Reader's Digest ล้มละลายส่งสัญญาณเตือน Magazine ทั่วโลก

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์   
28 สิงหาคม 2552 13:18 น.
        รีดเดอร์ส ไดเจสท์ หนึ่งในนิตยสารที่ดังที่สุดในโลก...
       
       กำลังจะ--ล้มละลาย!!

       
       รีดเดอร์ส ไดเจสท์ แอสโซซิเอชัน อิงค์ เจ้าของนิตยสารรีดเดอร์ส ไดเจสท์ ที่มีผู้อ่านทุกเพศทุกวัยทั่วโลก แถลงเมื่อวันจันทร์ (17 ส.ค.) ว่าบริษัทมีแผนนำธุรกิจส่วนที่อยู่ในสหรัฐฯ ยื่นต่อศาลเพื่อขอความคุ้มครองตามหมวด 11 ของกฎหมายล้มละลาย ทั้งนี้เพื่อลดภาระหนี้สินลงราว 75 เปอร์เซ็นต์ ตามที่ได้มีการทำความตกลงกับฝ่ายเจ้าหนี้ไว้ก่อนแล้ว
       
              การขอรับพิทักษ์ทรัพย์ครั้งนี้ (ซึ่งไม่รวมกิจการนอกสหรัฐฯ) เกิดขึ้นขณะที่ยอดพิมพ์นิตยสารลดต่ำลง การโฆษณาทั่วทั้งอุตสาหกรรมทรุดฮวบ และบริษัทมีภาระหนี้สินก้อนโต
       
       รีดเดอร์ส ไดเจสท์ ได้พยายามตัดลดต้นทุนลงอย่างหนัก นับแต่กลุ่มนักลงทุนนำโดย ริปเพิลวูดส์ โฮลดิงส์ เข้ามาซื้อกิจการ สำหรับการยื่นขอล้มละลายคราวนี้ ก็เป็นไปตามแผนการที่ทำความตกลงไว้กับฝ่ายเจ้าหนี้ โดยหากศาลพิจารณาอนุมัติแผนการปรับโครงสร้าง บริษัทก็จะมีหนี้สินเหลืออยู่ที่ราว 550 ล้านดอลลาร์ จากยอดหนี้รวม ณ ปัจจุบันที่ 2,200 ล้านดอลลาร์
       
       แมรี เบอร์เนอร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของรีดเดอร์ส ไดเจสท์ กล่าวว่า การยื่นขอล้มละลายจะทำให้บริษัทลดการชำระดอกเบี้ยรายปีสำหรับยอดหนี้ที่คงเหลือลงมาอยู่ที่ 80 ล้านดอลลาร์ จากเดิมราว 145 ล้านดอลลาร์ต่อปี
       
       การดำเนินการดังกล่าว 'จะไม่กระทบต่อพนักงานและคู่ค้าส่วนใหญ่ ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะปลดพนักงาน หรือต้องขายธุรกิจบางส่วนทิ้ง ธุรกิจยังเดินต่อไปตามปรกติ'
       

       ธอมัส วิลเลียมส์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน คาดว่า บริษัทจะยื่นคำร้องต่อศาลได้ภายใน 15 วัน และกระบวนการปรับโครงสร้างธุรกิจน่าจะสำเร็จลุล่วงภายใน 45-90 วัน
       
       รีดเดอร์ส ไดเจสท์ (Reader's Digest) เป็นนิตยสารรายเดือนที่เกิดจากความคิดของเดอวิตต์ วอลเลซ และภรรยาของเขาคือ ไลลา เบล อาชีสัน ฉบับแรกพิมพ์ขึ้นในปี ค.ศ.1922 ในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหนังสือที่คัดย่อสรุปบทความต่างๆ ที่น่าสนใจรวบรวมไว้ รวมถึงคำคมและเรื่องตลกด้วย
       
       นิตยสารเล่มนี้ได้รับความนิยมทั่วโลก มีการจัดพิมพ์และจำหน่ายทั่วโลกใน 50 รูปแบบ และ 22 ภาษา (อังกฤษ, สเปน, โปรตุเกส, สวีเดน, ฟินแลนด์, นอร์เวย์, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, ดัตช์, จีน, รัสเซีย, ฮังการี, เช็ก, โปแลนด์, เกาหลี, ไทย, บาฮาซา, อินโดนีเซีย, โครเอเชีย, สโลวีเนีย)
       
       ปัจจุบัน รีดเดอร์ส ไดเจสท์ ถือเป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดเล่มหนึ่งของโลก ซึ่งจำหน่ายทั้งหนังสือ นิตยสาร และสินค้ากลุ่มดนตรีและโฮมวิดีโอด้วย
       
       แต่ขณะนี้ตกที่นั่งสื่อสิ่งพิมพ์รายล่าสุดที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งทำให้บริษัทต่างๆ ตัดงบประมาณด้านโฆษณาลง และผู้อ่านเองก็หันไปอ่านข่าวสารต่างๆ จากทางอินเทอร์เน็ต
       
       และเมื่อเดือน มิ.ย. นิตยสารประกาศว่าจะลดจำนวนการพิมพ์ที่การันตีกับผู้ลงโฆษณาจาก 8 ล้านฉบับ เหลือ 5.5 ล้านฉบับ และลดความถี่ในการออกวางแผงเหลือปีละ 10 ฉบับ จากเดิมปีละ 12 ฉบับ
       
       จนในที่สุดบริษัทมีรายได้ไม่พอที่จะชำระหนี้ และต้องปรับโครงสร้างกิจการดังกล่าว
       
       รีดเดอร์ส ไดเจสท์ ชี้แจงว่า บริษัทจะหาทางบรรลุข้อตกลงเพิ่มเติมกับเจ้าหนี้ ก่อนยื่นคำร้องขอรับการพิทักษ์ทรัพย์อย่างเป็นทางการภายในเวลา 1 เดือน ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารทั้งหมดของบริษัท ยกเว้นนางแมรี เบอร์เนอร์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ยื่นใบลาออกเป็นที่
       เรียบร้อยแล้ว
       
       ด้านสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำ ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของ รีดเดอร์ส ไดเจสท์ แอสโซซิเอชัน อิงค์ ลงมาอยู่ที่ระดับ D จากเดิม CCC สำหรับหุ้นกู้มีหลักประกันที่จะครบอายุในปี 2560 เนื่องจากบริษัทผิดนัดการชำระดอกเบี้ยวันที่ 17 ส.ค.
       
       เหตุการณ์ที่เกิดกับ Reader's Digest ส่งสัญญาณอะไร?
       
       บทวิเคราะห์
       
       การที่นิตยสารระดับตำนานอย่าง Reader's Digest ต้องเข้าสู่ Chapter 11 ซึ่งหมายถึงการเข้าสู่ภาวะล้มละลายนั้นจัดว่าเป็นข่าวใหญ่ ที่แม้จะไม่ได้สร้างความตื่นตะลึงให้คนทั่วโลก แต่ก็สร้างความน่าแปลกใจไม่ใช่น้อย เพราะคนส่วนใหญ่ล้วนคิดว่า Reader's Digest คือนิตยสารที่อยู่มานาน มีความแข็งแกร่งพอที่จะฝ่าคลื่นฝืนลมเศรษฐกิจไปได้
       
       แต่ทว่า Reader's Digest ทำไม่ได้ แม้กระทั่งในยามที่เศรษฐกิจเฟื่องฟูสุดขีดเมื่อปี 2007 ซึ่งนิตยสาร Vogue ฉบับวางขายในสหรัฐอเมริกาสามารถสร้างประวัติศาสตร์ทำหนังสือหนาถึง 837 หน้า โดยเป็นหน้าโฆษณาถึง 727 หน้านั้น Reader's Digest ก็ประสบภาวะการขาดทุนแล้ว
       
       นั่นแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ทางการเงินของ Reader's Digest นั้นย่ำแย่แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจดี เม็ดเงินโฆษณาที่ Reader's Digest หามาได้นั้นลดลงอย่างมาก
       
       คำถามก็คือว่าเกิดอะไรขึ้นกับหนังสือที่มีอายุเกือบหนึ่งร้อยปี และเป็นหนังสือที่รวบรวมบทความที่น่าสนใจมาไว้ในหนังสือขนาดพ็อกเกตบุ๊กกะทัดรัดพกพาสะดวก เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน
       
       นอกจากนี้ก็ยังมีฉบับภาษาต่างๆ หลายสิบภาษา ผู้อ่านเชื่อถือในความสามารถของบรรณาธิการในการคัดสรรบทความจากหนังสือทั่วโลกมาไว้ในเล่มเดียวกัน
       
       ซึ่งก็หมายความว่า Reader's Digest ได้ทำตัวเป็น Aggregator คัดสรรบทความมาให้ผู้อ่าน โดยผู้อ่านไม่จำเป็นต้องไปอ่านหนังสือหลายเล่ม แต่เมื่อวันหนึ่งผู้อ่านลุกขึ้นมาบอกว่าไม่จำเป็นต้องให้ Reader's Digest เป็นคนคัดสรรอีกต่อไปแล้ว เพราะผู้อ่านสามารถคัดสรรได้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่มีอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือและมี Google เป็นพาหนะสำคัญ อยากรู้อะไรถาม Google ได้ ยังไม่ต้องพูดถึงว่า Wikipedia ก็สามารถตอบโจทย์ได้ทุกอย่างอยู่แล้ว
       
       คุณค่าของ Reader's Digest ถึงจะหลงเหลือ แต่ก็น้อยเต็มที และเป็นคุณค่าที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านโฆษณาและจำนวนผู้อ่าน
       
       คำถามก็คือ Reader's Digest รู้เทรนด์เหล่านี้ไหม และถ้ารู้จะปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างไร
       
       และถ้าจะปรับตอนนี้จะทันหรือไม่
       
       อีกทั้งหลังออกจากศาลล้มละลายแล้ว Business Model จะเปลี่ยนหรือไม่
       
       เป็นเรื่องที่น่าติดตามด้วยใจระทึก

ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017