ็ง และมิ้วยืนรออยู่ ท่าทางระวังตัวสุดฤทธิ์ เพราะมีลูกน้องนุ้ยยืนเฝ้าประชิดตัวอย่างน่าอึดอัด
       ครู่หนึ่งนุ้ย ดวง ก๋อย เดินกร่างเข้ามา
       “มาหานังร่างทรงกะละแมทำไม” นุ้ยมองอย่างไม่ไว้ใจ
       ฉายตะวันมองนุ้ยอย่างระวังตัว ดวงจำฉายตะวันได้ รีบกระซิบบอกนุ้ย
       “ป้าคนนี้เป็นแม่ไอ้เจ้าของที่ซอยมหาลาภ”
       ก๋อยกระซิบด้วย “ลูกชายมันคนที่ซ้อมพี่ดวงที่โรงแรมม่านรูดเมื่อวานนี้ไงป๋า”
       นุ้ยพยักหน้า “อ๋อ....” ลากเสียงยาวแล้วมองมาอย่างน่ากลัว
       ฉายตะวันสยอง ตัวลีบเล็กแต่ก็ฝืนทำเป็นเด็ดเดี่ยว กิมเอ็งกับมิ้วที่ยืนหลบอยู่ข้างหลังฉายตะวันดันๆ ให้ฉายตะวันพูด
       กิมเอ็งบอกเบาๆ “เข้าเรื่องเลยค่ะคุณพี่”
       มิ้วพูดเบาๆ ด้วย “พูดเลยค่ะคุณป้า จะได้รีบกลับ” พลางมองไปรอบๆ อย่างสยอง “ที่นี่มันรังโจรชัดๆ”
       ฉายตะวันบอกกับนุ้ย “ฉันมาที่นี่ เพราะฉันมีธุระสำคัญจะคุยกับกะละแม”
       นุ้ยยิ้มร้ายออกมา “สำคัญหรือไม่สำคัญก็ไม่สำคัญ ตอนนี้นังร่างทรงมันเป็นคนของฉัน มันไม่มีสิทธิ์มีธุระกับคนอื่น”
       ดวงผสมโรง “ใช่...โดยเฉพาะกับลูกชายป้า กลับไปบอกมันด้วยว่าอย่ามายุ่งกับน้องกะละแมอีกไม่งั้น...ตาย” ท้ายประโยคดวงทำเสียงโหดเหี้ย...มใส่
       กิมเอ็งกับมิ้วมองดวงแบบหวาดๆ
       “พวกคุณไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้จะมาเอาตัวกะละแมกลับไป” ฉายตะวันเชิดหน้า พูดด้วยเสียงเด็ดเดี่ยว “ฉันมาเพื่อที่จะบอกให้เค้าเลิกยุ่งกับลูกชายฉัน”
       นุ้ย ดวง ก๋อย มองหน้ากันงงๆ
       ก๋อยย้อนถามฉายตะวัน “อำหรือเปล่าป้า...ไม่เชื่อหรอก”
       “นั่นสิ...เมื่อก่อนเห็นรักกันดี เดี๋ยวนี้ทำเป็นหมางเมิน โม้ป่าว” ดวงไม่เชื่อ
       “ถ้าไม่ไว้ใจ ระหว่างที่ฉันคุยกับกะละแม พวกคุณจะอยู่ฟังด้วยก็ได้
       นุ้ยคิดๆ ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้อง
       “ไปเรียกนังร่างทรงมา”
       “ครับป๋า” ลูกน้องเดินไป
       ก๋อยท้วง “ป๋าคิดไงยอมพวกมันง่ายๆ เสียเชิงมาเฟียหมด”
       “ก็ให้มันคุยกันให้จบๆ จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกันอีก” นุ้ยหันมาบอกฉายตะวัน “เชิญเข้ามาในบ้านก่อน”
       จากนั้นนุ้ยเดินนำฉายตะวันเข้ามาในบ้าน
       
       ฉายตะวัน มิ้ว และกิมเอ็ง เดินตามไปท่าทางกลัวๆ และไม่ไว้ใจ นุ้ยเองก็ไม่ไว้ใจพวกฉายตะวันเหมือนกัน

จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017