หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Life & Family | ข่าวประชาสัมพันธ์
 

ให้ลูกเริ่มเรียน “ภาษาอังกฤษ” เมื่อไรดี?

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 พฤษภาคม 2555 16:54 น.
ให้ลูกเริ่มเรียน “ภาษาอังกฤษ” เมื่อไรดี?
       ในยุคที่ภาษาอังกฤษได้เข้ามามีบทบาทกับการดำเนินชีวิตของคนไทยมากขึ้น เชื่อว่า พ่อแม่ทุกๆ คน อยากให้ลูกใช้ภาษาอังกฤษได้เป็น และใช้ได้ดี แต่การจะพัฒนาทักษะทางภาษาให้ลูกอย่างได้ผลนั้น หลายๆ ท่านอาจมีคำถามว่า แล้วจะให้ลูกเริ่มเรียนเมื่อไรถึงจะใช้ได้ดี และใช้ได้เป็น วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ จากสถาบันสอนภาษาพิงกุมาฝากเป็นแนวทางให้คุณพ่อคุณแม่ได้อ่านกัน
       
       สุกัญญา กาญจนกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและฝึกอบรม บริษัท คลับอะคาเดเมีย จำกัด อดีตอาจารย์สาขาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กปฐมวัยมากว่า 30 ปี บอกว่า การเรียนภาษาอังกฤษ สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป เพราะเป็นวัยที่เริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาล เด็กกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ มีความพร้อมและสนใจในการเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว และสามารถพัฒนาทักษะต่าง ๆ รวมทั้งทักษะภาษาอังกฤษได้ดี
       
       “เด็กวัยนี้เรียนรู้ด้วยวิธีการซึมซับจากตัวแบบ ดังนั้น ถ้าครูพูดภาษาอังกฤษกับเด็กในชั้นเรียนสม่ำเสมอ หรือคุณพ่อคุณแม่พูดภาษาอังกฤษที่บ้านเป็นประจำ เด็กก็จะเรียนรู้และมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดีได้ไม่ยาก”
       
       สำหรับปัจจัยที่สำคัญในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กปฐมวัยท่านนี้ บอกว่า เด็กต้องสนุกกับการเรียน เช่น คุณครูใช้สื่อการสอนหลากหลายชนิด จัดรูปแบบกิจกรรมให้เด็กมีทางเลือก และพัฒนาความฉลาดที่หลากหลายตามแนวคิดของทฤษฎีพหุปัญญา เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับสื่อการสอน กับครู กับเพื่อนๆ ในชั้นเรียนตลอดเวลา ไม่มีการท่องศัพท์ ไม่มีความเครียด มีแต่ความสนุกสนาน
       
       “ทฤษฎีพหุปัญญา คือ ทฤษฎีทางปัญญา ที่เชื่อว่า คนเราแต่ละคนมีความสามารถทางปัญญาหลากหลาย มีทั้งหมด 8 ด้าน คือ ด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย ด้านภาษา ด้านการใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ด้านการรู้จักตนเอง ด้านดนตรี ด้านมิติสัมพันธ์ ด้านการเข้าใจธรรมชาติ ซึ่งครูสามารถนำแนวคิดไปประยุกต์เพื่อจัดกิจกรรมให้เด็กพัฒนาปัญญาได้หลายด้าน” ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กปฐมวัยอธิบายเสริม

ให้ลูกเริ่มเรียน “ภาษาอังกฤษ” เมื่อไรดี?
       นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ คือ ควรทำให้เด็กมีเจตคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษ ถ้าเด็กเรียนอย่างสนุกสนาน ชอบกิจกรรม อยากไปโรงเรียน นั่นหมายความว่า เด็กเริ่มมีเจตคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษแล้ว ดังนั้น เมื่อเด็กเรียนสนุก ใจชอบที่จะเรียน อะไรๆ ก็ง่ายไปหมด
       
       ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กปฐมวัยท่านนี้ บอกต่อไปว่า การจะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้เด็ก ไม่เพียงแต่ครูเท่านั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้ลูกได้หลายทาง เช่น ชี้ชวนให้ลูกสังเกตภาษาอังกฤษที่เห็นอยู่รอบตัว เล่นเกมทายคำศัพท์ หรือทบทวนประโยคที่ลูกเรียนที่โรงเรียน เล่านิทาน ดูหนังภาคภาษาอังกฤษที่เหมาะสมกับวัย และจัดช่วงเวลาในแต่ละวัน เช่น 30 นาทีให้ทุกคนพูดภาษาอังกฤษเมื่ออยู่ที่บ้าน หรือภาษาอังกฤษวันละคำ เป็นต้น
       
       “เนื่องจากเรากำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน พ่อแม่ผู้ปกครองควรเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษตามวัยที่เหมาะสม และตามศัพยภาพของเด็กแต่ละคน แต่ไม่ควรคาดหวังการเรียนรู้ของเด็กสูงเกินไป เพียงแต่ให้เด็กได้ทำความรู้จักกับภาษา เกิดความชอบ ความคุ้นเคย เรียนอย่างสนุกสนาน และอยากไปโรงเรียน เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับเด็กปฐมวัยแล้ว” ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กปฐมวัยฝากทิ้งท้าย
       
       ////////////////////
       
       *** พิงกุอิงลิชเซ็นทรัลเวิลด์ และสุขุมวิท มีคอร์สเรียนมาแจกครับ
       
       กลับมาอีกครั้งตามความเรียกร้อง โรงเรียนภาษาอังกฤษพิงกุ (Pingu’s English School) ขอเชิญคุณพ่อคุณแม่ และน้องๆ ร่วมสนุกกับเราเตรียมตัวต้อนรับเปิดเทอมใหม่ โดยร่วมแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ “เรียนภาษาอังกฤษอย่างไร สนุกที่สุด”
       
       A.เรียนจากเพลง นิทานดูการ์ตูน
       
       B.เรียนผ่านการเล่นจาก Game & Computer
       
       C.เรียนจากหนังสือเรียนสีสันสดใส พร้อมทำกิจกรรมในห้องเรียน
       
       D.เรียนกับคุณครูใจดี
       
       E.อื่นๆ ....... (โปรดระบุ)
       
       ส่งคำตอบก่อน มีสิทธิ์ก่อน ผู้โชคดี 10 ท่าน รับไปเลย รางวัลเรียนภาษาอังกฤษฟรีสำหรับน้องๆ วัย 3-7 ปีท่านละ 1 รางวัลรางวัลละ 6 ชั่วโมง มูลค่า 2,800 บาท (เรียนติดต่อกัน 2 สัปดาห์ๆ ละ 3 ชม. เพื่อความต่อเนื่องของบทเรียน)
       
       กติกาในการร่วมสนุก
       
       ผู้ร่วมสนุกต้องเลือก Pingu’s English School สาขาที่ท่านสนใจเรียนภาษาอังกฤษระหว่างสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ หรือสาขา UBC II (สุขุมวิท 33) (เลือกเพียงสาขาใดสาขาหนึ่ง) จากนั้นส่งคำตอบของท่านพร้อมชื่อและเบอร์โทรศัพท์ มาร่วมสนุกที่ lifeandfamily@astvmanager.com
       
       เงื่อนไข
       
       1.รางวัลเรียนฟรีนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นโดยผู้ใช้สิทธิ์ต้องมีอายุระหว่าง 3-7 ปี
       
       2.ผู้รับสิทธิ์ต้องมาเรียนติดต่อกัน 2 สัปดาห์ๆ ละ 3 ชม. เพื่อความต่อเนื่องของบทเรียน
       
       3.โรงเรียนภาษาอังกฤษพิงกุขอสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิ์เรียนฟรีจากทางโรงเรียนเท่านั้น
       
       4.สิทธิ์นี้จำกัดเฉพาะโรงเรียนภาษาอังกฤษพิงกุสาขา เซ็นทรัลเวิลด์ และ สาขา UBC II (สุขุมวิท 33) จำนวนสาขาละ 5 รางวัล เฉพาะคอร์สเรียนปกติ ตามวันและเวลาที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้น
       
       5.ระยะเวลาในการใช้สิทธิ์ตั้งแต่ 2-30 มิ.ย.55
       
       *** หมดเขตร่วมสนุก 25 พฤษภาคม 2555 ด่วน! จำนวนจำกัดเพียง 10 รางวัลเท่านั้น มูลค่ารวม 28,000 บาท ประกาศผลวันที่ 31 พฤษภาคม 2555 ทางเว็บไซต์ Manager Online และ Pingu’s English Thailand Facebook

ข่าวล่าสุด ในหมวด
หูมีปัญหา ลูกอาจช้าด้านพัฒนาการ
5 กิจกรรมสุดสัปดาห์น่าเลือกทำ
รวมฮิตหนังสือดีส่งท้ายเดือนเมษายน
นิทานดี 3 เรื่อง 3 รส เตรียมเด็กๆ เข้าใจอาเซียน (แจกนิทาน)
วันนี้คุณเป็น Eco Mom หรือยัง?
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 14 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 11 คน
79 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
21 %
ความคิดเห็นที่ 10 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เราสอบTOIEC ได้ 980จาก990(สอบสองครั้งใน2อาทิตย์) เคยสอบTOFEL ได้600กว่า(ไม่เยอะมากเมื่อเทียบกับเพื่อนๆ)

มีญาติถามว่า เรียนภาษาอังกฤษยังไงให้เก่ง ช่วยแนะนำน้องหน่อย เราบอกว่า ภาษาไทยต้องเก่งก่อน ต้องแม่นยำ ทั้งออกเสียงและเขียนให้ถูกต้อง .......ญาติทำหน้าปูเลี่ยนๆ......ทั้งๆที่เราไม่ได้ดกดัน แต่ทัศนคติของเขาเองต่างหากที่คิดว่า มันไม่น่าเกี่ยวข้องกัน
สงสัยต้องค้นคว้า บันทึก จดจำและเตือนให้ตัวเองพูดให้ถูกต้องเสมอ(ยกเว้นเวลาเล่นกับเพื่อน.....ก็มั่วๆไปตามๆเขา สนุกดี)
เราตั้งใจเคี่ยวเข็ญตัวเอง....ฝึกฝนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง แม่นยำGrammar แบบที่เปิดสอนพิเศษเด็กชั้นต่ำกว่าได้ตั้งแต่ม2 /ม.3
มีดิกชันนารี่อยู่ในเป้ เปิดเล่นทุกทีที่ว่าง.......อ่านหนังสือออกเสียง....ตั้งแต่STUDENT WEEKLY ยัน BANGKOK POST อ่านแล้วตัดเก็บ เอามาแปล หลายๆสำนวน
ดูหนังสือที่มีสองภาษา......พ่อส่งTIME ให้หัดแกะอ่าน/หาศัพท์ แล้วมาสรุปให้ฟังตั้งแต่ม.3....ศัพท์ไหนไม่เข้าใจก็เปิดดิกชันนารีที่เล่มโตขึ้นๆแล้วจดใส่สมุดไว้ กลับบไปแปลไอ้ที่ตัดไว้.....

ฟังVOA/และเทปที่ครูให้ทุกวี่ทุกวัน ฟังซ้ำฟังแกะจนรู้เรื่อง รู้แล้วก็หาอันอื่นมาฟังอีก......ฟังจนเห็นเป็นตัวหนังสือลอยขึ้นมา
สิ่งเหล่านี้เป็นงานอดิเรก.....นอกเหนือจากเตะบอล ขี่จักรยานรอบใหญ่รอบทุ่ง.....ส่งขนมตอนเช้ามืด สอนพิเศษตอนปิดเทอมใหญ่
ตอนไปสอบAUA เมื่ออยู่ปี2 อาจารย์บอกว่าไม่ต้องมาเรียนแล้ว......มีให้เรียนได้อีกห้องเดียว ไม่งั้นไปเรียนเขียนทางธุรกิจโน่นไป....
ทุกวันนี้ที่เพื่อนๆทำงานชอบหาว่า ก็เรียนเมืองนอกมานี่ถึงได้โอกาสทำโน่น ทำนี้.....ซึ่งไม่จริงเลย
สรุปคือ เราว่าแกรมม่าเป็นพื้นฐาน และเรายังอ่านหนังสือด้วยตาของแกรมม่าอยู่ตลอดทุกวันนี้......ทั้งภาษาไทย/อังกฤษ
สอง....เราจึงไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนจึงเกลียด/กลัว และวุ่นวายมากมายกับการเรียนภาษาอังกฤษนักหนา
.ในเมื่อทุกอย่างได้มาแค่....ด้วยการแลกกับความเอาใจใส่ สนใจ และสนุกกับมัน......มีนิสัยช่างสังเกต จดจำให้มาก ทำงานหนักอยู่เสมอ
พยายามและสนุกกับมัน ก็เท่านั้น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไปเสริชดู "อรหันต์ชาวนา..." สิ แล้วจะได้คำตอบ?
เรียนทำไม...?
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปัญหาสำคัญที่สุดของการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนประถมศึกษาก็คือ คุณภาพของครูผู้สอนภาษาอังกฤษ ขนาดตัวครูเองยังพูดหรือใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้หรือใช้ได้แบบไม่ถูกต้อง แล้วครูจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้องได้อย่างไร? พอเด็กเรียนไปในชั้นที่สูงขึ้น ก็ต้องมาแก้ไข unlearned ที่ฝังติดอยู่ในตัวเด็กมากมาย
ครูเก่า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การเรียนเพื่อความรู้หากเราพอมีเงินบ้าง เราก็ส่งเสริมให้เด็กเรียนไปเลยครับจะได้มีภูมิปัญญา จะได้ไม่โง่เหมือนพวกเสื้อแดง ถูกเค้าหลอกซ้ำซาก เรียกว่าโง่ดักดาน
...
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าลูกเริ่มพูดได้ ก็ให้เค้าเริ่มเรียน เริ่มฝึกพูดได้เลยครับ ...ไม่ว่าจะเป็น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาฝรั่งเศส ภาษาสเปน ภาษาเยอรมัน ล้วนดีทั้งนั้น โดยตัวคุณเท่านั้นเป็นผู้ฝึกเค้า(อยากให้เค้ารู้ ตัวคุณก็ต้องรู้ก่อน) เริ่มจากคำง่ายๆ ทำบรรยากาศให้สนุกสนาน แล้วก็ลองจับสัญญาณอัจฉริยะของเค้าดู...ทั้งนี้ก็เพื่อพัฒนาต่อไปนั่นเองครับ
ทรามศักดิ์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +24 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมเริ่มพูดภาษาอังกฤษได้แบบงูปลาๆ ตอนเรียนจบ อาศัยกล้าพูดกล้าใช้ อ่านหนังสือเยอะหน่อย ก่อนไปมทุ่มเรียนฝึดพูดฟังอยู่ครึ่งปี ทุกวันนี้เป็นผู้บริหารเงินเดือนจะ 200 K แล้ว แม่เลี้ยงผมมาคนเดียว เลยเรียนโรงเรียนวัดตลอด ทุกวันนี้เลี้ยงดูแม่อย่างดีไม่มีตกหล่น ใครจะบ้าเอาไปจ่ายให้พวกหน้าเลือดหากินกับเด็ก น่าสงสารพ่อ แม่สมัยนี้ ทาสลูกทั้งนั้น
จะอะไรนักหนา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014