หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | รายงานพิเศษ
 

พลิกกลยุทธ์สร้างแบรนด์ 'เป่ายิ้งฉุบ'ชี้ทางใหม่ฝ่ามรสุม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
24 มีนาคม 2551 16:19 น.
พลิกกลยุทธ์สร้างแบรนด์ 'เป่ายิ้งฉุบ'ชี้ทางใหม่ฝ่ามรสุม
        กรณีศึกษาการปรับตัวของเจ้าของธุรกิจประสบการณ์โชกโชน "ชาลี รัตนวชิรินทร์" เจ้าของธุรกิจ ทบทวนบทเรียนใหม่ นำพา "เป่ายิ้งฉุบ" สร้างชื่อ ตกผลึก "core competency" ขององค์กร เพื่อวิ่งสู่เป้าหมายที่ชัดเจน กลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการอื่นๆ สามารถนำไปใช้ได้เหมือนกัน
       


พลิกกลยุทธ์สร้างแบรนด์ 'เป่ายิ้งฉุบ'ชี้ทางใหม่ฝ่ามรสุม
        แม้ว่าในปีนี้ในภาพรวมของหลายกลุ่มธุรกิจจะมีความเสี่ยงจากปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะปัจจัยภายนอกซึ่งควบคุมไม่ได้ เช่น ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราเงินเฟ้อ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม นอกจากการหาทางฝ่าอุปสรรคเพื่อหาทางรอดแล้ว ความพยายามนำพาธุรกิจให้ล่องไปในมหาสมุทรเพื่อฝ่ามรสุมไปสู่น่านน้ำที่เต็มไปด้วยแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ยังเป็นความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการทั้งหลาย รวมถึง “เป่ายิ้งฉุบ” หนึ่งในผู้ประกอบการรายเล็กๆ ในธุรกิจการ์เม้นท์ ที่ในวันนี้หันมาให้ความสำคัญกับแก่นความสามารถหลัก (core competency) เพื่อปรับตัวไปในทิศทางที่ถูกต้อง
       
       จากการประเมินมูลค่าตลาดเสื้อยืดของประเทศไทยทั้งหมดอยู่ในระดับหลายหมื่นล้านบาท ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ผู้ผลิตที่สร้างแบรนด์เองและวางขายใน retail shop ทว่า สำหรับสถานการณ์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน เกิดปัจจัยลบกับธุรกิจการ์เม้นท์มากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าจากจีนที่เข้ามาบุกตลาดโบ๊เบ๊อย่างหนักหน่วงขึ้นทุกวัน
       
       นอกจากนี้ ยังมีกระแสความนิยมเสื้อเหลืองและเสื้อดำทำให้สีสันของธุรกิจลดลง ที่สำคัญการไม่มีแบรนด์มีจุดเสี่ยงเมื่อวันนี้ที่อะไรๆ ก็ขายไม่ดีทำให้ซาปั๊วเริ่มสั่นคลอน เพราะไม่มีสินค้ายี่ห้อไหนที่โดดเด่นออกมาอย่างชัดเจน แต่เมื่อมียี่ห้อไหนที่เด่นออกมาได้จะเป็นจุดให้ซาปั๊วเลือก
       
       เมื่อการอยู่ในโลกของทุนนิยมต้องคำนึงถึง economy of scale และทำให้เกิดการผลิตที่โอเวอร์ซัพพลาย มีการนำสินค้าที่ผลิตมากจนราคาตกต่ำทำให้ต้องนำไปทิ้ง การสร้างแบรนด์จึงยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น และเป็นเหตุผลสำคัญที่ "เป่ายิ้งฉุบ" ผู้ผลิตเสื้อยืดท้องถิ่นของไทยยืนยันว่า การสร้างแบรนด์สำคัญขนาดไหนในวันนี้และอนาคต
       
       ๐ สร้างเอกลักษณ์ ด้วยจุดขายใหม่
       
       ชาลี รัตนวชิรินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำหนึ่งการตลาด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเสื้อยืด "เป่ายิ้งฉุบ" กล่าวอย่างหนักแน่นว่า ในวันนี้ "เป่ายิ้งฉุบ" กำลังเดินหน้าต่อไปในทิศทางของการสร้างแบรนด์แม้จะอยู่บนเส้นทางที่เหนื่อยยาก แต่ด้วยความมุ่งมั่นและมีแบรนด์เนมดังระดับโลกอย่าง "ลาคอสต์" เป็นตัวกระตุ้นให้พัฒนาตัวเองต่อไป
       
       "เป่ายิ้งฉุบกำหนดให้ตัวเองเป็น the best follower โดยมี ลาคอสต์ซึ่งเป็นผู้นำตลาดเสื้อโปโลของโลกเป็นตัวอย่างให้เทียบเคียงในเรื่องของคุณภาพ แม้ว่าเสื้อเป่ายิ้งฉุบราคา 300 กว่าบาท แต่มีคุณภาพใกล้เคียงกับเสื้อลาคอสต์ราคา 2,000 กว่าบาท"

พลิกกลยุทธ์สร้างแบรนด์ 'เป่ายิ้งฉุบ'ชี้ทางใหม่ฝ่ามรสุม
        อย่างไรก็ตาม สำหรับการปรับกลยุทธ์ในปีนี้ “เป่ายิ้งฉุบ”เริ่มด้วยการหันมารุกตลาดเสื้อยืดคอกลมสีขาวสกรีนลวดลายและเพิ่มจุดขายใหม่ โดยกลางเดือนมีนาคมนี้จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในไลน์ของเสื้อยืดคอกลมขาวและมีผลิตภัณฑ์พิเศษที่เรียกว่า “ขาวเป่ายิ้งฉุบ” ซึ่งมีจุดเด่นจากการนำเทคโนโลยีที่เรียกว่า Bio Silky ซึ่งเป็นการใช้กระบวนการทางชีวภาพย่อยสลายเส้นใยส่วนเกินทำให้เกิดความเงาของเส้นด้ายทำให้ผ้ามีความเงาสวยงามและนุ่ม แทนที่จะใช้สารเคมีซึ่งทำให้เกิดมลพิษ รวมทั้งยกระดับสีของเนื้อผ้าให้มีคุณภาพสูงขึ้นและได้สีที่สวยตามความต้องการของตลาด ซึ่งสีขาวเป่ายิ้งฉุบหรือโดยทั่วไปอาจจะเรียกได้ว่าเป็นสีงาช้าง มาจากการพยายามหาจุดแตกต่างและสร้างเอกลักษณ์ใหม่
       
       สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะนำออกมาทำตลาดจะมีการแบ่ง segmentation นอกจากจะนำกลุ่มสินค้า “ขาวเป่ายิ้งฉุบ” โดยเลือกเจาะตลาดให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เช่น เดอะมอลล์ จะมีกลุ่มสินค้า “ขาวปกติ” วางขายในช่องทางยี่ปั๊วและซาปั๊ว โดยจะนำเสนอคอลเลคชั่นต่างๆ เช่น Love Earth เป็นภาพสกรีนที่สื่ออารมณ์การท่องเที่ยวธรรมชาติป่าเขา ทะเล เป็นต้น เพราะตรงกับฤดูร้อนซึ่งให้ความรู้สึกของวันหยุดพักผ่อนสบายๆ

พลิกกลยุทธ์สร้างแบรนด์ 'เป่ายิ้งฉุบ'ชี้ทางใหม่ฝ่ามรสุม
        การปรับตัวรุกตลาดด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว ผ่านการตกผลึกจากแก่นความสามารถ 3 ประการที่นำมาใช้อย่างสอดรับกัน ประการแรก คือ Quick Response หมายถึงการที่ต้องตอบสนองความต้องการของตลาดอย่างรวดเร็วและเท่าทัน ทำให้ผู้ประกอบการต้องผลิตโดยมีจำนวนน้อยลงในแต่ละครั้ง แต่มีความถี่ในการผลิตมากขึ้น โดยที่การตอบสนองต้องเป็นไปทั้งกระบวนการตลอดทั้ง supply chain ตั้งแต่การผลิตจนสินค้าถึงมือผู้บริโภค ซึ่งเพียงแค่ในกระบวนการผลิตที่มีขั้นตอนมากและด้วยโครงสร้างที่เป็นแมสทำให้ต้องปรับตัวให้รับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
       
       ยกตัวอย่าง เสื้อยืดคอกลมสีขาวที่กำลังจะใช้ทำตลาดเชิงรุก ถามว่าทำไมเลือกกลยุทธ์นี้ คำตอบในเรื่องของ Quick Response ซึ่งหมายถึงการที่ต้องคิดทั้งซัปพลายเชนนั้น การเลือกรุกตลาดด้วยเสื้อยืดขาวเป็นพื้นฐานมีเหตุผลแรกคือการที่สามารถลดปัญหาความยุ่งยากในการจัดการสต๊อกผ้าหลายๆ สีให้เหลือเพียงสีเดียว ทำให้ตอบสนองความต้องการของตลาดได้เร็วขึ้น เพราะขั้นตอนการผลิตตามปกติเริ่มจากตัด พิมพ์ เย็บ ฟินิชชิ่ง แพ๊คกิ้ง สต๊อก และส่งร้านค้า แต่วิธีการใหม่ใช้การผลิตเสื้อยืดขาวไว้ล่วงหน้า เมื่อลายไหนขายดีก็สามารถนำเสื้อที่เตรียมไว้แล้วมาพิมพ์เพื่อลดขั้นตอน
       
       ๐ ปรับกระบวนท่า วาง 3 กลยุทธ์พิชิตตลาด
       
       ประการที่สอง คือ Niche Market การทำตลาดเฉพาะ และประการที่สาม คือ Focus Sale ด้วยการเลือกวางสินค้าในช่องทางที่เหมาะเจาะกับสินค้า ซึ่งต้องคิดให้สอดคล้องกัน มีตัวอย่างที่เป็นบทเรียนจากสินค้าคอลเลคชั่น “คนรักหมา” ซึ่งเป็นสินค้าเดิมที่เคยคาดหวังว่าจะได้รับการตอบรับดีเพราะมองว่าคนโดยทั่วไปชอบหมา และมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าอย่างดีและรู้พฤติกรรมผู้บริโภค เช่น รู้ว่าหมา 10 สายพันธุ์อะไรที่คนไทยชอบ แต่ละสายพันธุ์มีลักษณะอย่างไร เป็นต้น แล้วจึงผลิตสินค้าเจาะกลุ่มครอบครัวหรือพ่อแม่ลูกซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของเป่ายิ้งฉุบ แต่เมื่อนำออกสู่ตลาดกลับไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร
       
       เมื่อวิเคราะห์ข้อผิดพลาดแล้วทำให้รู้ว่าอยู่ที่ช่องทางการจัดจำหน่าย เนื่องจากนำเสื้อคอลเลคชั่นดังกล่าวซึ่งประกอบไปด้วยภาพสกรีนหมาหลากหลายพันธุ์และข้อมูลเกี่ยวกับหมาพันธุ์นั้นๆ ไปวางจำหน่ายโดยใช้ช่องทางของยี่ปั๊วและซาปั๊ว เช่น โบ๊เบ๊ ประตูน้ำ ซึ่งเป็นช่องทางเดิมที่มีอยู่และกลุ่มลูกค้าทั่วไปซึ่งไม่ได้ประทับใจกับภาพหมาที่นำเสนอ แต่อย่างไรก็ตาม มีแนวคิดที่จะนำคอลเลคชั่นคนรักหมามาทำตลาดใหม่ โดยการเจาะเข้าไปในช่องทางที่เฉพาะกลุ่มมากขึ้น เช่น ร้านขายสินค้าที่เกี่ยวกับหมา เพราะลูกค้าที่มาล้วนเป็นคนรักหมาทำให้มีโอกาสขายได้มาก

พลิกกลยุทธ์สร้างแบรนด์ 'เป่ายิ้งฉุบ'ชี้ทางใหม่ฝ่ามรสุม
        "เราเรียนรู้จากคอลเลคชั่นคนรักหมาว่า อันที่จริงเราผลิตสินค้าที่เป็นตลาดนิช แต่เรากลับไปวางจำหน่ายในช่องทางที่เป็นของตลาดแมส เพราะฉะนั้น เราจะกลับมา re-launch โดยจะทำให้เป็นตัวตนของคนรักหมามากขึ้น เช่น เมื่อคิดให้ลึกขึ้นจะเข้าใจว่าคนเลี้ยงหมาไม่ได้มองว่าหมาเป็นสัตว์เลี้ยง แต่มองว่าหมาเป็นเพื่อนหรือลูกหรือคนในครอบครัว เพราะฉะนั้น wording ที่ใช้ประกอบรูปหมาจะจูงใจให้ลูกค้าอยากซื้อมากขึ้น เช่น เพื่อนสนิท เพื่อนขี้เหงา เพื่อนที่รอเราทุกเวลา เป็นต้น และ focus sale ด้วยการต้องคิดว่าลูกค้ากลุ่มนี้อยู่ที่ไหน เราต้องไปดิสเพลย์ที่นั่น ทำให้ต่อไปเราต้องมีการทำงานที่ลงลึกในช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ ที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย"
       
       นอกจากนี้ การทำตลาดนิชสำหรับระบบการผลิตที่เป็นแมส ซึ่งเป็นแนวทางที่เป่ายิ้งฉุบทำมาตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ตลาดเสื้อยืดในปีพ.ศ. 2529 เป็นเรื่องที่สวนทางกัน แต่เมื่อจำเป็นต้องปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงไปของทิศทางธุรกิจ การทำตลาดนิชจะทำให้เป่ายิ้งฉุบเป็นแบรนด์ในใจของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งหวังผลว่าจะขยายไปสู่การตอบรับสินค้าที่เป็นแมสในอนาคตด้วย เพราะในแง่ผลกำไรที่ได้จากตลาดนิชต่ำกว่าตลาดแมส
       
       "ที่ผ่านมาการสร้างจุดยืนที่โดดเด่นว่าเป็นสินค้าดีราคายุติธรรม พิสูจน์ว่าได้ผล เช่น มีลูกค้ารอเสื้อโปโลสีดำของเป่ายิ้งฉุบซึ่งแม้ว่าจะออกมาช้ากว่าตลาดประมาณ 2 สัปดาห์แต่ขายดีมาก หรือเคยแก้ปัญหาผ้าคุณภาพดีไม่ทันกับกระแสตลาดทำให้นำผ้าคุณภาพไม่ดีมาทำขายในราคาถูกโดยไม่ได้ติดแบรนด์เป่ายิ้งฉุบแต่วางขายในร้านเป่ายิ่งฉุบ ปรากฎว่าลูกค้าไม่ยอมซื้อ"
       
       ๐ ฝ่าอุปสรรคราคา ตอกย้ำค่านิยมองค์กร
       
       นอกเหนือจากการแข่งขันของตลาดเสื้อยืดโดยรวมอยู่ในระดับรุนแรงอยู่แล้ว สำหรับอุปสรรคของเสื้อเป่ายิ้งฉุบในด้านการกำหนดราคาขาย อยู่ที่ราคาตลาดของเสื้อประเภทเดียวกัน มีความสำคัญและเป็นโจทย์ใหญ่ เช่น เมื่อเป่ายิ้งฉุบกำลังจะออกคอลเลคชั่นใหม่ที่มีพื้นฐานจากการใช้เสื้อยืดขาวคอกลม ซึ่งเป็นสินค้าประเภทเดียวกับที่มีอยู่มากมายในท้องตลาดทำให้ต้องคำนึงถึงราคาขายของเสื้อประเภทนี้ที่มีอยู่แล้วด้วย
       
       เช่น หากท้องตลาดวางขายในราคา 190 บาท ถ้าเป่ายิ้งฉุบจะวางขายในราคาที่สูงกว่าจะเกิดความเสี่ยงในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า แต่ถ้าวางขายในราคาเท่ากันจะทำให้เสียโอกาสในการได้กำไร และเมื่อคำนึงถึงตำแหน่งสินค้าที่วางไว้ว่าเป็นสินค้าคุณภาพดีราคายุติธรรม ทำให้การตั้งราคาควรจะต้องสูงกว่า 190 บาท เพราะสินค้าเป่ายิ้งฉุบมีคุณภาพดีกว่าสินค้าในท้องตลาด
       
       เนื่องจากปรัชญาของบริษัทหรือแนวทางในการทำธุรกิจมีจุดยืนว่าเป็น "องค์การแห่งความดีงาม" และมีค่านิยม "ครอบครัวอบอุ่น" ทำให้ส่วนหนึ่งของการดำเนินการมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับบุคลากรในองค์กรและสังคม ซึ่งส่วนหนึ่งออกมาในรูปของการทำศูนย์เด็กและพัฒนาชุมชน โดยในระยะแรกเน้นการให้เงินสนับสนุนเท่านั้น แต่ต่อมาต้องการเรียนรู้จึงเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้น และล่าสุดเกิดเป็นโครงการสนับสนุนชาวปะกาเกอญอหรือชาวกะเหรี่ยง จังหวัดเชียงราย ด้วยการผลิตเสื้อคอลเลคชั่นพิเศษออกจำหน่าย เพื่อหาเงินทุน 1 ล้านบาทผลิตหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวและวัฒนธรรมของชนเผ่า หลังจากที่ได้ไปเปิดโลกทัศน์และเรียนรู้วิถีชีวิตจนกระทั่งเกิดความประทับใจ
       
       "ปีนี้เราจะหันมามุ่งตลาดเสื้อยืดคอกลมสีขาว แต่มีสีขาวแบบพิเศษที่เราเรียกว่าขาวเป่ายิ้งฉุบเป็นสินค้าชูโรง เพื่อเป็นการสร้างบุคลิกของผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจนและแตกต่าง ซึ่งเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งทางการตลาดในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของเรา ในจังหวะเวลาเดียวกันกับการเปิดตัวโครงการเสื้อปะกาเกอญอ เพื่อจะให้ลูกค้าได้ร่วมรับรู้และสนับสนุน"

พลิกกลยุทธ์สร้างแบรนด์ 'เป่ายิ้งฉุบ'ชี้ทางใหม่ฝ่ามรสุม
        ๐ พลิกมุมคิด บริหารความเครียด
       
       สำหรับสถานภาพของบริษัทฯ อยู่ในระดับอยู่รอดมานานแล้ว เพราะมีการปรับโครงสร้างองค์กรและวางรากฐาน รวมทั้ง การปฏิบัติที่สื่อสารและมุ่งสร้างความเข้าใจให้กับบุคลากรมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2543 ทำให้ในด้านของผลประกอบการเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน อยู่ในระดับที่มีผลกำไรที่ดี เพียงแต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันและปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ รวมทั้ง การใช้เงินลงทุนเพิ่มขึ้นทำให้ผลประกอบการออกมาไม่ดีนัก
       
       อย่างไรก็ตาม หลังจากที่แก้ไขปัญหาสต๊อกสินค้าซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ให้คลี่คลายไปได้แล้ว ในปี 2551 จึงปรับแนวรุกใหม่โดยการหันมาเจาะตลาดเสื้อยืดขาว แทนที่จะเน้นรุกตลาดเสื้อยืดโปโล เพราะต้องการวางรากฐาน 3 กลยุทธ์ใหม่ ดังกล่าว และนำมาใช้ให้เกิดเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพสูง
       
       "ปีที่แล้วพูดกันเล่นๆ ว่าเราต้องมีสติ เพื่อจะเปลี่ยนสต๊อก ให้เป็นสตังค์ เพราะเรามีปัญหาค่อนข้างมาก ซึ่งวิธีคิดให้ไม่เครียดก็คือการมองว่าสต๊อกที่มีมากเท่าไรหมายถึงการมีเงินมากเท่านั้น มีมากแปลว่ารวยมาก เพราะถ้ามองว่าสต๊อกเป็นความเสียหายผลิตมาต้นทุน 200 บาท แต่ต้องขายร้อยกว่าบาท เพื่อไม่ให้ขาดทุนมากไปกว่านี้ ก็กลุ่มใจจนไม่มีสติ"
       
       "พื้นฐานที่สร้างไว้และส่งผลดีมาจากการที่เราปรับตัวด้วยการปรับโครงสร้างองค์กรมาตั้งแต่ 7 ปีก่อน และทีมงานเห็นทิศทางเดียวกันและมุ่งมั่นที่จะไปด้วยกัน และมีการทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น กิจกรรมครอบครัวอบอุ่น ห้องสมุดพ่อแม่ลูก ฯลฯ เป็นการสร้างค่านิยมครอบครัวอบอุ่นให้เป็นจริง ทำให้คนเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ ที่สำคัญกว่ายิ่งขึ้นคือ ณ เวลานี้เราสร้างแบรนด์ได้ เราเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์หรือ brand identity ว่าเป็นแบรนด์ของครอบครัวอบอุ่นและองค์กรปัญหาแห่งความดีงาม ซึ่งจะต่อยอดออกไปได้อีกไกล เพราะถ้าผู้บริโภคยังไม่รู้ว่าเป่ายิ้งฉุบเป็นอะไรเราลำบากกว่านี้แน่"
       
       การสร้างแบรนด์ที่ทำมาตลอดผ่านกิจกรรมทั้งให้กับบุคลากรภายในองค์กรและในส่วนของลูกค้ายังสามารถสานต่อและเชื่อมโยงกันได้อีกมากมาย ยกตัวอย่าง การนำกิจกรรมใหม่ๆ มาผนวกและต่อยอดกิจกรรมเดิม เช่น การนำโครงการปะกาเกอญอมาขยายผลกับโครงการครอบครัวอบอุ่น ฯลฯ ในขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นๆ หากไม่ได้สร้างแบรนด์อย่างมีการวางตำแหน่งสินค้าชัดเจน มีเอกลักษณ์โดดเด่นและเข้มข้นมากพออาจจะอยู่รอดได้ลำบากในอนาคต เพราะคู่แข่งในระดับโลกคือจีนกำลังมาแรงขึ้นทุกที
       
       ยิ่งกว่านั้น การเริ่มใช้กลยุทธ์ 3 ประการ ซึ่งเป็นเชิงรุกที่เริ่มมาประมาณ 7-8 เดือนที่ผ่านมา ขณะนี้ ในส่วนของทีมงานซึ่งเป็นกลไกสำคัญของความสำเร็จเริ่มมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในการนำมาใช้ให้ได้ผล ทำให้เชื่อว่าในปีนี้จะเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้สูงขึ้น และฝ่าฟันอุปสรรคจากปัจจัยภายนอกซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ดีขึ้น
       
       "เป่ายิ้งฉุบ" จึงเป็นกรณีศึกษาของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ไม่เพียงอยู่ในกลุ่มการ์เม้นท์เท่านั้น แต่ยังใช้ได้กับกลุ่มอื่นๆ อีกด้วย

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เปิด “สามพรานโมเดล” อาณาจักรเกษตรอินทรีย์ สดจากสวนสู่ผู้บริโภค
สถาบันอาหารเปิด “Thailandfoodmarket.com” ดัน SMEs ครัวไทยเข้าสู่ดิจิตอล อีโคโนมี
คิกออฟ “Craft Villa” ระดมสุดยอด “แฮนด์เมด” ทั่วไทยให้เลือกชอป
ชิมลางก่อนสัมผัสจริง! สินค้าญี่ปุ่นดีไซน์เก๋กว่า 500 ชิ้นบุกไทย เล็งหาตัวแทนจำหน่าย
ทำไมต้อง 'Brave Roaster' ร้านกาแฟที่ ก.พาณิชย์เลือกโชว์ออกงาน
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 4 คน
80 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
20 %
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ร้านอยู่โบ๊เบ๊ชั้นไหนคะจะไปซื้อเสื้อเหลืองมาขายหาไม่เจอคะ
น้ำ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014