หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Life & Family | ข่าวประชาสัมพันธ์
 

ให้ลูกเริ่มเรียน “ภาษาอังกฤษ” เมื่อไรดี?

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 พฤษภาคม 2555 16:54 น.
ให้ลูกเริ่มเรียน “ภาษาอังกฤษ” เมื่อไรดี?
       ในยุคที่ภาษาอังกฤษได้เข้ามามีบทบาทกับการดำเนินชีวิตของคนไทยมากขึ้น เชื่อว่า พ่อแม่ทุกๆ คน อยากให้ลูกใช้ภาษาอังกฤษได้เป็น และใช้ได้ดี แต่การจะพัฒนาทักษะทางภาษาให้ลูกอย่างได้ผลนั้น หลายๆ ท่านอาจมีคำถามว่า แล้วจะให้ลูกเริ่มเรียนเมื่อไรถึงจะใช้ได้ดี และใช้ได้เป็น วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ จากสถาบันสอนภาษาพิงกุมาฝากเป็นแนวทางให้คุณพ่อคุณแม่ได้อ่านกัน
       
       สุกัญญา กาญจนกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและฝึกอบรม บริษัท คลับอะคาเดเมีย จำกัด อดีตอาจารย์สาขาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กปฐมวัยมากว่า 30 ปี บอกว่า การเรียนภาษาอังกฤษ สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป เพราะเป็นวัยที่เริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาล เด็กกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ มีความพร้อมและสนใจในการเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว และสามารถพัฒนาทักษะต่าง ๆ รวมทั้งทักษะภาษาอังกฤษได้ดี
       
       “เด็กวัยนี้เรียนรู้ด้วยวิธีการซึมซับจากตัวแบบ ดังนั้น ถ้าครูพูดภาษาอังกฤษกับเด็กในชั้นเรียนสม่ำเสมอ หรือคุณพ่อคุณแม่พูดภาษาอังกฤษที่บ้านเป็นประจำ เด็กก็จะเรียนรู้และมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดีได้ไม่ยาก”
       
       สำหรับปัจจัยที่สำคัญในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กปฐมวัยท่านนี้ บอกว่า เด็กต้องสนุกกับการเรียน เช่น คุณครูใช้สื่อการสอนหลากหลายชนิด จัดรูปแบบกิจกรรมให้เด็กมีทางเลือก และพัฒนาความฉลาดที่หลากหลายตามแนวคิดของทฤษฎีพหุปัญญา เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับสื่อการสอน กับครู กับเพื่อนๆ ในชั้นเรียนตลอดเวลา ไม่มีการท่องศัพท์ ไม่มีความเครียด มีแต่ความสนุกสนาน
       
       “ทฤษฎีพหุปัญญา คือ ทฤษฎีทางปัญญา ที่เชื่อว่า คนเราแต่ละคนมีความสามารถทางปัญญาหลากหลาย มีทั้งหมด 8 ด้าน คือ ด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย ด้านภาษา ด้านการใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ด้านการรู้จักตนเอง ด้านดนตรี ด้านมิติสัมพันธ์ ด้านการเข้าใจธรรมชาติ ซึ่งครูสามารถนำแนวคิดไปประยุกต์เพื่อจัดกิจกรรมให้เด็กพัฒนาปัญญาได้หลายด้าน” ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กปฐมวัยอธิบายเสริม

ให้ลูกเริ่มเรียน “ภาษาอังกฤษ” เมื่อไรดี?
       นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ คือ ควรทำให้เด็กมีเจตคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษ ถ้าเด็กเรียนอย่างสนุกสนาน ชอบกิจกรรม อยากไปโรงเรียน นั่นหมายความว่า เด็กเริ่มมีเจตคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษแล้ว ดังนั้น เมื่อเด็กเรียนสนุก ใจชอบที่จะเรียน อะไรๆ ก็ง่ายไปหมด
       
       ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กปฐมวัยท่านนี้ บอกต่อไปว่า การจะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้เด็ก ไม่เพียงแต่ครูเท่านั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้ลูกได้หลายทาง เช่น ชี้ชวนให้ลูกสังเกตภาษาอังกฤษที่เห็นอยู่รอบตัว เล่นเกมทายคำศัพท์ หรือทบทวนประโยคที่ลูกเรียนที่โรงเรียน เล่านิทาน ดูหนังภาคภาษาอังกฤษที่เหมาะสมกับวัย และจัดช่วงเวลาในแต่ละวัน เช่น 30 นาทีให้ทุกคนพูดภาษาอังกฤษเมื่ออยู่ที่บ้าน หรือภาษาอังกฤษวันละคำ เป็นต้น
       
       “เนื่องจากเรากำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน พ่อแม่ผู้ปกครองควรเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษตามวัยที่เหมาะสม และตามศัพยภาพของเด็กแต่ละคน แต่ไม่ควรคาดหวังการเรียนรู้ของเด็กสูงเกินไป เพียงแต่ให้เด็กได้ทำความรู้จักกับภาษา เกิดความชอบ ความคุ้นเคย เรียนอย่างสนุกสนาน และอยากไปโรงเรียน เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับเด็กปฐมวัยแล้ว” ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กปฐมวัยฝากทิ้งท้าย
       
       ////////////////////
       
       *** พิงกุอิงลิชเซ็นทรัลเวิลด์ และสุขุมวิท มีคอร์สเรียนมาแจกครับ
       
       กลับมาอีกครั้งตามความเรียกร้อง โรงเรียนภาษาอังกฤษพิงกุ (Pingu’s English School) ขอเชิญคุณพ่อคุณแม่ และน้องๆ ร่วมสนุกกับเราเตรียมตัวต้อนรับเปิดเทอมใหม่ โดยร่วมแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ “เรียนภาษาอังกฤษอย่างไร สนุกที่สุด”
       
       A.เรียนจากเพลง นิทานดูการ์ตูน
       
       B.เรียนผ่านการเล่นจาก Game & Computer
       
       C.เรียนจากหนังสือเรียนสีสันสดใส พร้อมทำกิจกรรมในห้องเรียน
       
       D.เรียนกับคุณครูใจดี
       
       E.อื่นๆ ....... (โปรดระบุ)
       
       ส่งคำตอบก่อน มีสิทธิ์ก่อน ผู้โชคดี 10 ท่าน รับไปเลย รางวัลเรียนภาษาอังกฤษฟรีสำหรับน้องๆ วัย 3-7 ปีท่านละ 1 รางวัลรางวัลละ 6 ชั่วโมง มูลค่า 2,800 บาท (เรียนติดต่อกัน 2 สัปดาห์ๆ ละ 3 ชม. เพื่อความต่อเนื่องของบทเรียน)
       
       กติกาในการร่วมสนุก
       
       ผู้ร่วมสนุกต้องเลือก Pingu’s English School สาขาที่ท่านสนใจเรียนภาษาอังกฤษระหว่างสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ หรือสาขา UBC II (สุขุมวิท 33) (เลือกเพียงสาขาใดสาขาหนึ่ง) จากนั้นส่งคำตอบของท่านพร้อมชื่อและเบอร์โทรศัพท์ มาร่วมสนุกที่ lifeandfamily@astvmanager.com
       
       เงื่อนไข
       
       1.รางวัลเรียนฟรีนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นโดยผู้ใช้สิทธิ์ต้องมีอายุระหว่าง 3-7 ปี
       
       2.ผู้รับสิทธิ์ต้องมาเรียนติดต่อกัน 2 สัปดาห์ๆ ละ 3 ชม. เพื่อความต่อเนื่องของบทเรียน
       
       3.โรงเรียนภาษาอังกฤษพิงกุขอสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิ์เรียนฟรีจากทางโรงเรียนเท่านั้น
       
       4.สิทธิ์นี้จำกัดเฉพาะโรงเรียนภาษาอังกฤษพิงกุสาขา เซ็นทรัลเวิลด์ และ สาขา UBC II (สุขุมวิท 33) จำนวนสาขาละ 5 รางวัล เฉพาะคอร์สเรียนปกติ ตามวันและเวลาที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้น
       
       5.ระยะเวลาในการใช้สิทธิ์ตั้งแต่ 2-30 มิ.ย.55
       
       *** หมดเขตร่วมสนุก 25 พฤษภาคม 2555 ด่วน! จำนวนจำกัดเพียง 10 รางวัลเท่านั้น มูลค่ารวม 28,000 บาท ประกาศผลวันที่ 31 พฤษภาคม 2555 ทางเว็บไซต์ Manager Online และ Pingu’s English Thailand Facebook

ข่าวล่าสุด ในหมวด
หูมีปัญหา ลูกอาจช้าด้านพัฒนาการ
5 กิจกรรมสุดสัปดาห์น่าเลือกทำ
รวมฮิตหนังสือดีส่งท้ายเดือนเมษายน
นิทานดี 3 เรื่อง 3 รส เตรียมเด็กๆ เข้าใจอาเซียน (แจกนิทาน)
วันนี้คุณเป็น Eco Mom หรือยัง?
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 14 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 11 คน
79 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
21 %
ความคิดเห็นที่ 1 +25 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมเริ่มพูดภาษาอังกฤษได้แบบงูปลาๆ ตอนเรียนจบ อาศัยกล้าพูดกล้าใช้ อ่านหนังสือเยอะหน่อย ก่อนไปมทุ่มเรียนฝึดพูดฟังอยู่ครึ่งปี ทุกวันนี้เป็นผู้บริหารเงินเดือนจะ 200 K แล้ว แม่เลี้ยงผมมาคนเดียว เลยเรียนโรงเรียนวัดตลอด ทุกวันนี้เลี้ยงดูแม่อย่างดีไม่มีตกหล่น ใครจะบ้าเอาไปจ่ายให้พวกหน้าเลือดหากินกับเด็ก น่าสงสารพ่อ แม่สมัยนี้ ทาสลูกทั้งนั้น
จะอะไรนักหนา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เราสอบTOIEC ได้ 980จาก990(สอบสองครั้งใน2อาทิตย์) เคยสอบTOFEL ได้600กว่า(ไม่เยอะมากเมื่อเทียบกับเพื่อนๆ)

มีญาติถามว่า เรียนภาษาอังกฤษยังไงให้เก่ง ช่วยแนะนำน้องหน่อย เราบอกว่า ภาษาไทยต้องเก่งก่อน ต้องแม่นยำ ทั้งออกเสียงและเขียนให้ถูกต้อง .......ญาติทำหน้าปูเลี่ยนๆ......ทั้งๆที่เราไม่ได้ดกดัน แต่ทัศนคติของเขาเองต่างหากที่คิดว่า มันไม่น่าเกี่ยวข้องกัน
สงสัยต้องค้นคว้า บันทึก จดจำและเตือนให้ตัวเองพูดให้ถูกต้องเสมอ(ยกเว้นเวลาเล่นกับเพื่อน.....ก็มั่วๆไปตามๆเขา สนุกดี)
เราตั้งใจเคี่ยวเข็ญตัวเอง....ฝึกฝนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง แม่นยำGrammar แบบที่เปิดสอนพิเศษเด็กชั้นต่ำกว่าได้ตั้งแต่ม2 /ม.3
มีดิกชันนารี่อยู่ในเป้ เปิดเล่นทุกทีที่ว่าง.......อ่านหนังสือออกเสียง....ตั้งแต่STUDENT WEEKLY ยัน BANGKOK POST อ่านแล้วตัดเก็บ เอามาแปล หลายๆสำนวน
ดูหนังสือที่มีสองภาษา......พ่อส่งTIME ให้หัดแกะอ่าน/หาศัพท์ แล้วมาสรุปให้ฟังตั้งแต่ม.3....ศัพท์ไหนไม่เข้าใจก็เปิดดิกชันนารีที่เล่มโตขึ้นๆแล้วจดใส่สมุดไว้ กลับบไปแปลไอ้ที่ตัดไว้.....

ฟังVOA/และเทปที่ครูให้ทุกวี่ทุกวัน ฟังซ้ำฟังแกะจนรู้เรื่อง รู้แล้วก็หาอันอื่นมาฟังอีก......ฟังจนเห็นเป็นตัวหนังสือลอยขึ้นมา
สิ่งเหล่านี้เป็นงานอดิเรก.....นอกเหนือจากเตะบอล ขี่จักรยานรอบใหญ่รอบทุ่ง.....ส่งขนมตอนเช้ามืด สอนพิเศษตอนปิดเทอมใหญ่
ตอนไปสอบAUA เมื่ออยู่ปี2 อาจารย์บอกว่าไม่ต้องมาเรียนแล้ว......มีให้เรียนได้อีกห้องเดียว ไม่งั้นไปเรียนเขียนทางธุรกิจโน่นไป....
ทุกวันนี้ที่เพื่อนๆทำงานชอบหาว่า ก็เรียนเมืองนอกมานี่ถึงได้โอกาสทำโน่น ทำนี้.....ซึ่งไม่จริงเลย
สรุปคือ เราว่าแกรมม่าเป็นพื้นฐาน และเรายังอ่านหนังสือด้วยตาของแกรมม่าอยู่ตลอดทุกวันนี้......ทั้งภาษาไทย/อังกฤษ
สอง....เราจึงไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนจึงเกลียด/กลัว และวุ่นวายมากมายกับการเรียนภาษาอังกฤษนักหนา
.ในเมื่อทุกอย่างได้มาแค่....ด้วยการแลกกับความเอาใจใส่ สนใจ และสนุกกับมัน......มีนิสัยช่างสังเกต จดจำให้มาก ทำงานหนักอยู่เสมอ
พยายามและสนุกกับมัน ก็เท่านั้น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยครับว่าGrammarต้องมาก่อน ยังไม่เข้าใจจนบัดนี้ว่าทำไมหลายคนบอกให้พูดไปเลยไวยากรณ์ไว้ที่หลัง สำหรับผมถ้าไม่แม่นไวยากรณ์ผมพูดไม่ได้แน่ เอาแค่จะตั้งคำถาม คุณต้องรู้ก่อนว่าจะขึ้นต้นประโยคด้วย Do หรือ Does หรือ Are หรือ Have ถ้าไม่รู้ไวยากรณ์จะเอาอะไรมาพูด จริงไหม? (ผมจบป.เอกวิศวะนอกป.ตรีไทย)
ไม่มีกฏ=มั่ว
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่า ทักษะทั้ง 4 ด้าน ฟัง พูด อ่าน เขียน มันมีความสัมพันธ์กันทั้งหมด แต่สิ่งที่จะช่วยให้ภาษาเป็นเร็วในช่วงอายุยังน้อยเช่น ตั้งแต่ 3 ขวบ เป็นต้นไป คือ พูด จริงอยู่การศึกษาโครงสร้างประโยคเป็นสิ่งสำคัญ แต่กับเด็ก 3 ขวบ ควรตัดอะไรที่ซับซ้อนออกไปได้เลย แต่ถ้าไปเทียบกับคนอายุ 15 ปีขึ้นไป การศึกษาโครงสร้างประโยค อาจจะเรียกความเชื่อมั่นในการพูดออกมาได้มากกว่า
ผมก็โทเอกนอกและตรีไทย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณเป็นเปอร์เซ็นต์ส่วนน้อยที่เรียนแกรมม่าร์แล้วเก่งภาษา
แต่ที่เหลือของนักเรียนไทย มันก็เก่งแกรมม่าร์มากกว่าเจ้าของภาษา แต่นักเรียนไทยจะพูดอังกฤษกับคนต่างชาติทีไร พูดไม่ออก
ก็แกรมม่าร์มันขวาง ทำให้การพูดต้องคิดเป็น2ขั้นจากไทยเป็นอังกฤษ
ขณะที่เวลาคุณพูดไทยเคยมีใครนั่งคิดหลักภาษาไทยก่อนพูดไหม มันมาเป็นธรรมชาติจนบางทีก็ไม่รู้ตัวว่าพูดอะไร
ส่วนคะแนนคุณเยอะ เพราะนั่นคือการสอบ
แต่ถ้าเก่งจริงก็ไปสอบcritical reading ดีกว่า
ข้อสอบที่คุณได้คะแนนสูง มันก็แค่การสอบสำหรับคนต่างชาติแค่ว่าพอจะใช้ภาษาไปเรียนในประเทศเค้าได้ไหม
เบื่อขี้อวด
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่าเหตุผลสำคัญที่คนเก่งgrammarแต่เจอฝรั่งแล้วพูดไม่ออกคืออ่อนซ้อมครับ ไม่ใช่grammarมาขวางหรอก เรื่องภาษานี่อยู่ที่ใช้บ่อยแค่ไหนเท่านั้น เด็กๆไม่รู้grammarพูดผิดบ้างถูกบ้างก็น่ารักดี แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่หรือเด็กโตพูดผิดๆถูกๆมันเหมือนคนไม่มีการศึกษาพูดภาษาอังกฤษ ใช้ภาษาให้ถูกต้องได้เป็นดีที่สุด
คงเข้าใจนะว่าหมายถึงคนกลุ่มไหน
 
ความคิดเห็นที่ 9 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไปเสริชดู "อรหันต์ชาวนา..." สิ แล้วจะได้คำตอบ?
เรียนทำไม...?
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปัญหาสำคัญที่สุดของการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนประถมศึกษาก็คือ คุณภาพของครูผู้สอนภาษาอังกฤษ ขนาดตัวครูเองยังพูดหรือใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้หรือใช้ได้แบบไม่ถูกต้อง แล้วครูจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้องได้อย่างไร? พอเด็กเรียนไปในชั้นที่สูงขึ้น ก็ต้องมาแก้ไข unlearned ที่ฝังติดอยู่ในตัวเด็กมากมาย
ครูเก่า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การเรียนเพื่อความรู้หากเราพอมีเงินบ้าง เราก็ส่งเสริมให้เด็กเรียนไปเลยครับจะได้มีภูมิปัญญา จะได้ไม่โง่เหมือนพวกเสื้อแดง ถูกเค้าหลอกซ้ำซาก เรียกว่าโง่ดักดาน
...
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าลูกเริ่มพูดได้ ก็ให้เค้าเริ่มเรียน เริ่มฝึกพูดได้เลยครับ ...ไม่ว่าจะเป็น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาฝรั่งเศส ภาษาสเปน ภาษาเยอรมัน ล้วนดีทั้งนั้น โดยตัวคุณเท่านั้นเป็นผู้ฝึกเค้า(อยากให้เค้ารู้ ตัวคุณก็ต้องรู้ก่อน) เริ่มจากคำง่ายๆ ทำบรรยากาศให้สนุกสนาน แล้วก็ลองจับสัญญาณอัจฉริยะของเค้าดู...ทั้งนี้ก็เพื่อพัฒนาต่อไปนั่นเองครับ
ทรามศักดิ์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +25 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมเริ่มพูดภาษาอังกฤษได้แบบงูปลาๆ ตอนเรียนจบ อาศัยกล้าพูดกล้าใช้ อ่านหนังสือเยอะหน่อย ก่อนไปมทุ่มเรียนฝึดพูดฟังอยู่ครึ่งปี ทุกวันนี้เป็นผู้บริหารเงินเดือนจะ 200 K แล้ว แม่เลี้ยงผมมาคนเดียว เลยเรียนโรงเรียนวัดตลอด ทุกวันนี้เลี้ยงดูแม่อย่างดีไม่มีตกหล่น ใครจะบ้าเอาไปจ่ายให้พวกหน้าเลือดหากินกับเด็ก น่าสงสารพ่อ แม่สมัยนี้ ทาสลูกทั้งนั้น
จะอะไรนักหนา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่ลำปาง โรงเรียนกวดวิชาเยอะมาก ๆ ครับ ตึกเว้นตึก ไม่รู้มีทำไมเยอะแยะ
หนุ่ม
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน คู่แข่งเยอะ ความพร้อมต่างๆในการเตรียมตัวสอบของเด็กที่มีโอกาสสูงกว่าเด็กด้อยโอกาสมาก ถ้าปล่อยลูกไปตามธรรมชาติจะสู้เขาไม่ได้ สุดท้ายเรียนรามหรือเอกชน
ถ้าชอบอย่างนั้น
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรียนตอนอายุมาก ต้องใช้ความพยายาม,อุตสาหะมากๆๆๆๆ

เรียนตอนอายุน้อย จะพัฒนาได้เร็วกว่า และถ้าได้เรียนอย่างถูกต้อง จะติดไปจนโต
นับถือครับ แต่
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บังเอิญคุณไม่ได้เรียน
อย่าเหมาว่าการเรียนพิเศษเป็นการหากินกับเด็ก
เรียนพิเศษดีๆก็มี เวลาไม่อยากถูกหลอก ก็หัดไปดูก่อนจ่ายเงิน
และหัดถามลูกว่าวันนี้เรียนอะไรบ้าง
มากกว่านั่งเทียน เขียนแบบสะใจ มันโชว์ความโง่ว่าใครจ้างคุณด้วยเงินเดือนขนาดนี้
ถ้าเป็นฉันมีลูกน้องอย่างคุณ ก็คงเชิญออกไปแล้ว เพราะดูคุณใช้อารมณ์มากกว่าสติ
แน่ใจ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เงินเดือนแค่ 200K ต่อเดือน ดิชั้นว่าน้อยมากนะคะ
ยังต้องพัฒนาและเรียนรู้โลกให้กว้างกว่านี้จะดีขึ้นค่ะ
ตอนนี้แฟนดิชั้นอายุ 35 เงินเดือน 6แสนกว่าแล้วค่ะ
Saranya Bunlupatiphan
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แฟนคุณ saranya ทำงานอะไรหรือครับ เงินเดือนเยอะจัง
อิจฉา
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
งง บอกเงินเดือนเค้าน้อยมาก แต่เอาเงินเดือนแฟนมาอ้าง อยากชนะกันแค่นี้

600000หรือ6000.00เอาให้แน่
___
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขายยาค่ะ
E
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าคุณทำรัฐวิสาหกิจ ป่านนี้เงินเดือนเกือบล้านแล้ว
เสียดาย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมเรียนตอนประถมห้าครับ ทุกวันนี้ทำงานกับเจ๊ก
ฮื่อยยยยยยยย
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014