เรื่องของนายพลเสือขาว "ซิยิ่นกุ้ย" (1)

โดย MGR Online   
12 ธันวาคม 2555 12:47 น.
เรื่องของนายพลเสือขาว ซิยิ่นกุ้ย (1)
ซิยิ่นกุ้ยกับม้าขาวและเกราะขาวตามตำนาน
        เรื่องราวของเทพเจ้าสงครามแห่งแดนมังกรนั้น หลายเรื่องที่เป็นประวัติศาสตร์จริงๆมักจะถูกต่อเติมเสริมแต่งให้ดูเหมือนกับนวนิยายมากกว่าที่จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง จนหลายต่อหลายครั้งนิยาย ตำนาน หรือ พงศาวดารเหล่านั้น กลับกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนจดจำได้มากกว่าประวัติศาสตร์จริงๆ เสียอีก
       
        ก็เหมือนพงศาวดารสามก๊กที่คนจะจำเวอร์ชั่นที่หลอกกวนจงเขียนเอาไว้เป็นงิ้ว หรือเรื่องของขุนศึกสะท้านปฐพีอย่างเซี่ยงหวี่ซึ่งผมได้เขียนถึงเรื่องจริงไปแล้วสี่ห้าตอนจนกระทั่งการเสียชีวิตของเซี่ยงหวี่ วันนี้ก็จะเป็นอีกครั้งที่หยิบตำนานมาคลี่คลายให้ทราบถึงตัวจริงในประวัติศาสตร์ วันนี้จะเป็นเรื่องของ เซี่ยเหยินกุ้ย (Xue Rengui) นายพลเสือขาวผู้พิทักษ์จากราชวงส์ถังหรือที่คนไทยอาจจะรู้จักกันดีในนาม “ซิยิ่นกุ้ย” นายพลจอมพลังมากกว่า
       
        ซิยิ่นกุ้ยกับสังคมไทยนั้นเป็นอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง ตอนผมเป็นเด็กมีเครื่องดื่มผสมคาเฟอีนที่อ้างว่าสามารถบำรุงกำลังให้คนขับรถบรรทุกกิน เครื่องดื่มนั้นก็ตั้งชื่อว่า “ ซิยิ่นกุ้ย” เช่นเดียวกับยาดองเหล้ายี่ห้อหนึ่งที่เคยจำได้ว่า ถ้าซื้อมาดองเหล้าแล้วจะฉีกเนื้อเสือได้ด้วยมือเปล่า อันนั้นก็มีชื่อว่ายาดองเหล้าซิยิ่นกุ้ยเหมือนกัน ในส่วนของหนังสือ ฉบับที่แปลเป็นไทยอย่างเป็นทางการ เป็นเรื่อง “ซิยินกุ้ยเจงตัง” มีการสันนิษฐานว่าสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ให้แปล (ในคราวเดียวกับเรื่องซิเตงซันเจงไซ) เป็นหนังสือ ๑๒ เล่มสมุดไทย และโรงพิมพ์หมอบรัดเลพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๖ เป็นสมุด ๑ เล่ม เมื่องานหนังสือปีที่แล้วผมไปได้มาเล่มหนึ่ง ก็ไม่ยาวมากหรอกครับ แต่จำชื่อโรงพิมพ์ไม่ได้
       
        เรื่องราวของซิยิ่นกุ้ยนั้น ตามตำนานคร่าวๆก็สนุกสนานเอามากๆ เพราะเป็นเรื่องของเทพจุติที่ลงมาเพื่อทำงานรับใช้ราชวงศ์ถังล้วนๆ ตามเรื่องนั้นแกเป็นเด็กที่ไม่ยอมพูด จนกระทั่งอายุ 15 แม่พ่อเลี้ยงไปก็นึกว่าเป็นโมรอนเสียแล้ว เพราะ นอกจากจะไม่พูดอะไร แกยังจะกินข้าวจุเป็นบ้า กินแหลกราญชนิดพ่อแม่เลี้ยงไม่ไหว จนต้องนะนำว่าไปสมัครเป็นทหารดีกว่า เพราะ ที่นั่นดูเหมือนกับว่า จะมีข้าวให้กินอย่างไม่อั้นหลังการฝึกซ้อม การที่ได้เข้าไปหาข้าวกินในกองทัพนี่เองที่ก่อให้เกิดตำนานจอมพลังของกองทัพถังขึ้น
       
        โครงเรื่องคร่าวๆ นี่เองที่ถูกเอาไปเสริมแต่งกันมากมาย จนกระทั่งลากทหารคนหนึ่งไปจัดการกับกังฉินหรือขุนนางขี้โกงทีร่วมมือกับถูฟานคิดก่อกบถในประวัติศาสตร์ได้ แถมยังๆได้ทั้งหอกเงินวิเศษ เกราะวิเศษ แล้วก็มีของวิเศษอีกมากมายที่สามารถทำลายอาถรรพ์ปีศาจที่เข้ามาปกคลุมแผ่นดินถังได้อย่างเหลือเชื่อ แถมไอ้เรื่องที่แกมีพลังมากมายก็ไม่ใช่เพราะกินเยอะ แต่เป็นเพราะ แกได้วิญญานศักดิ์สิทธิของสัตว์วิเศษ 4 ชนิดเข้ามารวมอยู่ในร่างแกคนเดียว เรียกว่าเหตุแห่งพลัง และการมาสู่โลกมนุษย์ของแกนี่หนักไปทางเทพนิยายมากกว่าจะเป็นเรื่องของยอดนักรบคนหนึ่งเสียอย่างนั้น
       
        ในความเป็นจริง ซิยิ่นกุ้ย เป็นนายทหารเสือซึ่งมีส่วนสำคัญในการเอาชนะศึกกับเกาหลีในช่วงท้ายๆของถังไท่จงฮ่องเต้หลี่ซื่อหมิน และเมื่อต้องมารับใช้ฮ่องเต้ถังเกาจง แกก็เป็นนายพลแห่งกองทหารรักษาพระองค์ซึ่งตามประวัติแกเคยช่วยเตือนถังเกาจงฮ่องเต้ให้รอดตายจากการจมน้ำเสียด้วย ในฐานะประวัติการรบนั้น ชั่วชีวิตของซิยิ่นกุ้ยก้ไม่เคยแพ้เลย โดยเฉพาะเมื่อรบกับศัตรูทางฝั่งตะวันออกจนกระทั่งได้ฉายาว่าเป็น “แม่ทัพพิชิตตะวันออกแห่งราชวงศ์ถัง" (The General who Pacified the East for Tang Dynasty)
       
        เรื่องจริงของซิยิ่นกุ้ยนั้นเริ่มต้นที่ปี คศ 614 ชื่อเดิมก็คือ เซี่ยหลี่ (Xue Li) หลายฝ่ายเชื่อว่าที่เปลี่ยนเป็นเหยินกุ้ยหรือยิ่นกุ้ยน่าจะเป็นชื่อพระราชทานให้สมกับแม่ทัพทรงพลังจากการที่เอาชนะเหนือถูเจียตะวันตกและโคคูเรียว(เกาหลี) จะมีพลาดก็ครั้งเดียวในปี 670 ที่ทำศึกกับถูฟาน
       
        เขาเกิดในปี 614 ในซานซี ซึ่งอยู่ในยุคของ สุยหยางตี้ ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์สุย (เกิดก่อนสุยหยางตี้จะตาย 4 ปี) ไม่มีประวัติของซิยิ่นกุ้นในช่วงเริ่มต้น อาจจะเป็นเพราะแซ่ของเขาไม่ใช่แซ่ของพวกตระกูลชั้นสูงก็ได้ ในยุคที่ความแตกต่างทางสังคมและการกีดกันทางชาติตระกูลและชนชั้นมีสูงนั้นโอกาสที่จะไม่มีการเขียนประวัติก็เกิดขึ้นได้มากครับ หรือไม่อีกประการก็คือเขาเป็นลูกหลานชาวนา อย่างไรก็ตามภรรยาของซิยิ่นกุ้ยนั้นนั้นแซ่หลิวหรืออ่านเป็นแต้จิ๋วก็คือแซ่เล่า ซึ่งก็ถือว่าไม่ธรรมดาเหมือนกันเป็นแซ่ที่มีคนมากที่สุดติดหนึ่งในสิบ และในประวัติศาสตร์ของราชการนั้นแซ่นี้ก็มักจะเข้าไปเกี่ยวข้องเสมอ
       
        แต่เมื่อหลี่ซื่อหมินเอาชนะศึกจนรวบรวมแผ่นดินได้เป็นผลสำเร็จ ปี 644 ในช่วงปลายรัชกาลของพระองค์ ก็ได้มีเหตุการณ์ที่จะต้องรบกับโคคูเรียว หลังจากที่ โคคูเรียกกรีฑาทัพเข้าโจมตีอาณาจักรซิลลา อาณาจักรซิลลาได้ขอความช่วยเหลือมาที่ราชสำนักถัง ทำให้ศึกระหว่างถังกับโคคูเรียวระเบิดขึ้น เหตุการณ์นี้ทำให้เริ่มมีการเกณฑ์ทหารเพื่อที่จะไปรบ ซิยิ่นกุ้ยก็กลายเป็นหนุ่มใหญ่อายุ 30 ปีและเข้าสมัครเป็นทหารเกณฑ์ทันทีเหมือนกัน
       
        ตามเรื่องที่มีการบันทึกมานั้นภรรยาของซิยิ่นกุ้ยหรือแม่นางหลิวได้บอกแก่สามีของตนเองให้ไปออกรบรับใช้ชาติ เธอบอกสามีเอาไว้อย่างนี้ครับ
       
        “ความสามารถของสามีข้าเหนือกว่าคนทั้งหลาย เธอต้องรู้ว่าช่วงเวลานี้เธอต้องใช้มันแล้ว เมื่อโอรสแห่งสวรรค์มีบัญชาให้ปราบเหลียวตง พระองค์ท่านย่อมต้องการนักรบที่ดุร้ายและทรงอาณุภาพเยี่ยงเธอ โอกาสที่จะรับใช้ชาติและแสดงความสามารถแบบนี้ไม่ได้มาบ่อยนัก ข้าพเจ้าเชื่อว่าเมื่อท่านแสดงความสามารถในสนามรบออกมาเมื่อไหร่ ท่านก็จะได้รับเกียรติยศอันยิ่งใหญ่เมื่อนั้น และเมื่อท่านได้รับเกียรติยศที่ว่า บรรพบุรุษของท่านก็จะได้รับเกียรติยศกลับคืนมาเช่นกัน”
       
        นั่นเองที่ทำให้ซิยิ่นกุ้ยตัดสินใจเดินทางไปสมัครเป็นทหารเกณฑ์เพื่อไปรบโคคูเรียวตามที่ทางหลี่ซื่อหมิ่นมีดำริ
       
        ถ้าประวัตินี้เป็นจริง เรื่องราวของซิยิ่นกุ้ยก็ยิ่งน่าสงสัย เพราะ คนเรานั้นฝึกอาวุธฝึกรบเรียนพิชัยสงครามไปจนกระทั่งการควบคุมทหารมันไม่ใช่เรื่องง่าย โดยปรกติทหารชาญศึกของจีนในยุคนั้นจะเริ่มออกรบในสนามรบกันตั้งแต่ 18-19 ปี และเริ่มที่จะสร้างชื่อกันราวๆ 24-25 ปีนะครับ แต่นี่ซิยิ่นกุ้ยหายไปไหนมาไม่ทราบมาโผล่เข้าสมัครเป็นทหารก็อายุ 30 ปีแล้ว โดยเฉพาะในช่วงต้นรัชกาลเจิ้นกวนซึ่งปราศจากข้าศึกและสงครามที่ทำให้คนส่วนใหญ่ในประเทศเดือดร้อน การที่จะแสดงฝีมือหรือสามารถจะฝึกฝนเพลงอาวุธของตนเองได้อย่างเชี่ยวชาญจนอาสาไปรบได้ก็ย่อมจะมาจากทางอื่น
       
        คนที่ใช้อาวุธเป็น ใช้อาวุธได้ และสามารถควบคุมกองทหารเล็กๆได้โดยไม่ได้เป็นทหารอาชีพก็ย่อมต้องอยู่ฝั่งตรงข้าม นั่นคือ เป็นมาเฟียหรือผู้ยิ่งใหญ่ในท้องถิ่น หรือไม่เช่นนั้นก็เป็นโจรหรือเป็นผู้เหี้ยมหาญตามค่ายภูเขาต่างๆเสียเลย
       
        ข้อสังเกตนี้ยกมาเพราะเทียบสภาพของทหารที่ไปรบกับสภาพจริงนะครับ จริงเท็จประการใดก็ไม่ทราบได้ เพียงแต่ว่าถ้าเผื่อเขาเป็นโจรเก่าหรือเป็นผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นดั้งเดิมนั้น ก็เป็นไปได้ที่ประวัติเก่าของเขาก่อนที่จะรับราชการเป็นทหารจะไม่ถูกบันทึกไว้ ยิ่งเมื่อแสดงฝีมือจนกระทั่งได้เป็นนายพลรักษาพระองค์ก็ยิ่งแล้วใหญ่
       
        แต่ประวัติของซิยิ่นกุ้ยก่อนหน้าอายุ 30 จะเป็นอย่างไรก็ตามแต่ ที่แน่ๆ เขาได้เป็นทหารสมใจเมียและไปรบกับเกาหลีแล้วละครับ

เรื่องของนายพลเสือขาว ซิยิ่นกุ้ย (1)
ซีรี่ส์ ซิยิ่นกุ้ย
       

เรื่องของนายพลเสือขาว ซิยิ่นกุ้ย (1)
ว่านจื่อเหลียงรับบทซิยิ่นกุ้ย เติ้งชุ่ยเหวินเป็นแม่นางหลิว
       

จำนวนคนโหวต 37 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 24 คน
65 %
ไม่เห็นด้วย 13 คน
35 %
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017