หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Life & Family | วัยรุ่น
 

วิจัยพบ โรงเรียนดี ไม่เท่า “พ่อแม่ดี”

โดย MGR Online
15 ตุลาคม 2555 00:13 น.
วิจัยพบ โรงเรียนดี ไม่เท่า “พ่อแม่ดี”
        ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีความเชื่อเกี่ยวกับการเลือกโรงเรียนให้กับลูกอยู่ในหมู่พ่อแม่พอสมควร นั่นก็คือ ความเชื่อที่ว่าการพยายามเฟ้นหาโรงเรียนที่ดี (มีชื่อเสียง เป็นโรงเรียนเก่าแก่ มีอุปกรณ์ด้านการเรียนการสอนครบครัน มีครูที่เก่ง มีโอกาสในการสอบเข้าสถาบันดังๆ สูง ฯลฯ) นั้นอาจเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือการันตีความสำเร็จในอนาคตของลูกๆ แต่นั่นอาจไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะมีการศึกษาวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า การอบรมสั่งสอน เลี้ยงดูเด็กๆ อย่างดีจากพ่อแม่นั้น “สำคัญ” กว่าการได้เข้าเรียนในโรงเรียนดีๆ เสียอีก
       
       คำกล่าวดังกล่าวมาจากงานวิจัยของนักวิจัยแดนอินทรี ที่เผยว่า การที่เด็กจะประสบความสำเร็จในการเรียนได้นั้น พ่อแม่มีส่วนสำคัญอย่างมาก และพบว่า เด็กที่พ่อแม่คอยมีส่วนร่วมในการทำการบ้าน ให้กำลังใจ กระตุ้นให้ลูกเห็นความสำคัญของการศึกษา รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ กับทางโรงเรียนนั้นมักจะเป็นเด็กที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง
       
       โดยการศึกษานี้จัดทำขึ้นในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลของเด็กวัยทีนราว 10,585 คน จากโรงเรียนมัธยมประมาณพันแห่งในรัฐต่างๆ
       
       นักวิจัยพบว่า ครอบครัวที่มีการจำกัดเวลาการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (ไม่เฉพาะแค่ทีวี ปัจจุบันมีหน้าจอแสดงผลจำนวนมากที่มีความเกี่ยวพันต่อชีวิตประจำวันของเด็ก เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นเกม โทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่นเกมแบบพกพา แท็บเล็ต ฯลฯ) นั้นมีผลดีต่อสุขภาพของเด็กอย่างเห็นได้ชัด
       
       ดร.Aric Sigma เผยว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ที่บ้านของเด็กอายุ 10 ปีจะมีเครื่องเล่นต่างๆ ที่พร้อมจะดึงดูดความสนใจจากเด็กอย่างน้อย 5 ชิ้น เปรียบได้กับพี่เลี้ยงอิเล็กทรอนิกส์ที่พ่อแม่ส่งมาให้กับลูก เพื่อให้พวกเขาไม่กวน หรือร้องโยเย แต่ยิ่งมีอุปกรณ์เหล่านั้นมากเท่าใด ปัญหาสุขภาพของลูกก็พบได้มากเท่านั้น
       
       “เด็กในปัจจุบันมีความเสี่ยงในการเกิดโรคอ้วน เบาหวาน (ชนิดที่ 2) และโรคหลอดเลือดหัวใจมากขึ้น นอกจากนั้น การใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้โดยไม่บันยะบันยังยังส่งผลต่อสุขภาพจิต และทักษะการเข้าสังคมของเด็กด้วย”
       
       ด้านนักวิจัยจากนอร์ธแคโรไลนา ดร.Toby Parcel ก็ได้เปิดผลการสำรวจที่น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยพบว่าการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ในการเรียนของเด็กก็มีความสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น การตรวจสอบการบ้านของลูกเป็นประจำทุกวัน มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่ลูกเรียนในแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอ อีกยังเข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นกับลูกๆ ไม่เคยขาด ฯลฯ เพราะการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น เป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้พ่อแม่ทราบความคืบหน้าในการศึกษาเล่าเรียนของลูกนั่นเอง
       
       ดร.Toby ยังพบว่า เด็กที่ได้เรียนในโรงเรียนที่ดี มีสภาพแวดล้อมดีๆ แต่พ่อแม่ไม่สนใจนั้น ยังทำคะแนนได้น้อยกว่าเด็กที่เรียนในโรงเรียนธรรมดา (ชื่อชั้นด้อยกว่าโรงเรียนกลุ่มแรก) แต่พ่อแม่มีส่วนร่วมในการเรียนของลูก โดยอ้างอิงจากคะแนนของเด็กวัยรุ่นจำนวนหนึ่งที่เรียนในโรงเรียนที่อาจจะไม่ได้มีคุณภาพมากเท่ากับโรงเรียนชั้นนำ แต่เด็กกลุ่มนี้มีพ่อแม่ที่สนใจในการเรียนของลูก และพบว่า พวกเขาสามารถทำคะแนนสอบได้สูงกว่าเด็กที่เรียนในโรงเรียนชั้นนำ แต่พ่อแม่ไม่เอาใจใส่ในการเรียนเสียอีก (ผลการศึกษานี้ได้รับการตีพิมพ์ใน the journal Research and Social Stratification and Mobility)
       
       ดร.Toby Parcel เจ้าของงานวิจัย เผยว่า “โรงเรียนและพ่อแม่ล้วนมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของเด็ก แต่การมีส่วนร่วมของครอบครัวนั้นพบว่าสำคัญกว่า และนำไปสู่การประสบความสำเร็จในการเรียนได้มากกว่า”
       
       บางทีการแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาอาจไม่ใช่การแก้ที่ระบบการเรียนการสอนแต่เพียงอย่างเดียวเหมือนที่หลายคนเข้าใจ แต่อาจต้องแก้ “ภาพรวม” ทั้งหมดในการจัดระบบการเรียนการสอนก็เป็นได้ และนั่นอาจต้องเริ่มให้คนเป็นพ่อแม่มีความเข้าใจ และหันมาร่วมมือพัฒนาการศึกษาของลูกๆ ให้มากขึ้นนั่นเอง
       
       “การศึกษาของเราชี้ให้เห็นว่า พ่อแม่ควรตระหนักในความสำคัญของตนเองให้มากขึ้นว่าสามารถช่วยให้ผลการเรียนของลูกดีขึ้นได้ และควรทุ่มเทเวลาให้กับลูกๆ ด้วยการหมั่นตรวจสอบการบ้านของลูก เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน และการอบรมให้ลูกทราบถึงความสำคัญของการศึกษา” ดร.Toby กล่าวทิ้งท้าย
       
       เรียบเรียงจากเดลิเมล

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ผลวิจัยชี้ วัยรุ่นไทยรักครอบครัว อยากแสดงความกตัญญูพ่อแม่
พ่อแม่สไตล์เฮลิคอปเตอร์เสี่ยงเพิ่มความเครียดให้ลูก
“เพื่อน vs ทีวี” ใครมีอิทธิพลต่อวัยรุ่นมากกว่ากัน
ไอทีทำร้ายครอบครัวยากจน เด็กเข้าไม่ถึง-เพื่อนไม่คบ
เตือนพ่อแม่ กลุ่มล่วงละเมิดเด็กออกล่าเหยื่อผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 32 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 31 คน
97 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
3 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2018