หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | รายงานพิเศษ
 

“ดอยน้ำซับ” ตอบโจทย์ความสำเร็จสปาไทยในญี่ปุ่น

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 ธันวาคม 2550 09:24 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“ดอยน้ำซับ” ตอบโจทย์ความสำเร็จสปาไทยในญี่ปุ่น

“ดอยน้ำซับ” ตอบโจทย์ความสำเร็จสปาไทยในญี่ปุ่น

แม้จะเป็นผู้ประกอบการรายเล็กๆ ทุนจดทะเบียนแค่ 2 ล้านบาท กับพนักงานเพียง 10 กว่าคน แต่เป็นการยืนยันว่าโอกาสธุรกิจในตลาดญี่ปุ่นเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการที่ตั้งใจจริงและมีเอกลักษณ์ จึงนำไปสู่ความสำเร็จ และอนาคตทางธุรกิจที่ยังไปได้อีกยาวไกล แม้จะก้าวไปอย่างช้าๆ เพราะข้อจำกัดด้านบุคลากรและเงินทุน แต่ก็เป็นการพิสูจน์ความยั่งยืน
       
       ดุษฎี สุทธิเลิศ เจ้าของและผู้บริหาร บริษัท ดอยน้ำซับ จำกัด เล่าถึงการขยายธุรกิจร่วมกับญี่ปุ่น หนึ่งในตลาดต่างประเทศที่นำเข้าผลิตภัณฑ์ของดอยน้ำซับว่า เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ได้เริ่มผลิตลูกประคบสมุนไพรเป็นสินค้าตัวแรกซึ่งทำมาจากสมุนไพรโดยไม่ได้ใช้สารเคมี ซึ่งในขณะนั้นยังไม่เป็นที่แพร่หลาย แต่เพราะสินค้าภูมิปัญญาขายได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ขณะที่การนำเสนออย่างถูกต้องก็มีความสำคัญเช่นกัน ซึ่งจุดแข็งที่นำมาใช้คือการคำนึงถึงวัฒนธรรมไทย
       
       อย่างไรก็ตาม ในตอนที่เริ่มทำไม่คิดว่าจะเป็นสินค้าที่สามารถส่งออกได้ วัตถุประสงค์เดียวคือการช่วยเหลือชุมชน เนื่องจากลูกประคบประกอบไปด้วยพืชและสมุนไพรมากมายทำให้ชุมชนสามารถเพาะปลูกและนำมาสร้างรายได้ได้มาก ที่สำคัญ การได้รับความช่วยเหลือจากกรมส่งเสริมการส่งออกให้ร่วมงานแสดงสินค้า Thailand Health & Beauty Show ในปี 2543 แม้ว่าจะเป็นบูทเล็กๆ แต่กลับเต็มไปด้วยชาวต่างชาติ ขณะที่คนไทยไม่สนใจเลย
       
       จากนั้น ในปี 2544 จึงเริ่มส่งออก และมีบริษัทโอซาก้าจากญี่ปุ่น ทำหนังสือผ่านมาทางภาครัฐเพื่อเข้ามาเยี่ยมชมพื้นที่เพราะปลูกของดอยน้ำซับที่เชียงราย เป็นพื้นที่บนดอยตุง ไม่ใช้สารเคมี และด้วยการได้รับดูแลอย่างจริงใจ
       
       "เราทำให้เขาเกิดความมั่นใจที่จะโปรโมทสินค้า ที่สำคัญคือไม่มีสารเคมีและเป็นสินค้าภูมิปัญญา เราพยายามเน้นให้เขาเห็นว่าการนวดแผนไทยมีการนวดแบบหลากหลาย และเนื่องจากยังไม่เคยมีใครนำเข้าไปก่อนเลย การนำลูกประคบเข้าญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกอย่างเป็นเรื่องเป็นราวทำให้เขาง่ายในการทำตลาด"
       
       จากนั้นจึงมีการเปิดโรงเรียนสอนการนวดและการใช้ลูกประคบสมุนไพรโดยได้รับการอนุมัติหลักสูตรจากกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อลูกค้ามาเรียนค่อนข้างมากทำให้การขายลูกประคบไปจำหน่ายต่อเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่มีข้อตกลงการผลิตสินค้าร่วมกัน โดยผลิตอย่างที่ลูกค้าต้องการและติดตราสินค้าของลูกค้า แต่ต้องใส่ข้อความว่าผลิตโดยดอยน้ำซับ และ product of Thailand เพราะญี่ปุ่นชอบสมุนไพรจากไทย โดยเฉพาะยิ่งมีใบรับรองว่ามาจากออร์แกนิกฟาร์ม
       
       หลังจากนั้น จึงมีการนำสมุนไพรมาผลิตสินค้าต่างๆ ตามตำรับ เช่น ยาอบสมุนไพร และมีการตั้งชื่อเรียกหลากหลาย เช่น woman body care ฯลฯ ซึ่งโดยหลักเป็นการใช้ความรู้จากการแพทย์และเภสัชกรรมแผนไทย ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่นำไปใช้ในสถานประกอบการที่เป็นศูนย์สุขภาพ เช่น ร้านนวด ซาลอนต่างๆ ที่มีมากมายหลายแบบ และสามารถขายได้หลายช่องทางในญี่ปุ่น แต่ไม่ได้พัฒนาสินค้าในรูปแบบที่เป็นที่นิยมโดดทั่วไป เช่น ครีม น้ำมัน เป็นต้น
       
       การดูแลสุขภาพเบื้องต้นของไทยที่ดอยน้ำซับนำมาสร้างรายได้ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1.การนวด 2.การประคบ และ3.การอบสมุนไพร สำหรับการอบสมุนไพรนั้นทางการแพทย์แผนปัจจุบันยอมรับว่าเป็นการล้างพิษของร่างกายที่ออกทางผิวหนังได้ดีที่สุดทางหนึ่ง ทำให้แพร่หลายในญี่ปุ่นโดยเฉพาะการนำไปใช้กับออนเซน และการคิดรูปแบบสินค้าได้มากมายทำให้เกิดความแตกต่างหลากหลายและนำไปใช้กับออนเซนที่มีอยู่มากมายและเป็นวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่นำมาผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืน
       
       ปัจจุบันดอยน้ำซับยังร่วมกับ Thai Education Center ที่ญี่ปุ่นผลิตบุคลากรด้านการนวดประคบสมุนไพรไทย และการเรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ (organic agriculture) ซึ่งมีการเรียนที่กรุงเทพฯ และเชียงราย เป็นการเรียนแบบตัวต่อตัว รับนักเรียนได้เฉลี่ยเดือนละ 5-6 คน เพื่อให้เกิดความลึกซึ้งนำไปใช้ได้จริงและเพราะสถานที่จำกัด สำหรับที่กรุงเทพฯ เป็นเรือนไทยที่ใช้สำหรับการเรียนการสอน
       
       นอกจากนี้ ยังมีการนำคำสอนทางศาสนา เช่น อิทธิบาท4 และพรหมวิหาร4 เข้ามาใช้ในหลักสูตรการเรียน และการนำเสนอที่ดีและถูกต้อง เช่น แนะนำว่าสามารถนำลูกประคบมาใช้สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ลูกใช้ดูแลสุขภาพให้พ่อแม่ หรือปู่ย่าตายาย
แต่ในอนาคตอาจจะรับนักเรียนได้มากขึ้นเพราะเชียงรายมีพื้นที่กว้าง และจะมีการสร้างกิจกรรมมากมาย เช่น การเรียนจากแปลงเกษตรอินทรีย์ การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย ศิลปะการนวดด้วยลูกประคบ ซึ่งแหล่งวัตถุดิบอยู่ที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง พื้นที่โครงการตามพระราชทาน 4 พันไร่ ส่วนพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรอยู่ที่นางแลใน เมื่อดึงคนเข้ามาได้มากขึ้น การเผยแพร่มากขึ้น ทำให้ขายผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้นตามไปด้วย
       
       แม้ว่าสินค้าของดอยน้ำซับจะสร้างรายได้ปีละ 5-6 ล้านบาทซึ่งดูเหมือนน้อย แต่รายได้ดังกล่าวมาจากฐานเดิมซึ่งมีค่าเป็นศูนย์หรือไม่มีการนำมาสร้างมูลค่าเลย เช่น ลูกประคบซึ่งราคา 30-50 บาท สามารถเพิ่มมูลค่าด้วยการรับรองเรื่องเกษตรอินทรีย์ และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ซึ่งพันธมิตรจากญี่ปุ่นมาสอนและแนะนำ จนทำให้สินค้ามีความโดดเด่นในญี่ปุ่น ทำราคาได้สูงกว่าเดิมกลายเป็นอันละ 100 กว่าบาท
       
       "แค่ออนเซนที่มีทุกหัวระแหงของญี่ปุ่น ยังไม่รวมช่องทางอื่น โอกาสในการนำสินค้าสุขภาพเข้าไปก็มีมากมายแล้ว ซึ่งเรากำลังทำ และแม้ว่าจะมีการเลียนแบบมาก แต่ในการออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศต้องการสิทธิบัตรเพื่อยืนยันคุณภาพสินค้า เพราะฉะนั้น ผู้ประกอบการตัวจริงที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ เท่านั้นที่ได้รับอนุญาต ถ้าให้มองการเติบโตหรือแนวทางดำเนินการก็ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของแต่ละคนว่ามีมากน้อยและเป็นแบบไหน"
       
       เมื่อคนญี่ปุ่นซื้อขายกับเราแล้วจะไม่ติดต่อกับผู้ประกอบการรายอื่น เนื่องจากดอยน้ำซับนำลูกประคบเข้าตลาดญี่ปุ่นเป็นรายแรก ด้วยวิธีการนำเข้าอย่างถูกต้อง ทำให้สินค้าตัวนี้ยั่งยืนในตลาดญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน มีคนญี่ปุ่นเข้ามาประจำอยู่ในไทย แม้ว่าจะเป็นอาสาสมัครแต่สามารถช่วยได้มาก โดยเฉพาะการใช้ภาษาญี่ปุ่นคุยกับลูกค้าญี่ปุ่นทำให้ติดต่อกับลูกค้าญี่ปุ่นง่ายขึ้น และด้วยความเป็นเอเชียที่มีวัฒนธรรมคล้ายกัน เมื่อมาพบวัฒนธรรมของไทย เช่น เคารพครูอาจารย์ เคารพบรรพบุรุษ และมีการถ่ายทอดอย่างถูกวิธีและความเอื้ออาทร โอบอ้อมอารี ทำให้เขารักเรา
       
       หลักสำคัญในการสร้างธุรกิจของดอยน้ำซับอยู่ที่การนำวัฒนธรรมไทยและชุมชนเป็นตัวตั้ง เพราะถ้าใช้เรื่องเงินเป็นตัวตั้งจะทำให้ทำงานยากและอาจจะไม่สามารถมาถึงวันนี้ได้เพราะคอยคิดแต่เรื่องกำไร-ขาดทุน และด้วยการที่สินค้ามีคุณภาพจริงๆ และทำธุรกิจอย่างซื่อสัตย์ทำให้เกิดความยั่งยืน
       
       แต่ในด้านของการแข่งขันระดับประเทศ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการเคลื่อนย้ายของวัฒนธรรม มีการลื่นไหลไปมาหาสู่กันเสมอ มีการเลียนแบบกันและกัน นอกจากนี้ เกี่ยวกับกฎหมายการนำบุคลากรไทยหรือ therapist เข้าไปทำงานที่ญี่ปุ่น รัฐบาลไทยยังดูแลไม่ทั่วถึง และประเมินจากฝ่ายที่มีอำนาจมีความคิดแบบชิงดีชิงเด่นกันทำให้ขัดกันไปขัดกันมา เป็นจุดอ่อนที่ทำให้ไม่สามารถพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน ขณะที่นโยบายและแนวทางของจีนและเวียดนามชัดเจน เชื่อว่าต่อไปจะสามารถแซงไทย หากไทยยังไม่ปรับตัว

ข่าวล่าสุด ในหมวด
คิกออฟ “Craft Villa” ระดมสุดยอด “แฮนด์เมด” ทั่วไทยให้เลือกชอป
ชิมลางก่อนสัมผัสจริง! สินค้าญี่ปุ่นดีไซน์เก๋กว่า 500 ชิ้นบุกไทย เล็งหาตัวแทนจำหน่าย
ทำไมต้อง 'Brave Roaster' ร้านกาแฟที่ ก.พาณิชย์เลือกโชว์ออกงาน
ฟ้าหลังฝน “บ้านยาง” ยกของดีอาหารจีนยูนาน เปิดตลาดท่องเที่ยว
รู้จัก 3 ผู้ประกอบการ ยึดพลังโซเชียลส่งยอดขายทะลุเป้า
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014